กุหลาบรัตติกาล (เฮอร์ไมโอนี่~~เดรโก)

ตอนที่ 28 : ตอนที่ 28 นอกแผน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 617
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    13 ส.ค. 60

สถานการณ์ภายในเงียบสงบไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ แฮร์รี่กับรอนยังคงรอสังเกตการณ์อย่างอดทนจาก 10 นาที กลายเป็น 15 นาที จาก 15 นาทีกลายเป็น 20 จนกระทั่งเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง ที่ไม่มีวี่แววเลยว่ามัลฟอยจะลงมือทำอะไรสักอย่างให้เฮอร์ไมโอนี่ยอมคุยกับเขา จากที่แฮร์รี่กับรอนยืนแอบฟังอยู่ข้างประตู กลายเป็นนั่งลงจับเจ่าที่พื้นรอคอยให้มัลฟอยส่งสัญญาณความคืบหน้าออกมา รอนทำหน้าเบื่อหน่าย



“ถ้าฉันรู้สักนิดว่าไอ้หมอนี่จะนั่งบื้อเป็นหิน” รอนบ่นกระปอดกระแปด “ฉันจะไม่เสนอแผนนี้ขึ้นมาเลย”




“เราเปลี่ยนแผนดีมั้ยล่ะ” แฮร์รี่เสนอเพราะเริ่มคิดแล้วว่าแผนนี้ไม่มีอะไรคืบหน้าแม้แต่น้อย เขาเอามือขยี้ผมตัวเองอย่างจนทาง รอนโบกมือไปมาเป็นการปฏิเสธ



“ไม่ได้ ยังไงก็ต้องรอก่อน” รอนบอกเนือยๆ ก่อนจะเอนตัวพิงผนังห้องแต่งตัวใกล้ๆกับประตู แฮร์รี่ถอนหายใจเข้าออกช้าๆ และทอดสายตามองเหม่อไปยังสนามควิซดิซและคิดอะไรเรื่อยเปื่อย สายตาของเขาจับจ้องไปที่จุดเล็กๆ ที่เคลื่อนไหวอยู่อีกฟากหนึ่งของสนาม เหมือนจะมีคนเดินตรงมาทางพวกเขา และมาคนเดียวเสียด้วย เธอมีผมสีเทาและเดินก้าวฉับๆ อย่างคล่องตัว แฮร์รี่รีบสะกิดรอน



“รอน นั่นมาดามฮูซหรือเปล่า” รอนรีบเอี้ยวตัวหันไปดู ก่อนจะทำหน้าตกใจ

“เฮ้ย...ใช่ ทำไงล่ะทีนี้ อาจารย์ต้องมาปิดสนามแน่ๆ” แฮร์รี่รีบคิดก่อนจะตัดสินใจแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วโดยการเสกคาถาไปยังห้องแต่งตัว มัลฟลิอาโต้เพื่อไม่ให้เฮอร์ไมโอนี่หรือมัลฟอยได้ยินเสียงจากด้านนอกเข้าไปยังด้านใน



“สนามจะปิดแล้ว” มาดามฮูซกล่าวกับพวกเขาเมื่อเธอเดินมาถึง สายตาโฉบเฉี่ยวดังนกเหยี่ยวของเธอมองไปทางประตูห้องแต่งตัวที่ล็อคเรียบร้อยทั้งสองห้อง ก่อนจะหันกลับมามองแฮร์รี่กับรอนที่ดีดตัวขึ้นยืนตรงและส่งยิ้มเจื่อนให้มาดามฮูซ


“แล้วนี่พวกเธอมาทำอะไรกัน” มาดามฮูซถามอย่างสงสัย “วันนี้มีซ้อมควิซดิซหรือไง”



“พวกเรามาฝึกกันส่วนตัวครับ” แฮร์รี่พูดปด “เอ่อ...แล้วก็กำลังจะกลับแล้ว” รอนพยักหน้าหงึกหงักเมื่อสายตาของมาดามฮูซจับจ้องที่หน้าเขา และดูเหมือนหล่อนจะไม่พบอะไรที่น่าผิดแปลกจากเด็กบ้านกริฟฟินดอร์ทั้งสองคน มาดามฮูซแค่กวักมือบอกให้ทั้งสองคนออกไปจากสนาม



