The plan love รักหลงเดือนหัวใจหลงเธอ

ตอนที่ 22 : ตอนที่ 6 บางสิ่งบางอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 822
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    9 ส.ค. 62

EP.6 บางสิ่งบางอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป

หลังจากที่ความกดดันในหัวใจผมได้หายออกไปทีละนิดจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ในห้องตอนนี้จึงเหลือผมกับนมเย็นอยู่เพียงสองคน ส่วนไอ้พี่นิวถูกโทรตามให้ออกไปเมื่อยี่สิบนาทีที่แล้ว

“โอเลี้ยงเป็นไงบ้าง”

เป็นคำถามแรกที่ออกจากปากของนมเย็นผู้น่ารัก ผมยิ้มอ่อนๆ ไปให้เธอแล้วตอบออกไปว่าสบายดี ถึงก่อนหน้านี้จะมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออกและมีผื่นขึ้นเต็มตัวแต่โดยรวมๆ ตอนนี้ผมโอเคขึ้นมาก

“นมเย็นรู้ไหมว่าโอเลี้ยงมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง จำได้ลางๆ ว่าก่อนหน้ายังนอนแอ่งแม้งอยู่ที่หอพัก” ผมถามคำถามนี้ออกไปเพราะคิดว่าน้องสาวผมเธอน่าจะรู้อย่างน้อยๆ ไอ้พี่นิวจอมขี้เผือกก็คงจะเล่าอะไรออกมาบ้าง

“นี่พี่ดิวไม่ได้พูดอะไรเลยหรอ”

ผมส่ายหน้าไปมา รู้สึกตงิดๆ ในใจแปลกๆ คงไม่ใช่อย่างที่ผมคิดหรอกมั้งก็ไอ้พี่ดิวมันต้องอยู่รับน้องที่คณะ บางทีอาจเป็นรูมเมทของผมนั่นแหละที่เป็นคนพาผมไปส่งโรงพยาบาล คิดแบบนั้นก็เบาใจไปเปราะหนึ่ง

“แปลกจัง”

เป็นเสียงใสๆ ของนมเย็น ผมขมวดคิ้วใส่เธอแบบรู้สึกตงิดๆ นมเย็นขยับเก้าอี้มาใกล้ๆ วางมือบนราวเหล็กกั้นเตียง สายตาแน่วแน่มองมาที่ผมเล่นเอาใจนี่เต้นแรงแปลกๆ

“จริงๆ นมเย็นก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์แต่พี่นิวเล่าให้ฟังว่าตอนที่โอเลี้ยงหมดสติไป พี่ดิว...เป็นคนแบกโอเลี้ยงลงมาจากชั้นสามแล้วก็พาไปส่งโรงพยาบาลด้วยตัวเอง”

คำพูดประโยคนั้นทำเอาผมลืมหายใจไปชั่วขณะ จู่ๆ ก็สำลักน้ำลายตัวเองจนไอคร่อกๆ พร้อมกับกะพริบตาถี่ๆ ใส่น้องสาวราวกับไม่เชื่อในคำพูดประโยคนั้น ไม่จริงใช่ไหม ไอ้พี่นิวมันต้องอำผมเล่นแน่ๆ เพราะเดาเกมถูกว่าผมต้องถามนมเย็น

“นมเย็นแน่ใจใช่ไหมว่าไอ้พี่นิวไม่ได้โกหก รายนั้นเชื่อคำพูดได้ซะที่ไหนแล้วอีกอย่างพี่ดิวจะมาแบกโอเลี้ยงทำไม ตั้งชั้นสาม”

“ไม่รู้สิ พี่นิวบอกอย่างนั้นจริงๆ แต่นมเย็นก็รู้สึกได้นะว่าพี่ดิว...ดูเป็นห่วงโอเลี้ยงมาก มาส่งแล้วยังมานั่งเฝ้าอีก เป็นรุ่นพี่ที่ทุ่มเทให้กับรุ่นน้องจริงๆ ถ้าโอเลี้ยงหายดีแล้วอย่าลืมไปขอบคุณพี่ดิวด้วยนะ”

ประโยคปลื้มปริ่มของนมเย็นแฝดน้องของผมเล่นเอาคนฟังหนักใจ มาถึงตอนนี้ก็ชักหวั่นใจเข้าแล้วเพราะผมไม่คิดว่าไอ้พี่ดิวมันจะมีโมเม้นแบบนี้กับเค้าด้วย เลยทำให้รู้ว่าพี่ดิวไม่ได้เข้าไปรับน้องที่คณะ เออ เอาเข้าไป

สรุปในคืนนั้นผมนอนไม่หลับเลยเพราะคิดถึงแต่เรื่องที่นมเย็นเล่าให้ฟัง ไอ้พี่ดิวนี่ก็เหลือเกินอยู่คุยกับผมเป็นนานสองนานแต่กลับไม่พูดอะไรหรือนั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ผมถอนหายใจแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่ง มองไปที่โซฟาตัวยาวมีร่างของนมเย็นนอนอยู่ ผมแตะเท้าลงพื้นแล้วเดินเข้าห้องน้ำ ในนั้นผมกำลังมองตัวเองอยู่ในกระจก เห็นชัดเลยว่าแววตากำลังสับสน คิ้วสองข้างขมวดเข้าหากัน

