Future From Me แอบรักก็ต้องอ่อย (Yaoi)

  • 100% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 1,180,968 Views

  • 16,126 Comments

  • 30,306 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    884

    Overall
    1,180,968

ตอนที่ 6 : อ่อยขั้นที่ 5 : รถไฟฟ้าไปหานะพี่นิวท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 160 ครั้ง
    27 ก.พ. 60

Future From Me แอบรักก็ต้องอ่อย (Yaoi)

- อ่อยขั้นที่ 5 : รถไฟฟ้าไปหานะพี่นิวท์ -


(เครดิตภาพจาก bangkok.com/bts )

        

        

         หลังจากผมโดนแม่อบรมเรื่องเสียงกรี๊ดสนั่นห้องไป ผมก็กลับมาจ้องสเตตัสพร่ำเพ้อของผมอย่างบ้าคลั่ง


         ผมทำตัวไม่ถูก ตอนแรกว่าจะลบ แต่ลบไปก็ไม่ทันอยู่ดี เพราะพี่นิวท์เห็นไปแล้ว


         แต่ถึงอยากลบก็ลบไม่ลงแล้วเว้ยยย เพราะพี่นิวท์มาไลค์เชียวนะ ไลค์จากพี่นิวท์อันมีค่า งื้อออ อ้ากกก ทำใจลำบากจริงๆ ผมไม่รู้จะรู้สึกอย่างไรดี ดีใจจนเป็นบ้าที่พี่นิวท์มาไลค์ แต่ก็อับอายมากจนอยากมุดดิน


         แต่ผมไม่ได้เขียนชื่อพี่นิวท์นี่นา พี่นิวท์คงไม่รู้หรอกมั้ง...มั้ง...มั้ง...


         ผมทำเนียนเมนท์ตอบไอ้ต้น เผื่อว่าจะช่วยแก้ไขความเข้าใจผิด


         Chanin Kunlakant เห้ย ไม่มีไร แค่ดูอนิเมะอินไปหน่อย


         ใครเชื่อไม่เชื่อไม่รู้เว้ย กูแก้ต่างเรียบร้อยก็พอ


         เห้ออออ แค่พี่นิวท์ไลค์สเตตัสผมแค่ครั้งเดียว ก็ทำผมฟินไปเป็นวัน





 

         ผมเองก็เคยถามตัวเองเหมือนกันว่าเริ่มชอบพี่นิวท์ตั้งแต่ตอนไหน แต่ผมกลับตอบไม่ได้เลย เพราะรู้ตัวอีกทีก็หลงรักพี่นิวท์ไปหมดใจซะแล้ว


         หากเริ่มจากตั้งแต่เหตุการณ์ของเรื่องน้ำหวาน หลังจากที่พี่นิวท์รับเค้กชิ้นนั้นของผม


         ผมก็พยายามคิดเปลี่ยนแปลงตัวเอง ผมเชื่อว่าตัวเองมองพี่นิวท์เป็นไอดอลม ผมอยากเป็นอย่างพี่นิวท์ เผื่อจะมีสาวน่ารักๆ มาชอบผมบ้าง ผมอยากจะหล่อ อยากจะเก่ง อยากจะป็อปปูล่า แต่หนังหน้ากับสมองมันไม่ค่อยอำนวย พยายามเท่าไหร่ก็ไม่เคยสำเร็จ หน่ำซ้ำยังโดนเพื่อนๆ กีดกันและกลั่นแกล้งไม่ต่างจากเดิม


         ตอนที่ผมขึ้นม.สี่ ผมตัดผมทรงใหม่ ตัดตามทรงแบบพี่นิวท์ ผมไม่อยากใส่แว่น แต่ผมพยายามใส่คอนแทคเลนส์แล้วมันสยองขวัญเกินไป ต้องถ่างลูกตาและยัดเลนส์ลงไป โชคร้ายสุดๆ คือ ตอนลองครั้งแรกก็เผลอเอานิ้วทิ่มลูกตาจนลืมตาไม่ขึ้นไปสามวัน 


         นับแต่นั้นผมก็ไม่กล้าคิดจะใส่คอนแทคเลนส์อีกเลย กลายเป็นโรคสยองคอนแทคแลนส์หรือกลัวเวลาเห็นใครถ่างตาให้ดู ผมทำได้มากสุดคือเปลี่ยนทรงแว่นให้ดูทันสมัยขึ้น เลือกเลนส์บางพิเศษให้มันดูไม่หนาเต๊อะ ทำให้จากเดิมผมเป็นไอ้เด๋อ เลยเปลี่ยนเป็นหน้าตาธรรมดา กลืนไปกับผู้คนจนเรียกว่าจืดจาง


         แต่เรื่องความฉลาดนั้นยังถือเป็นเรื่องยาก แต่ผมก็พยายามสุดความสามารถ ดั้นด้นขอแม่ไปเรียนพิเศษ เหนื่อยก็เหนื่อยนะ แต่ผมก็ไม่อยากกลับไปเป็นแบบเดิมอีกแล้ว ผมมีพี่นิวท์เป็นเป้าหมาย ผมอยากเป็นแบบพี่นิวท์ ถึงแม้ว่าพี่แกจะเทพเกินไปก็ตาม


         แม้ว่าผมจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเยอะ แต่ปัญหาเรื่องโดนกลั่นแกล้งก็ใช่ว่าจะหมดไป ถึงผมจะฉุดตัวเองขึ้นมาอยู่อันดับท้ายๆ ของห้องแจ็คตอนม.ปลายได้ แต่พวกเด็กห้องคละสมัยม.ต้นมันก็ยังจำผมได้ พวกมันเห็นผมเริ่มได้ดีนิดหน่อย ก็มีการบอกเรื่องราวต่อๆ บ้าง ใส่สีตีไข่ปั้นน้ำเป็นตัวว่าผมเอ๋อบ้าง ออทิสติกบ้าง ตุ๊ดบ้าง หื่นใส่สาวบ้าง ทั้งที่ไม่เป็นความจริงเลยสักนิด ทำให้เพื่อนบางคนในห้องพลอยไม่ยอมคุยกับผมไปด้วย ทั้งที่ผมพยายามมากขนาดนี้กว่าจะมาถึงจุดนี้ แต่ความซวยของผมก็ยังไม่หมดไปง่ายๆ


         อย่างไรก็ตาม ตอนที่ผมอยู่ม.สี่ ส่วนพี่นิวท์อยู่ม.ห้า ตอนนั้นเป็นช่วงรับสมัครประธานนักเรียนรุ่นต่อไป มีคนสมัครอยู่หลายคนและพี่นิวท์ก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งดูก็รู้ว่ายังไงพี่นิวท์ก็ต้องชนะอยู่แล้ว หน้าตาที่หล่อเกินขาด ความสามารถที่โดดเด่น อาจารย์ก็สนับสนุนเพราะเป็นนักเรียนห้องคิง เกรด 4.00 คะแนนรวมที่หนึ่งของสายชั้น และยังมีความสามารถพิเศษอื่นๆ ทั้งกีฬาบาสเก็ตบอล และเปียโน ใครมันจะไปสู้พี่นิวท์ได้ครับ


