ฟิวส์ (Fuse) เป็นอุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับการใช้กระแสไฟฟ้าไหลลัดวงจรหรือกระแสไฟฟ้าไหลเข้าสู่วงจรมากเกินไป ฟิวส์จะขาดและตัดวงจรไฟฟ้าทันที
ฟิวส์ทำด้วยโลหะซึ่งมีส่วนประกอบของตะกั่วร้อยละ 25 ดีบุก 25 และบิสมัท 50 ฟิวส์มีจุดหลอมเหลวต่ำ เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านฟิวส์ พลังงานไฟฟ้าจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนให้กับฟิวส์เล็กน้อย แต่เมื่อใดก็ตามที่มีการใช้กระแสไฟฟ้ามากเกินกำหนดหรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ปริมาณกระแสไฟฟ้าจะไกลผ่านฟิวส์มากเช่นกัน พลังงานไฟฟ้าก็จะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนมากขึ้นด้วยเช่นกันจึงให้ฟิวส์หลวมละลายและขาดนี่สุด วงจรไฟฟ้าในบ้านก็จะถูกตัด กระแสไฟฟ้าไหลผ่านไม่ได้อีก
การเลือกขนาดของฟิวส์
การเลือกขนาดของฟิวส์ที่จะใช้กับแผงควบคุมไฟฟ้าทุกประเภทในบ้านนั้น จำเป็นต้องสำรวจดูว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้อยู่ในบ้านมีอะไรบ้านมีอะไรบ้างจำนวนเท่าไร เพื่อจะได้คำนวณหาปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไกลผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านั้นเมื่อใช้พร้อมกันทุกประเภทก็คือ
1.สำรวจค่ากำลังไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละประเภทจากแผ่นชื่อที่ติดอยู่กับเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น
2.นำค่ากำลังไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดมารวมกันแล้วหารด้วย 220 โวลต์ ( ความต่างศักย์ไฟฟ้า หรือแรงดันไฟฟ้าภายในบ้าน) ก็จะได้ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านเครื่องใช้ไฟทุกอย่าง
ปัจจุบันฟิวส์ที่ใช้แผงควบคุมวงจรไฟฟ้าในบ้านมีขนาด เช่น 10,15และ30 แอมแปร์ ตามลำดับ ฟิวส์ขนาด 10แอมแปร์ จะยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้สูงสุดไม่เกิน 10แอมแปร์ ฟิวส์ขนาด 15 แอมแปร์ จะยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้สูงสุดไม่เกิน 10 แอมแปร์ ฟิวส์ขนาด 15 แอมแปร์ จะยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลได้สูงสุดไม่เกิน แอมแปร์ และฟิวส์ขนาด 30 แอมแปร์ จะยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลได้สูงสุดไม่เกิน 30 แอมแปร์ ถ้ามีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านมากกว่าที่กำหนดไว้ฟิวส์จะร้อนจนหลอมละลายและจะขาดในที่สุด ดังนั้นการเลือกใช้ฟิวส์จึงจำเป็นต้องเลือกฟิวส์ที่มีขนาดเหมาะกับประมาณกระแสไฟฟ้าที่ใช้ในบ้าน กล่าวคือ การเลือกใช้ฟิวส์ที่ทนกระแสไฟฟ้าได้มากกว่ากระแสไฟฟ้าสูงสุดที่ใช้ในบ้านเพียงเล็กน้อย
สะพานไฟ ( cut out )
เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ในการเปิดวงจรไฟฟ้าในบ้าน ซึ่งต่ออยู่ระหว่างสายไฟที่ต่อมาจากมาตรไฟฟ้าเข้ากับวงจรไฟฟ้าในบ้าน ดังนั้นสะพานไฟเปรียบเสมือนสวิตซ์ขนาดใหญ่ของบ้านภายใน สะพานจะมีฟิวส์ต่ออนุกรมอยู่ด้วย ถ้ากระแสไฟฟ้าภายในบ้านมากเกินกำหนดฟิวส์หลอมละลายทำให้วงจรเปิด นอกจากนี้เราสามารถใช้วงจรควบคุมไฟฟ้าในแต่ละส่วนของบ้านได้
การใช้สะพานต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับความต่างศักย์และกระแสไฟฟ้าที่สะพานไฟจะทนได้โดยที่ไม่เกิดการลุกไหม้ ดังนั้นจึงต้องเลือกใช้สะพานไฟที่มีค่าแสดงไว้ให้มากกว่าความต่างศักย์และกระแสไฟฟ้าจริง โดยตัวเลขบนสะพานไฟจะบอกถึงความต่างศักย์และกระแสไฟฟ้าที่สะพานไฟนั้นๆ ก็จะทนได้ เช่น 300 V 10 A หมายความว่าสะพานไฟอันนี้ใช้กับความต่างศักย์ไฟฟ้าได้สูงสุด 300 โวลต์ และทนกระแสไฟฟ้าได้ถึง 10 แอมแปร์ สะพานไฟมีหลายขนาดซึ่งกำหนดได้จากปริมาณกระแสไฟฟ้า ที่สามารถไหลผ่านสูงสุดเช่น 10,20,30และ60แอมแปร์เป็นต้น
เนื่องจากอาคารบ้านเรือนบางหลังมีการออกแบบไว้หลายชั้น ดังนั้นแผงควบคุมวงจรไฟฟ้าจึงต้องมีสะพานไฟไว้ ควบคุมปริมาณของกระแสไฟฟ้าที่ใช้ แต่ละส่วนของอาคารบ้านเรือนได้ทั่วไป แล้วจะใช้สะพานขนาดใหญ่ สำหรับเชื่อมโยง ให้กระแสไฟฟ้าทั้งหมดไหลผ่านเข้าสู่วงจรไฟฟ้าในบ้าน และใช้สะพานขนาดรองลงมาต่อเชื่อมโยงแยกเอากระแสไฟฟ้าไป ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนต่างๆของอาคารบ้านเรือน
การต่อสะพานไฟในลักษณะต่างดังกล่าวนี้เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการซ่อมแซมหรือติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยที่เราสามารถตัดวงจรไฟฟ้าไม่ให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าบริเวณที่เราต้องการได้โดยยกคันโยกของสะพานที่ควบคุมวงจรไฟฟ้าในส่วนนั้นๆเสียแต่ถ้าต้องการตัดวงจรไฟฟ้าทั้งหมดภายในบ้านเรือนก็ยกสะพานไฟขนาดใหญ่ที่ควบคุมวงจรไฟฟ้าทั้งหมด เมื่อทำการซ่อมแซมหรือติดตั้งอุปกรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้วจึงทำการต่อวงจรไฟฟ้าด้วยดันคันโยกของสะพานไฟเข้าสู่ตำแหน่งเดิมและให้แน่นสนิทกับที่รองรับเพราะคันโยกทีรองรับสะพานไฟสัมผัสกันไม่สนิทแล้วจะเกิดความร้อนจดสัมผัสจนทำให้ฟิวส์ที่อยู่ในสะพานไฟขาดได้
การเลือกใช้สะพานไฟ
ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลในวงจรสะพานไฟขนาดใหญ่ใช้สำหรับเชื่อมโยงให้กระแสไฟฟ้าทั้งหมดผ่านเข้าสู่ วงจรไฟฟ้าในบ้าน สะพานไฟขนาดเล็กใช้สำหรับเชื่อมโยงแยกกระแสไฟฟ้า ไปใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนต่าง ๆ ของบ้าน
วิธีใช้สะพานไฟ
