[ตีพิมพ์กับสนพ.รักคุณ] [YAOI] Still the One ...คือคนที่ผมรัก [END]

ตอนที่ 4 : Still the One EP03 || Sing! [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,371
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 98 ครั้ง
    13 มิ.ย. 60

Still the One EP03

“เหนื่อยมั้ยพี่ปอนด์”

เสียงน้องชายของผมว่าขึ้นมาระหว่างที่เรากำลังกลับบ้าน ปุณณ์เป็นคนขี่รถมอ’ไซต์ ส่วนผมเป็นคนซ้อน

“ก็นิดหน่อยน่ะ แต่คงไม่เท่าปุณณ์หรอกมั้ง ฮ่าๆ”

“งั้นเหรอๆ แต่ปุณณ์ไม่เหนื่อยเลยนะพี่ปอนด์” ปุณณ์ว่า

“โห จริงดิ วันนี้แค่พี่ก้มๆ เงยๆ เก็บโต๊ะ ยังโคตรเหนื่อย แถมทำแก้วแตกอีกต่างหาก ดีนะพี่ของพี่ฟรานใจดี ไม่หักค่าแก้วพี่” ได้ทีผมก็เลยถือโอกาสบ่นเลย

“ฮ่าๆ ดีแล้วแหละที่เค้าไม่หักน่ะ แต่พี่ปอนด์ ปุณณ์ไม่เหนื่อยเลยนะที่ทำงานแบบนี้น่ะ”

“เค้าให้ปุณณ์ทำอะไรอะ หั่นไส้กรอก? อุ่นขนมจีบ? หรือยืนหล่อๆ เรียกลูกค้าสาวๆ เข้าร้าน” ผมแซว

“โถ่ พี่ปอนด์อะ ปุณณ์ไม่ทำอย่างนั้นสักหน่อย ปุณณ์ไม่ได้อ่อยไปทั่วนะเว้ย ปุณณ์ก็ทำทุกอย่างแหละ” ปุณณ์ทำเสียงติดงอนๆ เล็กๆ ก่อนจะพูดต่อออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“แล้วที่ปุณณ์บอกว่าปุณณ์ไม่เหนื่อยน่ะ เพราะว่าปุณณ์รักแม่กับพี่ปอนด์มาก อยากให้ทั้งสองคนสบาย แม่ทำงานหนัก ปุณณ์ก็อยากช่วย ส่วนพี่ปอนด์ ปุณณ์ก็ไม่อยากให้พี่ปอนด์เหนื่อย เพราะตอนพี่ปอนด์อยู่ ม.ปลาย พี่ปอนด์เหนื่อยมาเยอะแล้ว ปุณณ์แค่อยากช่วยเท่านั้นเอง”

ได้ยินปุณณ์พูดขนาดนี้ ผมก็รู้สึกเขินกับหมั่นเขี้ยวขึ้นมา เลยแกล้งหยิกไปที่แผ่นหลังกว้างทีนึง

“นี่แหน่ะ! พูดอะไรก็ไม่รู้”

“โอ๊ยๆ เจ็บนะพี่ปอนด์ เขินอะดิ ฮ่าๆ”

ก็เขินจริงๆ น่ะแหละ ผมรู้หรอกน่าว่าปุณณ์น่ะมันรักผมมากกว่าใคร แค่อยากแกล้งมันที่พูดจาจริงจังเกินเหตุ ฮ่าๆ



มอเตอร์ไซต์คู่ใจของเราสองคนวิ่งมาจนถึงหน้าบ้านสองชั้นในหมู่บ้านจัดสรรขนาดกลางแห่งหนึ่ง บ้านผมเองครับ เป็นบ้านธรรมดาๆ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ที่แม่ผมกู้เงินมาซื้อ จนป่านนี้แล้วก็ยังเหลืออีกตั้งเป็นสิบๆ ปีกว่าจะผ่อนหมดแหน่ะ เราย้ายมาอยู่กันที่นี่ตั้งแต่พ่อเสีย ก็สิบกว่าปีได้

