Wise & Severe Girl เรื่องรักของยัยหัวหน้าห้อง

ตอนที่ 21 : ปมความรู้สึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 140
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ธ.ค. 57

 
 

วันต่อมา..ตอนเช้า 

กิ๊ฟ ฉันขอโทษ ฉัน..” เมื่อมอสเจอหน้ากิ๊ฟจึงรีบพูดสิ่งที่ที่ค้างคาจนทำให้เขานอนไม่หลับทั้งคืนอย่างรวดเร็ว แต่กิ๊กลับเดินผ่านเขาไปราวกับเขาเป็นเพียงกลุ่มพลังงานที่มวลเล็กๆที่ขยับโต้แรงลม.. 

กลางวัน 

กิ๊ฟ เราซื้อขนมมาให้ เราขอนั่งด้วยนะ..” 

ฟึ่บ 

เธอลุกหนีทันทีทั้งที่ข้าวในชามยังเหลืออีกกว่าครึ่งหนึ่ง หมวยและเหนือเห็นแล้วจึงรู้สึกว่ากิ๊ฟคงโกรธมากจริงๆ ก็นางเคยกินข้าวเหลือซะที่ไหนล่ะ รีบแค่ไหนก็ยังโซ้ยมดชาม พวกเธอเบนสายตากลับมามองมนุษย์เสาไฟฟ้าที่ยืนก้มหน้าถือขนมเป็นพระเอกเอ็มวี เหนือส่ายหน้าอย่างอ่อนใจปนสมเพช หมวยเลยเอ่ยปากถาม 

มอส..แกไปทำอะไรร้ายแรงมาป่ะวะ ฉันไม่เคยเห็นกิ๊ฟมันโกรธใครจนต้องทำร้ายความรู้สึกขนาดนี้นะ มีอะไรที่พวกฉันยังไม่รู้รึเปล่า” 

หมวย ช่วยข้าทีข้าอยากคุยกับกิ๊ฟมากตอนนี้ ข้าอยากขอโทษเขา แต่ทำไมเขาไม่เคยอยู่รอฟังแม้แต่ข้าเอ่ยปาก” หมวยมองหน้ามอส ทำหน้าเหมือนลูกหมาหิวนมกำลังอ้อนวอนเธอ 

“แล้วแกไปทำอะไรมาเขาถึงโกรธ” 

“ข้าเข้าใจผิดเขา แต่ข้าอยากขอโทษกิ๊ฟมากตอนนี้ ขอแค่เขาหันกลับมามองหน้าข้าซักนิดก็ยังดี แกรู้ป่ะว่าข้าไม่เคยตามง้อใครขนาดนี้เลย ใครโกรธข้าก็ไม่ได้แคร์ แต่ตอนนี้ข้าแคร์กิ๊ฟมาก มันปวดใจนะเว้ยที่เขาทำเฉยชา ช่วยข้าซักหน่อยนะ ถือว่าเพื่อนขอร้อง” 

“นายจะพูดประมาณว่าให้พวกฉันช่วยนัดกิ๊ฟมาให้นายขอโทษตอนเย็นว่างั้นสิ?” เหนือโพล่งขึ้นมาเป็นคำพูดเดียวกันกับที่หมวยคิด มอสหันมองหญิงสาวด้วยความงง ก่อนจะค่อยๆประมวลผล ดวงตาของเด็กหนุ่มเริ่มมีความหวัง 

“ความคิดเจ๋งมากอ่ะ ขอบคุณนะเหนือ ช่วยฉันทีนะ นะ ฉันจะขอบใจพวกเธอมากๆเลยนะ ขอร้องเถอะ” มอสเริ่มวิ่งเข้ามาจับมือเหนือเขย่ากระพริบตาปริบๆมองเหนือราวกับเธอเป็นแม่พระ 