ถ้าต้องการต่อวงจรให้ใช้กระแสไฟฟ้าได้ตามปกติต้องดันคันโยกขึ้น แต่ถ้าดันคันโยกลงมาจะตัดวงจรไฟฟ้า เช่น เมื่อต้องการซ่อมแซมหรือติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า การดันคันโยกขึ้นต้องสับคันโยกของสะพานไฟให้แน่นสนิทกับที่รองรับ หากสัมผัสกันไม่แน่นสนิทจะเกิดความร้อน ตรงจุดสัมผัส ทำให้ฟิวส์ขาดกระแสไฟฟ้า ไม่ไหลในวงจรไฟฟ้า
ประโยชน์ของสะพานไฟ
ช่วยทำให้เกิดความสะดวกและปลอดภัยในการซ่อมแซมหรือติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า เพราะ สามารถใช้สะพานไฟตัดวงจรไฟฟ้าไม่ให้กระแสไฟฟ้าไหลเข้า บริเวณที่กำลังซ่อมแซมหรือติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าได้
ข้อระวังในการใช้สะพานไฟ
คันโยกกับที่รองรับต้องแน่นสนิท มิฉะนั้นจะทำให้เกิดความร้อนสูง เกิดอัคคีภัยได้
สวิตซ์
สวิตซ์ เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในการเปิดหรือปิดวงจรไฟฟ้าเฉพาะส่วนที่ต้องการปล่อยให้กระแสไฟฟ้าไหลเข้าวงจร หรือตัดกระแสไฟฟ้าไม่ไหลเข้าวงจรตามต้องการได้ ที่ตัวของสวิตซ์จะมีตัวเลขบอกปริมาณกระแสไฟฟ้าและแรงดันไฟฟ้าไว้ด้วย
ส่วนประกอบของสวิตซ์
-คาน เป็นที่กดปิดเปิดทำด้วยฉนวน
-แผ่นโลหะใต้คาน สำหรับต่อเชื่อมกับปุ่มโลหะที่ติดอยู่กับฐานสวิตซ์ เพื่อทำให้ไฟฟ้าครบวงจร
-ขดลวดสปริง เป็นส่วนที่อยู่บริเวณกึ่งกลางคาน ส่วนนี้จะทำหน้าที่ดันคานให้ค้างอยู่ในตำแหน่งเปิดหรือปิดตามต้องการ
การสร้างสวิตซ์ตามหลักการจะประกอบด้วยชิ้นโลหะ 2 ชิ้น อยู่ในวงจรไฟฟ้าจะถูกจัดให้สามารถแตะหรือแยกออกจากกันได้ง่ายโลหะทั้งสองชิ้นนี้เรียกว่า คอนแทค ( Contact ) เมื่อโลหะทั้งสองชิ้นแตะกันจะครบวงจรกระแสไฟฟ้าจะสามารถไหลผ่านวงจรไฟฟ้า เมื่อโลหะ 2 ชิ้น แยกออกจากกันทำให้วงจรเปิดกระแสไฟฟ้าจะหยุดไหลจากหลักการดังกล่าวมาสร้างสวิตซ์ที่ใช้ทั่วไป ซึ่งประกอบด้วยคานที่ทำด้วยฉนวนใช้เป็นที่กดให้สวิตซ์เปิดปิด ใต้คานมีแผ่นโลหะต่อเชื่อมกับปุ่มโลหะที่ที่ติดอยู่กับฐาน สวิตซ์ซึ่งจะทำให้ไฟฟ้าครบวงจรและบริเวณกึ่งกลางของคายจะมีขดลวดสปริงคอยทำหน้าที่ดันคานอยู่ในตำแหน่งปิดหรือเปิดตามต้องการ
สวิตซ์มีหลายแบบ ตัวอย่างเช่น
1.สวิตซ์ทางเดียว เป็นสวิตซ์ที่โยกปิด-เปิด วงจรไฟฟ้าเพียงทางเดียว ในการต่อสวิตซ์กับวงจรไฟฟ้าจะใช้สวิตซ์ 1 อันต่อกับหลอดไฟ1 ดวง ซึ่งสามารถปิด-เปิดสวิตซ์ ได้โดยตรง นอกจากนี้สวิตซ์นี้ 1 อันสามารถต่อไฟได้หลายๆดวงได้ โดยต่อหลอดไฟแบบขนานแล้วจึงนำมาต่อกับแบบอนุกรมกับสวิตซ์การต่อในลักษณะนี้เหมาะสำหรับการต่อในห้องประชุม ห้องเรียน โรงงาน ฯลฯ การต่อสวิตซ์ 1 อันกับหลอดหลายๆดวง อาจไม่เป็นการประหยัดพลังงานเพราะถ้าเราต้องการแสงสว่างเพียงบางส่วนก็จำเป็นต้องเปิดไฟทุกดวง
