Celebate Dandy รักกี่ทีก็มีแต่เธอ

ตอนที่ 5 : อยู่ไปก็กดดัน ห่างกันก็ทรมาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 เม.ย. 57

4

อยู่ไปก็กดดัน ห่างกันก็ทรมาน

         

อะ...เอ่อ พะ...พี่แดน?”

            เธอไม่ต้องแกล้งเรียกฉันว่าพี่หรอก

            ง่าาาา

            นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย ทำไมจู่ๆ ฉันก็ถูกแดนดี้จูงมือไปอย่างนี้ล่ะ แถมฉันก็ไม่รู้ว่าจะพาไปที่ไหนด้วย ถึงเขาจะเป็นคนที่ฉันแอบปลื้มหรืออะไร ฉันก็ยังไม่เคยได้รู้จัก ได้คุยกับเขาแบบตัวเป็นๆ เลยนะ แล้วนี่อะไร? กลายเป็นเดินจับมือ จูงมือ ข้ามขั้นคนรู้จักไปแล้ว -.-

            ฉันควรจะดีใจหรือยังไงดีเนี่ย -..-

            เข้ามาสิ

            คะ

            แดนดี้เดินตรงมาหยุดอยู่หน้าห้องๆ หนึ่ง ประตูกระจกข้างในมันมีอะไรอยู่นะ ทำไมไม่เห็นมีป้ายชื่ออะไรบอกไว้เลยล่ะ แดนดี้ยื่นมือมาทางฉันข้างหนึ่ง ตอนนี้เขาปล่อยมือฉัน แล้วไปยืนพิงประตูมองมาทางฉันอย่าเอือมๆ

            เอิ่ม ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดนะ

            ค่ะๆ

            ในที่สุดฉันก็เดินเข้าไป ข้างในมีเตียงเรียงรายอยู่สองข้างทางเดิน และดูเหมือนว่าจะมีตู้ใหญ่ๆ ตู้หนึ่งที่ฉันคิดว่าน่าจะมีพวกยาสามัญประจำบ้าน ยาแดง แอลกอฮอล์ ยาที่มีไว้ฐมพยาบาลเบื้องต้น หรืออะไรประมาณนี้อ่ะนะ

            โถ ที่แท้ก็ห้องพยาบาล แล้วฉันคิดว่าห้องอะไรเนี่ย - -

            ไปนั่งสิ - -แดนดี้พยักเพยิดไปทางเตียงหนึ่งในห้อง

            ไม่เป็นไรค่ะ คือว่าตอนนี้หนูไม่ค่อยเจ็บแขนแล้ว

            ไปสิ

            ...?

            ฉันเดินไปนั่งตรงขอบเตียงอย่างเลี่ยงไม่ได้ แดนดี้เปลี่ยนตำแหน่ง จากยืนอยู่เฉยๆ กลายเป็นเดินไปหยิบขวดยาเล็กๆ ที่ตู้ยามาสองสามขวด ซึ่งฉันคิดว่ามันน่าจะมีพวกสำลี ปลาสเตอร์หรืออะไรติดๆ มือมาด้วยเหมือนกันนะ

            แล้วสุดท้ายมันก็ลงเอยด้วยการที่เขามานั่งทำแผลให้ฉัน!

            เจ็บมั้ย

            ซี้ดดดดดด อูย

            หลังจากที่หยิบขวดยามาได้เขาก็เอาสำลีชุบแอลกอฮอล์มาแตะๆ แผลที่แขน อ๊ากกกกกกกก แสบบบ ฉันเจ็บๆๆ  ฉันรู้สึกถึงความร้อนของบริเวณที่แผ่ซ่าน แดนดี้หยุดนิ่งเหมือนกำลังคิดอะไรสักอย่าง โอ๊ยยย รีบคิดสิพี่ ก่อนที่แขนหนูจะไหม้กลายเป็นผงไปจนหมดก่อน TT

            เอ่อ ผมลืมล้างแผล

            เอ่อ...

            ฉันรู้สึกจักจี้นิดๆ เวลาที่มีใครเรียกแทนตัวเองว่าผมกับฉัน เล่นซะจนฉันรู้สึกหายแสบ (ชั่วคราว) เลย แดนดี้เปลี่ยนใหม่จากแอลกอฮอล์บ้าๆ นั่น (เกลียดมัน -/\-) เป็นชุบน้ำแร่ลงสำลีแล้วแตะๆ ที่แขนฉันแทน แต่ทำไปทำมาเขารู้สึกว่ามันช้า (มั้ง) เลยจับขวดน้ำแร่เล็กๆนั่นเทลงแขนฉันซะหมดเลย เอ่อออ - -

            พี่คะ พี่มีความประณีตบ้างมั้ยคะ

            โทษทีนะ พอดีถ้าล้างแผลช้ากว่านี้ ฉันกลัวว่าเชื้อโรคมันจะเข้าไปในแผลมากกว่านี้น่ะ

อ้าว เปลี่ยนสรรพนามเป็นคำว่าฉันแล้ว

            อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ พอดีว่าทุกวันนี้หนูก็อยู่กับเชื้อโรคทุกวันอยู่แล้ว เก็บขี้แมว กวาดขี้หมา และกินขี้ปลาทุกวันค่ะ เยี่ยมสุดๆ เบยยย ^O^”

            “...?”