เหนือตกใจสะบัดมือมอสออกทันที “นายทำบ้าอะไรหา แค่นี้ยังสภาพไม่ต่างจากหมาน้อยอ้อนข้าวอีกเหรอ ไม่ต้องมาทำหน้าพรรค์นั้นใส่ฉัน ฉันสมเพชนายเหลือเกิน ฉันจะบอกอะไรให้เอาบุญนะว่ากิ๊ฟไม่เคยเลยที่จะ อุ้บส์” หมวยรีบเอามือปิดปากเหนือทันทีเมื่อรู้ว่าเหนือจะพูดว่าอะไรต่อ นายมอสเริ่มทำหน้าเอ๋อ 

“เออๆๆ เอาเป็นว่าถ้ากิ๊ฟมันพอจะไม่นั่งหน้าหงิกเวลาไหนเดี๋ยวฉันจะลองเลียบๆเคียงๆให้นะ ใช่ตอนเย็นแกมาขอโทษกิ๊ฟที่ห้องพวกฉันละกัน ท่าทางวันนี้มันจะเช็คเอกสารห้องยันเย็นอ่ะ แกจะไปไหนก็ไปป่ะ ไปเตรียมคำพูดไว้ก็ได้.. มอสเริ่มพยักหน้าเข้าใจ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเริ่มมีความหวังขึ้นอีกนิด 

“แกมาปิดปากฉันทำไม มือก็เค็ม อี๊..” เหนือสะบัดหน้าให้หลุดจากการเกาะกุม 

“ฉันรู้นะว่าแกจะพูดอะไรต่อ แกเห็นหน้าไอ้มอสมันมั้ย ถ้าแกพูดไปมันไม่ร้องไห้เลยเหรอ สงสารมันเถอะ” หมวยกระซิบ เหนือจึงเริ่มเข้าใจ เธอก็พยายามคิดใบหน้าของนายมอสร้องไห้ คงจะเศร้ามากๆเลยทีเดียว 

 “ตกลงตามนี้ เดี๋ยวฉันหาทางจัดการให้ แกไอ้มอส วันนี้ห้องฉันมีเรียนคาบ 9 เลิกสี่โมงสิบนาที สักสี่โมงสี่สิบแกลองมาที่ห้องฉันดูนะ คนในห้องคงกลับไปแล้วแหละ เดี๋ยวฉันจะพยายามถ่วงเวลาไอ้กิ๊ฟให้ ฉันช่วยแกได้เท่านี้” หมวยจะหันกลับ คราวนี้มอสดึงเธอไว้แทน  

“เออหมวย ฉันมีเรื่องสำคัญจะบอก” หน้าตามอสจริงจังมากขณะที่พูดถึงจนหมวยรู้สึกตามได้ 

ว่า” หมวยพูด เธอพยักหน้าเชิงให้เหนือเดินนำไปก่อน 

“...งั้นเดี๋ยวฉันไปกรอกน้ำรอแกนะ” เหนือบอกก่อนไป มอสจึงเริ่มเข้าประเด็นสิ่งที่คาใจทันที 

แกรู้จักไอ้เด็กม.4ที่ชื่อเก็ทมั้ย?”  

 “เด็กห้องอะไรวะ?” ระบุมาแค่ม.4อาจจะมีชื่อซ้ำๆกันหลายคนก็ได้ใครจะรู้ 

ไม่รู้ว่ะ รู้แค่อยู่ม.4เป็นนักบาส 

แววตาของหมวยฉายแววฉงน สงสัยและวิเคราะห์เหตุผลไปด้วย 

ใช่นักบาสหน้าใหม่ที่ออกเป็นหนุ่มหล่อหน้าใสขาวตี๋กระแทกใจแม่ยกพวกเก้งกวางมอหกรึเปล่าล่ะ? ฉันว่าเคยเห็นผ่านตานะ แต่ไม่มีข้อมูลเจาะลึก..แล้วมันสำคัญยังไงกับฉันรึแกเหรอ” 

“ไม่หรอก แต่มันสำคัญกับกิ๊ฟมาก สิ่งที่แกต้องทำคือช่วยหาข้อมูลและจับตาดูมันหน่อยดิ 