ในกระจกบานนั้นค่อยๆ ปรากฏเป็นหน้าของพี่ดิวกำลังส่งยิ้มมา ผมเบิกตากว้างอดไม่ได้ที่จะพูดออกไปประโยคหนึ่ง

“พี่คงไม่ได้คิดอะไรกับผมใช่ป่ะ”

วันใหม่ที่มหาวิทยาลัย ผมในชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยม ผูกไทม์สีดำ ร้องเท้าเงาวับ กำลังเดินลงมาจากหอพักชาย มือหนึ่งถือโทรศัพท์คาหูไว้ พยายามอธิบายเรื่องอาการป่วยให้บิดาฟังหลังจากที่เมื่อวานมัวแต่วุ่นวายเลยไม่ได้โทรไปหาท่าน

‘พ่อไม่ต้องเป็นห่วงผมนะ ตอนนี้ผมดีขึ้นมากแล้ว เรียกว่าไม่เป็นอะไรเลยก็ได้ อ้อเสาร์นี้ผมกลับบ้านนะครับ คิดถึงนะ’

ผมบอกพ่อทางโทรศัพท์ เพราะไม่อยากให้ท่านเป็นกังวลมากจนเกินไป ก่อนจะจบลงด้วยการบอกท่านว่าสุดสัปดาห์นี้จะกลับบ้านแล้ววางสาย ใช่ สัปดาห์นี้ผมมีแผนว่าจะพานมเย็นกลับไปเยี่ยมเยียนท่านด้วย พ่อผมคงดีใจที่จะได้พบหน้าลูกสาว

ผมเก็บมือถือไว้ในกระเป๋ากางเกงตามเดิม ค่อยๆ สาวเท้าเดินมาที่จักรยานตัวเองแต่กลับชะงักกึกเพราะความเด่นของรถปอร์เช่คันหรู ลักษณะมันคุ้นๆ จนผมต้องขยี้ตาแล้วมองซ้ำ แล้วสมองกับหัวใจก็บอกตรงกันว่า ใช่ มันคือรถของไอ้พี่ดิวจริงๆ

ประตูข้างคนขับกำลังถูกเปิดออก ผมใจเต้นตึกตักแค่เห็นรองเท้าหนังแท้ขัดจนเป็นเงาก็ใจเต้นแรงแล้ว เขากำลังลงจากรถ ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ ทั้งที่ยังไม่พร้อมเผชิญหน้าแต่ก็ต้องทำใจค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองแบบกล้าๆ กลัวๆ ตอนนี้ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรทำหน้ายังไง ผมควรยิ้มดีไหม

“อ้าว พี่นิว”

ความคิดทั้งหมดของผมดับวูบลงถึงตาตุ่ม ผมอุทานออกมาอย่างลืมตัว ในใจหลงคิดว่าเป็นรุ่นพี่ดิวเสียอีก ไอ้พี่นิวปิดประตูรถแล้วเดินหน้ายิ้มมาหาก่อนจะโอบไหล่ผม ผมกระแอ้มเสียงใส่อีกฝ่าย

“รู้แล้วน่าว่าบ้าจี้ ไม่ให้โดนคอหรอก” ไอ้พี่นิวว่าแล้วหัวเราะไม่พอยังกระชับไหล่ผมแน่นเข้าไปอีก ผมสั่นหน้าเบาๆ แต่ก็ยอมให้อีกฝ่ายโอบไหล่ด้วยไม่รู้จุดประสงค์ที่ไอ้พี่นิวบ้าบอเอารถพี่ชายตัวเองมาขับจนทำผมใจแทบสั่น

“แล้วมาทำอะไรแถวนี้ รถนี่...ของพี่ดิวไม่ใช่หรอครับ”

“จำได้อีกนะมึง เออ ก็ไอ้พี่ดิวนี่แหละสั่งให้มารับมึงไปส่งที่คณะ”

“แต่ผมไปเองได้นะ จักรยานผมก็มี ขืนไปรถนี่ขากลับก็ต้องเดินขาลากกลับหอ ไม่เอาหรอกพี่มันไกล” ผมปฏิเสธไปทางอ้อม เกรงใจก็ส่วนหนึ่งแต่กลัวมากกว่าว่าขากลับจะกลายเป็นไอ้พี่ดิวนี่แหละที่เป็นคนมาส่ง ถ้าเป็นแบบนั้นผมว่ามันไม่ดีแน่ๆ ยิ่งไม่พร้อมเจอหน้าอยู่

“ใครบอกว่ามึงจะต้องเดินกลับเอง เสร็จเรียนนี่ก็ต้องไปรวมตัวที่ชมรมอีก”

