เสียงตามสาย
ฉันไม่เคยรู้สึกขอบคุณโทรศัพท์มากขนาดนี้มาก่อน
สมัยยังเด็กโทรศัพท์บ้านเป็นเรื่องที่ไกลเกินคว้า
แม้แต่ในตัวจังหวัดยังต้องขอหมายเลขโทรศัพท์กันข้ามปี
ฉันที่ต้องย้ายบ้านบ่อยๆ จึงแทบจะติดต่อเพื่อนๆ ไม่ได้
วิธีเดียวที่จะสื่อสารหากันคือทางจดหมาย
แล้วไปรษณีย์แถวบ้านก็มักจะส่งจดหมายไม่ถึงบ้านฉันอีกต่างหาก
อีกทั้งเมื่อระยะเวลาเนิ่นนาน
ความคิดถึงที่มีให้กันก็จะค่อยๆ ลดน้อยถอยลง
เมื่อเพื่อนไม่เขียนจดหมายตอบกลับมาเสียเฉยๆ
ฉันก็ไม่รู้จะติดต่อได้ยังไง
เมื่อต้องมาทำงานไกลบ้านเกิดเมืองนอน
เพื่อนเก่าที่เคยเรียนมาด้วยกัน
สนิทสนมกัน
ก็ไม่มีเหลือ
เวลาเห็นคนนั้นเจอเพื่อนเก่า
คนโน้นเจอเพื่อนเก่า
ฉันได้แต่นึกสงสัย
เพื่อนเราไม่มีหลงมาแถวนี้บ้างเลยรึไง
ฉันรู้สึกว่าแผ่นดินกว้างใหญ่กว่าที่คิด
และคำว่า “โลกมันกลมเสียเหลือเกิน”
ที่หลายคนใช้เมื่อเจอคนคุ้นหน้าอีกครั้ง
มันใช้กับฉันไม่ได้
การต้องปรับตัวเข้ากับที่พำนักใหม่ค่อนข้างยากเย็น
หนำซ้ำยังไม่มีเพื่อนที่เคยมาจากสภาพแวดล้อมเดียวกันให้ปรึกษา
ขอความเห็นใจ
บ่อยครั้งทำให้ฉันรู้สึกเย็นเยียบอยู่ภายใน
แล้วเมื่อฉันได้รู้จักกับระบบอินเทอร์เน็ต
มีอีเมล์เป็นของตัวเอง
ได้รู้จักเพื่อนใหม่ในห้องสนทนาออนไลน์
ฉันก็เริ่มคิดถึงเพื่อนเก่าๆ
เพื่อนที่เคยวิ่งเล่นด้วยกัน
เคยหัวเราะ เคยเย้าแหย่
เคยรักเคยชังกัน
เพื่อนในห้องสนทนานั้นเรารู้จักกันเพียงทางตัวอักษร
และส่วนใหญ่ก็จะรู้จักกันเท่าที่อยากให้รู้จัก
น้อยรายที่จะได้คุยกันด้วยเสียงจริงๆ
ได้เห็นหน้าค่าตา
เห็นอากัปกิริยาที่แท้จริง
แม้แต่ชื่อเสียงเรียงนามที่เรียกขานกัน
ก็เป็นเพียงนามสมมติที่ใช้แทนตัว
ฉันคิดถึงคนที่รู้จักฉันจริงๆ
คนที่ผ่านสภาพแวดล้อมเดียวกันมา
คนที่รู้นิสัยใจคอ
รู้ความสนใจของกันและกัน
คนที่ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายอะไรมากนักก็เข้าใจเรา
คนที่อยู่ในความทรงจำและหยุดอยู่ในภาพนั้นมาตลอด
ฉันรู้จักระบบเสิร์ชหาข้อมูลมานานแล้ว
ได้ใช้ค้นหาข้อมูลประกอบงานเขียน งานวิชาการมาตั้งนาน
น่าแปลก...ที่ฉันไม่เคยคิดลองค้นหาคนคุ้นเคยกันบ้าง
แล้วฉันจึงตัดสินใจพิมพ์ชื่อเพื่อนเก่าที่สนิทสนมกัน
ไม่คิดว่าตัวเองจะยังคงจำทั้งชื่อและนามสกุลของบางคนได้แม่นยำขนาดนั้น
ฉันเจอข้อมูลของเพื่อนและรูปภาพ
สิบกว่าปีทำให้หน้าตาของเขาเปลี่ยนไปแต่ก็ยังเหลือเค้าเดิม
ฉันลองส่งเมล์ไปหาด้วยความหวาดหวั่น
ถ้าไม่ใช่เพื่อนของฉันล่ะ
ถ้าเมล์ที่เสิร์ชได้เขาเลิกใช้ไปแล้วล่ะ
ถ้าเขาจำเราไม่ได้ คิดว่าเราแอบอ้าง
ถ้าเขาไม่อยากติดต่อกับเราแล้วล่ะ
วันรุ่งขึ้นฉันเช็คกล่องจดหมายของตัวเอง
มีจดหมายตอบจากเมล์ที่ฉันส่งไป
ดีใจมากจนอยากร้องไห้
เหมือนอดีตที่หายไปหวนกลับคืนมา
เพื่อนให้หมายเลขโทรศัพท์ให้ติดต่อกลับไปได้
วันนั้นฉันกดโทรศัพท์หาด้วยความตื่นเต้นดีใจ
ครั้งที่หนึ่ง....ไม่มีคนรับสาย
ครั้งที่สอง...ไม่มีคนรับสาย
ฉันกลับบ้านด้วยความรู้สึกหดหู่
หรือว่าเขาแค่ตอบกลับมาตามมารยาท
หรือว่าเขาไม่อยากให้เราโทรไปรบกวน
หรือว่าเราทำให้เขาลำบากใจ
หรือเพื่อนมีครอบครัวแล้วทำให้ไม่สะดวกที่จะรับสาย
ฉันพยายามปลอบใจตัวเอง
บางทีเขาอาจไปธุระพอดี
บางทีอาจติดอยู่ในที่ประชุม
ค่ำนั้นฉันลองโทรใหม่
เป็นครั้งที่สาม...ไม่มีคนรับสาย
ครั้งที่สี่...