ผมก้าวลงจากเบาะรถลงไปเปิดประตูให้ปุณณ์ขี่รถเข้าไปจอดในบ้านก่อนจะปิดประตู ไฟที่เปิดอยู่ตรงหน้าประตูบ้านแต่ในตัวบ้านกลับมืดสนิท ทั้งๆ ที่มีรถจอดอยู่ แปลว่า แม่คงจะขึ้นไปนอนแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะแม่ต้องตื่นแต่เช้าไปทำงานที่บริษัท บริษัทที่แม่ทำงานอยู่ตั้งอยู่ห่างไกลจากบ้านเรา แม่ก็เลยต้องไปแต่เช้าเพื่อหนีรถติด แต่แม่ก็จะทำกับข้าวเอาไว้ให้พวกเราเสมอ

“พี่ปอนด์จะอาบน้ำก่อนปะ” ปุณณ์ถามผมในขณะที่ตัวเองกำลังถอดเสื้อผ้าอยู่ แต่แหม ถ้าจะถามแล้วถอดเสื้อออกขนาดนี้แล้ว จะให้ตอบว่า ‘พี่อยากอาบก่อน’ ก็คงตลกๆ ผมก็เลยส่ายหน้าให้มันเป็นคำตอบ

ร่างสูงที่มีกล้ามเนื้อแน่นอย่างพอดี แต่แน่นเป็นพิเศษบริเวณช่วงท้อง ซึ่งต่างจากผมลิบลับ เดินตรงมายังผมก่อนจะเลยเข้าห้องน้ำไป

“พี่ปอนด์ ปุณณ์มีไส้กรอกมาด้วยนะ ถ้าไม่กินมันจะเสียเอา แล้วก็ฝากตักข้าวให้ปุณณ์ด้วย” ปุณณ์ตะโกนออกมาจากห้องน้ำ

“อือ เดี๋ยวกินเอง เอาข้าวเยอะป่าว” ผมถามกลับ

“ตักเยอะๆ เลย เห็นแม่ทำต้มหน่อไม้ไก่ด้วย”

ปุณณ์ว่าจบ ผมก็เดินไปตักข้าวใส่จานให้ปุณณ์กับยกกับข้าวออกมาวางบนโต๊ะให้มัน แม่ทำต้มหน่อไม้ไก่กับทอดมันเอาไว้ให้เรา แล้วก็มีไส้กรอกชีสที่ปุณณ์เอามาจากเซเว่นอีกอย่างนึง แต่ผมคงไม่กินมันกับข้าวแน่ๆ ล่ะ

ผมเข้าใจว่าเวลาข้าวกล่องมันใกล้จะหมดอายุแล้วเค้าจะให้พนักงานเอามากินได้ แต่ผมไม่เคยเห็นปุณณ์มันเอากลับมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว พอถามมันก็บอกว่า ‘ข้าวที่แม่ทำอร่อยกว่า ปุณณ์จะเอามาทำไม’ ผมก็เลยไม่เคยได้กินเลยสักครั้งเดียว

ปุณณ์อาบน้ำเสร็จ ผมก็ไปอาบต่อ พอผมอาบเสร็จเดินออกมากก็เห็นว่าปุณณ์เหลือกับข้าวเอาไว้ให้ผม แต่เจ้าตัวยังคงนั่งรอผมอยู่

“กินให้หมดเลย พี่กินมาจากร้านพี่เฟิร์สแล้ว” ข้าวผัดกระเพราทะเล กระเพราแท้ ไม่ใช่โหระพา ไม่ใส่ถั่ว ไม่ใส่ข้าวโพดอ่อน อร่อยด้วย

“เออเนอะ พี่ปอนด์ไปทำงานที่ร้านอาหารมานี่หว่า ฮ่าๆ” ปุณณ์ยกมือเกาหัวแก้เก้อ ผมก็เลยขำตาม ก่อนจะเดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับปุณณ์

“แต่กินนี่ละกัน” เพื่อไม่ให้เป็นการเสียน้ำใจ ผมก็เลยเอื้อมหยิบถุงไส้กรอกชีสเอามาจิ้มกิน