“ที่นี่ปิดแล้ว คืนนี้จะเป็นคืนแรกเข้าฤดูหนาว บางทีถ้าพวกเธอกลับไปกินโกโก้ร้อนๆ ใส่มาร์ชเมลโลว่จิ๋ว คงจะเป็นคืนที่เยี่ยมมากๆ แล้วไว้พรุ่งนี้เช้าพวกเธอค่อยมาซ้อมกันใหม่” 




     แฮร์รี่กับรอนลอบมองหน้ากันด้วยความกังวล แต่เมื่อมาดามฮูซตวัดสายตามองมาทางพวกเขาอีกหนเป็นเชิงไล่ให้ออกไปตามที่เธอสั่ง แฮร์รี่กับรอนจึงต้องเดินตามเธอออกไปอย่างอดเสียไม่ได้ มาดามฮูซจัดการล็อคประตูเหล็กหน้าสนาม และลงคาถาไว้อีกชั้นนึง ก่อนจะเดินจากไป แฮร์รี่กับรอนมองหน้ากันเหรอหรา เพราะนี่ไม่ได้อยู่ในแผนที่พวกเขาเตรียมไว้


“ทำยังไงดีล่ะ พวกเขายังอยู่กันข้างใน” รอนโวยวายมองซ้ายมองขวาราวกับจะขอความช่วยเหลือจากใครก็ได้แถวนั้น แฮร์รี่กลอกตา

“โธ่เอ๊ย รอน ลองใช้อะโลโฮโมร่าสิ” แฮร์รี่ชักไม้กายสิทธิ์เคาะที่ลูกกุญแจพร้อมกับพึมพำคาถา ไม่เป็นผล ลูกกุญแจยังคงล็อคอยู่เช่นเดิม ทั้งสองมองหน้ากัน

“แล้วยังไงต่อ” รอนถามอย่างหมดหวัง แฮร์รี่ครุ่นคิดก่อนจะตอบว่า

“ก็คงต้องรอพรุ่งนี้เช้า” รอนทำหน้านิ่วคิ้วขมวด

“จะบ้าหรอ ได้ยินมาดามฮูซบอกมั้ย คืนนี้ข้างนอกนี่หนาวจะตายชัก”





“อย่างน้อยก็เป็นไปตามแผน พวกเขาได้อยู่ด้วยกันนั่นแหละ” แฮร์รี่พยายามชี้ให้รอนเห็นในแง่ดี ถึงแม้ว่าสีหน้าของเขาจะไม่รู้สึกดีตามไปด้วย รอนส่ายหน้าไม่เห็นด้วยอย่างเปิดเผย แต่ท้ายที่สุดแล้วเมื่อทั้งสองจนปัญญาที่จะเข้าไปปลดล็อคประตูให้กับเฮอร์ไมโอนี่และมัลฟอย พวกเขาจึงตัดสินใจตรงไปยังหอนอนเผื่ออาจจะค้นเจอหนังสือตำราเวทมนต์คาถาเล่มใดก็ได้ที่บอกวิธีปลดล็อคประตูที่ลงคาถาไว้



..................................................................................................................................................................................



                บรรยากาศภายในห้องแต่งตัวของนักกีฬาควิชดิซยังคงเงียบสงบไร้ความเคลื่อนไหวใดๆ เฮอร์ไมโอนี่เลือกที่จะนั่งกอดอกและจ้องมองประตูเพราะหลังจากเธอเฝ้าคิดวิธีต่างๆนานาที่จะทำให้เธออกไปได้โดยไม่ใช้เวทมนต์แต่ก็ไม่มีแผนไหนที่เข้าท่าเลยสักนิดเดียว เธอจึงเลือกที่จะนั่งรออย่างอดทนราวกับเธอเฝ้ารอที่จะได้ยินเสียงคนมาปลดล็อคประตูข้างหน้าห้องออก เธอไม่แน่ใจว่านี่คือเรื่องตลกของแฮร์รี่กับรอนหรือเปล่าที่จับเธอมาขังไว้อยู่กับเดรโก มัลฟอยคนที่เธอไม่แม้แต่อยากจะเฉียดใกล้ในระยะ 500 เมตร และหวังว่าทันทีที่เธอได้ออกไปจากห้องนี้เมื่อไหร่ แฮร์รี่กับรอนต้องมีคำตอบเรื่องนี้ให้เธอ



