Verde pop
ดู Blog ทั้งหมด

ภัยของผู้ที่ขับรถคนเดียว

เขียนโดย Verde pop
 เรื่องจริงเตือนภัยจากผู้ประสบภัยที่พบเห็นเหตุการณ์โดยตรง หากว่าวันนั้น เขาคนนี้ไม่ทันเฉลียวใจ ปล่อยตามน้ำไปกับพวกมิจฉาชีพนั้น ชีวิต...คงไม่ได้เป็นของเขาอีกต่อไป

 

เมื่อคืนวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๐ เวลาประมาณ ๒๒.๒๐ น. ผมขับรถผ่านมาทางโรงแรมมารวย และติดไฟแดงอยู่ตรงแยกเกษตร ระหว่างรอไฟแดงอยู่นั้น ก็เห็นผู้หญิงอายุประมาณสี่สิบห้าปี พอเธอคนนั้นเห็นรถเราปุ๊บก็เดินเข้ามาหา เราก็นึกว่าคนรู้จักเข้ามาทัก

แกบอกว่า...หนูเลี้ยวขวาใช่ไหม ขอติดรถไปหน่อยเดี๋ยวเลี้ยวขวาแล้วจะลง

ตอนนั้นด้วยความง่วงของผม ประกอบกับเห็นว่าเธอเป็นผู้หญิงมีอายุ และเดี๋ยวก็จะเลี้ยวขวาอยู่แล้ว คงไม่มีอะไร ก็เลยให้ขึ้นรถมา แต่พอขึ้นรถมาปุ๊บ เธอก็ถามว่า

“หนูจะไปไหน”

“ไปแถวโรงพยาบาลวิภาวดี” ผมแกล้งตอบไปอย่างนั้น จริงๆแล้วบ้านผมอยู่แถวพระราม ๕

“งั้นดีเลย ขอไปลงแถววิภาวดีแล้วกัน” เธอบอก

“อันที่จริงแล้วผมจะข้ามสะพานไปทางเดอะมอลล์”ผมบอก

“งั้นยิ่งเยี่ยม บ้านน้าอยู่แถวบางบัวทอง ขอไปลงทางโน้นก็ได้”

ในใจผมตอนนั้นคิดว่าไหนบอกว่าเดี๋ยวเลี้ยวแล้วจะลงไงล่ะ แต่ไหนๆก็เอาน่าลงฝั่งโน้นก็ได้ ผมตั้งใจจะให้แกลงฝั่งตรงข้ามพันทิพย์งามวงศ์วาน แต่พอถึงหน้าพันทิพย์แกดันไม่ยอมลง ถามผมว่า

“แล้วหนูจะไปไหนต่อ”

“เดี๋ยวจะเลี้ยวตรงทางด่วน”ผมบอกไปอย่างนั้น

“งั้นเลี้ยวตรงทางด่วนแล้วจอดก็ได้ ตรงนั้นมีแท็กซี่คันหนึ่ง”แกบอกผมอย่างนั้น

แต่ผมเริ่มรู้สึกไม่ดีแล้ว เพราะสงสัยว่าแกรู้ได้ยังไงว่าตรงนั้นมีแท็กซี่จอดอยู่คันหนึ่ง ผมเริ่มรู้สึกว่าชักจะไม่ดีแล้ว นี่มันอะไรกันหว่า และผมก็เริ่มคิดว่าถ้าผมเลี้ยวตรงทางด่วนจริงๆตรงนั้นมันค่อนข้างเปลี่ยว และดูอันตรายเหมือนกัน ผมเลยบอกใหม่ว่า

“ผมจะไปทางแคราย”

“งั้นเดี๋ยวเลี้ยวแครายแล้วค่อยลงก็ได้ น้าไม่กลับบางบัวทองแล้ว ดึกแล้วกลับคอนโดเลยดีกว่า ไหนๆก็ดึกขนาดนี้แล้ว”

และแกก็พูดดักใหญ่เลยว่า...