ระหว่างที่กินอยู่ ปุณณ์ก็ถามผมว่า ทำงานเป็นยังไงบ้าง เข้ากับเพื่อนร่วมงานได้มั้ย ร้านอยู่ที่ไหน เป็นยังไง เจ้านายเป็นยังไง ถามสารพัดที่จะถามได้ ตอนเล่าไปปุณณ์มันก็ตั้งอกตั้งใจฟัง คงจะกลัวว่าผมจะเข้ากับใครไม่ได้ พอได้ฟังผมเล่าจนจบ สีหน้าของปุณณ์ก็เหมือนคนโล่งใจ แถมมีการถอนหายใจใส่ผมอีกต่างหาก แต่มีเรื่องที่ผมไม่ได้เล่าให้ปุณณ์ฟังอยู่เรื่องนึง คือ เรื่องที่พี่คิสรู้ว่าผมเคยร้องเพลงตามร้านอาหารมาก่อน ขืนผมเล่าไป ปุณณ์คงได้ซักผมอีกนานแน่ ผมก็เลยไม่ได้เล่าในส่วนนี้ไป


จริงๆ แล้วปุณณ์เป็นอีกคนนึงที่อยากฟังผมร้องเพลงเหมือนกัน แต่ปุณณ์มันรู้ดีว่า มันไม่ควรพูดเรื่องร้องเพลงกับผมเพราะมันจะทำให้ผมนึกถึงเรื่องราวในอดีตที่ไม่น่าจดจำ


กินเสร็จ เราสองพี่น้องก็แยกกันไปนอน ห้องนอนของผมกับปุณณ์ติดกัน ฝั่งตรงข้ามเป็นห้องนอนใหญ่ของแม่ที่บางทีเราสามคนก็นอนด้วยกัน พอผลักประตูเข้าไปผมก็ทิ้งตัวลงนอนทันทีด้วยความอ่อนล้าจากการทำงาน แต่เพราะดันลืมปิดไฟ ผมก็เลยต้องลุกขึ้นไปปิดไฟ แต่สายตาของผมก็เห็นของชิ้นนึงที่วางตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ของที่ผมเคยใช้เมื่อหลายปีก่อน แต่ตอนนี้มันถูกทิ้งเอาไว้จนฝุ่นจับ

กีตาร์โปร่ง…

ผมจ้องมันอยู่นาน ก่อนจะหันไปกดสวิตซ์เพื่อปิดไฟ แล้วล้มลงนอนอีกครั้ง ก่อนจะพลิกตัวไปจ้องมองกีตาร์โปร่งของผมที่ตั้งอยู่มุมห้องในความมืดอีกครั้งนึง

‘พี่อยากฟังเราร้องเพลงจริงๆ นะ’

คำพูดของพี่เฟิร์สทำให้ผมเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

“ก๊าบๆๆ”

เป็ดมันก็ร้องแบบนี้แหละ มันจะไปร้องเป็นจังหวะทำนอง เสียงเพราะๆ แบบคนได้ยังไงกัน



“ไงงงงงง เด็กๆ วันนี้มากันแต่เช้าเหมือนเดิมเลยนะ”

เสียงพี่ฟรานดังมาแต่ไกล วันนี้เจ้าตัวมาคนเดียวไม่ได้มีเพื่อนมาด้วยแต่อย่างใด พี่ฟรานเดินถือถุงกระดาษ 2-3 ถุงแล้ววางลงบนโต๊ะเรา

“ครัวซองค์ๆ พี่เอามาให้กินกัน” พี่ฟรานหยิบขนมออกจากถุงแจกจ่ายให้พวกเราทั้งสี่คนก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ ผม

“เนี่ยพวกมึง เป็ดอะตั้งใจทำงานมากกกกกกก ตั้งใจจนทำแก้วแตกไปตั้งใบนึงแหน่ะ”

ได้ทีก็เผากูเลยนะไอ้พี่ฟราน แล้วมึงไปรู้ได้ยังไงว่ากูตั้งใจทำงานหรือไม่ตั้งใจทำ กูเห็นมึงหลับในออฟฟิศตั้งแต่หัวค่ำ

“ฮ่าๆ จริงดิเป็ด” ออมถาม

“เออ!”

ร่างสูงคุ้นตาเดินถือกระเป๋าเงินตรงมาหาพวกเรา พี่เฟิร์สนั่นแหละ

“ไอ้ฟรานมึงลืมกระเป๋าเงิน”

โป๊ก!