            อุ๊บบบ!!

            ปากอุบาทว์อีกแล้วฉัน T^T ฉันไปติดคำพูดนี้มาจากไหนเนี่ย บ้านฉันไม่ได้เลี้ยงแมว เลี้ยงหมา แม้กระทั่งตู้ปลายังกลายเป็นตู้เก็บขยะไปแล้วเลย หลังๆ นี่ฉันชอบพูดอะไรมั่วๆ ตลอดเลย สงสัยฉันคงต้องรีบไปเช็คประสาทด่วนๆ

            อ่ะ เสร็จแล้ว ทีหลังก็อย่าซนแบบนี้อีกล่ะ ฉันไม่ใจดีกับทุกคนแบบนี้หรอกนะจะบอก

            ขอบคุณค่ะพี่เเดนดี้ฉันลุกขึ้นยืนยกมือไหว้ขอบคุณอย่างสวยงาม (แม้ว่าจะแอบแสบแขนนิดๆ)

            เธอเลิกทำอย่างนี้เถอะ - -

            คะ

            เหอะ

            ฉันแอบงงนิดๆ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไหว้ๆ ต่อไป เพราะถึงแม้ว่าฉันจะทำเป็นถามเขา เหมือนว่าเข้าใจในสิ่งที่เขาก็พูด ฉันก็ยังไม่เห็นว่าฉันจะได้อะไรกลับมานอกจากสายตาของแดนดี้ที่มองมาทางฉันด้วยความบื้อ ทื่อ ซื่อ และโง่

            เพราะฉะนั้น ทนต่อปายยย

            เอ่อ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว...หนูขอตัวนะคะ

            ฉันเตรียมลุกออกจากห้องพยาบาลนี้ เพราะดูเหมือนว่าถ้ายิ่งอยู่ไปนานๆ ฉันยิ่งรู้สึกแปลกๆ แบบที่ไม่สามารถอธิบายได้ ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนนี้มันหมายความว่าอะไร

            เดี๋ยว

            คะ?”

            ต่อไปนี้...เธอเลิกมายุ่งกับชีวิตฉันเถอะนะ

            “....!!!!”

            ดะ..แดนดี้?

            อ่ะ..เอ่อ ค่ะๆ

            และฉันก็โง่ที่ดันไปเสล่อตอบเขาไป ทั้งๆ ที่รู้ว่าสิ่งที่ฉันกำลังแสดงออกมานั้น มันแสดงถึงความปัญญาอ่อนของฉันแค่ไหน ฉันมองหน้าเขาไม่ติดแล้ว...

            ฉันเดินออกมาจากห้องพยาบาลห้องนั้น โดยที่แดนดี้ยังคงนั่งเก้าอี้ผู้ปฐมพยาลอยู่ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม... ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแค่คำพูดไม่กี่พยางค์ของเขามันถึงทำให้ฉันชะงักได้ถึงขนาดนี้

            ก็ดี ต่อไปนี้จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปหา ไม่ต้องเสียเวลาไปส่อง ไม่ต้องเสียเวลาไปตามข่าว ไม่ต้องเสียเวลาอะไรทั้งนั้น นายมันเป็นคนยังไงกันแน่แดนดี้!!

ชื่อ แดนดี้ อาร์ เทอร์เนส ลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส-สเปน

ประวัติส่วนตัวที่อุตส่าห์ไปหา

นิสัย ขี้เล่น ร่าเริง แจ่มใส โมโหง่าย ชอบผู้หญิงใส่สั้น

นิสัยของนายมันไม่ใช่อย่างนี้สักหน่อย...

จะทำไงได้ ฉันมันก็แค่เด็กกะโปโลที่แอบไปปลื้มรุ่นพี่สุดฮอตอย่างไม่เจียมกะลา

มันก็เท่านั้นเอง.

 

Last Summer Last Year (My old memory)

นี่ มึงง่ะ มึงง่ะแหละ

เอ่อ...คะ

วันนั้นฉันเดินกลับบ้านทางเปลี่ยว เพราะฉันไม่อยากเดินผ่านร้านค้าของอีกซอย เพราะกลัวโดนลูกหลงของลูกค้าขี้เมาขาประจำ แต่ฉันกลับต้องมาเจอกลุ่มเด็กแว้นย้อมผมสีเจ็บสามสี่คนที่ตั้งใจมายืนดักใครสักคนอยู่ซอยนี้

และมันบังเอิญเป็นฉันพอดี...