         ผมมองพี่นิวท์เป็นไอดอลก็จริง แต่ก็มีแอบเซ็งนิดๆ ว่าทำไมถึงได้สูงส่งขึ้นเรื่อยๆ จนผมไม่สามารถเอื้อมไปถึงสักที ตอนนั้นผมเลยตั้งใจว่าจะไม่เลือกพี่นิวท์ เพราะยังไงพี่นิวท์ก็ชนะขาด ผมตั้งใจว่าจะเลือกคนอื่นที่คิดว่าคนน่าจะเลือกน้อยมากกว่า


         จนกระทั่งวันหนึ่งที่เปลี่ยนความคิดผม ในวันที่พี่นิวท์ต้องพูดนโยบายก่อนเลือกตั้ง ผู้สมัครทุกคนก็พูดถึงแต่เรื่องพัฒนาการเรียน กิจกรรม สิ่งแวดล้อม ห้องเรียน นโยบายทั้งหลายต่างเป็นแง่บวกที่เชิญชวนให้ทุกคนมาเลือก แต่พี่นิวท์กลับพูดในเรื่องที่ต่างออกไป


         “ผมจะไม่พูดถึงเรื่องการพัฒนาโรงเรียนและกิจกรรม แต่ผมจะพูดถึงความสำคัญของความเป็นโรงเรียน โรงเรียนไม่ได้มีไว้เพื่อแค่เรียนหรือกิจกรรม แต่เป็น ‘สังคม’ เพื่อให้นักเรียนทุกคนได้รู้จักกัน ได้เจอเพื่อน ได้สร้างความสัมพันธ์ ได้มีความสุขในวัยเรียน เพราะเมื่อเติบโตขึ้นไป ความสัมพันธ์ในวัยทำงานคงไม่อาจบริสุทธ์เหมือนวัยอย่างพวกเราอีกต่อไป”


         นักเรียนหลายคนทำหน้างงกับนโยบายของพี่นิวท์ ถ้าไม่ใช่เพราะพี่นิวท์หน้าตาดีเสียงหล่อ ทุกคนคงเลิกสนใจไปแล้ว


         “ผมอยากจะเน้นพัฒนาสังคมของโรงเรียนครับ” พี่นิวท์ก็ยังพูดต่อไป


         “ถ้าผมได้เป็นประธานนักเรียน การกลั่นแกล้งในโรงเรียนจะไม่มีอีกต่อไป”


         พี่นิวท์พูดถึงตรงนี้ ผมถึงกับอึ้ง เห้ย นี่นิวท์พูดเรื่องอะไรเนี่ย ทำไมจู่ๆ ถึงมาเน้นเรื่องนี้ล่ะ ผมไม่เคยคิดว่าจะมีประธานนักเรียนรุ่นไหนสนใจเรื่องแบบนี้ด้วยซ้ำ เพราะคนที่ลงสมัครก็ล้วนเป็นตัวแทนห้อง เป็นใครที่ทุกคนชื่นชอบ เป็นที่รักของเพื่อนๆ พวกเขาไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกของคนที่ตกอยู่เบื้องล่าง โดนรุมแกล้ง และไม่มีเพื่อน


         “ผมอยากให้โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนที่น่าอยู่สำหรับทุกคน เพราะโอกาสเป็นวัยรุ่นมีแค่ครั้งเดียว หากผมได้เป็นประธานนักเรียน ผมจะตั้งสภาที่ปรึกษาสำหรับนักเรียนที่มีปัญหา และเพิ่มบทลงโทษให้กับผู้ที่รังแกเพื่อน ผมจะรับฟังนักเรียนทุกคนและหาทางแก้ไขปัญหาให้อย่างถูกทาง”


         แม้แต่ผู้ร่วมสมัครเลือกตั้งคนอื่นยังแปลกใจกับนโยบายของพี่นิวท์ จากเดิมที่ใครๆ มองว่าพี่นิวท์เป็นตัวเต็ง ทุกคนคงเริ่มเมินเฉย เพราะการเลือกนโยบายที่เป็นเสียงส่วนน้อยแบบนี้ จะดึงดูดให้น้องๆ มาเลือกได้อย่างไร


         “เพราะผมคือผู้สมัครที่มีโอกาสเป็นประธานนักเรียน ภายใต้ระบบของการเลือกตั้ง ถึงแม้ระบบนี้จะเน้นเสียงส่วนใหญ่ แต่สำหรับผม แค่หนึ่งเสียงก็มีความสำคัญ เพราะทุกคนล้วนเท่าเทียมกันไม่ใช่หรือครับ”


         หลายคนเริ่มพยายามคิดตามที่พี่นิวท์พูด รวมทั้งผมด้วย


         “ในขณะที่คนส่วนใหญ่กำลังมีความสุข ทุกคนเคยมองเห็นคนส่วนน้อย เคยมองเห็นคนที่มีความทุกข์ในโรงเรียนนี้มั้ยครับ ผมไม่ได้พูดปากเปล่าโดยไร้หลักฐาน ช่วงนี้ทุกคนคงจะเคยเห็นข่าวที่มีนักเรียนฆ่าตัวตายเพียงเพราะไม่มีเพื่อนหรือถูกเพื่อนแกล้ง ทุกคนคงไม่อยากให้โรงเรียนเราต้องเจอกับเรื่องโศกเศร้าแบบนั้นหรอกนะครับ”


         ผมคิดไปคิดมาก็ชักเห็นด้วย จริงด้วยสิ ปัญหาเรื่องการกลั่นแกล้งในโรงเรียนนี่มีมานานแล้ว ทุกโรงเรียนก็เจอเหมือนกัน แต่เป็นปัญหาที่ถูกละเลยมาตลอด คุณครูไม่เคยให้ความสำคัญเพราะเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย เพื่อนส่วนใหญ่ก็ตามน้ำตามสังคม เด็กที่ถูกแกล้งจึงได้แต่เก็บกดไว้คนเดียว ไม่กล้าบอกใครแม้แต่พ่อแม่ สังคมไม่เคยสนใจพวกเขา เพียงเพราะพวกเขาเป็นแค่เสียงส่วนน้อย


         “ผมไม่ได้ต้องการเป็นประธานนักเรียนเพียงเพราะผมอยากได้ตำแหน่ง แต่เพราะตำแหน่งนี้ทำให้ผมมีอำนาจที่จะช่วยเหลือเสียงส่วนน้อย


         “ผมพูดวันนี้ ไม่ใช่เพื่อให้ทุกคนเลือกผม ไม่ใช่เพราะผมอยากเป็นประธานนักเรียน แต่ผมกำลังเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมพัฒนาโรงเรียนนี้ให้เป็นสังคมที่ดีสำหรับทุกคน ผมไม่ได้เป็นตัวแทนของประธานนักเรียน แต่ผมเป็นตัวแทนของพวกคุณทุกคนครับ


         “ผมยินดีที่จะรับฟัง แม้ว่าคุณจะเป็นเพียงแค่หนึ่งเสียงของโรงเรียนนี้ก็ตาม ขอบคุณครับ”