“โอ๊ย พี่เฟิร์ส! บอกดีๆ ก็ได้นี่นา” พี่ฟรานลูบหัวตัวเองป้อยๆ มองหน้าพี่ชายของตัวเองอย่างเคืองๆ ไอ้พวกนั้นเห็นว่าคนมาใหม่อาวุโสยิ่งกว่าพี่ฟรานก็เลยรีบยกมือไหว้กัน

“เออ หวัดดีๆ”

“เอาของมาให้แล้วก็รีบกลับไปได้แล้ว ชิ่วๆ” พี่ฟรานปัดมือไล่พี่เฟิร์ส

“ไม่ไป กูว่าง” พี่มันว่าก่อนจะแทรกตัวนั่งลงคั่นกลางระหว่างผมกับพี่ฟรานจนเจ้าตัวร้องโวยวายออกมา

“ที่อื่นก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ จะเบียดทำไมวะพี่”

“ช่างกูเหอะ เออนี่เป็ด เดี๋ยวเย็นนี้พี่มารับนะ” พี่เฟิร์สบอก ผมเลยทำหน้างงๆ กลับไป

“ฟรานมันต้องทำงานกลุ่มตอนเย็น”

“อ่าครับ แล้วพี่ฟรานจะกลับยังไงเหรอครับ เห็นมาด้วยกันนี่” ผมถาม

“ก็เดี๋ยวให้ไอ้พวกนั้นไปส่งที่ร้านแหละ ไม่ต้องห่วงพี่หรอกน่าเป็ด ฮ่าๆ” พี่ฟรานหัวเราะแล้วเอื้อมตัวมาขยี้หัวผมอย่างมันส์มือ

“แหม พวกมึงก็กินกันเพลินเลยนะ ไม่พูดไม่จากันเลยสักคน” ผมหันไปแซะพวกมันทั้งสามคนที่นั่งแทะนั่งแดกครัวซองค์กันเพลิน โดยเฉพาะไอ้ปุณณ์ที่กำลังกินชิ้นที่สองแล้ว

“ก็ไม่รู้จะคุยอะไรนี่หว่า” ดรีมว่า

แต่แล้วน้องชายที่รักของผมก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหาพี่เฟิร์สทั้งๆ ที่กินอยู่

“พี่เป็นเจ้านายพี่ปอนด์ใช่มั้ย” ปุณณ์ถาม

“อืม”

“ขอคุยด้วยหน่อยสิ” ปุณณ์ว่าก่อนจะเดินออกไปจากใต้ถุนตึกออกไปตรงบริเวณสนามหญ้าหน้าตึก ปุณณ์ไปหยุดยืนอยู่ที่ใต้ต้นไม้ข้างสนาม พี่เฟิร์สก็ไม่ได้อิดออดอะไรก่อนจะลุกเดินตามมันไป


ทั้งสองใช้เวลาคุยสั้นๆ ไม่ถึง 5 นาทีก่อนจะเดินกลับมาหาพวกเรา แต่พวกเราก็ไม่ได้คุยอะไรกันต่อเพราะว่าใกล้ถึงเวลาเข้าเรียนแล้วก็เลยแยกกันไป

อยากรู้เหมือนกันแฮะว่าปุณณ์มันไปคุยอะไรกับพี่เฟิร์ส แต่ให้เดาก็คงเป็นเรื่องผมนั่นแหละ มันคงเป็นห่วงผมเหมือนกับทุกครั้ง



ตกเย็นปุณณ์ก็เปลี่ยนชุดเป็นชุดพนักงานเซเว่นที่หล่อที่สุดในประเทศไทยเหมือนเดิม วันนี้ก็เช่นเคย ผมให้รถมอเตอร์ไซต์กับปุณณ์เอาไว้ใช้ เพราะเดี๋ยวก็มีคนมารับผมไปทำงาน

“ไปก่อนนะพี่ปอนด์ เดี๋ยวปุณณ์สาย วันนี้ปุณณ์เลิกเที่ยงคืนนะ ถ้าพี่เฟิร์สเค้ามาส่งพี่ปอนด์ ก็ให้พี่เค้ามาส่งที่หน้าร้านนะ”

