ยอดพธูจอมทัพ

ตอนที่ 39 : บทที่ 11.4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3219
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    23 ก.พ. 61




อย่าบอกนะว่าเจ้าจะทำมิดีมิร้ายกับนางจางเชี่ยนลี่มองซ้ายมองขวา เกรงคนนอกจะได้ยิน

ข้าไม่เคยขืนใจหรือทำร้ายผู้หญิงนะพี่ เรื่องนี้มันมีวิธีของมันหรอกน่า

มันก็เป็นวิธีที่หนึ่งในเมียน้อยของพี่เขยเขาใช้ ยานอนหลับ ยาปลุกกำหนัดล้วนมีครบ ฉงถิงตงมีทั้งเมียน้อยและนางบำเรอชั่วครั้งคราวที่ซุกเก็บไว้ยังร้านค้าข้าว ใช่ว่าชายหนุ่มแบ่งปันน้ำใจทั่วถึง ได้ใหม่ลืมเก่า มีบ้างหลงลืมบางคนไป และช่วงที่พี่เขยละเลยหญิงสาว ก็เป็นเขาเองที่เข้าไปให้ความอบอุ่นสร้างความสุขสมแก่นวลเนื้ออุ่นละมุนซึ่งเต็มไปด้วยความต้องการนั่น เรื่องบนเตียงกินในที่ลับรู้เห็นกันสองคน ใครจะมาเอาผิดพวกเขาได้

และเขายังรู้อีกว่าเมียน้อยของพี่เขยมียาปลุกกำหนัดฤทธิ์แรงของพวกชนเผ่านอกรีตซุกซ่อนไว้ หากวันใดสามีมาค้างกับนาง นับไปอีกสามวันสามคืน ฉงถิงตงก็ไม่มีเรี่ยวแรงไปหลับนอนกับหญิงอื่น แต่จนแล้วจนรอดนางก็ยังมิตั้งครรภ์ เขารึอุตส่าห์เสนอตัวทีเล่นจะมอบบุตรชายให้ แต่นางกลับไม่ยอม บอกว่าต้องการจากผู้เป็นสามีเท่านั้น ไว้ผ่านพ้นปีนี้ไป ยังมิสามารถตั้งครรภ์ได้ ค่อยคุยเรื่องลับกันอีกที เอาเข้าจริง หากถึงตอนนั้นแล้ว ใช่เขาจะใจร้ายพอทำให้เมียอื่นของพี่เขยท้องลูกชายโดยที่พี่สาวตัวเองมีแต่ลูกสาวหรอกนะ

พี่ก็แค่ช่วยสร้างโอกาสให้นางกับข้าได้ใกล้ชิดกัน เรื่องต่อจากนั้นเดี๋ยวข้าจัดการเอง ข้ามั่นใจ น้อยนักที่สตรีจะไม่อ่อนระทวยภายในอ้อมกอดของข้า

คนเป็นพี่สาวเบ้ปากเล็กน้อย แม้จะไม่เห็นด้วยเพราะโอกาสนั้นหาใช่สร้างขึ้นมาง่ายๆ ทว่าทักท้วงน้องชายไปก็เท่านั้น เขาเคยฟังนางเสียที่ไหน ครั้นจะไม่ดูดายก็มิได้ เพราะเคยให้สัญญากับมารดาว่าจะดูแลน้องชายอย่างดี เรื่องนี้คงคอยดูไม่ให้สร้างความเดือดร้อนมาถึงนางก็คงพอ

หนึ่งวันก่อนที่ฉงอวี้หลิงจะกลับจวนสกุลเผิง จางเชี่ยนลี่จึงเรียกหญิงสาวมาที่เรือนเพื่อคุยด้วยเป็นการส่วนตัว พี่สะใภ้กล่าวฝากบุตรสาวทั้งสองไว้กับอาสาวต่อหน้าเหมยเหม่ยที่ยืนประกบอยู่ข้างโต๊ะ

