Fic Kuroko no basket : AkaFuri

ตอนที่ 34 : Chapter 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 427
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    10 มิ.ย. 59

Chapter 3

 

            สายวันต่อมา คุณผู้จัดการฝ่ายการตลาดก็แปลงร่างเป็นคนทำความสะอาด

 

            ฟุริฮาตะกำลังทำความสะอาดห้องนอนอยู่

 

            พรุ่งนี้ตาห้องฉันนะและเพราะอย่างงั้นไง วันนี้ฟุริฮาตะจึงลงเอยที่การทำความสะอาดห้องนอน (ที่ใหญ่เท่าห้องเขาทั้งห้อง) ที่ไม่ได้ใช้งานมาหนึ่งสัปดาห์เต็ม

 

            มันเป็นข้อตกลงระหว่างอาคาชิกับเขา ซึ่งตอนแรกก็เถียงกันอยู่จะเป็นจะตายเรื่องที่อยู่ อาคาชิจะให้ขึ้นมาอยู่ด้วยกัน แต่ฟุริฮาตะจะอยู่แยกห้องให้ได้ ห้องในตอนแรกี่เขาเลือกเอาไว้ก็เป็นห้องโล่งๆที่ไม่มีอะไรมากนอกจากเตียงกับโต๊ะทำงานด้วยซ้ำ

 

            แต่หลังจากที่ถกเถียงกันอยู่นานก็ได้ข้อสรุปว่า จะสลับกับพักห้องแต่ละคนอาทิตย์ต่ออาทิตย์ โดยห้องพักที่เขาอยู่นั้นจะต้องเป็นห้องที่อาคาชิกำหนดเอง และอาคาชิจะออกค่าห้องให้ครึ่งหนึ่ง

 

            ค่าห้องของเขาตอนที่ซื้อต่อมามันก็ถูกกว่าปกติจนชักจะเริ่มไม่แน่ใจว่า ครึ่งหนึ่งหรือสองในสามกันแน่ที่อาคาชิจ่ายออกไป แถมยังเป็นห้องที่อยู่ตึกเดียวกันกับห้องนี้เพียงลงไปไม่กี่ชั้น แต่ถึงอย่างนั้นฟุริฮาตะก็ยอมหลับตาข้างหนึ่ง ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นในความผิดปกตินี้เพื่อจะได้ไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับอาคาชิ

 

            ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเจ้าตัว แค่ไม่อยากให้ใครมองว่ามาเกาะใครกิน

 

            ความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นถือว่าเป็นความลับสุดยอด ฟุริฮาตะเองที่เป็นคนขอให้อาคาชิเก็บเอาไว้เป็นความลับ ด้วยกลัวจะกระทบต่อตำแหน่งประธานบริษัท ถึงแม้ว่าการที่อาคาชิขึ้นบริหารงานก็เริ่มปฏิรูปโครงสร้างบริษัทใหม่ จนกำจัดพวกผู้บริหารรุ่นเก่าหลายรายออกไปแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีกลุ่มผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้อาวุโส

 

            ถึงปัจจุบันเรื่องการรักเพศเดียวกันจะค่อนข้างแพร่หลายและได้รับการยอมรับในสังคมบ้างแล้ว แต่ไม่มีอะไรที่จะมารับประกันได้ว่าพวกผู้ถือหุ้นที่จ้องจะโค่นบัลลังก์จักรพรรดินั้นจะยอมรับเรื่องนี้ เขาจึงเป็นคนห้ามอาคาชิที่กำลังคิดดีดพวกนั้นออกไปโดยไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่ให้เป็นคนเปิดเผยความสัมพันธ์ซะเอง

 

            จุดอ่อนจุดเดียวที่ใหญ่ที่สุดของจักรพรรดิสีแดง ก็คือฟุริฮาตะ โควคิ

 