ปุณณ์บอกผมก่อนจะเดินออกไปยังลานจอดรถมอ’ไซต์ของคณะ


ผมนั่งรอพี่เฟิร์สจนเกือบ 5 โมง พี่เขาก็มาถึง

“แฮ่กๆ โทษทีๆ รถติดเป็นบ้าเลย รอนานมั้ยเป็ด” ร่างสูงวิ่งกระหืดกระหอบ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ ผม

“ก็นิดหน่อยครับพี่ พักก่อนมั้ยครับ”

“เออก็ดี พี่กลัวเป็ดรอนานก็เลยรีบวิ่งมาเนี่ย”

“งั้นกินน้ำก่อนมั้ยครับ จะได้หายเหนื่อย” ผมหยิบขวดน้ำในกระเป๋าของผมออกมาส่งให้พี่เฟิร์ส พี่มันก็รับไปดูดกินจนหมดขวด

“ขอบใจมากเป็ด เหนื่อยว่ะ” เขาโยนขวดน้ำลงถังขยะข้างๆ ที่นั่งเราอย่างแม่นยำ ก่อนจะล้มตัวลงนอน แล้วเอาหัวมาหนุนกับตักผม

“ยืมตักนอนหน่อยดิเป็ด ของีบแปปนึง”

คนถามไม่รอให้ผมอนุญาตแต่อย่างใด แถมยังหลับไปแล้วจริงๆ อีกต่างหาก ผมจะไม่อะไรเลยถ้าคนที่อยู่ใต้ตึกหันมามองเราเป็นตาเดียว

“พะ...พี่เฟิร์ส ลุกเถอะคนมองเต็มไปหมดแล้ว” ผมบอกพี่มันก่อนจะใช้มือดันหัวพี่มันขึ้น

“ช่างสิ ก็คนมันง่วงนี่หว่า... ขอ 10 นาที เดี๋ยวลุกเอง”

โนสน โนแคร์ แถมยังหันหน้าเข้าท้องของผมอีก พี่มันจะรู้มั้ยว่าลมหายใจของพี่มันที่กระทบกับช่วงท้องของผม มันทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ เนี่ย

ผมเป็นเกย์นะเว้ย! เจอผู้ชายหล่อเหมือนเทพบุตรมาทำแบบนี้จะไม่ให้เกิดอารมณ์ได้รึไงกันวะ



10 นาทีไม่ขาดไม่เกิน ผมก็ปลุกพี่เฟิร์สให้ตื่น คนโดนปลุกก็สะลึมสะลือขึ้นมา ก่อนจะใช้มือลูบผมที่ยุ่งๆ ให้เข้าทรงแล้วเดินออกไปล้างหน้าล้างตาที่ห้องน้ำใต้ตึก ส่วนผมก็ใช้จังหวะที่พี่มันเดินไปห้องน้ำ รีบเก็บข้าวของแล้วเดินออกไปรอที่หน้าห้องน้ำ พี่มันจะรู้มั้ยเนี่ยว่าตลอด 10 นาทีที่ผ่านมา ผมอายแค่ไหน

ร่างสูงดูมีชีวิตชีวาขึ้นหลังได้งีบไป พี่เฟิร์สกับผมเดินไปขึ้นรถเบนซ์สีดำคันเดียวกับเมื่อวาน พอผมก้าวเข้าไปนั่งลง ก่อนที่รถจะออก พี่เฟิร์สก็พูดขึ้นมา

“เป็ดตัวหอมจัง นอนหลับเพลินเลย ฮ่าๆ”

ผมว่าพี่มันต้องบ้าแน่ๆ ผู้ชายที่ไหนเค้าจะมาชมกันอย่างนี้วะ



รถแล่นไปสักพัก เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของพี่เฟิร์สก็ดังขึ้นมา

“กดรับให้หน่อยดิเป็ด เปิดสปีกเกอร์ให้ด้วย” เขาสั่ง ผมก็เลยหยิบมือถือของเขาที่วางอยู่ตรงคอนโซลกลางขึ้นมากดรับสายโดยไม่ได้ดูว่าใครเป็นคนโทรมา

“ฮัลโหล”