พวกมันมีกันทั้งหมดสี่คน เป็นชายสองคนและหญิงสองคนเท่าๆ กัน พวกผู้ชายนั้นกำลังนั่งบนมอเตอร์ไซค์ทั้งสองคัน และฉันคิดว่าผู้หญิงพวกนี้ก็คงจะเป็นสก๊อยซ้อนท้าย หน้าตาพวกมันดูไม่ได้สักคน ดูป่าเถื่อน เลื่อนลอย เหมือนคนติดเหล้าติดยาก็พูดได้ไม่ผิด

          ฉันหอบเอาถุงผักที่อุ้มไว้อยู่ในมืออย่างแน่น เพราะฉันกลัวว่าจะมีใครมาแย่งไป ฉันให้ไม่ได้หรอกนะ ในเมื่อผักนี่ฉันใช้เงินของฉันซื้อมันมาแล้วนี่ เพราะงั้นเจ้าของของมันก็ต้องเป็นฉันสิ สาบานว่าตอนนั้นฉันห่วงแต่เรื่องผักของฉันที่เพิ่งซื้อมาตลาดจริงๆ

          กูไม่ได้อยากได้ผักของมึงหรอก มึงไม่ต้องกลัว กูแค่อยากมาทวงของๆ กูคืนก็เท่านั้น 

          ปละ..เปล่านะคะ หนูไม่เคยเอาของใคร ขโมยของใครนะคะ

          โธ่ อีตอแหล ไม่ต้องมาคะกับกูหรอก มันแบบ...กระแดะมากเลยอ่ะจ้ะ แน่จริงมึงมาตัวต่อตัวสิวะ

          ฉันได้แต่ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก เพราะมันเป็นครั้งแรกที่ฉันถูกคนหาเรื่องแบบนี้ นอกจากยืนนิ่งๆ แล้วฉันก็ไม่มีวิธีอื่นที่จะปกป้องตัวเองให้ดีกว่านี้ได้เลย จะมีเพียงน้ำตาที่ไหลมาเป็นเพื่อนปลอบใจฉันตอนนี้...

          มึงหยุด!

จนกระทั่งพวกมันควักมีดออกมา!!!

พี่คะ ถ้าพี่หมายถึงพี่เฟนฮาร์เวิร์ดคนนั้น ไม่ใช่หนูนะคะ หนูไม่เคยรู้จักพี่เขาเลย ข่าวมันมายังไงหนูไม่รู้ แต่พี่เชื่อหนูเถอะนะ ฮือๆๆ

ฉันเอามือปาดน้ำตาอย่างลวกๆ

มึงแน่ใจอ่อ กูไม่ได้หมายถึงเฟน แต่กูหมายถึงรันย์เวย์ผั*กู

คนนั้นหนูยิ่งไม่เคยได้ยินชื่อเลย

ฉัวะ!!

เลือดสีแดงไหลซ่านเต็มพื้นถนน ฉันหลับตาปี๋และได้ยินเสียงกรี๊ดของผู้หญิงพวกนั้น มันน่ากลัวมาก ตอนนั้นฉันร้องไห้ไม่หยุด แต่ฉันก็ยังไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงไม่รู้สึกเจ็บเลย...

พะ..พี่!!

ผู้ชายคนหนึ่งนอนจมกองเลือด เขามาเมื่อไหร่ไม่รู้ เขาเป็นใครไม่รู้ แต่เขามาช่วยฉันไว้ ตอนนั้นที่ฉันเห็นหน้าเจ้าชายของฉันครั้งแรก ฉันบอกได้เลยว่าเขาหล่อมาก..

ผมยาวลองทรงสีดำมันขลับ ใบหน้าขาวซีดด้วยความเจ็บปวด จมูกรั้นอย่างคนเอาแต่ใจ คนคนเดิมที่ฉันยังจำได้ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ไม่เคยลืมตั้งแต่ต้นมา...

เขานอกนจมกองเลือดและมีสีหน้าที่ไม่ไหวแล้ว ความเจ็บปวดนั่นไม่ได้ทำให้เขาดูแย่ลงเลย

พี่...ฮือๆๆๆๆ หนูจะพาพี่ส่งโรงพยาบาลนะคะ ฮือๆๆๆ

“...”

ฮือๆๆๆ...

ไม่เป็นไรแล้วนะ... แม้ว่าเขาจะเจ็บขนาดไหน แต่เขาก็ยังใช้แรงเฮือกสุดท้ายพูดขึ้นมาเพื่อปลอบใจฉัน

รู้สึกคุ้นๆ มั้ย? คำนั้นไง คำนั้นที่เจ้าชายของฉันบอกฉันมาก่อนที่เขาจะหลับไป และไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงขอบคุณของฉัน คนนั้นไง...คนที่ชื่อแดนดี้...แดนดี้เจ้าชายของฉัน...

แดนดี้ที่ช่วยชีวิตฉันเมื่อตอนปิดเทอมปีที่แล้ว...แดนดี้รักแรกของฉัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

3 ความคิดเห็น