พี่สะใภ้คงไม่อายุสั้นในเร็ววันหรอกน่า อีกอย่างหลานข้าก็ยังมีบิดา

จางเชี่ยนลี่บีบน้ำตาเล็กน้อย เจ้ากับข้าไม่ต่างกันหรอกนะเสี่ยวฉง บิดาจะรักลูกสาวมากไปกว่าลูกชายได้อย่างไร แต่งเข้าสกุลฉงแล้ว ข้าก็เหมือนตัวคนเดียว ซ้ำยังพาน้องชายมาอาศัยพี่ชายเจ้าอยู่ จางหย่วนมีทุนน้อยนิด จึงได้พยายามทำการค้ากับเพื่อนของเขา ต้องค่อยเป็นค่อยไป ชีวิตคนเราหาความแน่นอนไม่ได้ หากข้าตายไป มีรึจะตายตาหลับ เจ้าอยู่บ้านสกุลฉงหลายวันก็เห็นแล้วนี่ว่าพี่ชายของเจ้านั้นมากรักมากน้ำใจเพียงไร สองเราไม่เคยบาดหมาง เห็นเจ้าได้ดี ข้าก็หวังอยากฝากอนาคตลูกสาวไว้กับเจ้า เมื่อวันที่บิดาไม่สนใจไยดี อย่างน้อยให้พวกนางไปรับใช้เจ้าที่จวน ได้ไปอยู่เมืองหลวงยังดีกว่าอยู่รองมือรองเท้าพี่ชายน้องชายในบ้าน

ฉงอวี้หลิงนั้นจิตใจมีเลือดเนื้อ นางนึกเวทนาแลเห็นใจชะตาของหลานสาวหน้าตาน่ารักน่าชังทั้งสองอยู่มาก มองแล้วก็ให้คิดถึงวัยเด็กของตนที่โหยหาความรักความสนใจจากบิดา

หลานสาวทั้งสองหน้าตาสะสวยถอดเค้าพ่อแม่มาไม่ผิดเพี้ยน เติบโตเป็นสาว พี่ชายข้าคงให้ออกเรือนไปกับคนดีๆ ฐานะสมน้ำสมเนื้อกัน ถึงไม่มีลูกชายไว้สืบสกุล ก็ยังมีลูกสาวไว้เกี่ยวดองกับสกุลอื่นรุ่นแล้วรุ่นเล่าที่ลูกสาวไม่ต่างจากสิ่งของไว้คอยแลกเปลี่ยน

จางเชี่ยนลี่พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของน้องสาวสามี แต่คนเป็นแม่ย่อมคิดเผื่อไว้ หากไร้แม่คอยปกป้องคุ้มภัยในวันที่ยังไม่ถึงวัยอันสมควร ลูกสาวข้าทั้งสองก็ยังมีท่านอาที่เมืองหลวงให้พึ่งพิง

ฉงอวี้หลิงกุมมือพี่สะใภ้ ท่านวางใจเถอะ หากวันนั้นมาถึง ข้าจะไม่นิ่งดูดาย

ผู้เป็นสะใภ้บ้านสกุลฉงรู้สึกตื้นตันยิ่ง จะด้วยมารยาทรับปากเพียงต่อหน้าหรือฉงอวี้หลิงมีน้ำใจกับนางและลูกสาวทั้งสองแท้จริง นางก็นึกขอบคุณหญิงสาวในใจ ทว่าหนทางที่จะนำพาชีวิตของน้องชายให้รุ่งโรจน์จนสามารถออกไปพ้นขอบชายคาบ้านพี่เขยได้นั้น นางก็ไม่อาจละทิ้ง เพราะนางได้รับปากจางหย่วนแล้วว่าจะช่วย และคืนนี้ก็เป็นโอกาสเหมาะที่หาไม่ได้อีกแล้ว นางจำเป็นต้องทำ หวังว่าผ่านพ้นคืนนี้ไปแล้ว ฉงอวี้หลิงจะไม่คิดแค้นเคืองหรือเอาโทษกับนาง

ขอบใจเจ้ามาก ข้าก็ชวนคุยเสียนาน ดื่มชานี่หน่อยเถอะ บ้านเราเพิ่งได้รับกำนัลมา หวังว่าพอจะถูกปากเจ้า อากาศชื้นเพราะย่างฤดูฝน ให้ร่างกายอบอุ่นหน่อยก็ดี คืนนี้จะได้นอนหลับสบาย อ้อ...ข้ารินชาเผื่อเจ้าด้วยนะเหมยเหม่ยจางเชี่ยนลี่รินชาใส่อีกถ้วยแล้วยื่นให้เหมยเหม่ยรับไป

ด้านฉงอวี้หลิงที่ยกชาซึ่งมีควันจางบางเบากรุ่นกลิ่นหอมขึ้นจิบได้อึกหนึ่ง พลันหางตาก็เห็นจางหย่วนเดินเข้ามาในห้อง ในมือของชายหนุ่มถือดอกหมู่ตานดอกใหญ่เกือบเท่าหน้าคน