                เวลาผ่านไปอีกราวๆ ชั่วโมง แสงสว่างที่ลอดประตูเข้ามาไม่มีอีกแล้ว กลายเป็นความมืดที่เข้ามาแทนที เชิงเทียนติดฝาหนังถูกจุดขึ้นเองด้วยเวทมนตร์ ไอเย็นจากอากาศข้างนอกที่กำลังจะเข้าสู่จุดเยือกแข็งเพราะหิมะกำลังโปรยปรายค่อยๆแผ่เข้ามาในห้องที่มีเพียงแค่เฮอร์ไมโอนี่กับมัลฟอยอยู่กันสองต่อสอง เฮอร์ไมโอนี่นั่งตัวสั่นเทาเพราะความหนาวและเย็นยะเยือกของอากาศ มือของเธอเย็นเฉียบ และพยายามกวาดสายตามองดูว่ารอบๆ ห้องมีใครลืมชุดควิซดิซไว้บ้างหรือเปล่า แต่ก็ไม่ มีจังหวะหนึ่งที่สายตาของเธอผสานเข้ากับดวงตาสีเทาอ่อนของมัลฟอยโดยไม่ได้ตั้งใจ เธอรีบเบือนหน้าหนีเพราะไม่อยากจ้องมองเขาให้รู้สึกแปลกๆ ก่อนจะถามตัวเองในใจว่า นี่เธอกลัวสายตาหมอนี่ตั้งแต่เมื่อไหร่กันแม้จะไม่ได้คำตอบก็ตาม




แต่แล้วจู่ๆ โดยไม่ทันที่เฮอร์ไมโอนี่จะรู้ตัว เสื้อตัวหนึ่งถูกคลุมลงมาบนไหล่ของเธอ เฮอร์ไมโอนี่สะดุ้งอย่างตกใจ เมื่อหันไปแล้วพบว่ามัลฟอยได้เอาเสื้อคลุมของเขามาห่มให้เธอ เฮอร์ไมโอนี่ทำหน้าราวกับเจอผีแบนชี



“ห่มมันไว้ซะ” มัลฟอยบอกเสียงเรียบ เฮอร์ไมโอนี่อ้าปากค้างเพราะเธอไม่แน่ใจว่านี่คือมัลฟอยตัวจริงหรือเปล่า เพราะถ้าเป็นก่อนหน้านี้เขาคงไม่แม้แต่จะยอมให้เฮอร์ไมโอนี่แตะโดนเส้นด้ายบนใยผ้าของเขาแม้แต่ปลายเล็บ เธอมองเขาอย่างไม่ไว้ใจที่จู่ๆ มัลฟอยก็เกิดทำตัวมีน้ำใจกับเธอขึ้นมา



“เอามาให้ฉันทำไม” เธอถามเสียงเขียว มัลฟอยทำหน้าเฉยชาจนเกือบจะเหมือนมัลฟอยคนปกติที่เธอจำได้ เขาทำท่าหยิ่งยโสแล้วเดินกลับไปนั่งที่พื้นตรงสุดมุมห้อง ก่อนจะตอบเสียงยานคางว่า



“ฉันรู้ว่าเธอหนาว ถ้าไม่หนาวก็เอาไปเช็ดพื้น หรือเผาทิ้งก็เรื่องของเธอ” เฮอร์ไมโอนี่มองค้อน แต่ก็ยอมห่มไว้แต่โดยดี เพราะเธอก็ต้องยอมรับตรงๆว่า อากาศที่กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ความหนาวเย็นนี้ไม่เอื้ออำนวยให้เธอทำปากเก่งเท่าไหร่ แต่เฮอร์ไมโอนี่ก็แอบมองไปทางมัลฟอยที่ทำเป็นเก๊กท่านั่งสบายๆ ราวกับไม่รู้สึกรู้สากับความหนาวเย็นเท่าไหร่นักอย่างอดสงสัยไม่ได้