“คอนโดน้าไปได้หลายทาง ไปทางพระราม ๕ ก็ได้ ไปทางตลาดนนท์ก็ได้ แบบว่าเข้าได้ทุกทางเลย”

คืออารมณ์ที่แกพูดเหมือนจะดักไว้หมดไม่ว่าเราจะไปทางไหนแกก็จะไปด้วยให้ได้ ผมคิดในใจว่าดูท่าไม่ดีแล้วแน่ๆ เลยเลี้ยวแครายแล้วจอดฝั่งตรงข้ามซอยเรวดี และบอกให้แกลง

“ลงตรงนี้แหละไม่เปลี่ยว จะได้โบกแท็กซี่ไปต่อได้ไม่น่ากลัว”

“แล้วจะไปไหนต่อล่ะเนี่ย”แกดันถามต่อ

ผมบอกว่า..

“แยกหน้าแล้วเลี้ยวซ้าย”ที่บอกไปอย่างนั้นเพราะแกพูดเอาไว้ว่าทางไปคอนโดแกต้องเลี้ยวขวา แล้วผมก็พูดต่อว่า

“ผมจะแวะทำธุระก่อน น้าลงตรงนี้แหละ”

แกยังอุตส่าห์บอกอีกว่า.. “แยกหน้าเลี้ยวซ้ายค่อยลงก็ได้”

ผมเลยบอกว่า

“น้าลงนี่แหละ”

“ทำไมหนูไม่ฉลาดเลย  แยกหน้าลงก็ได้ ไหนๆก็ทำดีแล้วก็ทำให้มันสุดๆสิ”แกพูดกับผม

แต่ตอนนั้นผมยืนยันคำเดียว “ลงนี่แหละ” แกถึงได้ยอมลงไป

ตอนนั้นผมมั่นใจมากว่ามันต้องเป็นมิจฉาชีพแน่ๆเพราะผมรู้สึกว่ามันแปลกมากๆ แล้วทางที่ผมจะไปต่อมันก็ค่อนข้างเปลี่ยว อาจจะมีรถขับตามมาก็ได้ หรืออาจจะคอยดักเราอยู่แยกไหนก็ได้ แต่ที่ผ่านมาคงยังไม่กล้าผลีผลามทำอะไร เพราะตัวผมค่อนข้างใหญ่ หรือไม่ผู้หญิงคนนี้ก็อาจจะเตรียมลงมือปล้นเองก็ได้ เพราะว่าแกหิ้วกระเป๋ามาด้วยใบหนึ่ง ผมเองก็ไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ข้างใน

พอให้แกลงแล้ว กลับถึงบ้านค่อยนึกได้ว่าน่าเสียดาย น่าจะรอดูแกต่ออีกสักนิดว่าแกจะไปไหนต่อ  หรือจะทำอะไรต่อ ถ้าเห็นพิรุธจะได้แจ้งตำรวจให้เอาไปสอบสวน คิดแล้วก็เสียดาย เป็นห่วงว่าคนอื่นอาจจะใจดีให้แกขึ้นรถมา โดยเฉพาะคนขับที่เป็นผู้หญิงยิ่งน่าเป็นห่วง ก็เลยเอามาเล่าสู่กันฟัง เตือนเพื่อนๆว่าอย่ารับคนแปลกหน้าขึ้นรถเลย

สังคมทุกวันนี้ใครจะว่าแล้วน้ำใจก็ช่างเถอะ เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นมากับเราแล้วมันไม่คุ้มกันเลย ใครมีเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ หรือคนที่รักขับรถใช้ถนน ก็ช่วยฝากเตือนๆกันต่อไป อย่าคิดว่าเป็นผู้หญิงสูงอายุไม่มีพิษมีภัย จริงๆพวกนี้อาจจะทำงานเป็นขบวนการ ผู้หญิงคนนี้อาจจะเป็นนกต่อ และอาจจีวิธีการติดต่อกับกลุ่มของเค้า เช่นการเปิดโทรศัพท์มือถือทิ้งเอาไว้ แล้วพยายามพูดถึงสถานที่ที่จะไป เพื่อให้พวกของเค้าตามไปก็ได้ ระวังกันเอาไว้ด้วยนะครับ

 credit:ภัยร้ายใกล้ตัว, Mr.Stop

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น