“ชมรม” ผมทวนคำพี่นิว ไม่เห็นเคยรู้มาก่อนเลยว่าต้องเข้าชมรมเย็นนี้ เพื่อนในคณะก็ไม่มีใครไลน์มาบอกอะไรเลยหรือว่าผมตกข่าวอะไรไป นั่นสิ

“กูก็ลืมไปว่าเมื่อวานมึงไม่ได้เข้ากิจกรรมรับน้อง เอาเป็นว่าไปขึ้นรถก่อนเหอะ ยืนคุยอยู่ตรงนี้มันร้อนเดี๋ยวหน้ากูพังแล้วจะจีบสาวไม่ติด”

ผมส่ายหน้าเบาๆ แต่ก็ยอมเดินไปขึ้นรถกับไอ้พี่นิว เพราะดูท่าว่าจะปฏิเสธไม่สำเร็จ ยังไงไอ้พี่นิวก็ต้องลากผมให้ไปกับพี่แกให้ได้ในเมื่อนั่นมันเป็นคำสั่งของไอ้พี่ดิว

ไม่นานรถคันหรูก็มาจอดหน้าตึกคณะที่ผมเรียน ผมลงจากรถแล้วยืนมองเห็นไอ้พี่นิวเลื่อนกระจกรถลงมา บอกว่าเย็นนี้อย่าสายเพราะขี้เกียจรอเสียเวลาจีบสาว เอาจริงๆ ผมอยากรู้ว่าวันๆ ไอ้พี่นิวมันเข้าเรียนบ้างไหมหรือว่าวันๆ หมดเวลาไปกับการไล่จีบสาว

“มึงไม่ต้องมามองหน้ากูแบบนั้นเลย ไปเรียนได้แล้ว กูจะได้หมดหน้าที่ซะที” ไอ้พี่นิวมันส่งสายตาแบบไล่ผมทางอ้อม คงคิดว่าอยู่กับผมเสียเวลาในการม่อสาวฉิบหาย ผมสั่นหน้าเบาๆ แล้วเดินจากไป เลยไม่ทันได้รู้ว่ามีใครบางคนโทรหาพี่นิว

“คร๊าบบบ...ผมส่งถึงหน้าบันไดขึ้นตึกเลยนะ รีบโทรมาจังนี่กะจะโทรไปรายงานอยู่แล้วเชียวแล้วอย่าลืมตามที่ตกลงไว้ละ เบอร์พี่ซีคณะนิเทศน์ ส่งมาให้ผมด่วนๆ เลย” นิวว่าก่อนจะตัดสายทิ้งแล้วส่ายหน้าไปมาจากนั้นปอร์เช่คันงามก็ขับออกไป

ที่ใต้ตึกเอกยางดิววางมือถือลงบนโต๊ะก่อนจะผ่อนลมหายใจแล้วเริ่มพิมพ์รายงานกลุ่มต่อ ข้างๆ มีฝนกับออฟนั่งอยู่ด้วยกัน ทั้งสองเห็นการกระทำของเพื่อนที่ดูเป็นห่วงเป็นใยรุ่นน้องจนอดไม่ได้ที่จะถามออกมา

“เป็นห่วงน้องมันจริงๆ เลยเนอะ” ฝนแอบแซว เหลือบมองหน้าดิวที่ยังคงก้มหน้าพิมพ์รายงานในโน้ตบุ๊ก

“กูแค่รู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้น้องมันต้องเข้าโรงพยาบาล” ดิวอธิบายมือยังคงพิมพ์รายงาน สายตาจดจ่อกับตัวหนังสือที่พิมพ์ในจอโน้ตบุ๊ก 

“ถ้าเป็นเรื่องนี้แกไม่ผิด เพราะแกไม่รู้” ออฟเสริม ฝนพยักหน้า

“ใช่ ก็น้องมันไม่บอกนี่หวาว่าแพ้อาหารทะเล มึงเองก็ไม่ได้คิดที่จะแกล้งน้องมัน เอ๊ะหรือว่ามึงคิดว่ะ” ฝนชี้นิ้วใส่หน้าดิว

“กูจะไปแกล้งมันทำไม แกล้งแล้วกูได้อะไร”

“ก็ได้ใกล้ชิดน้องมันไง” ฝนปากไวตอบออกไปก่อนจะรีบชี้แจงเมื่อเห็นสายตาดุดันของดิว

“ก็กูเห็นมึงจะกินหัวน้องมันตั้งแต่เจอกันครั้งแรกแล้ว ก็เลยคิดว่ามึงก็คงอยากแกล้งมันบ้าง”

“เห็นกูเป็นคนแบบไหน”

“ก็...พวกหัวรุนแรงไง”

“เออ แล้วหัวรุนแรงอย่างกูก็จะเอามึงออกจากกลุ่มวิชานี้ด้วยถ้ายังไม่เลิกคุยเรื่องนี้อีก”