“นายทำดีกับฉันทำไม มัลฟอย” เฮอร์ไมโอนี่ถามก่อนจะยั้งตัวเองไว้ได้ทัน เธอแทบอยากกัดปากตัวเองเมื่อหลุดปากถามแสดงถามไปเสียแล้ว มัลฟอยดูมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยหลังจากที่เธอยอมคุยกับเขา แม้จะเป็นประโยคคำถามที่เขาไม่สามารถหาคำตอบดีๆ มาให้เธอได้เลย เพราะถึงบอกไปว่าเขาอยากดูแลเธอให้เหมือนกับตอนที่เป็นแฟนกัน เฮอร์ไมโอนี่ก็ไม่มีวันเชื่อ มัลฟอยแค่ยักไหล่



“บอกไปเธอก็ไม่มีทางเชื่อหรอก” มัลฟอยตอบเบาๆ เฮอร์ไมโอนี่เม้มปากสนิท ก่อนจะนั่งหันหลังให้มัลฟอยอีกหน

“งั้นก็เรื่องของนายเถอะ” เฮอร์ไมโอนี่บอกเสียงเขียว “ขอบใจแล้วกันนะ แต่ถ้านายหนาวตายก็อย่ามาโทษฉันแล้วกัน”




“ถ้าฉันตายฉันหวังว่าเธอจะเสียใจนะ” มัลฟอยยั่วล้อ เฮอร์ไมโอนี่ไม่โต้ตอบทำให้เขาเลิกที่จะกวนประสาทเธอ ตอนนี้ฟันของมัลฟอยเริ่มจะสั่นกระทบกันด้วยความเย็นยะเยือกของอากาศ ดวงตาของเขาเสมองไปทางประตูที่ไม่มีวี่แววว่าจะเปิดออกเลยแม้แต่น้อยอย่างหมดหวัง จริงๆแล้วมัลฟอยคิดตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรกหลังจากติดอยู่ข้างในกับเฮอร์ไมโอนี่โดยไม่มีวี่แววของแฮร์รี่กับรอนจะมาปลดล็อคประตูให้ว่ามีบางอย่างของแผนไม่ชอบมาพากล พวกข้างนอกต้องเตรียมการอะไรไว้นอกแผนแล้วไม่ยอมบอกเขาแน่ๆ มัลฟอยเลื่อนสายตากลับมามองที่เฮอร์ไมโอนี่ เธอเอามือซุกเข้ากับเสื้อคลุมของมัลฟอยและดูเหมือนจะอุ่นขึ้นเธอเอนตัวลงนอนขดตัวกับที่นั่ง มัลฟอยที่กึ่งนั่งกึ่งนอนยกมือขึ้นมากอดอกเพื่อซุกมือของตัวเองไว้ให้อุ่นขึ้นเช่นกันทั้งสองผล็อยหลับไปในอีกไม่กี่นาทีให้หลัง





                ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่ยิ่งดึกสงัดไอเย็นก็ยิ่งแพร่กระจายจนเฮอร์ไมโอนี่สะดุ้งตื่นอีกหนโดยไม่รู้ตัวว่าเผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหน เธอค่อยๆ ดันตัวให้ลุกขึ้นจากที่นั่ง และเหลียวหลังกลับไปมองมัลฟอยที่ตาปิดสนิทเหมือนเขาจะหลับไปเช่นกัน ใบหน้าขาวซีดนั้นดูซีดเผือดหนักกว่าที่เฮอร์ไมโอนี่เคยเห็น จนเธออดหวั่นใจไม่ได้ว่าเขาเป็นอะไรไปหรือเปล่า ยิ่งเมื่อก้มลงดูเสื้อคลุมที่มัลฟอยสละให้เธอห่มสลับกับคนที่นอนนิ่งไม่ไหวติง เฮอร์ไมโอนี่ก็เกิดความเป็นห่วงขึ้นมาเล็กๆ ว่ามัลฟอยเป็นอะไรหรือเปล่า เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นไปดูเขาใกล้ๆ และภาวนาในใจว่าขอให้มัลฟอยอย่าเพิ่งเป็นอะไรเลย เฮอร์ไมโอนี่นั่งลงข้างๆ มัลฟอย และเอามือแตะที่แก้มอันเย็นเฉียบยิ่งกว่ามือของเธอเองเบาๆ พลางส่งเสียงเรียก