         หลังจากพี่นิวท์กล่าวจบไป ความเงียบงันก็กลืนกินไปทั่วโรงเรียน จนกระทั่งมีคนๆ หนึ่งปรบมือ คนที่ตัวเล็กหน้าเอ๋อในแบบที่มักโดนรังแกอย่างผม จากนั้นก็มีคนที่สอง คนที่สาม คนที่สี่ ต่อไปเรื่อยๆ จนถึงผม เริ่มจากเสียงส่วนน้อยที่ปรบมือ และขยายวงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายแม้แต่เสียงส่วนใหญ่ของโรงเรียน หรือแม้แต่ผู้สมัครคนอื่นๆ ก็ปรบมือให้กับพี่นิวท์ ไม่สิ ปรบมือให้กับสังคมที่กำลังจะดีขึ้นสำหรับทุกคน


         จากเดิมที่ผมว่าจะไม่เลือกพี่นิวท์ เพราะพี่นิวท์ก็คงจะได้อยู่แล้ว ผมก็ตัดสินใจว่าคงไม่มีใครเหมาะที่จะเทคะแนนให้เท่ากับพี่นิวท์อีกแล้ว


         นับตั้งแต่ครั้งนั้น ความประทับใจของผมที่มีต่อพี่นิวท์ก็เพิ่มเท่าทวี


         หลังจากการแถลงนโยบาย พี่นิวท์ก็ได้รับเสียงท้วมท้นเป็นประธานนักเรียน พี่นิวท์ไม่ได้แค่พูดปากเปล่า แต่พี่นิวท์ลงมือทำจริงๆ การกลั่นแกล้งในโรงเรียนลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผมเองก็แปลกใจ ไม่คิดว่ามีนักเรียนที่มีปัญหาเรื่องเพื่อนจะมีเยอะมากขนาดนี้  พี่นิวท์ได้ช่วยให้สังคมในโรงเรียนนี้ดีขึ้น เพื่อนทุกคนเต็มใจคุยกับผมมากขึ้น ทั้งหมดนี้ทำให้ผมเห็นคุณค่าของตัวเอง ผมกลับมาเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น


         ผมควรจะเลิกยึดพี่นิวท์เป็นไอดอล เลิกตามพี่เขาสักที ผมเคยคิดในใจ ผมก็คือผมไม่ใช่เหรอ ผมจะเป็นแบบพี่นิวท์ได้อย่างไร


         แต่ถึงกระนั้น แม้ผมจะคิดแบบนั้น แต่ทำไมผมถึงยังมองพี่เขาอยู่ล่ะ แค่ได้ยินเสียงผมก็แทบจะหันไป แค่อยู่ห่างๆ ก็ต้องแอบมอง วันไหนไม่เห็นก็พยายามมองหา ผมไม่เข้าใจ ผมแค่อยากรู้ว่าพี่นิวท์ทำอย่างไรถึงดูดี เผื่อผมจะได้ทำมั่งไม่ใช่เหรอ แต่ตอนนี้ผมไม่ได้มีพี่นิวท์เป็นไอดอลแล้ว ทำไมผมยังทำแบบนั้นอยู่ล่ะ


         เวลาที่พี่นิวท์หันมาหรือเข้ามาใกล้ ผมจะพยายามก้มหน้าเดินหลบ แต่หากต้องเดินผ่านพี่นิวท์อย่างเลี่ยงไม่ได้ ผมก็ต้องเผลอจัดเสื้อและผมเผ้าของตัวเอง ทั้งที่ผมมั่นใจว่าพี่คงไม่มองผมหรอก


         ทุกครั้งที่ผมได้เจอพี่นิวท์ ได้ยินเสียงพี่นิวท์ ผมก็จะเผลอยิ้มโดยไม่รู้ตัว รู้สึกทุกอย่างรอบตัวมันช่างสดใส จนแม้แต่โดนขัดขาล้มก็ยังยิ้มได้ ทำไมกัน ไม่ใช่เพราะว่าผมได้เห็นพี่นิวท์เลยมีแรงบันดาลใจพัฒนาตัวเองหรอกเหรอ ยิ่งตอนที่ทำปากกาหล่นนี่ชัดเจนมาก ผมเป็นคนซุ่มซ่าม เรื่องทำของหล่นเป็นปกติ เวลามีใครเก็บให้ ผมก็แค่ขอบคุณ แต่พอเป็นพี่นิวท์ ผมกลับรีบรับมาแล้ววิ่งหนีไป มันคืออะไรกัน


         นอกจากนี้ ที่ผมไม่คาดคิดคือ ผมรู้เรื่องของพี่นิวท์ทุกเรื่อง รู้ทั้งชื่อเฟซบุ๊ค รู้ส่วนสูง น้ำหนัก วันเกิด รู้ว่าชอบดื่มกาแฟลาเต้ รู้ว่าชอบสั่งข้าวผัดเป็นอาหารกลางวัน รู้ว่าชอบสีฟ้า รู้ว่าชอบสัตว์พวกหมาแมว รู้ว่าชอบออกกำลังกายยามว่าง รู้ว่าชอบดูหนังสืบสวน รู้ไปจนถึงที่อยู่บ้าน เวลามีใครพูดถึงพี่นิวท์ พูดอะไรเกี่ยวกับพี่นิวท์ ก็แทบจะไม่มีเรื่องไหนที่ผมไม่เคยรู้มาก่อน บางเรื่องซึ่งเป็นข่าวใหม่ล่าสุดอย่างเช่นพี่นิวท์แข่งวิชาการได้เหรียญทอง ผมคงรู้ก่อนพี่นิวท์อีกมั้ง เพราะผมแทบจะเฝ้าเว็บไซต์ รีเฟรชทุกๆ ห้านาที จนมันอัพโหลดประกาศผล


         ยิ่งไปกว่านั้นเวลาผมได้ยินว่าผู้หญิงคนไหนแอบชอบพี่นิวท์ ผมมักจะหงุดหงิดเสมอ ตอนแรกผมคิดว่าคงแค่อิจฉาและอยากมีคนมาชอบบ้าง แต่ไปๆ มาๆ ผมก็พาลไปไม่ชอบหน้าพี่รองประธานสุดสวยซึ่งสนิทกับพี่นิวท์ไปด้วย พี่เขาทั้งสวยและเก่ง ผมควรจะชอบพี่เขาสิ แต่ทำไมต้องไม่ชอบพี่เขาด้วยล่ะ


         ผมไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับผมกันแน่ หนักที่สุดคือ ไอ้ปากกาด้ามนั้นที่พี่นิวท์เคยเก็บ แค่ผมมองมัน...ผมก็ทำเรื่องอย่างว่าจนเสร็จได้


         ผมเริ่มตระหนักว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างผิดปกติ แต่ผมไม่รู้จะปรึกษาเรื่องนี้กับใคร แม้เพื่อนในห้องทุกคนก็ดีกับผม แต่ผมก็ไม่สนิทถึงขั้นนั้น ผมจึงได้แต่ถามเนียนๆ กับไอ้โพธิ์พี่ชายผม