ฉันฟังสัญญาณสั้นลงกว่าเดิมก็วางสาย
ไม่มีคนรับสายอีกแล้ว
ฉันไม่ชอบคนที่โทรมาหาบ่อยๆ วันละหลายรอบ
ดังนั้นจึงได้แต่ห้ามใจตัวเอง
ไม่ชอบอะไรก็ต้องไม่เป็นอย่างนั้น
ไว้วันหลังค่อยลองใหม่เถอะ
วันใหม่
ฉันเปิดโทรศัพท์แต่เช้าเผื่อเพื่อนจะโทรมา
แต่ก็ไม่มี
บางทีเขาอาจจะสะดวกที่จะส่งอีเมล์หากันมากกว่ามั้ง
เที่ยงนั้น
ฉันโทรศัพท์ไปตามหมายเลขที่ได้มา
ตัดสินใจว่าจะโทรเป็นครั้งสุดท้าย
ถ้ายังเหมือนเดิมก็จะติดต่อกันแค่ทางอีเมล์เท่านั้น
เสียงสัญญาณให้รอสายดังขึ้น
ฉันกลั้นใจรอฟังสัญญาณจนครบหกเที่ยวแล้วกดปิด
ไม่มีคนรับสายเหมือนเดิม
แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
ฉันยกโทรศัพท์ขึ้นมาดู
ชื่อของเพื่อนที่เซฟไว้ปรากฏให้เห็น
ถ้าใจฉันเป็นดอกไม้คงเหมือนดอกคุณนายตื่นสาย
ที่เมื่อต้องแดดก็คลี่กลีบบานเต็มที่


เสียงของแต่ละคนต่างไปจากเดิม
แต่บทสนทนาก็เท้าความถึงเรื่องราวแต่วัยเด็กของเรา
แล้วความรู้สึกก็กลับไปสู่วันคืนเก่าๆ
ฉันได้เพื่อนกลับคืนมาหนึ่งคน
เรากล่าวลาเมื่อเวลาสมควร
ฉันกดปิดโทรศัพท์ทั้งที่ไม่อยากทำเลย
ไม่วายขู่เข็ญเพื่อนว่าห้ามลืมโทรศัพท์ไว้ที่ทำงานอีกนะ
ค่ำนี้จะโทรไปหา
ฉันมองดูโทรศัพท์ด้วยความรู้สึกขอบคุณสุดหัวใจ
เจ้าแท่งสี่เหลี่ยมเล็กๆ ช่วยให้รู้สึกเหมือนกลับมาใกล้กันอีกครั้ง
อยากจะจุ๊บโทรศัพท์สักที
แต่ก็กลัวเจ้าตัวเล็กตัวน้อยที่มายืนรอคิวส่งงานสงสัยว่า
คุณครูเป็นอะไรไป?
๗ กันยายน ๒๕๕๐
เพรางาย มณีโชติ

ความคิดเห็น
น่ารักจังเลยค่ะคุณงาย
แต่บางครั้งเจ้าเครื่องสี่เหลี่ยมมันก็น่ารำคาญค่ะ
คุณเกลือไม่ชอบพกโทรศัพท์
ถึงเครื่องจะเล็กแค่ไหนก็ไม่ชอบ...
แต่...ยินดีค่ะที่คุณงายเจอเพื่อน!!
ถ้าได้เป็นอย่างพี่งายบ้างคงดี
คิดถึงเพื่อนเก่า ๆ เพื่อนจริง ๆ ที่เรียนด้วยกันมา
แต่ก็หายห่างกันไปจนติดต่อไม่ได้
ใครว่าการสื่อสารในกรุงเทพสะดวกสบายมันก็จริง
แต่กับบางคนบางเหตุการณ์ก็เหมือนไม่มีความหมาย
เมื่อเขาหายไปเฉย ๆ ปล่อยให้ใจเราหยุดอยู่ที่เขา ณ ห้วงเวลาเดิม
เฮือก ดีใจด้วยนะคะ ได้เพื่อนกลับมาหนึ่งคน เย้ ๆ ๆ
PS. แสงอรุณแห่งดวงใจ http://my.dek-d.com/thipupsorn1/story/view.php?id=176081 เกลียวรัก http://my.dek-d.com/thipupsorn1/story/view.php?id=174810 ผู้กระหายคอมเม้นท์และกำลังใจ
ดีใจที่ได้คุยกับเพื่อนอีกนะครับ ^^
แต่ผมก็เหมือนคุณเกลือ ไม่ชอบพกมันเลยจริงๆ โทรศัพท์
PS. who say i can't
แต่ถ้าใช้นินทาคนอื่น ก็อย่ามีดีกว่า
ตอนนี้ยังเขียนจดหมายหาหลานแทนโทรศัพท์อยู่เลยเจ้าค่ะ