“มัลฟอย” เธอเรียก “ได้ยินหรือเปล่า มัลฟอย นายไม่สบายใช่มั้ย” มัลฟอยไม่ขยับ เฮอร์ไมโอนี่เอามืออังจมูกเขา ลมหายใจอุ่นๆ สัมผัสกับปลายนิ้วของเธอ เฮอร์ไมโอนี่เป่าปากอย่างโล่งใจพลางพึมพำกับตัวเองว่า “เฮ้อ...นึกว่าตายซะแล้ว”

“ยัง หรอก ฉันยังไม่ตาย” เสียงกระซิบแผ่วเบาตอบกลับมาทำเอาเฮอร์ไมโอนี่ตกใจจนแทบจะลุกกระโดดหนี แต่ผู้ที่ตอบเธอคว้าแขนเธอเอาไว้ด้วยมือเย็นๆ และไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้นมามองเธอเลย




“ปล่อยฉันนะมัลฟอย” เฮอร์ไมโอนี่เตือน แต่ดูเหมือนมัลฟอยจะไม่รับรู้

“ฉันหนาวจัง เกรนเจอร์” มัลฟอยบอกริมฝีปากสั่นระริก ก่อนจะดึงเฮอร์ไมโอนี่ให้เข้ามาในอ้อมกอดของเขาราวกับได้ผิงไฟอุ่นๆ มัลฟอยกอดเฮอร์ไมโอนี่แน่นและไม่ยอมแม้แต่ให้เธอกระดิกตัว “ขอฉันกอดเธอหน่อยนะ”

“นายกำลังฉวยโอกาสกับฉันนะ ปล่อย!” แม้ว่าเฮอร์ไมโอนี่จะพยายามดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างเต็มแรง

“อย่าทำเหมือนเธอรังเกียจฉันได้มั้ย เกรนเจอร์” มัลฟอยทำเสียงอ้อนวอน “ขอร้องล่ะ” เฮอร์ไมโอนี่เห็นใบหน้าที่มีทั้งความซีดเซียวและความสุขปนเศร้าของมัลฟอยจู่ๆ ก็ทำให้เธอลืมที่จะขัดขืนไปชั่วขณะ

“ทำไมถึงเป็นฉัน” เฮอร์ไมโอนี่ถามพลางกลืนน้ำลาย



“เธอ...สำคัญ...สำหรับ...ฉัน” มัลฟอยงึมงำในลำคอเบาๆ ราวกับไม่รู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป เฮอร์ไมโอนี่นิ่งเฉยแม้จะมีความแปลกใจในคำพูดของมัลฟอยเป็นอย่างมาก



“สำคัญหรอ นายไม่รู้ตัวสินะว่าพูดอะไรออกมา” เธอตอบเสียงเย็น เหลือบตามองมัลฟอยที่ดวงตายังคงปิดสนิทและพูดตอบพึมพำไม่เป็นภาษาทำนองว่า รู้และ อยากให้เธอรู้ เฮอร์ไมโอนี่ฟังไม่ได้ศัพท์ แต่ถึงกระนั้นเธอก็ถอดถอนใจก่อนจะอยู่นิ่งๆยอมให้มัลฟอยคนที่เธอเข้าใจศัตรูกอดแต่โดยดี มัลฟอยซบหน้าลงกับลอนผมสีน้ำตาลของเฮอร์ไมโอนี่ก่อนจะหลับสนิทไปอีกหน




“...แค่เพราะนายไม่สบายหรอกนะ” เฮอร์ไมโอนี่อ้อมแอ้มบอก แม้จะไม่แน่ใจในตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเธอถึงรู้สึกอุ่นวาบไปทั้งตัว ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวโดยไม่ทราบสาเหตุ



...........................................................................................................................................................................


                มัลฟอยเริ่มมีสติขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ตัวของเขาเริ่มอุ่นขึ้น เขาปรือตามองคนในอ้อมกอดที่เอนหน้าพิงซบกับหน้าอกเขา มัลฟอยไอออกมาเบาๆ ดูเหมือนว่าเขาจะถูกอากาศหนาวเล่นงานให้กลายเป็นไข้ซะแล้ว เฮอร์ไมโอนี่เงยหน้ามองตามเสียงไอของเขาและขมวดคิ้วให้ก่อนจะถามว่า



“นายโอเคหรือยัง” มัลฟอยกระชับอ้อมกอดแทนคำตอบ

“ยังเลย” เขาตอบตรงข้ามกับน้ำเสียงที่ดูสดใสมากขึ้น คางเสี้ยมแหลมของเขากดลงบนหน้าผากของเฮอร์ไมโอนี่แล้วหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข

