อุ้มสำลีออกไปโยนนอกประตูหน้า
ให้ไปอึไปฉี่หลังจากอั้นมาทั้งคืนแล้ว
ข้าวต้มวิ่งออกนอกประตูล่วงหน้าไปก่อน
หลังจากที่ปิดประตูแล้วมองลอดบานเกล็ดหน้าต่าง
ก็เห็นมันไปขุดดินที่โคนต้นกล้วย
แมวสีขาวขุดหลุมตื้นๆ แล้วก็หย่อนก้นลงบนหลุม
ไม่รู้ว่าอึหรือฉี่
มีผักบุ้งสีเขียวสดประกอบฉากอยู่ด้านข้าง
ต้นหญ้าเล็กๆ ผลิดอกสีม่วงขาวประดับอยู่บนลานดินด้านหน้า
นึกขำตัวเองที่มายืนมองแมวทำธุระส่วนตัวอย่างเป็นสุข
บุญเต็มเดินออกจากประตูหน้า
ก้มๆ เงยๆ เข้าไปหาข้าวต้มคู่ซี้
นึกถึงสารคดีที่เพิ่งอ่าน
“ถ้าคนใจร้อนไปอยู่อินเดีย
จะค่อยๆ ใจเย็นไปเอง”
วัฒนธรรมของอินเดียยังคงธำรงรักษา
ชีวิตค่อยๆ ดำเนินไป
ผู้คนมีเวลาดื่มด่ำกับธรรมชาติรอบข้าง
และธรรมชาติจะค่อยๆ ขัดเกลาจิตใจ
การเรียนรู้
ผู้คนมากมายตกอยู่ในวังวนของการแข่งขัน
แข่งที่จะเรียน แข่งที่จะรู้
แข่งกันประกอบอาชีพ แข่งกันหาเงิน
ทิ้งเวลาที่จะค่อยๆ ชื่นชมกับความงดงาม
ที่ธรรมชาติสรรค์สร้าง
เราไขว่คว้าความรู้
เพื่อจะคิดค้นสิ่งต่างๆ
ลืมที่จะทำความเข้าใจ
ทำความรู้จักตนเองและสิ่งรอบข้าง
การอยู่ร่วมกันไม่ใช่เพียงการแข่งขันเพื่อจะเอาตัวรอด
ภาพแมวสองตัวเดินเข้าหากัน
ดุนจมูกกันไปมาหน้ากอผักบุ้ง
แล้วต่างฝ่ายต่างก็แยกย้ายกันไปคนละทาง
ข้าวต้มเดินกลับเข้าบ้าน
ส่วนบุญเต็มเดินไปดมๆ บริเวณที่ข้าวต้มใส่ปุ๋ยให้ต้นกล้วย
ฉันกดล็อคประตูหน้าเดินขึ้นบันไดบ้าน
เพียงแค่ความเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิต
ช่างงดงาม
เพียงแค่ใจหยุดนิ่งชื่นชม
ภาพที่เห็นจะโยงหลากหลายเรื่องราวให้เรา
จุดเหมือนเท่ารอยมดเดินจะปรากฏให้เราเห็น
แม้จะแค่สมาธิชั่วแล่นก็เติมพลังใจ
ย้ำอณูความรู้ที่เก็บเกี่ยวไว้
กระตุ้นเซลล์ประสาทให้คิดค้นหาเหตุผล
ถ้าคนเราหยุดความโลดแล่นของจิตใจ
เพื่อทำความรู้จักกับใจของตัวเองให้มากขึ้นได้
กล่อมเกลาจิตใจของตนเอง
ให้น้อมนำสู่วิถีแห่งความสงบ
กระแสความร่มเย็นในใจคงห่มคลุมปกป้องโลก
ที่ดูเหมือนจะทวีความเร่าร้อนขึ้นทุกที
ขอบคุณทุกกิริยาชีวิตที่สอนสั่ง
ขอบคุณดวงตาที่ทำหน้าที่เตือนหัวใจ
ขอบคุณที่ยังมีชีวิตไว้เพื่อไตร่ตรองสิ่งที่ยังไม่รู้
............................................................
เพรางาย มณีโชติ
ความคิดเห็น
ขอบคุณสำหรับไดอารี่ดีๆแบบนี้ด้วยครับ คุณงาย ^^
PS. who say i can't
ถ้าคนใจร้อนไปอยู่อินเดียจะค่อยๆ ใจเย็นไปเอง
จริงเหรอพี่งาย
งั้นย้ายไปอยู่อินเดียดีกว่า