         พี่โพธิ์เป็นพี่ชายที่ตรงข้ามกับผมทุกประการ มันหน้าตาดี เรียนเก่ง สาวติดตรึม ราวกับมันแย่งข้อดีทุกอย่างไปแล้วทิ้งข้อเสียไว้ให้น้องอย่างผมแทน พี่โพธิ์เป็นรุ่นเดียวกับพี่นิวท์ แต่พี่โพธิ์เกิดก่อนพี่นิวท์ พี่โพธิ์ไม่ชอบด้านหมอ เลยไปเรียนด้านวิศวะ แถมสอบได้ทุนเต็มจำนวนไปเรียนมหาลัยดังที่ต่างประเทศอีกต่างหาก


         ตอนนั้นพี่โพธิ์ยังอยู่ไทย ผมเลยมีโอกาสถาม


         “ไอ้โพธิ์ ปรึกษาหน่อยดิ”


         “มีอะไร เรียกกูไอ้ เดี๋ยวมึงโดน” พี่โพธิ์แกเป็นงี้ล่ะ ไม่ค่อยจะเป็นพี่ชายแสนดีกับน้องเท่าไหร่   “เอ่อ พี่โพธิ์ คือ สมมตินะสมมติ เป็นเรื่องของเพื่อนของเพื่อนอีกทีนะ” ผมก็เนียนไปงั้น เพราะพี่โพธิ์มันเป็นคนขี้แกล้ง อย่าให้มันรู้อะไรมาล้อเลียนผมเชียว


         “เอ่อ ว่ามา”


         “เพื่อนบอกว่ามีอาการประหลาดที่ชอบมองคนๆ หนึ่งตลอดเวลา พอเขาไม่อยู่ก็ชอบมองหา แต่เขาพอมาใกล้ก็กลับหลบหน้า ไม่กล้าคุย ไม่กล้าสบตา ทำตัวไม่ถูกเวลาเจอ แต่เวลาได้เจอแล้วอารมณ์ดี เหมือนโลกสดใส นอกจากนี้ยังรู้ทุกเรื่องของคนนั้นดีที่สุดด้วย แล้วก็มีอาการไม่พอใจเวลามีคนอื่นมาเข้าใกล้” ผมลองเล่าอาการของผมกับพี่นิวท์ทั้งหมดยกไป ยกเว้นเรื่องปากกาน่าอัปยศนั่น


         “มึงยังต้องถามอีกเหรอ ไอ้อาการแบบนี้เด็กประถมเห่อหมอยก็ตอบได้แล้วเว้ย” พี่โพธิ์ตอบพาลทำหน้าหงุดหงิด


         “หา? แล้วมันคืออะไรอ่ะ”


         “ก็อาการตกหลุมรักไง ง่ายจะตาย”


         หา...ตก...หลุม...รัก...


         ผม...ตก...หลุม...รัก...พี่นิวท์?!


         เห้ยยย มันจะเป็นไปได้ไง! ผมเป็นผู้ชายนะ แล้วพี่นิวท์ก็เป็นผู้ชายด้วย


         “เห้ยยย ไม่มั่ง พี่โพธิ์ มึงมั่วแล้ว”


         “สัส มาถามกู แล้วหากูมั่ว มึงนั่นล่ะมั่ว เรื่องของเพื่อนของเพื่อนมึงเหรอ ถุย เรื่องของมึงเองน่ะดิ ไม่ต้องมาอ้างเพื่อน”


         “ม...ไม่ใช่เว้ยยย” เชี่ยแล้ว พี่โพธิ์แม่งฉลาดเกินไปจนน่ากลัว


         “งั้นไหนบอกมาดิเพื่อนคนไหน มึงเคยมีเพื่อนด้วยหรือไง”


         กรรม เสือกแทงใจกูอีก


         แต่โชคดีที่พี่โพธิ์ไม่ได้ถามต่อว่าใครหรือยังไง พี่แกเพียงพูดว่าวัยนี้ก็ป็อปปี้เลิฟเดี๋ยวก็รักๆ เลิกๆ ไปเอง ตอนแรกผมก็คิดแบบนั้นนะ แต่ดูเหมือนยิ่งนานวันผมกลับยิ่งชอบพี่นิวท์มากขึ้น ยิ่งเขินมากขึ้น ไม่กล้าสบตามากขึ้น แถมหนักสุดคือทำไอ้อย่างนั้นด้วยการจิ้นปากกาบ่อยขึ้น...


         กูต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ


         ยิ่งตอนพี่นิวท์จบม.6 แล้วต้องเข้ามหาลัย ผมนี่ซุกหมอนร้องไห้ทุกวันจนแม่ถามว่าเป็นอะไร ผมก็ต้องโกหกไปว่าเครียดเรื่องสอบ ก็เครียดจริงๆ นี่นา เพราะพี่นิวท์ดันเข้ามหาลัยโหดขิงที่สุดของประเทศไทย แล้วอย่างผมจะตามไปได้ไง


         ผมคิดพร่ำเพ้อถึงพี่นิวท์ทุกวันอย่างอดไม่ได้ บางครั้งเลิกเรียนก็ตามไปส่องที่คณะบ่อยๆ จนแม่ถามว่าทำไมกลับเย็น ก็ต้องโกหกแม่ไปว่าอ่านหนังสืออยู่ห้องสมุดโรงเรียน (แต่จริงๆ ผมก็เอาการบ้านไปทำระหว่างส่องพี่นิวท์นะ)


         แต่ก็อย่างที่ว่า เหมือนสวรรค์คงเห็นใจ ตั้งแต่เกิดมาผมมันก็ไม่เคยเจอเรื่องดีๆ ผมก็เลยได้เจอคณะที่คะแนนต่ำไม่มีคนสนใจอย่างคณะโภชนาการ ตอนแรกพ่อก็คัดค้าน พี่โพธิ์ก็คัดค้านบอกมาเรียนต่างประเทศดีกว่าอย่างนั้น เดี๋ยวพี่โพธิ์ช่วยหาทุนให้ (แต่ภาษาผมโง่ขนาดนั้นอ่ะนะ) แต่คุณแม่ช่วยเกลี่ยกล่อมด้วยเหตุผลว่า มหาลัยนี้เป็นมหาลัยชื่อดัง คนส่วนใหญ่เรียนจบมาก็ทำงานไม่ตรงสายทั้งนั้น เน้นเอาชื่อมหาวิทยาลัยไว้ก่อนน่าจะดีกว่า ทุกคนก็เลยยอมให้ผมเข้าเรียนตามผู้ชาย เอ้ย เข้าเรียนตามคณะที่ผมเลือก


         สุดท้าย ผมก็ตระหนักได้ถึงความจริง ผมคงปฏิเสธตัวเองไม่ได้อีกต่อไป


         ว่าผมชอบพี่นิวท์อย่างบ้าคลั่งจนตามอ่อยถึงทุกวันนี้





        

       CH@rL!e : มึงกูคิดถึงพี่นิวท์อ่ะ ไม่ได้เจอพี่เขาตั้งหนึ่งวัน


       ความคิดถึงพร่ำเพ้อของผมถูกส่งต่อไปยังผมในอนาคต


         กูในอนาคต : คิดถึงก็ไปบอกพี่เขาดิ


         CH@rL!e : มึงจะบ้าเหรอ พี่เขาจะบล็อกกูน่ะสิ


         ผมในอนาคตก็ชอบชงให้ผมอ่อยข้ามขั้นตลอด เห้อ เพราะผมเหงาๆ เซ็งๆ ผมก็เลยอยากหาเรื่องคุยกับตัวเองในอนาคต