“อย่ามาโกหก นายปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!” เฮอร์ไมโอนี่ออกคำสั่ง เธอหน้าแดงแม้จะไม่รู้ว่าเพราะอากาศที่หนาวมากๆ หรือเพราะเธอรู้สึกหวั่นไหวอะไรกับเด็กบ้านสลิธีรินที่เป็นศัตรูกับเธอเสียแล้ว มัลฟอยอมยิ้ม

“ขออีกสักนิดเถอะน่า”




เฮอร์ไมโอนี่ทำเสียง ฮื่อ!’ อย่างขัดใจ ก่อนจะพึมพำว่า “รอฉันออกไปจากที่นี่ได้ก่อนเถอะนะมัลฟอย ฉันสาบานว่านายจะไม่ได้เฉียดใกล้ฉันอีกเลย”

“ถามเป็นหนที่สอง เธอเกลียดฉันมากหรือไง” มัลฟอยลืมตาขึ้นถามเสียงตัดพ้อ เฮอร์ไมนี่ไม่กล้ามองหน้าเขาเลยสักนิดเดียวเพราะกลัวว่าเขาจะส่งสายตาแปลกๆมาให้เธออึดอัดใจอีก




“ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวสักหน่อย” เฮอร์ไมโอนี่ท้วงเสียงอ่อย “นายเองก็เกลียดฉันมาตลอดเท่าที่ฉันจำความได้”



“เราเปล่าเกลียดกัน แค่เธอจำไม่ได้ต่างหาก” มัลฟอยพึมพำเบาๆเป็นคำตอบ ครั้งนี้เฮอร์ไมโอนี่เงยหน้ามองเขาอีกหนอย่างฉงนในคำพูดของเขา แต่มัลฟอยทำเป็นเลี่ยงหลับตาลงอีกครั้ง เฮอร์ไมโอนี่จึงละสายตาจากมัลฟอยและมองเหม่อไปอย่างไร้จุดหมาย



“เหมือนนายจะพยายามบอกฉันว่า เราไม่ได้เกลียดกันงั้นหรอ” เฮอร์ไมโอนี่ถามเสียงเรียบ เดาได้ยากว่าเธอกำลังคิดอะไรในน้ำเสียงของเธอ

“ฉันไม่เคยเกลียดเธอเลย เกรนเจอร์...ไม่เคยเลยสักนิด ไม่มีวันเกลียดด้วย” มัลฟอยตอบอย่างหนักแน่น



“นาย...นาย...พูดอะไรออกมา รู้ตัวหรือเปล่า” เฮอร์ไมโอนี่ถามตะกุกตะกักเพราะไม่แน่ใจเลยว่ามัลฟอยต้องการจะบอกอะไรกับเธอ มัลฟอยกระซิบเบาๆว่า



“ฉันรู้ และฉันเป็นคนเดียวในห้องนี้ที่รู้ว่าหัวใจของฉันรู้สึกอะไร”     




ชั่วครู่เหมือนเวลาจะหยุดหมุนเฮอร์ไมโอนี่สบตามัลฟอยอีกหน มัลฟอยอดใจไม่ได้ที่จะโน้มใบหน้าลงเข้าหาริมฝีปากอวบอิ่มที่เขาเคยครอบครองมาก่อนด้วยความรักทั้งหมดที่เขามี มัลฟอยบรรจงจูบเฮอร์ไมโอนี่อย่างอดทนเก็บความรู้สึกที่มีไว้ไม่ไหว เฮอร์ไมโอนี่ตกใจกับการกระทำของมัลฟอย แต่ที่เหนือความคาดหมายไปมากกว่านั้นเธอกับจูบตอบราวกับพึงพอใจจุมพิตที่เขามอบให้ ท่ามกลางความหนาวเย็นกลับมีความอบอุ่นเล็กๆเกิดขึ้นภายในใจของคนทั้งสอง และแม้แต่เฮอร์ไมโอนี่เองก็ไม่แม้แต่จะพยายามปฏิเสธมัลฟอยแม้แต่น้อยราวกับหัวใจของเธอกำลังโหยหาบางสิ่งบางอย่างจากมัลฟอย




.........................................................................................................................................................


