《流光记》
liú guāng jì
บันทึกเดินทางข้ามเวลา
คำร้อง 潮汐 (เฉาซี) 银临 (หยินหลิน)
ทำนอง 迟意 (ฉืออี้)
ขับร้อง 银临 (หยินหลิน)
呵一口气就变个仙女
hē yī kǒuqì jiù biàn ge xiānnǚ
ถอนใจหนึ่งคราก็กลายเป็นเทพธิดา
还要你贴上太白金星的胡须
hái yào nǐ tiē shàng Tàibái Jīnxīng de húxū
ยังต้องให้เจ้าติดเคราแบบเทพดาวศุกร์ไท่ไป๋จินซิง
老街里跑过一圈 当周游天地
lǎo jiē lǐ pǎoguò yī quān dāng zhōuyóu tiāndì
วิ่งไปทั่วถนนสายเก่า สมมติว่าได้ท่องทั่วฟ้าดิน
回来能讲三百个传奇
huílái néng jiǎng sānbǎi gè chuánqí
กลับมาเล่าเรื่องราวได้สามร้อยเรื่อง
春和秋 雪和雨 排成小四季
chūn hé qiū xuě hé yǔ pái chéng xiǎo sìjì
ใบไม้ผลิใบไม้ร่วง หิมะและสายฝน สวมบททั้งสี่ฤดู
两个人翻开书没找到颜如玉
liǎng gè rén fān kāi shū méi zhǎodào yánrúyù
คนทั้งสองเปิดตำรา หาไม่พบใบหน้างามดั่งหยก
明天远更远是光阴
míngtiān yuǎn gèng yuǎn shì guāngyīn
ยาวไกลกว่าวันพรุ่งนี้คือกาลเวลา
住着背不完的诗句
zhùzhe bèi bu wán de shījù
สำหรับจดจำบทกวีที่ท่องได้ไม่รู้จบ
月亮舟楫 驮来天星
yuèliàng zhōují tuó lái tiānxīng
ราชรถพระจันทร์ ขนย้ายดวงดาวบนฟ้า
屋簷下晚风 正搭讪蝉鸣
wūyán xià wǎn fēng zhèng dāshàn chán míng
ลมราตรีใต้ชายคา สนทนาแทรกเสียงเรไร
可怜牛郎织女 还没到重逢假期
kělián Niúláng Zhīnǚ hái méi dào chóngféng jiàqī
สงสารหนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า ที่ยังไม่ถึงเวลาพบกันเสียที
是不是喜鹊偷懒不肯太殷勤?
shì bú shì xǐquè tōulǎn bù kěn tài yīnqín?
เป็นเพราะเจ้านกกางเขน1 แอบขี้เกียจไม่ทำงานใช่ไหม?
逛一圈东周演义山中魏晋唐宋元明清
guàng yī quān Dōngzhōu yǎnyì shān zhōng Wèi Jìn Táng Sòng Yuán Míng Qīng
เดินทั่วขุนเขาพงศาวดารโจวตะวันออกไปจนถึงราชวงศ์เว่ย จิ้น ถัง ซ่ง หยวน หมิง ชิง
(ไล่ชื่อราชวงศ์ของจีนตามตำรา)
从那年同居长干里琅琅到关雎
cóng nà nián tóngjū Cháng gàn lǐ lángláng dào Guān jū
ตั้งแต่ปีที่อาศัยด้วยกันในฉางกาน2 ท่องพึมพำจนถึงกวนจวี3
岁月走走停停 没写出游记
suìyuè zǒu zǒu tíng tíng méi xiě chū yóujì
วันเและเดือนเคลื่อนคล้อย ยังเขียนบันทึกการเดินทางไม่ได้
却把心事点一朵涟漪
què bǎ xīnshì diǎn yī duǒ liányī
แต่กลับสร้างระลอกคลื่นขึ้นในใจ
年年的燕子柳絮总被收去从来没逾期
nián nián de yànzi liǔxù zǒng bèi shōu qù cónglái méi yúqí
ในแต่ละปีนกนางแอ่นกับต้นหลิวมักถูกเก็บไว้ไม่มีกำหนด4
诗人游子天涯愁绪还不够年纪
shīrén yóuzǐ tiānyá chóuxù hái bùgòu niánjì
พรมแดนความโศกเศร้าของกวีนักเดินทางคนนี้ยังไม่มากเพียงพอ
长亭只在书里 把折柳 听了又听
chángtíng zhǐ zài shū lǐ bǎ zhé liǔ tīngle yòu tīng
ศาลารืมทางเพียงอยู่แต่ในตำรา กิ่งหลิวหัก ฟังแล้วฟังอีก5
总学不会别离
zǒng xué bù huì biélí
ก็ยังไม่รู้จักการจากลาเสียที
昼夜没趣 守太多规矩
zhòuyè méiqù shǒu tài duō guījǔ
ทั้งวันทั้งคืนมีกฏระเบียบมากมาย
小金乌 不得已 被迫早睡早起
xiǎo jīnwū bùdéyǐ bèi pò zǎo shuì zǎoqǐ
อีกาทองน้อยเลยโดนบังคับให้รีบเข้านอนและตื่นแต่เช้า
是不是 我不睁眼睛
shì bùshì wǒ bù zhēng yǎnjīng
ถ้าข้าไม่ลืมตา
今天就不用被点名