         CH@rL!e : เออ มึง กูคิดไปคิดมามันคาใจว่ะ กูไม่เข้าใจตัวเอง


         กูในอนาคต : เรื่องอะไร


         CH@rL!e : มึงมาเสี้ยมให้กูอ่อยพี่นิวท์ ทั้งที่มึงแต่งงานแล้ว มึงไม่รักคนที่แต่งงานด้วยเหรอวะ


         มันเงียบไปสักพัก แล้วตอบกลับมา


         กูในอนาคต : มันก็เหมือนกับทางแยกของชีวิตล่ะมั้ง ตัวกูในตอนนี้ คือกูที่ไม่ได้มีชะตาชีวิตบรรจบกับพี่นิวท์ เคยชอบแล้วเลิกชอบ ไม่ได้ลงเอยกัน สุดท้ายกูก็เลือกแต่งงานกับคนอื่นที่กูเจอทีหลัง


         กูในอนาคต : แต่กูก็คิดว่า ถ้ากูในอดีตได้สมหวังกับพี่นิวท์ ตอนนี้ชีวิตกูจะเปลี่ยนไปหรือเปล่า


         กูในอนาคต : ทุกอย่างก็ขึ้นกับมึงอ่ะ มึงเป็นคนเลือก


         CH@rL!e : เห้ย ทำไมพูดซะ กูกดดันเลยว่ะ


         กูในอนาคต : กูก็คงบังคับมึงไม่ได้ ถ้ามึงเจอคนนั้น แล้วมึงก็ยังเลือกที่จะแต่งงานกับคนนั้น ทั้งที่มึงสมหวังกับพี่นิวท์แล้ว นั่นก็เป็นการตัดสินใจของมึงเอง


         กูในอนาคต : แต่กูก็อยากให้กูในอดีตพยายามให้ถึงที่สุด แล้วไม่ต้องมานั่งเสียใจที่ไม่ได้ทำอะไรเลยทีหลัง


         ผมฟังมันพูดขนาดนี้แล้ว ผมก็ยิ่งทวีความอยากรู้มากขึ้น


         CH@rL!e : แล้วคนนั้นที่มึงพูดถึงอ่ะ คนที่กูจะแต่งงานด้วยเป็นใครวะ ใบ้หน่อยดิ


         กูในอนาคต : เอาจริงๆ กูไม่อยากบอก กูอยากให้มันถึงเวลาของมันเอง ตอนนี้มึงชอบพี่นิวท์ไม่ใช่เหรอ มึงก็ทำในส่วนนี้ให้ดีที่สุดในปัจจุบันสิ


         CH@rL!e : แต่กูอยากรู้จริงๆ นะ มึงพูดมาขนาดนี้ มันคาใจโคตรๆ


         กูในอนาคต : กูบอกแล้ว เดี๋ยวมึงก็ได้เจอ ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงก็ไม่เกินสิ้นปีนี้หรอก


         อ้ากก เร็วขนาดนั้นเลย ผมเครียดในใจ


         CH@rL!e : มึงใบ้สักนิดให้กูทำใจหน่อยสิ


         กูในอนาคต : มึงเคยเจอแล้ว คนนั้นอ่ะ


         CH@rL!e : หาาาา ใครว้าาา


         กูในอนาคต : กูบอกได้แค่นี้ล่ะ


         เชี่ยอะไรนี่ มันทำผมเครียดโคตร พูดมาแบบนี้ ผมถึงกับต้องทิ้งตัวนอนลงบนเตียง คิดฟุ้งซ่านอะไรมากมายหลายอย่าง จนกระทั่งมันทักกลับมาอีกรอบ


         กูในอนาคต : มึงบอกคิดถึงพี่นิวท์ อยากเจอพี่นิวท์หรือเปล่า


         CH@rL!e : ก็อยากดิ


         ถึงมันจะพูดให้ผมเครียด แต่อย่างผม เครียดไม่กี่ชั่วโมงเดี๋ยวก็กลับมารั่วเหมือนเดิมแล้วล่ะมั้ง


         กูในอนาคต : กูดูไทม์ไลน์พี่นิวท์ พี่นิวท์โพสต์สเตตัสวันพรุ่งนี้เช้าทำนองว่า ไม่ได้ขึ้นรถไฟฟ้ามานานแล้ว


         CH@rL!e : หา เกิดอะไรขึ้น พี่นิวท์ไม่ได้ขับรถเหรอ


         กูในอนาคต : เพื่อนพี่นิวท์ก็มาเมนท์ถามเหมือนกัน พี่นิวท์เลยตอบว่าแม่พี่นิวท์เพิ่งขายรถ กำลังรอจองรถใหม่ เลยขอยืมรถพี่นิวท์ไปใช้ชั่วคราว พี่นิวท์เลยต้องนั่งรถไฟฟ้าแทน


         CH@rL!e : อ้าว พี่นิวท์ไม่ได้นอนหอเหรอ


         กูในอนาคต : รู้แล้วยังจะถามอีก พี่นิวท์ชอบกลับบ้านวันหยุดไง


         เอ่อ จริงแหะ ปกติแล้วถ้าผมว่าง ผมจะชอบตามสโตรกเกอร์พี่นิวท์ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ปกติพี่นิวท์อยู่บ้าน เพิ่งย้ายมาหอตอนปีหนึ่งเทอมสอง บางทีผมก็แวะไปส่องๆ ส่องจนรู้ว่าวันเสาร์อาทิตย์ บางทีพี่นิวท์ชอบกลับบ้าน


         บ้านพี่นิวท์ผมก็รู้ว่าอยู่ที่ไหนนะ มันไกลคนละทิศกับผมเลย โชคร้ายที่ผมเข้าไปส่องบ้านพี่นิวท์ไม่ได้ เพราะมันเป็นหมู่บ้านปิดที่ต้องแลกบัตร ระบบรักษาความปลอดภัยโคตรจะเข้ม โฮกกกก


         แต่จะว่าไป ผมก็ยังไม่เข้าใจว่าตัวเองในอนาคตมาบอกเรื่องนี้ทำไม


         CH@rL!e : เอ่อ จริง กูเข้าใจละ แต่พี่นิวท์ไม่มีรถใช้แล้วมึงมาบอกกูเพื่อ กูคงจะขับรถไปรับส่งพี่เขาได้หรอกนะ ใบขับขี่กูยังสอบไม่ผ่านเลย ปิดเทอมว่าจะไปเรียนใหม่อยู่


         กูในอนาคต : มึงนี่สมองช้าจังว่ะ ก็มึงก็ไปรถไฟฟ้าไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ทำเนียนสบโอกาสไปเจอพี่นิวท์ล่ะ