ฉันว่าท่าทางน้องเขาก็ไม่น่ามีพิษมีภัยนะ” แต่กับไอ้กิ๊ฟนี่สงสัยต้องถามจากตัว เพราะสิ่งที่สายตาเราเห็นกับสิ่งที่แต่ละคนเจออาจไม่เหมือนกันก็ได้ 

“มันอาจไม่ใช่ตอนนี้ ข้าไม่ได้กล่าวหานะหมวย แต่ข้าไม่ไว้ใจมัน”  

ซึ่งมอสมันก็อาจไม่ได้เจอด้านเดียวกับเรา หมวยพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดตนเอง 

“ผู้ชายด้วยกันดูจะรู้” แล้วนี่ตรูต้องไปแปลงเพศก่อนไปหาข้อมูลรึเปล่า หมวยก็อยากรู้  

แต่ยังไม่ทันได้ฟังการอธิบายเพิ่มเติม 

ออดดดออดดด 

เหล่านักเรียนมัธยมปลายเริ่มทยอยลุกออกจากโรงอาหารไปเริ่มเรียนต่อภาคบ่ายจนผู้คนที่เคยเดินกันขวักไขว่เริ่มบางตาลงมาก  

“ออดดังแล้ว ฉันคงต้องไปก่อน เอาเป็นว่าที่คุยไว้ถ้าฉันมีเวลาจะลองหาดูอีกที” หมวยพูดแล้วเดินแยกกับมอสไปหาเหนือที่ยืนกรอกน้ำดื่มอยู่ที่ตู้ 

“แล้วแกจะไปพูดกะกิ๊ฟยังไง?”เหนือหันมาถามเพื่อนที่เดินมาโดยไม่ได้ละสายตาจากขวดน้ำ  

 “...ถึงเวลามันก็น่าจะคิดออกลนะ แต่รอบนี้ฉันยังไม่มีแผนเด็ดเลย” หมวยเงยหน้ามองหลังคากันสาดสังกะสีพลางคิดแผนการแบบฉบับเธอตามไปด้วย 

 

- ห้องเรียน - 

เฮ้ยทุกคน เมื่อกี้เพิ่งมีคนจากทางคณะแจ้งข่าวมาให้ห้องทราบ ฟังก่อน” ตอนนี้ฉันมายืนพูดอยู่หน้าห้องด้วยน้ำเสียงที่ดังพอจะให้เพื่อนทั้งห้องได้ยินโดยทั่วกัน ก่อนที่ครูวิชาแรกในภาคภาคบ่ายจะมาถึงห้องเรียน ในมือมีกระดาษประชาสัมพันธ์ข่าวหนึ่งใบ เพื่อนทั้งห้องเงียบหลังจากที่เสียงเจี๊ยวจ๊าวแล้วหันมาตั้งใจฟังฉัน รวมถึงชายคนที่นั่งโต๊ะแถวเดียวกับฉันคนนั้นด้วย 

ช่วงนี้ใกล้จะเข้าสิ้นปีแล้ว และเดือนธันวาที่จะถึงนี้จะมีการประกวดวงดนตรีออดิชั่น ทางคณะกรรมการนักเรียนส่งใบแจ้งข่าวมาให้ห้องเราเมื่ี๊ ถ้ามีใครสนใจส่งชื่อวงดนตรีเข้าแข่งขันไปสมัครได้ที่ห้องณะกรรมการนักเรียนเลยนะ ฉันมีเรื่องจะพูดแค่นี้แหละ คาบต่อไปจะเริ่มแล้วหยุดคุยกันด้วย” พอฟังจบทุกคนรับรู้แล้วหันกลับไปเตรียมหนังสือหนังหาหรือทำสิ่งที่ตนทำอยู่ก่อนหน้าทันที เมื่อทุกคนละสายตาจากฉันแล้ว ฉันจึงเดินกลับมานั่งที่โต๊ะตนเองแล้วหยียดขนซ้ายตรงๆไปด้านหน้าโต๊ะเพื่อใช้หนุนหัวและใบหน้าฝั่งซ้ายตนเองนอนทันที 