“อ้าวไอ้เชี้_ยดิว จนมุมทีไรยกเรื่องเรียนมาขู่พวกกูตลอด” ฝนว่า

“แกนั่นแหละพูดอยู่คนเดียวเลย อย่าเอากูไปร่วม” ออฟแทรกขณะหยิบตำราเรียนมาลิสหาข้อมูลช่วยดิว

“ไอ้เชี้_ยออฟ ได้ทีเลยนะ เออ กูเงียบก็ได้” ฝนว่าแค่นั้นก็หยิบขนมมาแกะถุงแล้วป้อนใส่ปากตัวเองพอเห็นสาวสวยหุ่นดีเดินผ่านแล้วยิ้มให้ก็เกิดอาการรีบลุกพรวดทันทีถูกออฟถามว่าจะไปไหน

“ไปห้องน้ำเดี๋ยวกลับมา” ฝนวิ่งออกไปแทบจะทันที

“นั่นไง” ออฟว่าส่ายหน้าไปมา มามุกห้องน้ำแบบนี้ทีไร แม่งไม่ไปทำหื่นใส่เค้าก็ไปเจอเป้าหมายไว้อ่อยแหงๆ ดิวเหลือบมองได้แต่ส่ายหัวไปมา


และแล้วเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว วิชาเรียนของผมหมดลงไปอย่างสวยงามโดยที่ผมเอาแต่สัพหงกอยู่ในห้องเรียน หลายคนก็อาจเป็นแบบนั้นเมื่อต้องมาเรียนวิชาที่ทำให้รู้สึกว่าน่าเบื่อ วิชานี้ก็เช่นกัน ผมสะพายเป้เดินออกมาจากห้องเรียน ปากยังหาวไม่เลิก

“อ้าวๆ หาวเข้าไป แมลงวันบินเข้าไปกี่ตัวแล้วนั่น”

ผมชะงักเท้ากึกก่อนจะเอียงหน้ามองไอ้คนที่พูดประโยคนั้นออกมา ใช่ครับ ไอ้พี่นิวเจ้าเดิมที่มารอผมอีกแล้ว ผมถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะสาวเท้าไปหาที่รถ คราวนี้เป็นรถไอ้พี่นิว ผมถูกเชิญให้เข้าไปนั่งแบบที่ไม่ทันได้ตอบตกลงหรือปฏิเสธ เพราะไอ้พี่นิวลากผมมานั่งในรถเสร็จสรรพ ‘นิสัย‘ ชอบจังนะบังคับคนเนี้ย เหมือนกันไม่มีผิดทั้งพี่ทั้งน้อง

“สรุป ผมต้องเข้าชมรมนี้จริงๆ ใช่ไหมพี่” ผมเอียงหน้าถามคนที่กำลังจะสตาร์ทรถ

“เออ”

“โคตรบังคับเลย”

“เอาน่า เชื่อกูเหอะ ไม่มีชมรมไหนจะน่าสนใจเท่าชมรมนี้อีกแล้ว มึงอ่ะโชคดีมากแค่ไหนรู้ไหมที่ไม่ต้องไปยืนต่อคิวเอาใบสมัครและไม่ต้องรอการตอบรับเข้าชมรมจากพี่ๆ”

“แต่ผมเล่นไม่เป็นอ่ะ” ผมบอกพี่นิวไปตรงๆ อันนี้ไม่ใช่ข้ออ้างที่อยากหลบหน้าใครบางคนแต่มันคือความจริง และจริงๆ ผมก็เล็งชมรมดนตรีเอาไว้แล้ว คิดว่าดนตรีกับผมมันน่าจะเป็นอะไรที่เข้ากันได้ดี ดีกว่าชมรมฟันดาบนั่น แต่ก็เหมือนพูดให้คนบ้าฟังเพราะให้ไอ้พี่นิวก็ทำเป็นหูทวนลม แถมยังขับรถพาผมมาส่งถึงที่จนได้

“ลงมาดิ” ไอ้พี่นิวเคาะกระจกรถข้างที่ผมนั่งอยู่ เล่นเอาผมสะดุ้ง ผมเอียงหน้ามองเห็นไอ้พี่นิวกระดิกนิ้วให้ลงมา สรุปผมปฏิเสธอะไรไม่ได้แล้วจริงๆ ใช่ไหม

ผมลงจากรถมายืนข้างไอ้พี่นิว ทอดมองออกไปข้างหน้าถึงกับตะลึง

“แน่ใจหรอพี่ว่านี่ใช่ชมรมฟันดาบ” ผมถามออกมาแบบงงๆ ประหลาดใจมากกว่าที่เห็นผู้คนเต็มไปหมด ทั้งชายทั้งหญิงที่ต่อคิวกันยาวจนล้นออกมานอกตึก

“กูบอกแล้วไงว่ามีแต่คนอยากเข้า มึงอ่ะโชคดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ต้องมาต่อคิวรับใบสมัครแบบนี้”

“ผมไม่เอาก็ได้นะ”