         เอ่อ จริงด้วย ผมถึงกับเบิกตาโต เดทบนรถไฟฟ้าด้วย


         รถไฟฟ้าไปหานะพี่นิวท์ ว้ากก แต่มันก็ดูประหลาดอยู่นะ


         CH@rL!e : แต่กูจะเจอพี่นิวท์ได้ไงอ่ะ


         กูในอนาคต : อ้าว มึงก็รู้ว่าบ้านพี่เขาอยู่ใกล้สถานีหมอชิต มึงก็ไปรอพี่เขาที่หมอชิตสักเจ็ดโมง เพราะพี่เขาโพสต์สเตตัสตอนเจ็ดโมงกว่าๆ พอดี


         โห้ยย มีตัวเองในอนาคตคอยส่องพี่นิวท์แบบนี้ก็สุดยอดเลยอ่ะ


         แต่ถึงกระนั้นก็เถอะ


         CH@rL!e : แต่บ้านกูอยู่วงเวียนใหญ่ คนละสายเลยนะมึง


         กูในอนาคต : อยากอ่อยก็ต้องลงทุนหน่อยดิ


         CH@rL!e : ไม่ แต่ถ้ากูไปหมอชิต กูจะเอาอะไรมาอ้างถ้าเจอพี่เขาล่ะ


         กูในอนาคต : มึงก็อ้างว่าขึ้นรถผิดสายดิ


         CH@rL!e : ผิดสายซะไกลเลยนะมึง


         กูในอนาคต : ไม่งั้นมึงก็ตามเขาอยู่ห่างๆ แล้วค่อยไปเนียนทักตอนถึง


         CH@rL!e : นี่มึงสอนให้กูอ่อยหรือเป็นสโตรกเกอร์


         กูในอนาคต : ทั้งสองอย่าง


         CH@rL!e : ถุย





 

         เช้าวันจันทร์ผมมานั่งรอสถานีหมอชิต ผมหยิบหนังสือมากางแล้วส่องหาพี่นิวท์ไปด้วย ผมไม่อยากให้พี่นิวท์เห็นผมก่อน ผมกะว่าจะทำเนีียนสร้างสถานการณ์บังเอิญว่าเจอกันที่รถไฟฟ้าเหมือนบุพเพสันติวาส


         นั่นไงพี่นิวท์ ผมเห็นแล้ว


         พี่นิวท์เดินมาในชุดนิสิตแพทย์พร้อมกระเป๋าสะพายข้างหนังสีดำ หน้าตาพี่นิวท์ดูง่วงๆ ต่างจากปกติ คิดว่าคงเป็นเพราะวันนี้ตื่นเช้า แต่กระนั้นเถอะ พี่นิวท์เดินไปไหนก็มีแต่คนเหลียวมอง หล่อเหลาตัวสูงออร่าเจิดจรัสขนาดนั้น คงมีเข้าใจผิดคิดว่าเป็นดารา


         ผมเนียนยืนรอรถไฟฟ้ารักษาระยะห่างพอสมควร ระหว่างพี่นิวท์ยืนก็มีหาวบ้างขยี้หัวบ้าง คิดว่าคงง่วงจัดจริงๆ แต่ถึงกระนั้นมันก็ช่าง อร๊างงง หล่อเหลาตัลล้ากโดนใจใบชามากมาย


         ผมเห็นพี่นิวท์หยิบมือถือขึ้นมา ถ่ายรูปสถานีรถไฟฟ้าที่เต็มไปด้วยผู้คน จากนั้นก็พิมพ์ข้อความในมือถือ


         ผมมองดูนาฬิกาเจ็ดโมงห้านาที ผมในอนาคตมันเผือกตารางชีวิตพี่นิวท์ผ่านเฟซบุ๊คใช่มั้ย ผมก็เลยเปิดดูว่าพี่นิวท์โพสต์อะไร


         เห้ยยย โพสต์จริงด้วย! โพสต์พร้อมรูปที่ถ่ายในสถานีด้วย!


         Kritanai Newt Akarawaranon

         ไม่ได้ขึ้นรถไฟฟ้านานแล้ว คนยังแน่นเหมือนเดิมเลย


         จากนั้นไม่นานก็มีคนมาไลค์เพียบ และมีพี่เป้กับพี่ภูมิเจ้าเก่ามาเมนท์เหมือนเคย


         Pachara Pae Angsana เห้ย เกิดอะไรขึ้นวะ ปกติมึงขับรถมาไม่ใช่เหรอ เวลานี้รถไฟฟ้าคนอย่างแน่นอ่ะ


         Phuphom Wathana แหม คุณหมอนิวท์สุดหล่อมาขึ้นรถไฟฟ้าเล่น อวดความหล่อหรือครัช


         พี่เป้กับพี่ภูมินี่ลึกๆ เป็นติ่งพี่นิวท์หรือเปล่านิ เห็นตามไลค์ตามเมนท์ทุกสเตตัสเลย


         ผ่านไปสักพักพี่นิวท์ก็ตอบ


         Kritanai Newt Akarawaranon แม่กูจะซื้อรถใหม่ รอจองยังไม่ได้สักที กูเลยต้องเอารถให้แม่ยืมใช้


         โอ้ ผมอ่านแล้วกะพริบตาอึ้งๆ เหมือนกับที่ผมในอนาคตพูดจริงๆ ด้วยแหะ


         แต่ผมยังไม่ทันได้ทำไรต่อ รถไฟก็มาแล้ว ผมเข้าประตูถัดจากพี่ินิวท์ ยืนให้ไม่ห่างและไม่ใกล้ไป ผมเผลอยิ้มโดยไม่ได้ตั้งใจ ตอนนี้ผมกับพี่นิวท์อยู่บนรถไฟฟ้าขบวนเดียวกันแล้ว ผมยืนหลบเสาตรงมุม ส่วนพี่นิวท์ใช้มือหนึ่งยืนจับราว ส่วนอีกมือเปิดชีทอ่านไปด้วย


         เห้ออ แค่ได้มองพี่นิวท์ก็สุขใจ คนอะไรช่างหล่อเหลาปานเทวดาแบบนี้ แค่ได้มองห่างๆ มองอยู่ทุกวัน ผมก็มีความสุขแล้วนะ


         ผมแอบเพ้อมองพี่นิวท์ จนกระทั่งรถไฟฟ้าจอดสถานีหนึ่ง ซึ่งมีฝูงชนแห่เข้ามาจนแน่นขนัด ทำให้ผมถูกดันไปตรงกลาง


         เหวยยยยยย! ผมตกใจดิ เพราะว่าพี่นิวท์ก็ถูกดันมาเหมือนกัน


         ตอนนี้พี่นิวท์กับผม...ยืนอยู่ชิดกัน! แต่พี่นิวท์หันไปอีกทางเลยไม่ทันได้เห็นผม


         แต่ผมนี่สิ อ้ากก ควรทำไงดี


         ผมกับพี่นิวท์เราแนบชิดด้วย เฮื้อกกก ตั้งแต่แอบชอบมาห้าปี ผมก็ไม่เคยอยู่ใกล้พี่นิวท์ขนาดนี้พี่นิวท์...ทำไมหอมจัง พี่นิวท์ใช้สบู่อะไร แชมพูอะไร ผมอยากซื้อไปใช้มั่ง เผื่อจะได้มีกลิ่นพี่นิวท์ติดตัวตลอดเวลา


         ผมอยากจะร้องเพลงจริงๆ พร่ำเพ้อจริงๆ


         …เวลานี้ก็มีเพียง เราที่อยู่ใกล้กัน

         เกือบชิดจนสัมผัส เธอนั้น...


         ผมไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น พี่นิวท์หันไปอีกทาง ผมเลยขอเนียนซบหลังพี่นิวท์ละกัน พี่นิวท์คงไม่สงสัยหรอกมั้งเพราะคนแน่น แถมพี่นิวท์ก็ตัวสูงชะลูด ผมเตี้ยซะขนาดนี้


         ...ฉันคิดว่ามันคงดี ถ้าเราได้ยืนห่างๆ

         โดยไม่ชิดจนเกินไป อาจทำให้ใจลอย...


         แผ่นหลังของพี่นิวท์ อ้ากกก แผ่นหลังพี่นิวท์


         ชิบละ เลือดกำเดากูจะไหล หยิบทิชชู่ก่อน


         …คนที่ไหน เธอมาเป็นแฟนฉันมั้ย

         มันคงพูดยากเกินไป โอว เธอ เธอ...


         ผมยืนอิงแอบซบหลังพี่นิวท์จนเคลิ้ม เผลอนึกภาพฝันว่ามีแค่เราสองคนในรถไฟขบวนนี้ โอว โอว


         จนกระทั่งถึงสถานทีที่ทุกคนทยอยกันออกไป ผมรอให้พี่นิวท์ออกไปก่อน แล้วผมก็ค่อยตามไป แล้วผมก็ตัดสินใจเรียกพี่นิวท์


         “พี่นิวท์ สวัสดีครับ” ผมทำเนียนทัก ทำให้พี่นิวท์หยุดเดินแล้วหันมามองตามเสียง พอพี่นิวท์เห็นผมแล้วส่งรอยยิ้มเพชรฆาตละลายโลกมาอีกตามเคย


         “อ้าว น้องชา สวัสดีครับ เรียนเช้าเหมือนกันสินะ” พี่นิวท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนเพ้อฝันจนผมถึงกับตัวเซไปเล็กน้อย


         “ครับ” ผมตอบก่อนจะทำเนียนทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว “พี่นิวท์ไม่ขับรถมาเหรอครับ”


         “อ๋อ ช่วยชาติประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง เลยใช้รถสาธารณะน่ะ”


         โอ้โห้ คำตอบพี่นิวท์ทำผมอึ้งไม่เบาแหะ


         “ฮ่าฮ่า” พี่นิวท์เห็นผมเงิบเลยหัวเราะ “จริงๆ แล้วแม่พี่ยืมรถไปใช้ชั่วคราวน่ะ”


         “อ๋ออออ” ผมพยักหน้าเบาๆ ก็เหมือนกับที่พี่นิวท์โพสต์ในเฟซบุ๊คล่ะนะ


         ระหว่างที่กำลังเดินจากสถานีรถไฟฟ้าไปมหาลัย ด้วยความที่ปากมันคันมากเลยเผลอหลุดถามออกไป


         “พี่นิวท์หล่อขนาดนี้ ทำไมถึงยังไม่มีแฟนล่ะครับ”


         เชี่ยยย กูจะเปิดประเด็นนี้ทำไมมม ผมกัดปากตัวเอง เดี๋ยวพี่เขาก็จำเรื่องสเตตัสเอ็งได้หรอก ไอ้ชาเลย


         พี่นิวท์หันมามองผมพลางเลิกคิ้ว เหมือนแปลกใจที่จู่ๆ ผมถามเรื่องนี้


         แต่ผมกลับแปลกใจกว่าตรงที่โดนพี่นิวท์ถามกลับ


         “แล้วน้องชามีแฟนหรือยังล่ะครับ”


         เห้ย...เห้ยยย! เล่นเอาผมหยุดเดินไปชั่วก้าว


         พี่นิวท์ถามแบบนี้...หมายความว่าไง! ทำเอาผมใจเต้นตึกตัก


         “โห้ย ผมมันไม่หล่อจะมีแฟนได้ยังไง แหะๆ” ผมตอบไปเขินไป ในใจก็ยังสงสัยพี่นิวท์ถาด้วยว่ากูมีแฟนยัง ว้ากกก พี่นิวท์คิดอะไรกับกูหรือเปล่าว้า


         พี่นิวท์ฟังแล้วก็ยิ้มๆ พลางพยักหน้า         


         “พี่หล่อ พี่ก็ยังไม่มีแฟน”


         หืม? ผมหันไปมองพี่นิวท์พลางกะพริบตาปริบๆ


         “หน้าตาดีกับมีแฟนไม่เกี่ยวกันหรอก” พี่นิวท์เอ่ยพลางยกมือขึ้นลูบคาง ส่วนผมก็เอียงคอไปมางุนงงสักพัก


         “ก็พี่นิวท์หน้าตาดี ก็ต้องมีคนมาชอบเยอะนี่ครับ” ผมยังคงไม่เข้าใจว่าพี่นิวท์ตั้งใจจะบอกอะไร


         “ก็เยอะจริง” พี่นิวท์ก็ตอบแบบไม่ถ่อมตัว


         “แล้วพี่นิวท์ไม่เคยชอบใครบ้างเหรอครับ” ผมทำใจกล้ายิงคำถามนี้กลับไป


         พี่นิวท์ได้ยินก็ชะงัก พี่นิวท์เหลือบมองผมด้วยสายตาคมกริบ


         “ถามพี่แบบนี้ จะจีบพี่เหรอครับ”


         เหวย! ผมช็อคตาโต จู่ๆ ใบหน้าก็ร้อนผ่าว


         อย่าบอกนะว่าพี่นิวท์รู้แล้วว่าผมน่ะ...


         “ฮ่าฮ่า” ทว่าพี่นิวท์ก็หัวเราะ ก่อนจะเม้มปากแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง


         “พี่คิดว่าพี่เป็นประเภทที่ชอบใครยากอยู่นะ”


         “โห้ย ก็พี่นิวท์เพอร์เฟ็กต์แบบนี้ ก็คงยากที่จะมีคนคู่ควรล่ะครับ” ผมพูดพึมพำ เหมือนพี่นิวท์จะได้ยินจึงขมวดคิ้ว


         “แต่ถ้าพี่ชอบใครแล้ว พี่จริงจังนะครับ” พี่นิวท์หันมาสบตากับผม ไม่รู้ทำไม ทั้งคำพูดและสายตาของพี่นิวท์ ทำเอาผมเผลอหน้าแดงจัด


         จากนั้นพี่นิวท์ก็ทำหน้าเหมือนครุ่นคิด แล้วพูดเปรยๆ ทีเล่นทีจริง


         “พี่ก็เลยรอคนมาอ่อยอยู่มั้งครับ ฮ่าฮ่า”


         ผมรู้สึกเหมือนร่างกายอ่อนปวกเปียกทันควัน


         แล้วถ้าผมบอกว่ากำลังอ่อยพี่นิวท์อยู่ พี่นิวท์จะยอมให้ผมอ่อยมั้ยครับ?