[ฮัลโหล ไอ้เฟิร์ส]

เสียงพี่คิสครับ ที่รู้เพราะเสียงแกค่อนข้างมีเอกลักษณ์น่ะ

“เออว่าไงมึง”

[วันนี้กูไปร้านช้าหน่อยนะเว้ย พอดีมีธุระที่บ้านนิดหน่อยว่ะ แต่คงไม่เลตมาก]

น้ำเสียงของพี่คิสดูเหมือนคนกำลังรีบทำอะไรบางอย่างอยู่เลยแฮะ

“โอเคได้ๆ รีบมาละกัน”

[เอ้ยมึงๆ วันนี้กูอยู่นอกบ้าน ไม่ได้เอากีตาร์มา ทำไงดีวะ]

“โถ่ ไอ้เพื่อนเวร มึงถามกูยังกับว่ากูมีงั้นอะ”

[เอาไงดีวะ เปิดแทรคร้องเลยได้ป่าววะ]

“ไอ้ห่านี่ กูไม่มีแบคกิ้งแทรคเว้ย!”

[โอ๊ยยย กูขอโทษ แต่เมื่อเช้ากูรีบมาก ก็เลยลืม จะให้เข้าไปบ้านอีกรอบก็คงไม่ทันแน่ๆ]

พี่เฟิร์สเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ก่อนจะหันมาถามผม

“เป็ด กีตาร์มึงยังอยู่ป่าว”

[อ้าว อยู่กับปอนด์เหรอ ปอนด์! พี่ยืมกีตาร์หน่อยสิ นะๆ พี่ลืมจริงๆ เดี๋ยวให้ค่ายืมใช้ด้วยนะปอนด์ ช่วยพี่หน่อยๆ] พี่คิสร่ายยาวทันทีเมื่อรู้ว่าผมมาด้วย

ยังไม่ทันที่ผมจะตอบอะไรออกไป คนขับรถข้างๆ ผมก็ชิงตอบออกไปซะก่อน

“โอเค เป็ดให้ยืมแล้ว รีบมานะมึงอะ”

[เย้ๆ ปอนด์ใจดีจัง เอ้อ ตั้งสายให้พี่ด้วยนะ] แล้วพี่คิสมันก็ตัดสายไป

“พี่เฟิร์ส ผมยังไม่ได้บอกเลยนะว่ามีกีตาร์รึเปล่าอะ” ผมหันไปว่าพี่เฟิร์ส

“มี พี่เชื่อว่าเป็ดคงไม่ทิ้งมันไปง่ายๆ หรอก แค่ฝุ่นอาจจะจับเพราะไม่ได้เล่น”

“แต่...”

“แค่กีตาร์เอง ยืมหน่อยๆ ช่วยคิสมันหน่อย พี่ไม่ได้ให้ปอนด์ไปร้องเพลงสักหน่อย” พี่เฟิร์สพูดออกมาเสียงอ่อนเป็นเชิงขอร้อง ก่อนจะพูดต่อออกมาอีกประโยคนึงเบาๆ จนผมแทบจะไม่ได้ยิน

“แต่ก็อยากให้ร้องนะ”



พี่เฟิร์สขับรถมายังบ้านผมที่ตอนนี้ยังดูเงียบสนิท เพราะแม่ยังไม่กลับมา และด้วยเหตุนั้นคนที่มาด้วยกันก็เลยถือวิสาสะเข้ามาในบ้านผม พี่เฟิร์สเดินตามผมขึ้นมาในห้องนอนด้วย พอผมเปิดประตูห้องไป เขาก็เดินเข้ามาสำรวจก่อนจะไปหยุดตรงกีตาร์โปร่งของผมตรงมุมห้อง

“ฝุ่นจับจริงๆ ด้วยแฮะ”

ก็แหงแหละ ไม่ได้เล่นตั้งหลายปีแล้วนี่นา

“เป็ดไปหาผ้ามา เดี๋ยวพี่จะเช็ดให้” เขาสั่งผม

“คะ...ครับ”