มันเป็นท่าประจำฉันเลยละ เหอะๆ เวลาสอบเสร็จหรือช่วงว่างอะไรแบบนี้ชอบทำ หนุนสบายแต่ตื่นมานี่แขนชา แต่ที่ฉันทำตอนนี้ไม่มีอาการง่วงปนอยู่แม้แต่น้อย 

ฉันเอียงใบหน้าริมขวาที่ปราศจากการปิดบังเหลือบตามองหน้านายต้นซึ่งกำลังคุยกับเพื่อนผู้หญิงที่นั่งข้างหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย 

อารมณ์ที่ผสมกันมั่วซั่วจนขุ่นมัว 

นอกจากท่าทีของต้นแล้ว ไหนจะเหตุการณ์ก่อนหน้านี้อีก ฉันรู้ตัวว่าการกระทำของฉันทำร้ายจิตใจนายมอส 

แต่นั่นละที่ฉันอยากให้เขารู้ 

ฉันไม่ได้อยากโกรธอยากเกลียดอะไรนานหรอกนะ แค่อยากให้รู้ว่าสิ่งที่เขาคิดเขาทำกับฉันควรได้รับผลตอบกลับเป็นอย่างไร แค่นั้นจริงๆ ฉันอาจจะทำกับเขาไปอย่างนี้อีกสักเดือนสองเดือน ไว้ปีหน้าฉันค่อยพูดกับเขาปกติ นี่มันปลายพฤศจิกายนแล้ว 

เฮ้อออออ เบื่อโว้ยยยย เซ็ง หิวด้วย(?)รู้งี้น่าจะซื้อไรขึ้นมากินซะก่อน เสียดายข้าว!! (ไอ้เรานึกว่าจะเครียดนาน <-คนเขียน) 

ก่อนที่ความคิดเริ่มฟุ้งซ่านของฉันจะไปไกล หมวยกะเหนือก็เดินเข้ามาทางประตูหลังเป็นสองคนสุดท้ายของห้องพอดี อาจารย์ประจำวิชาที่พิ่งเดินเข้ามาถึงจึงเริ่มเนื้อหาการเรียน.. 

 

คาบสุดท้าย  

จะหมดคาบที่ 9 แล้ว ตอนนี้สี่โมงตรง อีกสิบนาทีเท่านั้นนนนน ฉันจะเป็นไทแล้วเว้ยยย 

อาจารย์ให้จดเนื้อหาบนกระดานซึ่งเยอะมากกกให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อนแล้วจึงกลับบ้านได้ ซึ่งฉันเหลืออีกสามหัวข้อ จากสิบเอ็ดหัวข้อ เอาวะ มันไม่ไกลเกินฝัน ฉันก้มหน้าก้มตาจดอย่างมีความหวัง 

เออกิ๊ฟ อย่าลืมอยู่จัดการเอกสารกีฬาสีหลังหมดคาบด้วยนะ” เหนือโพล่งขึ้นมาในขณะที่สายตาก็มองเนื้อหาชีวะบนกระดานพลางเลคเชอร์ไปด้วยอย่างชิลๆ นางเล่นเปลี่ยนสีปากกาไปเรื่อยตามหัวข้อเลยไม่เรียกิลได้ยังไงละ แต่ทำไมจดเร็วจังฟะ ที่ฉันเห็นนั่นเธอจะหมดแล้วนี่ T^T 

“หะ...ตายยยย ฉันลืมมม โห่ไรอะเหนืออ จะเตือนฉันทำไมมมมม ปล่อยฉันลืมๆไปเห๊อออ” ฉันโต้กลับด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน 

“จดเสร็จฉันก็อยากกลับบ้านแล้วน้า” ฉันอ้อน 

“แกจะมีสิทธิ์พูดอย่างนั้นได้ก็ต่อเมื่อแกไม่ใช่หัวหน้าห้องอ่ะนะ” หมวยที่นั่งโต๊ะด้านหน้าหันมาพูดสมทบอีกที 

“อะไรแกหมวย มาจ้ออย่างนี้แกจดงานเสร็จแล้วรึไง?” 