“ลองไม่เอาดิมึง พี่ชายกูเล่นงานตายแน่ เข้าไปได้แล้ว ถามอยู่ได้” ไอ้พี่นิวว่าแถมยังลากผมให้เข้าตึกไปด้วยกันแต่เปลี่ยนจากด้านหน้าเป็นด้านหลังตึกแทนโดยพี่นิวแกให้เหตุผลว่าเข้าทางหลังน่าจะเร็วกว่าและมันก็เร็วจริงๆ ด้วยเพราะไม่ถึงสองนาทีก็เข้ามายืนอยู่ในชมรมแล้ว

ทันทีที่เข้ามาถึงเสียงดาบกระทบกันดังติงๆ ผมไม่ได้สนใจมันนักเพราะไม่ค่อยชอบกีฬาประเภทนี้แต่ก็ยอมรับว่าชุดที่นักกีฬาสวมใส่อยู่นั้น มันโคตรเท่ห์เลย ยิ่งคนหุ่นดีๆ ท่าทางแข็งแรงแบบนั้นใส่ก็ทำเอาละสายตาจากตรงนั้นไปไม่ได้เลยจริงๆ นี่สินะจุดเด่นที่สาวๆ พากันต่อแถวยาวเพื่อให้ได้เข้าชมรมนี้

‘เอิ่ม’

ผมสั่นหน้าไปมาไล่ความคิดแบบนั้นออกไปก่อนจะใช้สายตามองไปรอบๆ หวังจะได้เห็นตัวไอ้พี่ดิวแต่เปล่าเลย ผมยังหาตัวไม่เจอไม่รู้ว่าพี่แกไปหลบมุมเหล่สาวอยู่ส่วนไหนของห้อง ไอ้พี่นิวนี่ก็มาส่งผมปุ๊บก็หายแวบไปในกลุ่มสาวๆ ปั๊บ เชื่อพี่เค้าเลยจริงๆ

ผมจึงเดินไปหาที่นั่งซึ่งเป็นอัฒจันทร์เรียงตามขั้นโดยเลือกอยู่โซนกลางๆ คิดว่ามันคงเป็นทำเลที่ดีพอสมควร ผมมองยังสนามฟันดาบซึ่งจบการแข่งขันไปแล้ว ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรให้ดูผมจึงหยิบมือถือขึ้นมาแล้วไล่ดูอะไรไปเรื่อยเปื่อยกระทั่งมีเสียงหนึ่งดังขึ้น

“ไง ไอ้เด็กน้อย”

เสียงนั้นฟังดูแหบแห้งพร้อมกับมีเสียงลมหายใจหอบๆ ทำเอาผมต้องเงยหน้าขึ้นมองแล้วตะลึงกับภาพตรงหน้า คือไอ้พี่ดิวในชุดนักกีฬาฟันดาบที่ผมคิดว่าคงไม่มีใครหล่อสู้พี่แกได้อีกแล้ว ที่แท้ไอ้คนหุ่นดีและดูแข็งแรงเมื่อกี้คือไอ้พี่ดิวนั่นเอง

เหงื่อที่ชุ่มจนชุดเปียกบวกกับใบหน้าขาวออร่าเด่นมากทำเอาหัวใจผมเต้นตึกตักเพราะมันอยู่ในระยะใกล้มาก ผมกลืนน้ำลายไปอึกหนึ่งตายังจ้องหน้าไอ้พี่ดิวนิ่ง เหลือบเห็นอยู่ว่าสาวๆ ที่นั่งอัฒจันทร์แถวก่อนหน้าผมกำลังกรี๊ดกราดใส่ ไอ้พี่ดิวอยู่ แต่ก็ไม่เห็นพี่มันสนใจกลับลงมานั่งข้างผมหน้าตาเฉย

“เออ...”

ถึงจุดนี้ผมก็ไม่รู้จะพูดอะไร ที่คิดจะพูดเมื่อเจอหน้าก็กลายเป็นว่าลืมไปเสียหมด ตอนนี้ระบบการหายใจของผมคงบกพร่องไปแล้วเพราะรู้สึกเลยว่าแม้แต่หายใจเข้าออกก็ยังเหนื่อย ให้ตายเหอะ ผู้ชายบ้าอะไรขนาดมีเหงื่อยังหล่อ ผิวขาวๆ กับหน้าหล่อๆ หุ่นก็โคตรดี นี่คงเป็นเหตุผลหนึ่งสินะที่ใบสมัครยาวเหยียดล้นไปถึงหน้าตึก

“เป็นไงบ้าง” คำถามนั้นหลุดออกมาจากปากอันน่ามองของพี่ดิว แต่พอไม่ได้รับคำตอบจากผม ไอ้พี่ดิวก็ส่งสายตานิ่งๆ มาหา ขณะที่ผมกำลังมองปากสีชมพูของพี่อย่างเพลินๆ ก่อนจะสะดุดกึกเมื่อปะทะกับดวงตาดุดันของพี่แก