            “ฮึบ!” ฟุริฮาตะกำลังปูเตียงขนาดคิงไซส์ใหม่ การทำความสะอาดห้องนี่ก็เป็นหนึ่งในข้อตกลงเช่นกัน อาคาชิไม่ให้แม่บ้านมาทำความสะอาดในส่วนห้องนอนทั้งหมด โยอ้างว่าเพื่อความเป็นส่วนตัวและมีเอกสารสำคัญหลายอย่างอยู่ในห้องนี้ ไม่ต้องการให้มีการเคลื่อนย้ายเอกสารใดๆทั้งสิ้น และจะเป็นคนทำความสะอาดส่วนห้องนอนเอง

 

            ถ้ามันเล็กกว่านี้ก็คงจะดี แต่นี้ส่วนของห้องนอนทั้งหมดมันรวมห้องน้ำ ห้องแต่งตัวเข้าไปด้วย ทั้งหมดนั้นมันใหญ่เท่าห้องเขาทั้งห้อง ตอนแรกอาคาชิก็เป็นคนช่วยทำความสะอาด แต่ก็เกือบทำท่อตันเพราะเอาเศษฝุ่นและเส้นผมลงชักโครก เขาเลยมาทำเองดีกว่า

 

            “เฮ้อ...เสร็จซะที” หลังจากปูที่นอนเสร็จก็เหลือเพียงตากผ้าปูที่ตอนนี้กำลังซักอยู่ ฟุริฮาตะตัดสินใจเดินเข้าห้องน้ำไปชำระร่างกายให้สดชื่น แล้วค่อยออกมาทำมื้อกลางวัน

 

            เมื่อเช้ากว่าอาคาชิจะยอมออกไปทำงานก็สายมากแล้ว (เลยเจ็ดโมงครึ่งสำหรับเขาคือสาย ถึงจะอยู่ใกล้ที่ทำงานก็เถอะ) เพราะเจ้าตัวมาเรียกให้เขาออกไปส่งให้ได้ จนสุดท้ายก็ต้องฝืนสังขารลุกออกจากเตียงทั้งๆที่ปวดเอวแทบตาย

 

            มันไม่ได้แรงขนาดนั้นซะหน่อยมาลองเป็นฝ่ายรับเองสิ จะได้รู้ว่ามันเป็นยังไง

 

            ติ๊งหน่อง~

 

            “ใครมานะ...” นาฬิกาบอกเวลาเกือบบ่าย นั่นหมายความว่าคนที่กดออดต้องไม่ใช่อาคาชิ เพราะเวลานี้จะมีการประชุมอยู่ ต่อให้เป็นพวกชอบเซอร์ไพรส์มากแค่ไหนก็มาไม่ได้แน่นอน

 

            ...งั้นใครล่ะ?

 

            ฟุริฮาตะเดินไปกดอินเตอร์คอมพ์เพื่อดูว่าใครอยู่หน้าห้อง ก่อนจะตาเหลือกเมื่อรู้ว่าใครและเปิดประตูเชื้อเชิญให้เข้ามาแทบไม่ทัน

 

.....

 

....

 

...

 

..

 

..

 

..

 

..

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

            “อยู่ที่นี่จริงๆด้วยสินะ”

 

            “ครับ?”

 

            “เมื่อกี้ไปเคาะที่ห้องแล้วไม่มีคนเปิดน่ะ”

 

            “ขอโทษด้วยครับ” ชายคนนี้คือยูคิโอะ เรียว บิดาของยูคิดอะ ชินจิผู้เป็นเลขาของอาคาชินั่นเอง ที่สำคัญคือ ลูกเป็นเลขาของคนลูก พ่อก็ต้องเป็นเลขาของคนพ่อ

 