“เรียบร้อย แกเห็นฉันเป็นใครยะ คุณสมบัติด้านการจดบันทึกเป็นเลิศมันมีติดตัวฉันตั้งแต่คลอดแล้ว ไม่อยากจะเอ่ยอะ แบบสวยด้วยทำงานเร็วด้วยไรงี้ ตบมันซักทีดีมั้ยข้อหาหมั่นไส้ - -* 

“เออๆ ช่างหัวแกเหอะ แต่...ใช่!! เอกสารยุ่งยากพรรค์นั้นส่งพรุ่งนี้ซะสิ ฉันจะได้เอาไปทำที่บ้าน” ฉันหันมาดีดนิ้วเป๊าะอย่างคิดได้ถึงวิธีเอาตัวรอด 

“เสียใจ เขาสั่งวันนี้ส่งเย็นนี้จ้ะ เอกสารก็ของโรงเรียนเอากลับบ้านไม่ได้ แกเป็นหัวหน้าจริงปะ สั่งอะไรมาไม่เคยจำรายละเอียดงานครบเลย” ยัยหมวยก็ยังคงทับถมฉันด้วยสายตาแสนตี่ของเธอพลางส่ายหน้าละเหี่ยใจ 

โห่ยยยย.....” สปีดการทำงานของฉันจากที่เร็วแล้วยิ่งเรื่มช้าลง ช้าลง จนเหลืออีกแค่หัวข้อสุดท้ายฉันวางแปะปากกาแล้วตัวปวกเปียกไปกับโต๊ะ 

ออดดดออดดด 

“ฉันเสร็จแล้วนะ” เหนือพูดมาเรียบๆพอดีกับตอนที่ออดดัง พลางเก็บดินสอปากกาใส่กระเป๋าเครื่องเขียนเตรียมตัวเก็บกลับบ้าน 

เฮ้ยยยเหนือออ นี่ขนาดแกยังทิ้งฉันเลยหรอ TT0TT” เหนือหันไปมองหมวย พลางยิ้มทำสายตาเย้ยเล็กน้อยให้ฉัน 

“...พวกแกทำฉันพลังงานหายหมดนะรู้มั้ย โคตรบั่นทอนกำลังใจฉันเลย” ฉันเงยหน้าไปมองหมวยกับเหนือ 

ตอนนี้พวกเพื่อนที่จดงานเสร็จแล้วก็ทยอยเก็บของกับบ้าน แถมห้องเด็กเรียนใช่มั้ยละ จดเสร็จแล้วกว่าครึ่งห้องจ้า TTATT โต๊ะแถบหน้าห้องนี่โล่งงงงงเรียบบ  

ตอนนี้ก็เหลือฉัน เหนือ หมวย พวกนายโอ๊ตอีกหกเจ็ดคนที่ปั่นอย่างเอาเป็นเอาตายเพราะจะไปเล่นฟุตบอล ปั่นงานไปด่ากันไปสนุกเฮฮา และอีกสองหนุ่มข้างโต๊ะฉัน...นายเอฟและต้น ที่เผลอหลับกันไปแล้วเพิ่งตื่นมาทำงาน 

เห็นฉันเงียบๆแต่สนใจและเก็บรายละเอียดนะคะ -///- หนุ่มนอนอยู่ข้างๆก็นั่งมองไง ผลเป็นไงล่ะ!! งานไม่เสร็จ 

แถมเพื่อนกำลังจะทิ้งไปอีกตังหาก 

“เออแก ไหนๆก็ออดเลิกเรียนแล้ว ลงไปซื้อของกินกันเถอะ เดี๋ยวป้ารีจะปิดร้านลูกชิ้นกลับบ้านเสียก่อน” เหนือพูดพลางเกี่ยวแขนหมวยจะเดินออกไปนอกห้อง วันนี้เป็นคาบติ่งเพราะปกติโรงเรียนฉันเรียนกันแค่ 8 คาบด้วยไง น้องม.ต้นบ่ายสามโมงยี่สิบก็เลิกแล้ว แถมป้าเขาก็ปิดร้านไวด้วย 