มอบแด่สาวงามเช่นเจ้า

พรุ่งนี้มะรืนนี้นางก็จะไม่ต้องเห็นหน้าเขาแล้ว ฉงอวี้หลิงจึงรับดอกไม้ตามมารยาทอันพึงมี แล้วส่งให้เหมยเหม่ยช่วยถือ นางจิบน้ำชารสหวานซ่านลิ้นอีกหน่อย เสร็จธุระหมดเรื่องพูดคุยกับพี่สะใภ้แล้วจึงจะขอตัวกลับเรือนรับรอง ทว่าจางหย่วนกลับกล่าวเชื้อเชิญ 

คืนนี้พระจันทร์เต็มดวงสวยมาก พวกเราออกไปเดินเล่นในสวนกันสักหน่อยดีไหม

อืม...ก็ดีเหมือนกัน พี่เขยเจ้าไม่เคยมีเวลาให้พี่ วันนี้ได้เดินชมจันทร์กับน้องชายและน้องสาว ก็นับว่าคลายความเหงาได้บ้าง ข้าขอผ่อนคลายสักเล็กน้อยหลังจากเฝ้าอาการท่านพ่อมานาน วิญญาณของท่านคงจะไม่โกรธเคืองหาว่าสะใภ้อกตัญญูหรอกนะ

ฉงอวี้หลิงรับรู้ดีว่าบิดาเป็นคนเช่นไร แม้ห่างบ้านไปตั้งแต่เด็ก และก็รู้อีกนั่นแหละว่าพี่ชายตัวเองถอดนิสัยจากผู้เป็นพ่อมาหลายส่วน จึงค่อนข้างเห็นใจพี่สะใภ้ของตนพอสมควรที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้ ผู้ชายพอหมดรักแล้วก็ไม่สนใจห่วงหาหรือไยดี ไม่มีลูกชายสืบสกุลให้ ฐานะเมียเอกก็ง่อนแง่น เพราะเรื่องนี้มิใช่หรือ นางเองถึงต้องพยายามมีลูกชายเพื่อเป็นทายาทสกุลเผิงให้ได้สักคน

ฉงอวี้หลิงยินดีไปเดินชมจันทร์กับสองพี่น้อง อย่างน้อยก่อนกลับบ้านก็ไม่ได้เพิ่มศัตรู แต่เดินได้สักพักก็รู้สึกคล้ายร่างกายหมดเรี่ยวแรง เกิดความง่วงขึ้นมาทันใด

เดินทางไกลมาเยี่ยมบิดาแต่กลับเจองานศพ ร่างกายเจ้าย่อมอ่อนเพลียเป็นธรรมดา กลับห้องพักผ่อนเถอะ อย่างน้อยก่อนกลับ เจ้าพักให้เต็มที่ ทางจวนสกุลเผิงจะได้ไม่ว่าพวกเราเอาเจ้ามาตกระกำ

หญิงสาวกล่าวขอบคุณน้ำใจของพี่สะใภ้ แล้วเดินแยกไปกับ   เหมยเหม่ยซึ่งถูกอาการอ่อนเพลียและง่วงนอนอย่างฉับพลันโจมตีดุจเดียวกัน สองสาวหาวออกมาหวอดใหญ่ 

ลับเงาของหญิงสาวทั้งสองนางแล้ว จางเชี่ยนลี่จึงกระซิบกับน้องชายด้วยเสียงอันเบา

ข้าช่วยเจ้าได้เพียงเท่านี้ เมื่อได้ดีก็อย่าลืมพี่สาวเจ้าที่ส่งเสริม แต่หากมีเรื่องผิดพลาด ก็ขอให้รับไปคนเดียวดั่งลูกผู้ชายก็แล้วกัน

ข้ารับรอง จะไม่มีปัญหามาถึงพี่แน่


 




สองพี่น้องนี่จะชั่วไปไหน สงสารหนูฉงอยู่ไม่น้อยเลย กับชะตาชีวิตที่นักเขียนคนนี้ขีดเส้นให้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

144 ความคิดเห็น

  1. #56 Changenewword (@Changenewword) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:31
    สมน้ำหน้านิสัยไม่ดีไม่ยุติธรรมทำร้ายคนอื่นแย่โรคจิตอีกต่างหาก
    #56
    1