2.สวิตซ์สองทาง เปิดการติดตั้งสวิตซ์2อัน ต่อกับหลอดไฟ 1 ดวง ลักษณะของสวิตซ์แบบนี้ การใช้สวิตซ์แบบนี้ก็เพื่ออำนวยความสะดวก ในการเปิด-ปิด จึงนิยมใช้ติดตั้งในบริเวณขึ้นลงบันไดหรือทางเข้าออกประตู สวิตซ์แบบนี้นอกจากจะอำนวยความสะดวกแล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงานอีกด้วย
3.สวิตซ์อัตโนมัติ เนื่องจากฟิวส์ที่ใช้อยู่กันส่วนใหญ่เมื่อขาดแล้วก็จะต้องเปลี่ยนใหม่ทุกครั้งทำให้ไม่สะดวก จึงได้มีการออกแบบสวิตซ์ อัตโนมัติขึ้นมาใช้แทน สวิตซ์แบบนี้ใช้หลักการที่ว่า เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเกินขนาดหรือไฟฟ้าลัดวงจร สวิตซ์อัตโนมัติจะตัดวงจรทันที โดยที่ไม่มีส่วนใดของสวิตซ์หลอมละลายขาดอกไปเหมือนกับฟิวส์ เมื่อตรวจแก้ไขสาเหตุที่ทำให้กระแสไฟฟ้ามากเกินขนาด หรือซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้าเรียบร้อยแล้วสามารถกดปุ่มที่สวิตซ์อัตโนมัติทันนทีเพื่อต่อวงจรไฟฟ้าใหม่ โดยไม่ต้องเปลี่ยนฟิวส์ สวิตซ์อัตโนมัติใช้กันตามบ้านเรือนทั่วไปมี3แบบ ได้แก่ แบบความร้อน ( Thermaltype ) แบบแม่เหล็ก ( Magnetic type ) แบบอิเลคทรอนิกส์ ( Electronic type )
ปัจจุบันนิยมใช้สวิตซ์อัตโนมัติแทนสะพานไฟบนแผงควบคุมและนิยมเป็นสวิตซ์ปิด-เปิด รวมทั้งเป็นทั้งฟิวส์ของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมอเตอร์เป็นส่วนประกอบ เช่น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น ทั้งนี้สามารถปิด-เปิดวงจรไฟฟ้าได้เช่นเดียวกับสวิตซ์และมีความไวในการตัดวงจรไฟฟ้ามากกว่าฟิวส์ ในการเลือกใช้สวิตซ์อัตโนมัติต้องคำนึงถึงความต่างศักย์ และปริมาณของกระแสไฟฟ้าซึ่งบนสวิตซ์โดยทั่วไป จะมีตัวเลขบอกความต่างศักย์และจำนวนกระแสไฟฟ้าที่สวิตซ์ทนไฟได้ เช่น 5 A 220 V หมายถึง สวิตซ์อันนี้ใช้กับกระแสไฟฟ้าที่มีความต่างศักย์ 220 โวลต์ และทนกระแสไฟฟ้าได้ 5 แอมแปร์ ถ้ากระแสไฟฟ้าสูงกว่า 5 แอมแปร์จะใช้สวิตซ์อันนี้ไม่ได้ เพราจะทำให้เกดอันตรายได้ ทั้งนี้เพราะกระแสไฟฟ้าที่ผ่านสวิตซ์ มากเกินความร้อนสูงบริเวณจุดสัมผัสของแผ่นโลหะจนทำให้สวิตซ์ไหม้ได้ ด้วยสาเหตุนี้เองจึงควรเลือกใช้สวิตซ์ให้เหมาะสมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าและไม่ควรเลือกใช้สวิตซ์อันเดียวควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดให้ทำงานพร้อมกัน
ข้อควรปฏิบัติในการใช้สวิตซ์
1.ไม่ควรใช้สวิตซ์อันเดียวควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชิ้นให้ทำงานพร้อมกัน เนื่องจากสวิตซ์สามารถทนกระแสไฟฟ้าสูงสุดได้จำกัด ถ้ากระแสไฟฟ้าไหลผ่านสวิตซ์มากเกินไป จะทำให้เกิดความร้อนสูงบริเวณจุดสัมผัสของแผ่นโลหะจนสวิตซ์ไหม้ได้
2.ไม่ควรใช้สวิตซ์ธรรมดาควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านมาก เช่น มอเตอร์ เครื่องปรับอากาศ ควรใช้ฟิวส์อัตโนมัติหรือสะพานไฟ เนื่องจากสามารถทนกระแส ไฟฟ้าไหลผ่านได้สูงกว่าสวิตซ์
ความคิดเห็น