เฮ้ยยยยย อย่าเพิ่งไปปปป พวกแกอยู่ช่วยงานฉันก่อนสิ นะเหนือน้าา หมวยย ฉันไม่ได้ไปกินด้วยไม่เหงากัอออ” ฉันกลับมาปั่นงานอีกครั้ง ทำหน้าตาบ้องแบ๊วอ้อนเพื่อนตัวเอง 

“ไม่เอาอะ” ทั้งสองคนประสานเสียงกัน 

“เดี๋ยวลูกชิ้นหมด ป้าปิดร้านอดกิน” 

“งานแกมันง่ายที่ไหนละ แกเข้าใจสุดต้องทำเอง” ทำไมพวกแกช่างรักฉันเยี่ยงเนน้!! 

แล้วพวกนางทั้งสองคนก็วิ่งจากไป 

แกทิ้งฉันไว้กับพวกลิงทโมนและต้นเนี่ยน้าา โฮฮฮ ไอ้เพื่อนดีเด่นเอ๊ยยย(ประชด) 

“เสร็จละโว้ยยยย” จู่ๆฉันก็สะดุ้ง บ้าจริง พวกมันจดเสร็จแล้วอะ วิ่งไปกันหมดแล้วด้วย แล้วฉันละ อีกห้าบรรทัด เนื้อหามันงอกได้รึเปล่าฟระทำไมไม่เสร็จซักที 

ฉันกล้ำกลืนฝืนทนจดเลคเชอร์ลงสมุดด้วยกำลังที่ยังมีอยู่ โดยที่ตอนนี้ทั้งห้องเหลือเพียงฉัน นายเอฟ และต้นของฉัน(ของแกที่ไหนวะ<-คนเขียน) เอาน่า!!อย่างน้อยก็ยังมีคนอยู่.. 

“กูไปและต้น บายหัวหน้า กูไปส่องหญิงก่อนนะ” นาย(อี)เอฟฟฟ แกก็ทิ้งฉันไป นี่สังคมรังเกียจฉันใช่มั้ยยะ!! 

...บรรยากาศในห้องที่มีสองเราทำไมมันไม่โรแม่นติกเหมือนก่อนหน้านะ...แถมยังมาคุเฉยเลย 

ฉันตั้งใจจริงกว่าเดิม เพราะไม่มีการคุยใดๆออกจากปากเลย ทั้งฉันและต้น ไม่มีใครเริ่ม จนสุดท้ายฉันก็ทนไม่ไหว 

“..เหลืออีกกี่บรรทัดแล้วอะ ฉันพูดทำลายความเงียบที่เกิดขึ้น 

“....เธอพูดกับใครเหรอ” ฉึกเสียงและคำพูดที่ตอบกลับฉันมาทำไมเป็นแบบนี่ละ(วะ) ฉันพูดกับตัวเองหรือไม่ก็กระเป๋าดินสอแมวน้ำของฉันมั้ง โอ้ยยยเจ็บ TxT 

ต้นนั่นแหละ เหลืออีกกี่บรรทัด” ฉันยังคงนิ่งเฉยและวางมาดจดงานต่อราวกับไม่สะทกสะท้าน 

“เสร็จแล้วละ” ต้นตีเส้นปิดเนื้อหา พลางเก็บของ 

ฉันจดๆๆๆจนในที่สุดมันก็เสร็จงานเสียที รีบหันกลับไปรั้งเขาไว้ก่อนที่จะไป 

“เดี๋ยวสิ..” ฉันเกี่ยวกระเป๋าเป้สะพายเขาไว้ก่อน 

“อยู่ช่วยฉันกรอกเอกสารส่งงานกีฬาสีห้องก่อนได้ไหม...รองหัวหน้า” ฉันเรียกตำแหน่งเขาลงท้าย  

เขามองฉันด้วยสีหน้าที่นิ่ง นิ่งเหมือนใส่หน้ากาก เหมือนต้นชายผิวเข้มยิ้มแย้มร่าเริงที่ฉันเคยรู้จัก เคยชวนฉันคุยต่างๆนานาคนนั้นเป็นคนละคนจริงๆ ทำหน้าแบบนี้ช่างไม่เหมาะกับเขาเอาเสียเลย 