ผมลงไปหยิบผ้าสะอาดมาผืนนึงให้พี่เฟิร์ส พอส่งให้พี่มันก็นั่งเช็ดอย่างใจเย็นจนเสร็จ แล้วก็หิ้วมันไปใส่รถ ผมก็เลยล็อกบ้านแล้วขึ้นรถไป



พอมาถึงร้านก็เกือบทุ่มครึ่งแล้ว เห็นพี่เฟิร์สบอกว่าปกติพี่คิสจะมาตอนทุ่มนึงเพื่อเตรียมตัว ก่อนจะเริ่มเล่นจริงๆ ตอนทุ่มครึ่ง มาถึงพี่มันก็เอากีตาร์ไปวางไว้บนเวทีแล้วหันมาพูดกับผม

“ไม่ได้เล่นนานขนาดนี้แล้ว สายเสยมันหย่อนไปแล้วรึเปล่า เป็ดลองตั้งสายให้หน่อยได้มั้ย พี่เล่นดนตรีไม่เป็น”

ถึงจะไม่ค่อยอยากทำแต่มันก็ช่วยไม่ได้แฮะ

ผมนั่งลงบนเก้าอี้ที่วางอยู่เวที ก่อนจะหยิบกีตาร์โปร่งคู่ใจที่เคยใช้ทำมาหากินขึ้นมาดีดดูทีนึง ก็พบว่าเสียงมันแปร่งๆ ไปจริงๆ

“เป็ดตั้งสายไปนะ เดี๋ยวพี่ไปดูรอบๆ ร้านก่อน” พี่เฟิร์สว่าแล้วก็จากไป

เจ้ากีตาร์ตัวนี้มันก็เหมือนกับผมเลยแฮะ แต่นี่มันเป็นกีตาร์ ถึงมันเพี้ยนมันยังปรับยังจูนได้ ไม่เหมือนกับผม

“บ้าจริง นี่เราคิดอะไรอยู่วะเนี่ย”

ผมสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกก่อนจะเริ่มทำการปรับแต่งเสียงให้เข้าที่ แต่เนื่องจากว่าผมไม่ได้เล่นนานแล้วก็เลยจำไม่ได้ว่าเสียงแต่ละคีย์เป็นยังไง ก็เลยต้องโหลดแอปพลิเคชันมาช่วยในการจูนเสียง และดูเหมือนผมจะง่วนอยู่กับการตั้งสายกีตาร์อยู่นานมาก พอตั้งเสร็จเงยหน้าขึ้นมาอีกทีตอนนี้ลูกค้าหนาตาแล้ว



“อ้าว วันนี้มีนักร้องใหม่เหรอเนี่ย”

เสียงผู้ชายคนนึงที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะหน้าเวทีว่าขึ้นมา ผมจำเขาได้ เพราะเขาเป็นคนเดียวกับที่แซวพี่คิสเมื่อวาน ดูเหมือนเขาจะจำผมไม่ได้สินะ

“ปะ...เปล่าครับ” ผมปฏิเสธไป

“อะไรกันๆ ก็เห็นเซตอุปกรณ์อยู่ชัดๆ” เขาว่าต่อ เพื่อนๆ ของเขาที่มาด้วยกันก็เริ่มแซวผม เพราะคิดว่าผมคงจะตื่นเวที

“คือผม มะ...ไม่...”

“ไมค์ก็อยู่ข้างหน้าแล้ว ร้องหน่อยน่า คิสไม่มานี่ วันนี้พวกพี่ทำงานกันเหนื้อยเหนื่อย ก็อยากจะฟังเพลงเพราะๆ ไง”

ผมรู้ดีว่าพวกเขาไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร พวกเขาเป็นเพียงลูกค้าที่มาใช้บริการที่ร้านนี้และต้องการความบันเทิงด้วยแค่นั้นเอง

“ร้องเลย! ร้องเลย! ร้องเลย!”