“เออ” ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังมึน จนคำถามถัดมาของพี่ดิวก็ทำให้ผมเริ่มมีสติกลับมา

“อาการแพ้น่ะหายดีรึยัง”

“หายแล้ว” ผมหลบหน้าตอบเสียงอ่อน พยายามไม่มองหน้าไอ้พี่ดิวเพราะใจมันสั่นๆ เชี้_ยจริงๆ กับความรู้สึกที่ผมเองก็ไม่สามารถอธิบายได้ มาตอนนี้ยอมรับกับตัวเลยว่าไอ้พี่ดิวโคตรมีเสน่ห์เลย หลังจากที่ตอบออกไปก็เหมือนจะจบอยู่แค่นั้นเพราะเฮียแกกำลังสนใจกับการแข่งขันฟันดาบในสนาม

ผมซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ จึงได้เห็นใบหน้าเศษเสี้ยวของพี่แก เหงื่อที่กำลังไหลลงมาอาบแก้มหยดแล้วหยดเล่าทำผมเผลอเอามือขึ้นซับให้ ไอ้พี่ดิวมันหันมามองหน้าแบบตั้งคำถามในใจว่าอะไรของมึง

ผมชะงักทันทีแบบเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอทำบ้าอะไรลงไป ก่อนจะทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้หันไปสนใจกับการแข่งขันตรงหน้า เหลือบมองอีกทีก็เห็นไอ้พี่ดิวไม่พูดอะไรนอกจากหันกลับไปมองยังเบื้องหน้าตามเดิม นั่นสิ กูควรทำยังไงกับความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ดี

“ไปไหนอ่ะ” ผมถามออกไปทันทีที่เห็นคนที่นั่งข้างลุกพรวด จังหวะที่เงยหน้าถามไอ้พี่ดิวก็ก้มลงมองมาพอดี มันเหมือนกระแสไฟแล่นผ่าน ชิบหาย มันเกิดเป็นความรู้สึกบ้าบออะไรกับตัวผมเนี่ย

“รอนะขอไปเปลี่ยนชุดก่อนเดี๋ยวพาไปหาอะไรอร่อยๆ กิน”

“ขอไปกินด้วยคนดิ” เสียงหนึ่งดังมาจากข้างหลัง ทั้งผมทั้งให้พี่ดิวต่างหันไปมองพร้อมกันเจอไอ้พี่ฝนนั่งหน้าแป้นแล้นอยู่ ให้ตายเหอะ ผมไม่ยักเห็นว่ามีไอ้พี่ฝนนั่งอยู่ด้านหลังแล้วให้ฉากที่ผมเอามือขึ้นซับเหงื่อให้พี่ดิวเมื่อครู่นี้ล่ะ

“เออพี่ฝน มาตั้งแต่เมื่อไรครับ”

“เมื่อไรดีล่ะ เรียกว่าพี่อยู่ตรงนี้ก่อนน้องจะมานั่งซะอีก”

พี่ฝนว่าหน้าตายิ้มๆ ผิดกับผมที่ตอนนี้ถึงกับทำหน้าไม่ถูกค่อยๆ เอียงหน้ามองไอ้พี่ดิวเห็นยืนเอามือชันเอวหน้าตาออกแนวจิ๊กโก๋หน้าปากซอยบ้านผมยังไงยังงั้น ผมลุกขึ้นยืนช้าๆ มีพี่ฝนลุกตามมาแต่ท่าทางยิ้มในตาแบบนี้กลับทำให้ผมขนลุกแปลกๆ

“กูมีเบอร์น้องที่มึงตามจีบอยู่” จู่ๆ ไอ้พี่ดิวก็เอ่ยขึ้นหน้าตาบอกบุญไม่รับ แต่ไอ้พี่ฝนกลับยิ้มหน้าบานเอื้อมมือมากอดคอพี่ดิวแล้วกระซิบกระซาบที่ผมพอจะจับใจความได้ว่า

“โอเค กูไม่ไปก็ได้ แต่มึงต้องส่งมาให้กูเดี๋ยวนี้เลยแล้วเรื่องเมื่อกี้กูจะปล่อยผ่าน จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้” ไอ้พี่ฝนว่าเสียงแหบๆ สายตาเจ้าเล่ห์

ผมเห็นไอ้พี่ดิวหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าเป้ที่พี่แกพกติดมาก่อนจะส่งบางอย่างเข้าไปในไลน์ของพี่ฝนซึ่งผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นเบอร์โทรศัพท์สาวที่พี่แกอยากได้ ทันทีที่พี่ฝนเปิดดูก็เลื่อนหน้ามาจูบพี่ดิว

“ไอ้ฝนบ้า” เป็นเสียงของพี่ดิวหลังจากที่ถูกเพื่อนหอมแก้มแล้วเหมือนไอ้พี่ฝนจะรู้ว่าจะถูกอะไรเลยรีบชิ่งหนีไปก่อนแต่ช๊อตนี้กลับทำผมหัวเราะออกมาแบบลืมตัว