แต่ฉันยังอดแปลกใจไม่ได้ ว่าฉันตาฝาดไปเองรึเปล่า ที่ในดวงตาเขามีประกายที่ต่างจากใบหน้านิ่งๆโดยสิ้นเชิง 

“..อืม 


 



สาเหตุที่การกรอกเอกสารกลายเป็นงานยุ่งยากเพราะอะไรกัน 

งานกีฬาสีเป็นงานที่จะมาต่อจากงานออดิชั่นเพียง 1 สัปดาห์ ซึ่งม.ปลายอย่างเราๆก็ต้องคุมน้องม.ต้น ทำพาเหรด ซึ่งสีเขียวที่ฉันอยู่นั้น ฉันต้องอยู่ไป 6 ปี เพราะฉันแสนซวยได้อยู่ห้องสีเขียวมาตลอดตั้งแต่ตอนม.ต้นทั้งที่มันเวียนสีกันทุกปี แต่มีปีฉันที่เขายกเลิกการเวียนสี TT แล้วม.ปลายก็ต้องอยู่สีเขียวและอยู่ตลอดอีก 3ปีไม่มีเปลี่ยน มันซวยตรงที่เสื้อสีนี่แหละ ทั้งที่ชีวิตการเรียนฉันฝันมาตลอดว่าอยากได้ชุดกีฬาสีสวยๆหวานๆอย่างชมพูบ้าง ฟ้าบ้าง ม่วงบ้าง สีใฝ่ฝันของผู้หญิง 

มันไม่มีเลย T0T เขียวทุกปี ฉันเกลียดเขียวหวานนน มันเต็มบ้านฉันแล้ววว เปลี่ยนแบบทุกปีซื้อทุกปีแล้วได้สีเดิมเจ็บปวดมากกก 

แต่นักกีฬาสีเขียวโหดมากนะ -0- ปีฉันม.4 กวาดไป 20 ถ้วยรางวัล สีฟ้าข้างๆได้ 5 ถ้วยเอง โอ้ก้อดด พี่ปีที่แล้วแสนสยอง 

เข้าเรื่องเถอะ เตลิดไปไกลเลย ก่อนจะมีงานกีฬาสีได้ต้องมีเอกสารกองตรงหน้าฉันก่อนสิ ฮืออ 

เอกสารที่ว่ามี 5 ชุดซึ่งประกอบด้วย รายชื่อห้อง แล้วจะเป็นตำแหน่งว่าใครทำหน้าที่อะไรโดยการสมัครใจลงตามที่ตนเองถนัดจะมีตั้งแต่สวัสดิการ ทำพาเหรด คอสตูมชุด เชียร์หลีดเดอร์ สารวัตรกีฬา คุมสแตนด์ นักกีฬาต่างๆ คนเดินพาเหรด ยันคนถือป้าย -0- ซึ่ง ตำแหน่งดีๆสวยๆสบายๆบอกเลยฉันไม่เคยทำ ถึงหน้าตาฉันจะโอเคแต่ฉันถึกมาก ฉันมักลงกีฬา คุมแสตนด์ สารวัตรสีและคนทำป้าย มิใช่คนถือ 

แล้วเอกสารสองชุดแรกพอเราได้ตำแหน่งมาแล้ว มันดูไม่ยากเลยใช่ไหม แต่มันจะเพิ่มความสาหัสไปโดยที่เราจะต้องมานั่งเทียบเอกสารประวัติเพื่อนรายบุคคลว่าทำหน้าที่นั้นได้หรือไม่อย่างละเอียด เป็นโรคประจำตัวใดๆหรือเปล่า เรียงคนจำนวน 48 คน โอวววว หกโมงจะเสร็จไหม 