            การที่ยูคิโอะคนพ่อมาปรากฏตัวที่นี่นับว่าเป็นเรื่องแปลก เพราะปกติยูคิโอะคนนี้ไม่มาหานายน้อยอาคาชิเลย ถ้าไม่ใช่ว่ามีคำสั่งจากบ้านใหญ่ ประเด็นหลักก็คือ เขาคนนี้ต้องรู้อยู่แล้วว่าเวลานี้ประธานบริษัทคนปัจจุบันทำอะไรอยู่ ดังนั้นจุดประสงค์ที่มาที่นี่คือ...มาหาฟุริฮาตะคนเดียว

 

            “ไม่เป็นไรหรอก เรื่องเล็กน้อยน่ะ” ห้องปัจจุบันเขาก็ซื้อต่อมาจากยูคิโอะคนลูกนั่นแหละ “ฉันสั่งชินจิให้เคลียร์ตารางงานวันพรุ่งนี้ของนายน้อยให้ว่างทั้งวัน เธอพอจะเดาได้มั้ยว่าพรุ่งนี้นายน้อยต้องไปไหน”

 

            “บ้านใหญ่เหรอครับ”

 

            “ใช่ นายท่านเรียกพบ ฉันหวังว่าเธอจะช่วยเกลี้ยกล่อมให้นายน้อยไปพบนายท่านได้นะ เธอเป็นคนเดียวที่นายน้อยเชื่อใจและยอมอ่อนข้อให้มากที่สุด”

 

            “ผมจะลองดูครับ” ฟุริฮาตะรับคำ เพราะอาคาชิเองก็ไม่ค่อยยอมไปบ้านใหญ่นัก ต่อให้โดนเรียกตัวก็ไม่ยอมไปท่าเดียว

 

            “และเธอต้องเข้าไปด้วย” ประโยคนี้ทำเอาฟุริฮาตะแทบช็อค

 

            “หา? อะไรนะครับ”

 

            “ฟังไม่ผิดหรอก นายท่านเรียกพบทั้งเธอและนายน้อย” ฟุริฮาตะหน้าซีดลงอีกเมื่ออีกฝ่ายสำทับอีกครั้ง “ไปเถอะ นายท่านดูจะมีเรื่องสำคัญจริงๆถึงได้เรียกพบทั้งคู่แบบนี้”

 

            หลังจากที่บอกเรื่องสำคัญเสร็จยูคิโอะก็ขอตัวกลับ ทิ้งให้ฟุริฮาตะนั่งคิดวิธีรับมือกับอาคาชิต่อไป

 

            แน่นอน...นายท่านที่ส่าจะเป็นใครได้อีก

 

            ถ้าไม่ใช่อาคาชิ มาซาโอมิ อดีตประธานบริษัทอาคาชิกรุ๊ป บิดาแท้ๆของอาคาชิ เซย์จูโร่

 

.....

 

....

 

...

 

..

 

..

 

..

 

..

 

.

 

.

 

.

 

.

 

            “ใช่ ยูคิโอะเคลียร์ตารางงานของพรุ่งนี้ว่างทั้งวัน”

 

            “งั้นเซย์ก็จะไปบ้านใหญ่ใช่มั้ย”

 

            “ไม่”

 

            ในที่สุดคนดื้อก็ออกลาย อาคาชิยืนยันเสียงแข็งว่าจะไม่ได้ท่าเดียว แน่นอนว่าถ้าใช้สำเนียงแบบนี้ดูก็รู้ว่าต่อให้กล่อมยังไงก็จะไม่ยอมไปอยู่วันยังค่ำ

 

            แต่ยังไงก็ต้องทำให้ไปให้ได้!