                “ปั้ง!” เสียงประตูถูกเปิดกระแทกเข้ากับฝาผนัง ทำให้ทั้งมัลฟอยและเฮอร์ไมโอนี่สะดุ้ง ทั้งสองเหมือนถูกกระชากกลับเข้ามาสู่ความเป็นจริง ความจริงที่ยิ่งกว่าคือมีสายตากว่าห้าคู่จับจ้องดูมาที่คนทั้งสองทั้งตกใจระคนดีใจเพราะภาพที่พวกเขาเห็นคือมัลฟอยกับเฮอร์ไมโอนี่กำลังจูบกัน


“โอว้ สำเร็จ!” แครบกับกอยล์กล่าวพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน แพนซี่เป็นอีกคนที่แฮร์รี่กับรอนไปตามให้มาช่วยกันหาวิธีมาช่วยมัลฟอยกับเฮอร์ไมโอนี่ให้ออกจากห้องได้ก่อนที่จะหนาวตาย พวกเขาเอามีดที่ซีเรียสเคยให้แฮร์รี่ไว้มาปลดโซ่ด้านหน้าสนามก่อนจะพากันมาเปิดประตูให้ พวกเขาไม่คิดกันมาก่อนว่าจะได้เห็นภาพตรงหน้า ทั้งห้าคนยืนอึ้งในขณะที่คนทั้งสองในห้องต่างผละออกจากกันด้วยความกระดากอาย และดูเหมือนน่าจะเป็นสัญญาณที่ดีที่มัลฟอยได้ใกล้ชิดเฮอร์ไมโอนี่จนเกือบเหมือนวันเก่าๆ แต่ผิดที่ว่า สายตาอันว่องไวของเฮอร์ไมโอนี่เหลือบไปเห็นแฮร์รี่กับรอนที่รวมอยู่ในหมู่คณะคนที่มาเปิดประตูให้ด้วย



แฮร์รี่กับรอนรีบหลบฉาก แต่ไม่ทันเสียแล้ว เธอเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ก่อนที่จะมองผู้คนทั้งห้าเพื่อต้องการหาคำตอบจากใครสักคน ไม่มีใครพูดอะไร เฮอร์ไมโอนี่ค่อยๆหันมามองมัลฟอยช้าๆ เพราะหวังว่าเขาน่าจะเป็นอีกคนที่ต้องมีคำอธิบายเรื่องนี้ให้เธอ




“แผนสำเร็จแล้วใช่มั้ย” กอยล์หลุดปากถามแครบเพื่อหวังจะทำลายบรรยากาศเงียบอันน่าอึดอัด แต่หารู้ไม่ว่าความอึดอัดที่แท้จริงจะมาหลังจากนี้ต่างหาก เมื่อกอยล์พูดเสียงดังพอที่จะทำให้ทุกคนได้ยิน แพนซี่เหยียบเท้ากอยล์อย่างแรงเพื่อให้เขาหยุดพูดอะไรที่ไม่เข้าท่าออกไปเดี๋ยวนั้น ดูเหมือนเฮอร์ไมโอนี่จะปะติดปะต่อเรื่องได้เองจากคำพูดของกอยล์ ใบหน้าของเธอบึ้งตึง เย็นชา และมองมัลฟอยด้วยสายตาที่โกรธเคือง



“อ๋อ ทั้งหมดนี่คือแผนของนายสินะ” เฮอร์ไมโอนี่ถามมัลฟอยเสียงเย็น “นายกับเพื่อนของนายรวมหัวกันแกล้งฉัน ให้ฉันเป็นตัวตลก” แววตาของเธอมีความผิดหวังและเสียใจ แต่เธอแสดงมันออกมาด้วยความโกรธ มัลฟอยทำหน้าไม่ถูก เพราะไม่คิดเลยว่าทุกอย่างจะออกนอกแผนมาไกลขนาดนี้



“เธอกำลังเข้าใจฉันผิดนะ” เขาปฏิเสธเสียงหลง และพยายามดึงมือเฮอร์ไมโอนี่มากุมไว้ แต่เธอปัดออกอย่างไม่แยแส

“พวกเธอก็ด้วย รอน แฮร์รี่” เฮอร์ไมโอนี่หันไปไล่เบี้ย “ทำไมพวกเธอทำกับฉันแบบนี้"