และยังมีเอกสารที่ต้องไปเช็คอุปกรณ์ที่เราจะนำไปใช้ในงานและเอกสารเบิกงบกับโรงเรียนอีก หลังจากไล่อ่านแล้วเริ่มลมจับจะล้มเอา @__@  

เคยมีคนบอกไว้ว่าเขาสงสัย กีฬาสี 

แข่งกันแทบตาย เสียงบไปมากมาย บางสีทะเลาะกันใหญ่เพื่อจะเอาชัยชนะ เพื่อความยิ่งใหญ่อลังการ 

สุดท้ายแข่งเสร็จปิดงานได้ถ้วยมาคืนโรงเรียน =____= ฉันก็คิดเหมือนเขานะให้ตายเถอะ 

 

ขณะที่นายต้นอ่านรายละเอียดพลางกรอกเอกสารไป ฉันก็ต้องนั่งอ่านประวัติเพื่อนเรียงคนและคัดนักกีฬา นอกจากตาลายแล้วยังมึนหัวอีกด้วย กรอกไปมั่วๆโรงเรียนเขาไม่รู้หรอกนะความจริง..แต่อย่าเลยดีกว่า เดี๋ยวจบไปเป็นผู้ใหญ่ทำงานชุ่ย สู้เอาให้เสร็จวันนี้จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาดีกว่า 

ตอนนี้ก็สี่โมงจะครึ่งแล้วน่ะนะ ยัยองคนนั้นทิ้งฉันกลับบ้านไปแล้วมั้งนี่ เฮ้อออ 

“เดี๋ยวฉันไปเช็คอุปกรณ์ที่ห้องเราต้องใช้ที่โรงเก็บของดีกว่านะ หัวหน้า” ต้นผละออกไปอีกคน นี่สังคมรังเกียจฉันจริงๆใช่ไหมม แถมคำสุดท้ายแอบห่างเหิน นี่เขาเรียกประชดกันรึเปล่านะ  

หน้าฉันมันออกอาการรึเปล่า เขาจึงหันมามองและหยุดฝีเท้าที่กำลังจะก้าวออกจากห้อง 

“เธอ...” 

“...กิ๊ฟ” เขาเปลี่ยนสรรพนามที่เรียกฉัน คำๆนั้นทำให้หัวใจฉันพองโตและเงยหน้าขึ้นด้วยดวงตาเป็นประกาย 

“หะ ว่าไงมีอะไรหรอ” เสียงฉันไม่ออกอาการเลยว่าดีใจมากขนาดไหน นี่เขาเรียกชื่อเล่นฉันครั้งแรกในรอบหลายวันที่เขาเอาแต่เรียกตำแหน่งฉันเลยนะ ไม่ดีใจก็บ้าแล้ว 

“อยู่บนนี้คนเดียวได้ใช่ไหม” สีหน้าของเขาสื่อความตามคำพูด ตอนนี้เขาถอดหน้ากากแสนนิ่งอันนั้นออกไปแล้วจริงๆ 

“ฉันคิดว่าสักห้าโมงฉันน่าจะเช็คอุปกรณ์กับของเสร็จนะ เดี๋ยวจะรีบขึ้นมานะ” เขามองฉันซึ่งพยักหน้าและยิ้มซ้ำแล้วซ้ำอีกด้วยความดีใจอีกครั้ง ก่อนจะหันหลังเดินออกไปพร้อมเอกสารงาน 

 

ต้นลงบันไดลับจากไปได้ไม่นานนัก ก็มีชายอีกคนเดินออกมาจากห้องเรียนตัวเองเพื่อมาหาหัวหน้าหญิงห้องสิบสองทันที 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

**ขอบคุณพี่เว็บเด็กดี ณ จุดๆนี้ด้วยนะคะ
ที่รับฟังปัญหาเรื่องฟอนต์ยับในตอนเก่าๆแล้วไปแก้ไขระบบให้ ตอนนี้ดีใจมากๆเลยค่ะ ^^!! ♥ 


shala. la

261 ความคิดเห็น

  1. #260 ไร้นาม มืดมิตร (@rosary-gay) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2557 / 11:31
    รอออออออออออ ><
    #260
    0