 

            “แต่ฉันต้องเข้าไปพบด้วยนะ”

 

            “ปล่อยไป ฉันก็ไม่ยอมให้นายไปเหมืมอนกัน”

 

            “ได้ที่ไหนล่ะเซย์” นอกจากตัวเองจะดื้อไม่ยอมไปหาพ่อแล้ว ยังดื้อไมให้อีกคนไปอีกด้วย

 

            หนึ่งปีมีสามร้อยหกสิบห้าวัน และจะมีเพียงไม่กี่วันในนั้นเท่านั้นที่อาคาชิจะเข้าไปบ้านใหญ่ในโตเกียว อาจเป็นเพราะไม่ค่อยถูกกับคุณพ่อก็ว่าได้ แต่ตอนนี้ท่านเรียกให้ไปพบเอง นั่นหมายความว่าต้องเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรหลีกเลี่ยง

 

            “ไม่คิดถึงยูกิมารุหรือไง มันแก่มากแล้วนะ ไปเยี่ยมมันหน่อยสิ” ฟุริฮาตะยังคงไม่เลิกพยายามโน้มน้าว พูดไพล่ไปถึงม้าสีขาวปลอดที่มีอายุเท่าอาคาชิ

 

            “มันแก่แล้ว ไปหาก็ขี่ไม่ได้หรอก ไม่ต้องไป”

 

            “ฉันบอกให้ไปเยี่ยม ไม่ใช่ไปขี่นะเซย์” ฟุริฮาตะรู้ดีว่าสิ่งที่อาคาชิผูกพันในบ้านใหญ่นั้น อย่างหนึ่งก็มีม้าตัวนี้รวมอยู่ด้วย เพราะมันเกิดวัน เดือน ปีเดียวกันกับตัวเอง แถมยังเล่นกับมันมาตั้งแต่เด็ก ต้องมีความผูกพันกันอยู่แล้ว ตอนนี้ยูกิมารุก็อายุเท่าเจ้านายมันคือ 32 ปี นั่นหมายความว่าถึงอายุขัยของมันแล้ว อีกไม่นานก็คงจากไปด้วยความชรา เรื่องนี้อาคาชิรู้ดี เพียงแต่ทำเป็นปากแข็งไม่ยอมพูดก็เท่านั้น

 

            “น่าเซย์ ไปเยี่ยมยูกิมารุกันนะ” ฟุริฮาตะพยายามอ้อนดู

 

            ตอนค่ำหลังจากที่อาคาชิกลับมา ฟุริฮาตะก็เกริ่นเอาไว้แล้วว่าคุณพ่อตัวเรียกหาไม่ใช่หรือ แต่อาคาชิก็ไม่ยอมตอบอะไร จวบจนทานอาหารเย็นเสร็จและเก็บล้างแล้ว ก็ถึงได้นั่งคุยอย่างจริงๆจังๆซักที

 

            เกือบชั่วโมงแล้ว...แต่อาคาชิก็ยังไม่ยอม

 

            “เยี่ยมยูกิมารุเสร็จก็กลับเลยนะ”

 

            “ไม่ได้นะเซย์ เข้าพบคุณพ่อสิ” กลับบ้านเพื่อดูม้าแล้วกลับเนี่ยนะ เขาได้โดนคุณท่านเชือดตาย!

 

            งั้นก็เหลือทางสุดท้าย...

 

            “งั้น...ข้อต่อรอง” พูดไปแต่สมองก็ปั่นอย่างหนักเพื่อหาข้อต่อรองที่อาคาชิจะพึงใจมากที่สุด

 

            แน่นอนว่าไม่พลาด อาคาชิดูสนใจขึ้นทันที จากที่นั่งเช็คงานในโทรศัพท์ไม่ยอมสบตามาคุยกัน อาคาชิวางโทรศัพท์ลงและโน้มตัวมาข้างหน้าราวกับจะตั้งใจฟังเต็มที่

 

            “เสนอมาสิ”

 

            “ห้องทำงานของเซย์” ฟุริฮาตะเลือกสภานที่ที่อาคาชิจะต้องพอใจมากที่สุด และเขาโอเคกับมันที่สุด (เทียบกับสถานที่อื่น)

 

            “ระยะเวลาล่ะ” ดวงตาสีแดงที่พราวขึ้นบอกได้ดีว่า เจ้าของมันนั้นพึงพอใจกับข้อเสนอนี้แค่ไหน

 

            เออ! เอาเข้าไป!!