ฤทธิ์แอลกอฮอล์จากขวดเบียร์ที่วางเรียงรายอยู่ทำให้แขกโต๊ะนี้คึกครื้นเป็นพิเศษ พี่คนเดิมเห็นว่าผมยึกยักไม่ยอมร้องสักทีก็เลยเดินมาคว้าไมค์ที่ตั้งอยู่กับฐานตรงหน้าผม เอามาใส่มือผมแทน

สายตาของผมจ้องมองไปที่ไมค์ตัวนั้นที่อยู่บนมือข้างขวาของผม มือไม้ก็เริ่มสั่น ผมเริ่มหายใจถี่ขึ้น เสียงเชียร์จากคนในร้านยิ่งกระตุ้นให้ผมรู้สึกกดดันเข้าไปอีก

ผมยกไมค์ขึ้นมาจ่อปากทั้งๆ ที่มือยังสั่นๆ ผมต้องบอกคนพวกนี้ก่อนว่าผมร้องไม่ได้

“คะ...คือ ผะ...ผะ...ผม”

ปากเริ่มพูดไป สายตาก็เริ่มพร่ามัว เริ่มมองอะไรไม่ค่อยชัด จากที่หายใจถี่อยู่แล้วก็ยิ่งถี่หนักยิ่งขึ้นไปอีก

และตอนนี้ร่างกายของผมก็เหมือนจะรับไม่ไหว…

ตึง!


“เป็ด!”               




โถ... เจ้าเป็ดน้อยที่น่าสงสาร

          อัปให้แล้วนะครับ สนุกไม่สนุก บกพร่องตรงไหนบอกกันได้นะครับ ส่วนตอนต่อไปก็แล้วแต่อารมณ์ครับ 55555 แต่คงไปเขียนลักกี้โอปป้าแน่ๆ ตอนนึงก่อนละ
          ปล.ตอนนี้อยากได้อิมเมจมากๆ แต่นึกใครไม่ออกเลย แงงงงง มีคนแนะนำให้ไปหาจาก Produce 101 SS2 แต่ชิวูไม่ได้ดู T_T
ชิวู 07/05/17

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 98 ครั้ง

476 ความคิดเห็น

  1. #442 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 10:39
    น้องกดดันน่าดูเลยนะนั้น
    #442
    0
  2. #255 Mistyblack (@Mistyblack) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 15:54
    ฮือออออ สงสาร
    #255
    0
  3. #149 MenMark (@lunatan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 12:05
    แอบร้องไห้ คือเข้าใจความรู้สึกเลย เพราะเราเป็นคนชอบร้องเพลงมากๆถ้าโดนแบบนี้คงไม่ไกวเหมือนกัน
    #149
    0
  4. #100 6002thecey (@pikipinocchio) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 15:57
    อิมน้องเป็ดตอนดีดกีตาร์นี่ถ้าเลือกเด็กในโปรดิวซ์101จริงๆ นี่คิดถึงจองเซอุนอ่ะ น้องดีดกีตาร์ได้นะ
    #100
    1
    • #100-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 4)
      6 กรกฎาคม 2560 / 20:13
      ไม่ทันละ จับลู่หานมาเรียบร้อยแว้วววว
      #100-1
  5. #12 dear jung (@mydear2) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 22:07
    ใน101ผู้เยอะจริงๆแหล่ะค่ะ ลองไปเปิดหาแนะนำแต่ละคนดูค่ะ จะมีรูปที่เขาทำกับประวัติคร่าวๆไว้อยู่ รออัพนะคะะ
    #12
    1
    • #12-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 4)
      7 พฤษภาคม 2560 / 22:10
      ไว้ไปลองดูนะครับ ฮ่าๆ เห็นในทวิตว่อนเต็มเลย หล่อๆ ทั้งนั้น
      #12-1
  6. #11 Nam_rattikan (@Nam_rattikan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 21:22
    โอ้ยยยพี่เป็ดของเค้าสู้ๆน้าาา ฮืออออ
    #11
    0
  7. #10 Prasitthiphon (@0933789979) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 17:17
    เจิมมม
    #10
    1
    • #10-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 4)
      6 พฤษภาคม 2560 / 17:39
      เจิมไว้ๆ รอหน่อยน่าจะหลายวัน แหะๆ
      #10-1
  8. #9 Nam_rattikan (@Nam_rattikan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 17:03
    เจิมมมมมมม
    #9
    1
    • #9-1 ชิวู (@chiwu) (จากตอนที่ 4)
      6 พฤษภาคม 2560 / 17:40
      จึกๆๆ เจิมไว้ๆ รอหน่อยน้า
      #9-1