-

 

เครดิตเนื้อเพลง

สถานีดวงจันทร์ - วัชราวลี





Writer's Talk

มาถึงตอนนี้เราก็คิดว่าได้แฮชแท็คประจำนิยายเรื่องนี้ซะแล้ว 5555555+ มีถึงสองอันด้วยกัน

#ใบชาสายอ่อย        #พี่นิวท์อ่อยกว่า

อันหลังนี่มันอะไรกันนนน 555555+ สรุปใครอ่อยใครกันเนี่ยสับสนแล้วนะ หุหุ


Twitter เราก็มีน้า ชื่อไอดี colourfulearth จ้า


รักผู้อ่านจ้า

EarthLok

ล.โลกลัลล้า




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 160 ครั้ง

107 ความคิดเห็น

  1. #16024 Salintip Thongsuwan (@namkhing365) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 19:04
    อยากได้หนังสืออ่ะ ไปหาที่นายอินทร์แล่วไม่มีโคตรเซง ฮืออ
    #16024
    1
  2. #15949 Meiji140 (@Meiji140) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 22:37
    พึ่งมาอ่าน ไม่ทันเลย เดี๋ยวต้องหาหนังสือแล้วล่ะ เราว่าอนาคตของชาต้องเป็นพี่นิวอ่ะ สงสัยจิงๆนะ
    #15949
    0
  3. #15891 GBright˙ω˙ (@logooo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:36
    เขินนนอิสัสเอ๊ยยยย
    #15891
    0
  4. #15699 KiHaE*129 (@princezzaofz) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 / 23:50
    พี่นิวร้ายกาจว่ะ

    แต่ใครจะที่ชาจะได้เจอ
    #15699
    0
  5. #15663 0933854179 (@0933854179) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 21:59
    ใครอ่อยใคร่กันแน่
    #15663
    0
  6. #15635 clowzZa001 (@clowzZa001) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 14:44
    ไม่ใช่ว่าคนในอนาคตไม่ไช่ไบชาน้าาาแต่ก็น่าคิดว่าใช่หรือป่าวว
    อยากเป็านโคนันขึ้นมาเลยยเราา
    #15635
    0
  7. #15560 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 19:15
    เจอรถอ้อยพริกคว่ำครับป้มมม
    #15560
    0
  8. #15520 Jidapa_jejee (@Jidapa_jejee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 21:16
    ทำไมอ่านแล้วเขิน อ๊ากกกกกก><
    #15520
    0
  9. #15434 kantimak171 (@kantimak171) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 21:41
    ถ้าพี่นิวท์จะอ่อยน้อวขนาดนี้ก็เขินแย่ดิ เรานี้แหละเขิน55
    #15434
    0
  10. #15208 Bameverthing (@-Bameverthing-) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 13:32
    เออออ เริ่มแบบว่า มีให้เดาทางเยอะมากอ่ะ นี่เดาไปหลายทาง55555555
    #15208
    0
  11. #15110 CornettoX (@litter_lba17) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 22:12
    ใบชาในอนาคตใช่ใบชาแน่หรือเปล่าน้าาาา
    #15110
    0
  12. #14872 phichket (@phich_333) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 13:21
    เพิ่งได้เข้ามาอ่าน เราว่านิวท์คืออนาคตของชาแน่ๆ มีความไม่ให้ไลน์ มีความรู้ล่วงหน้าอย่างตั้งใจ
    #14872
    0
  13. #14615 วารีสวรรค์ ^-^ (@caopga) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 21:51
    ใบชาในอนาคตนี่พี่นิวท์ใช่มั้ย
    #14615
    0
  14. #14358 lopenav (@lopenav) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 16:25
    ยอมมมมมมมมม
    #14358
    0
  15. #14339 Sonsawan Kaewmora (@ploy_35) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 03:07
    โอ้โห้ เจอพี่นิวท์อ่อยเข้าไป ตายจ้าาา
    #14339
    0
  16. #14069 khunpalm2 (@KHUNPALM) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 21:29
    ชาในอนาคตนี้พี่โพธิ์ปะเนี่ย
    #14069
    0
  17. #13895 PaJth (@Payare2559) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 23:41
    ชาในอนาคตนี่พี่นิวป่ะ แต่ทำไมรู้ความลับฟะ ตงิดใจแปลกๆ
    #13895
    0
  18. #13488 สระบนฟ้า (@Noppasorn1421) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 23:21
    เป็นเรื่องแรกที่อ่านแล้วรู้สึกติดใจมาก อินกับตัวละครดีเวลานายเอกเงอะๆทำอะไรผิดๆแล้วแบบ เหมือนตัวเองก็ผิดด้วย#อินหนักจ้า แล้วตอนที่ขึ้นเตตัสตอนที่แล้วคือเราหลุดเสียงออกมาโว้ยย555 ตลกตัวเอง
    #13488
    0
  19. #12809 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 23:42
    พี่นิวแม่งน่ารักจริงๆนะ นี่เราเป็นคนอ่านยังหลงรักเลย เข้าใจว่าพี่มันก็คงไม่ได้ดีเต็มร้อย แต่เราว่าเรารับได้อ่ะเรื่องนั้น แต่คือพี่มันให้บรรยากาศสบายๆ อบอุ่นๆยังไงไม่รู้อ่ะ ชอบบบบ เรื่องผู้หญิงคนนั้นเดายากอ่ะ ถ้าผู้หญิงที่เคยอยู่ในวงโคจรที่เรารู้ก็มีแค่น้ำหวานกับพี่รองประธานตอนนั้น มันคงไม่ใช่ เฮ้อออ กลัวมาม่าจริงๆนะ อิพี่นี่ก็อ่อยน้องโคตรเนียนเลย
    #12809
    0
  20. #12689 61seconds (@61seconds) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 07:22
    นังกูในอนาคตแม่งคือพี่นิวท์แน่ๆ เตี๊ยมกับเพื่อนไว้งี้ ว่าแต่พี่นิวท์มันรู้ได้ไงว่าชาใช้ปากกา... 555555
    #12689
    0
  21. #12652 abcdaa (@kimminda_doz) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 15:00
    กูในอนาคตนี่พี่นิวป่ะ เหมืนรู้เลยว่าน้องจะมาอ่อย555555555
    #12652
    0
  22. #12527 ` กานต์เก้า (@pangntmca) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 11:30
    เอาแล้วๆ พี่นิวท์อ่อยเนียนๆใช่ม่ะ ชาไม่ต้องจีบล่ะสมหวังแล้วลูก
    #12527
    0
  23. #12395 tawesri (@tawesri) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 14:39
    จากตอนที่6 อ่านๆไปชักเริ่มสงสัยละว่า-ตัวกูในอนาคตที่ว่านี่จะใช่พี่นิวท์อะนะ
    #12395
    0
  24. #12378 Moji Jung (@molcana) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 15:57
    โอ้ยเขินแทนนน
    #12378
    0
  25. #12061 แพะสีดำ (@pnnchan2127) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 22:45
    เขินไม่ไหวแล้ว........
    #12061
    0