 

            “1 วัน”

 

            “3 วัน” ยาวไปมั้ง!! “1 วันมันสำหรับในรถ”

 

            “1 วันก็พอแล้วน่า” เหงื่อตกกันเลยทีเดียวกับการเจรจาต่อรองครั้งนี้

 

            “2 วันขาดตัว ไม่งั้นก็ 1 วันในรถ” อาคาชิยื่นคำขาด “หรือก็ไม่ต้องไปเลย”

 

            “โอเค! สองวันก็สองวัน” สองวันในออฟฟิซ คือคำตอบสุดท้าย

 

            “เห็นแก่ว่าโควคิอยากเยี่ยมยูกิมารุ งั้นฉันไปหน่อยก็ได้ ไหนๆก็ไปแล้วเข้าไปหาคุณพ่อด้วยละกัน” อาคาชิยิ้มอารมณ์ดี “ขอบคุณสำหรับข้อเสนอดีๆนะ”

 

            พระเจ้า! นี่เมื่อกี้เขาเผลอทำสัญญากับซาตานไปใช่มั้ย!!

 

 

บางคนบอกว่าเริ่มเห็นแววดราม่ามาแตไกล ดราม่าที่แท้จริงคือตอนหน้าเป็นต้นไปค่ะ มันจะมาทีละนิดๆก่อนจะ บู้ม! เกิดเป็นโกโก้ครั้นช์

 

ฟุริน้อยก็คิดทุกอย่างเผื่อนายน้อยแหละเนอะ นายน้อยเป็นพวกกล้าทำค่ะ แต่ฟุริยังเกรงใจพวกคนเก่าคนแก่อยู่ แล้วก็ยังมีพวกที่จ้องจะโค่นอาคาชิเพื่อฮุบบริษัทด้วย อย่างว่าแหละนะ ผู้สืบทอดบริษัทก็เหลือนายน้อยคนเดียวนี่นา

 

ตอนหน้าพบกับ...บ้านใหญ่ของนายน้อยค่ะ

 

เม้นต์ด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

406 ความคิดเห็น

  1. #382 MatchaLatteCream (@tarkra) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 05:02
    เกลียดความเอาข้อต่อรองนี้ จิตใจทำด้วยอะไรคะนายน้อยยยยยยย
    #382
    0
  2. วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 18:32
    นี่มันข้อต่อรองอะไรของพวกนายเนี่ยยยยยยยยยย. //ตอนหน้าอย่าดราม่าให้มากนะไรต์ขอล่ะ
    #240
    0
  3. #239 nobume (@kednadda2544) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 17:09
    สู้ๆนะ ฟุริเราเอาใจช่วย
    สนุกมากๆเลยคะมาต่อไว้ๆนะ
    #239
    0
  4. #238 pinwaris (@pinwaris) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 15:51
    แต่งงานมั้ง ปาเข้าไปสามสิบกว่าแล้วหนิ ประธานบริษัทคนสุดท้ายอีก โอ้ย ไม่นะ ฟุริอย่ายอมนะ ต้องมีทางสิต้องมีทาง
    #238
    0
  5. #237 Chamodz. (@hentaisama) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 12:46
    อมกกกกกกกกกกกกก ไรท์ครับ ! ในห้องทำงาน ในรถ มันคืออะไรครับ ! อร๊าาาาา - / - ทำความสะอาดใช่มั้ยยยยยย หรือทำอะไร๊ อยากรู้นี่บอกเลย 5555555

    ดราม่ากำลังจะมาแล้วเหรอ แงงงงงงงง ; _____ ;

    ถ้าเดาตามสเต็ปหนังไทยนะ คุณพ่อต้องจับ อคช. แต่งงาน ฟุริยอม แต่ อคช. ไม่ยอม อะไรทำนองนี้
    #237
    0
  6. #236 dreamz_suchaaa (@dreamz_suchaaa) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 12:27
    ไม่นะ...
    #236
    0