สารภัยในตอนนี้ขอเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับ “กลวิธีโกงเงินจากตู้ ATM” จากท่านผู้ประสบภัยรายหนึ่งกันเลยครับ
กลโกงเกี่ยวกับการกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม ปกติก็ไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่ จนได้เจอกับตัวเอง เมื่อวันเสาร์ที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๐ ผมไปหาซื้อของใช้ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งและก็ไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ก่อนจะเข้าไปซื้อของในห้าง ช่วงนั้นเวลา ๑๑.๐๐ น. คนไปซื้อของกันเยอะมาก เพราะเป็นวันหยุด ผมเข้าไปยืนต่อคิวอยู่ที่ตู้เอทีเอ็มเป็นคนที่สาม
คนแรกเป็นผู้หญิงวัยกลางคน ส่วนคนที่สองเป็นผู้ชายอายุประมาณสี่สิบปี ผู้หญิงคนนั้นก็โวยวายขึ้นมาว่ากดเงินแล้ว แต่ไม่สามารถเอาเงินออกมาจากช่องรับเงินได้ เพราะมันปิดเร็วมาก ซึ่งตามปกติที่เคยกดเงินจากตู้เอทีเอ็มมันจะมีเวลาให้เราหยิบเงินก่อนแล้วค่อยปิด ผู้หญิงคนนั้นมีอาการตกใจ แล้ววิ่งไปหาเจ้าหน้าที่ของห้างที่อยู่ทางด้านใน
ผู้ชายคนที่สองที่รอต่อคิวอยู่ก็เข้าไปกดเงินตามปกติ ซึ่งก็ได้รับเงินปกติ และก็เดินออกไป ตอนแรกผมคิดว่าผู้หญิงที่ทำท่าทางตกใจและพูดว่าเงินของตัวเองค้างอยู่ข้างในตู้สร้างเรื่องขึ้นมาหรือเปล่า เพราะคนที่กดเงินต่อจากนั้นก็กดเงินได้ตามปกติ
เมื่อผมเห็นว่าเครื่องทำงานได้ปกติ ก็เข้าไปกดเงินต่อ ซึ่งผมกดไปหนึ่งหมื่นห้าพันบาท พอเงินออกมาผมกำลังจะยื่นมือไปหยิบเงินจากช่องรับเงิน แต่ยังไม่ทันจะได้หยิบเงินออกมาได้ ปรากฏว่าเครื่องก็ปิดทันที และด้วยความตกใจผมรีบเอามือออกมาทันที เพราะกลัวว่าเครื่องมันจะหนีบมือ
พอผมตั้งสติได้ว่าเรื่องที่ผู้หญิงคนนั้นพูดเป็นเรื่องจริงแล้วทำไมผู้ชายคนนั้นที่กดเงินต่อจึงเอาเงินออกมาจากช่องรับเงินได้เป็นปกติ หากผมเข้าไปตามพนักงานของห้าง เงินที่ค้างอยู่ในเครื่องหนึ่งหมื่นห้าพันบาท ก็คงโดนคนที่ต่อคิวอยู่ข้างหลังผมเอาไปแน่ๆ
ผมหันไปดูข้างหลังมีผู้ชายวัยสี่สิบปีรอกดเงินต่อจากผม และทำท่าทางไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น ผมจึงกดเงินอีกครั้ง แต่คราวนี้กดแค่ห้าร้อยบาท เพื่อให้เครื่องเปิดออก และผมจะได้เอาเงินที่ค้างอยู่ทั้งหมดออกมาอย่างรวดเร็ว แต่ความตั้งใจของผมก็เสี่ยงด้วยว่าถ้าผมเอาเงินมามาไม่ทันอีก ผมก็ต้องเสียเงินอีกห้าร้อยบาท แต่ครั้งนี้ผมได้เตรียมลูกกุญแจรถยนต์เอาไว้เสียบเพื่อไม่ให้เครื่องมันสามารถปิดได้
ทันทีที่ผมกดเงินออกมา เครื่องก็เปิดอย่างรวดเร็วแต่ไม่ถึงหนึ่งวินาทีก็ปิดอีก โชคดีที่ผมเอาลูกกุญแจรถเสียบไว้ไม่ให้เครื่องปิดได้สนิท และไม่ถึงตำแหน่งที่เขาตั้งระยะไว้ แต่เครื่องก็พยายามจะปิด จนเครื่องโชว์ที่หน้าจอว่า Out of service และผมก็เปิดเอาเงินทั้งหมดหนึ่งหมื่นห้าพันห้าร้อยบาทออกมาได้ แล้วก็เดินออกจากห้างมา
หลังจากนั้นผมหันหลังไปดูคนที่อยู่ข้างหลัง ผู้ชายคนนั้นหายไปแล้ว ผมจึงเดินออกจาห้างไม่เข้าไปซื้อของแล้ว เพราะรู้สึกไม่ค่อยดี
ช่วงที่ขับรถออกมาจากห้าง ผมเจอผู้ชายคนที่กดเงินก่อนหน้าผม ที่ได้เงินของผู้หญิงคนแรกไป นั่งอยู่ในรถคันเดียวกับผู้ชายที่ยืนต่อคิวกดเงินอยู่ข้างหลังผม
ผมเกิดความคิดว่าเครื่องเอทีเอ็มเกิดการขัดข้องเองหรือว่ามีคนตั้งใจจะทำให้มันเกิดการขัดข้องกันแน่ เพื่อให้คนต่อไปเข้าไปกดเงินแล้วได้เงินของคนที่ค้างอยู่ในเครื่องไปด้วย เพราะหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับใคร ก็คงคิดกันไม่ออกเพราะอยู่ในช่วงที่กำลังตกใจ
เพราะฉะนั้นเวลากดเงินจากตู้เอทีเอ็มอยากเตือนให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคนคอยสังเกตระวังคนที่อยู่หน้าและหลังด้วย หากจะกดเงินก็ทดลองกดทีละน้อยๆก่อนเพื่อความแน่ใจว่าจะไม่มีการขัดข้องจากตัวเครื่องเอทีเอ็มเอง หรือมีบุคคลอื่นใดทำให้เกิดการขัดข้องจนเราต้องเสียทรัพยท์ได้
Credit: ภัยร้ายใกล้ตัว, Mr.Stop
ความคิดเห็น