“พวกเราอธิบายได้นะ” แฮร์รี่ร้องบอก แต่เฮอร์ไมโอนี่ไม่สนใจ เธอเดือดดาลกับเรื่องบ้าๆทั้งหมดในคืนนี้ เดือดดาบพอๆกับที่เธอรู้สึกเสียใจว่า เธอเกือบจะรู้สึกเคลิ้มไปกับรอยจูบของมัลฟอย เฮอร์ไมโอนี่น้ำตาคลอ แต่เธอยกแขนเสื้อเช็ดอย่างไม่แยแส เธอหันไปต่อว่ามัลฟอยด้วยความโกรธเคือง





“คงสนุกกันพอแล้วสิ ขอบคุณนายมากนะมัลฟอย คืนนี้ฉันสนุกมากกับการแสดงละครเพื่อให้เพื่อนๆของนายมาดูฉันเหมือนฉันเป็นตัวตลก และ ลาก่อน อย่าได้เจอกันอีกเลย” เฮอร์ไมโอนี่ลุกขึ้น ก่อนจะกระแทกไหล่ให้แครบกับกอยล์หลบไป เธอกระทืบเท้าเดินออกไปโดยไม่คิดจะฟังเสียงร้องเรียกของแฮร์รี่กับรอนที่พยายามวิ่งตามไปอธิบายให้เฮอร์ไมโอนี่ฟังเลยแม้แต่นิดเดียว 


.......................................................................................................................................................................................................



ถ้าพี่เป็นมัลฟอยนะ พี่จะวิ่งตามไปเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบให้ฟัง

แต่นี่นางบื้อจังเลย ทำไมเป็นคนงี้หา?

(ก็ฉันมันบื้อนี่คิดอะไรไม่ออก//มัลฟอยบอกมา)


นับถอยหลังอีก 2 ตอนนะจ๊ะ นี่มัลฟอยลงทุนเตือนความจำด้วยจุ๊บๆแล้วก็ยังจำไม่ได้

จะหมดหวังมั้ยน้าาาา ไว้ลุ้นกันต่อในอีกสองตอนสุดท้ายค่ะ



สายธารแห่งราตรี


ป.ล. ขอบคุณทุกคอมเม้นส์ และคนอ่านทุกๆคนค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

322 ความคิดเห็น

  1. #292 ★EmoMelody™ϟHP (@emo_melody) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 00:18
    เจ้าเพื่อนจอมบื้อสองคนนี่ก็เหลือเกิ๊นนนนนน 😂😂
    กำลังเขิน ๆ ก็มาขัดจังหวะจนแผนล่มไปอี๊ก แหมมม
    #292
    0
  2. #281 Memoris S'Misa (@misakikawaichi68) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 07:24
    เฮอร์อย่าเพิ่งโกรธเดรก >0<
    เดรกสู้ๆๆ
    #281
    1
  3. #280 l!i:.นู๋ นิ้ ง.:i!l (@ninko) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 00:15
    หนูเฮอร์ไม่ฟังเสียงหัวใจตัวเองบ้างเรยยย

    อิพวกเจ้าแผนการนี้ เข้ามาช่วยผิดเวลาจริงๆ
    สงสารเดร นะ สู้ต่อไป ถึงหนูเฮอร์จะโกรธ แต่ก็มีหวั่นไหวบ้างแหละ

    จะรออ่านนะ ไรท์เตอร์ สู้ๆค่ะ จุฟๆ
    #280
    1
  4. #278 Miiz A MB'z (@misss_aaa1993) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 22:32
    โอ้ยยยยย เฮอร์ทำไมต้องจำเดรกไม่ได้ สงสารเดรก แอดจ๋าาา มาต่อไวๆน้าาา กะลังหนุกเลยยย แอดอย่าหายไปนานนักสิ ???? ยังงัยก้อเป็นกำลังใจให้ค่าาา
    #278
    1
    • #278-1 สายธารแห่งราตรี (@draco-nam) (จากตอนที่ 28)
      9 กันยายน 2560 / 00:10
      เค้าจะมาต่อให้ภายในเดือนนี้น้าาา แต่ตอนนี้ขอปั่นงานก่อน จุ๊บๆ
      #278-1