“ขำมากหรอ” เสียงไอ้คนบ้าอำนาจถามผม

“ก็...ขำนะ” ผมบอกแล้วหัวเราะอีก ไอ้พี่ดิวขยับเท้ามาใกล้ๆ แล้วโน้มหน้าหล่อๆ ลงมา ช๊อตนี้เล่นเอาผมสะอึกไปเลย

“อยากโดนหอมแก้มบ้างหรอ”

             และเป็นอีกครั้งที่ผมสะอึกเมื่อประโยคนั้นดังขึ้นแถมหน้าหล่อๆ ของไอ้พี่ดิวก็อยู่ใกล้ไม่ถึงคืบ ลมหายใจของพี่แกยังเป่ารดมาโดนหน้าผมเลย ผมกลืนน้ำลายอย่างแสนยากเท้าหลังเตรียมถอยหลังออกห่างแต่พี่แกก็คงอยากแกล้งผมจึงจับไหล่ผมไว้ไม่ให้ขยับ

             เชี้_ย มาอารมณ์นี้อีก ผมกลอกตาไปมาเพราะรู้สึกว่าผมจะแพ้สายตาของไอ้พี่ดิวก็เล่นมามองนิ่งแบบนี้ ถึงผมไม่ใช่ผู้หญิงแต่ก็หวั่นไหวได้เหมือนกันนะ

             “แกล้งมึงนี่โครตสนุกเลยว่ะ ยิ่งตอนที่มึงทำหน้าแบบนี้ ยิ่งตลกว่ะ”

“ห่ะ”

“อายหรอ”

             “อาย...” ผมขมวดคิ้วเป็นคำถามไม่เข้าใจว่าทำไมไอ้พี่ดิวถึงคิดแบบนั้น

             “ก็มึงหน้าแดง อายกูสินะ” คำพูดกวนๆ ของไอ้พี่ดิวมันทำเอาผมอารมณ์ฉุน ผมดันอกไอ้ดิวออกห่างก่อนจะปั้นหน้าเข้มปฏิเสธเสียงแข็ง

             “ไม่ได้อายเว้ย”

             “กลบเกลื่อน”

             ไอ้พี่ดิวมันว่าผม ผมหายใจแรงอยากจะเถียงว่าไม่ได้กลบเกลื่อนแต่ก็ไม่รู้จะสันหาคำพูดไหนมาหักล้างเห็นอยู่ว่าไอ้พี่ดิวมันตั้งใจจะเล่นสงครามประสาทน้ำลายกับผม จากความรู้สึกแปลกๆ ก่อนหน้ามาตอนนี้ผมอยากบอกว่าโคตรเหม็นขี้หน้าไอ้พี่ดิวเลย

             “ตรงๆ นะพี่ ผมไม่เข้าชมรมนี้นะ”

             “เพราะ...มึงอายกูหรอ” ยัง ยังไม่จบครับ ไอ้พี่ดิวมันนี่ก็ยังไม่เลิก ผมนี่ปรับโหมดอารมณ์ตามพี่แกไม่ทันแล้วจริงๆ ก่อนที่ผมจะทันได้ตอบอะไรไอ้พี่นิวก็เดินหน้าตั้งเข้ามาหาพี่ชายมัน

             “พี่...เห็นพี่ฝนว่าพี่จะพาไอ้โอเลี้ยงไปกินอาหารอร่อยๆ ผมไปด้วยดิ ช่วงนี้แม่งค่าชีทแพงชิบหาย ผมไม่มีอันจะกินแล้วเนี้ย”

             “มึงไม่ต้องมาดราม่าชีท กูรู้มึงเอาไปเปย์สาว” คนตอบหน้าตาย

             ผมสลับหน้ามองระหว่างพี่น้องสองคนที่กำลังสนทนากันอยู่ ความหล่อสูสี การเรียนเด่น กิจกรรมเลิศ แต่ลีลาการม่อสาวเห็นทีพี่จะแพ้น้อง ผมคิดแล้วอมยิ้มอยู่เงียบๆ จนกระทั่ง

             “ไอ้อมเลี_ย” เชี้ย ผมดันเงยหน้าขึ้นมองหน้าคนเรียกทันทีแล้วไอ้พี่ดิวมันก็หัวเราะใส่ผมแถมยังเอามือขึ้นมาขยี้ผมของผมจนยุ่งไปอีก

             “ชอบชื่อนี้หรอ เรียกปุบเงยหน้าขึ้นปับเลย”

             “โฮะ” ผมเบื่อจะเถียงกับไอ้พี่ดิวมันแล้ว คำพูดแบบนี้มันเหมือนวันแรกๆ ที่เราเจอกันไม่มีผิดแต่มันก็ยังดีกว่าความรู้สึกแปลกๆ ที่ชอบมารบกวนใจผมบ่อยๆ อยู่ช่วงนี้ ผมถอนหายใจแล้วเปลี่ยนเรื่องถามถึงพี่นิวเมื่อไม่เห็นพี่แกอยู่ตรงนี้แล้ว

             “แล้วพี่นิวอ่ะ ตอนนี้ไปไหนแล้ว” นั่นสิ ไอ้พี่นิวนี่ก็เหมือนผีเดี๋ยวผลุบเดี๋ยวโผล่ มาไวไปไวพอๆ กับการอ่อยสาว เรียกได้ว่าที่ไหนมีสาวสวยๆ ที่นั่นมีไอ้พี่นิวสิงสถิต

             “มึงนี่ก็ใจลอยนะ กูให้ตังมันไปหากินเองแล้ว”

             “อ้าว ทำไมไม่ชวนไปกินด้วยกันล่ะ” ผมตั้งคำถามแบบงงๆ

             “รถกูนั่งได้แค่สองคนมั้ย” นั่นคือคำตอบของไอ้พี่ดิวคนตัวสูง ผมเห็นอยู่ว่าขามารับผมไปชมรมไอ้พี่นิวมันขับรถตัวเองมา ใช่ พี่นิวเอารถมา

             “มึงนี่ก็ถามไม่เลิก เออ กูไม่อยากให้มันไป เดี๋ยวมึงจะกินไม่อิ่ม ทีนี้จะไปกันได้รึยัง”

             ผมเงียบอยู่พักนึงเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำตอบแบบนั้นแต่ท่าทางไอ้พี่ดิวตอนนี้มันคงรำคาญผมจะแย่แล้วหละ เอาว่ะ ผมพยักหน้าแบบเออจะพากูไปไหนก็ไป ตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกหิวแล้วเหมือนกัน

สุดท้ายไอ้พี่ดิวก็พาผมมาร้านหนึ่งซึ่งเป็นกึ่งผับกึ่งบาร์ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าไอ้อาหารที่บอกว่าอร่อยมันคืออาหารหรือว่าเด็กเสิร์ฟ ผมเดินตามหลังพี่แกมานั่งลงที่หนึ่งซึ่งเป็นที่สำหรับนั่งสองคน ผมมองไปโดยรอบแบบบรรยากาศมันสลัวๆ เพลงเบาๆ ที่ชวนง่วง เอาจริงๆ ก็ไม่ค่อยชอบมาที่แบบนี้เท่าไร

“เคยมาที่แบบนี้ไหม”

“ถามผมหรอ”

“เอ้า ก็อยู่กันสองคนม่ะ” ไอ้พี่ดิวมันสวนกลับมาผมถอนหายใจแบบกูขี้เกียจแล้วคิดว่าตอนนี้ท้องไส้มันควรรับอะไรเข้าปากได้แล้วมั้ย จึงตอบกลับไปหวังให้เรื่องมันจบ

“ไม่เคย”

“แล้วไม่เคยทำอะไรอีกบ้าง” ไอ้พี่ดิวมันยังถามผมไม่เลิก สรุปพาผมมาทำเชี้ยไรเนี้ย แล้วเมื่อไรผมจะได้กินข้าวซะที

“พี่จะอยากรู้ไปทำไม” ผมถามออกไปเห็นไอ้พี่ดิวมันเงียบไปพัก ตอนแรกก็คิดว่าจะจบแหละแต่ไอ้พี่ดิวมันยังไม่เลิกครับ ซึ่งคำตอบของไอ้พี่ดิวก็ทำผมสตั้นจนลืมหิวไปเลย

“ก็เผื่อกูพาไปทำไง กูอยากมีครั้งแรกกับมึง”

ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าไอ้พี่ดิวมันกำลังคิดอะไรอยู่แต่ในหัวผมตอนนี้มันคิดไม่ดีบางอย่าง เชี้ย อะไรของพี่มึงเนี่ย  


ตอนนี้มารผจญมีเยอะนะ...แต่พี่ดิวของเราก็ขจัดออกได้หมด


อีพีนี้ขอลงจนจบตอนเลยนะ พรุ่งนี้ค่อยมาว่ากัน สำหรับคนที่ตามอ่าน ขอขอบคุณมากจ้าาาาาาาาา



  

   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

65 ความคิดเห็น

  1. #13 KomsunIntachote (@KomsunIntachote) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 22:24
    ลุ้นๆๆๆๆๆ โอ้ย รักพี่ดิว แต่พี่นิวก็งานดี
    #13
    1
    • #13-1 dudhathai (@dudhathai) (จากตอนที่ 22)
      8 สิงหาคม 2562 / 13:56
      เค้าเป็นพี่น้องกันนี่นา งานต้องดีทั้งคู่จ้า
      #13-1
  2. #8 fox1604 (@fox1604) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 20:30
    รอออออออ น้าาาาาาา
    #8
    1
    • #8-1 dudhathai (@dudhathai) (จากตอนที่ 22)
      20 กรกฎาคม 2562 / 20:44
      ขอบคุณคร่าาาา
      #8-1