jīntiān jiù bùyòng bèi diǎnmíng
วันนี้ก็จะไม่โดนเรียกชื่อใช่ไหม
可是流光 赶来答疑
kěshì liúguāng gǎn lái dáyí
แต่แล้วกาลเวลา ก็โผล่มาตอบคำ
用身高举例 拿告别作比
yòng shēngāo jǔlì ná gàobié zuò bǐ
ใช้ร่างสูงยกตัวอย่าง เปรียบเปรยคำอำลา
先生秃著头顶 说这叫川流不息
xiānshēng tūzhe tóudǐng shuō zhè jiào chuānliúbùxī
บุรุษศีรษะล้านบอกอย่างนี้เรียกว่าการหลั่งไหลไม่มีที่สิ้นสุด
假装没听见我问 流去到哪里
jiǎzhuāng méi tīngjiàn wǒ wèn liú qù dào nǎlǐ
แล้วแสร้งไม่ได้ยินที่ข้าถามว่าไหลไปที่ไหน
逛一圈东周演义山中魏晋唐宋元明清
guàng yī quān Dōngzhōu yǎnyì shān zhōng Wèi Jìn Táng Sòng Yuán Míng Qīng
เดินทั่วขุนเขาพงศาวดารโจวตะวันออกไปจนถึงราชวงศ์เว่ย จิ้น ถัง ซ่ง หยวน หมิง ชิง
从那年同居长干里琅琅到关雎
cóng nà nián tóngjū Cháng gàn lǐ lángláng dào Guān jū
ตั้งแต่ปีที่อาศัยด้วยกันในฉางกาน ท่องพึมพำจนถึงกวนจวี
岁月走走停停 没写出游记
suìyuè zǒu zǒu tíng tíng méi xiě chū yóujì
วันและเดือนเคลื่อนคล้อย ยังเขียนบันทึกการเดินทางไม่ได้
却把心事点一朵涟漪
què bǎ xīnshì diǎn yī duǒ liányī
แต่กลับสร้างระลอกคลื่นขึ้นในใจ
年年的燕子柳絮总被收去从来没逾期
nián nián de yànzi liǔxù zǒng bèi shōu qù cónglái méi yúqí
ในแต่ละปีนกนางแอ่นกับต้นหลิวมักถูกเก็บไว้ไม่มีกำหนด
诗人游子天涯愁绪还不够年纪
shīrén yóuzǐ tiānyá chóuxù hái bùgòu niánjì
พรมแดนความโศกเศร้าของกวีนักเดินทางคนนี้ยังไม่มากเพียงพอ
长亭只在书里 把折柳 听了又听
chángtíng zhǐ zài shū lǐ bǎ zhé liǔ tīngle yòu tīng
ศาลาริมทางเพียงอยู่แต่ในตำรา กิ่งหลิวหัก ฟังแล้วฟังอีก
总学不会别离
zǒng xué bù huì biélí
ก็ยังไม่รู้จักการจากลาเสียที
听许多梅花鲤鱼得意失意百年痴儿女
tīng xǔduō méihuā lǐyú déyì shīyì bǎinián chī érnǚ
ได้ยินเรื่องเกี่ยวกับดอกเหมยปลาไน6 เรื่องสมหวังผิดหวังของคนหนุ่มสาวมากมายในหลายร้อยปี
从长生殿内七月七 游至牡丹亭
cóng Chángshēng diàn nèi qī yuè qī yóu zhì Mǔdān tíng
จากวันที่ 7 เดือน 77 ในตำหนักฉางเซิง8 ไปจนถึงศาลาโบตั๋น9
岁月走走停停 没写出游记
suìyuè zǒu zǒu tíng tíng méi xiě chū yóujì
วันและเดือนเคลื่อนคล้อย ยังเขียนบันทึกการเดินทางไม่ได้
却把风月种一路芙蕖
què bǎ fēngyuè zhǒng yīlù fúqú
แต่กลับปลูกปทุมแย้มบานตลอดทางสายลมจันทรา10
逛一圈东周演义山中魏晋唐宋元明清
guàng yī quān Dōngzhōu yǎnyì shān zhōng Wèi Jìn Táng Sòng Yuán Míng Qīng
เดินทั่วขุนเขาพงศาวดารโจวตะวันออกไปจนถึงราชวงศ์เว่ย จิ้น ถัง ซ่ง หยวน หมิง ชิง
从那年同居长干里琅琅到关雎
cóng nà nián tóngjū Cháng gàn lǐ lángláng dào Guān jū
ตั้งแต่ปีที่อาศัยด้วยกันในฉางกาน ท่องพึมพำจนถึงกวนจวี
岁月走走停停 没写出游记
suìyuè zǒu zǒu tíng tíng méi xiě chū yóujì
วันและเดือนเคลื่อนคล้อย ยังเขียนบันทึกการเดินทางไม่ได้
却把心事点一朵涟漪
què bǎ xīnshì diǎn yī duǒ liányī
แต่กลับสร้างระลอกคลื่นขึ้นในใจ
年年的燕子柳絮总被收去从来没逾期
nián nián de yànzi liǔxù zǒng bèi shōu qù cónglái méi yúqí
ในแต่ละปีนกนางแอ่นกับต้นหลิวมักถูกเก็บไว้ไม่มีกำหนด
诗人游子天涯愁绪还不够年纪
shīrén yóuzǐ tiānyá chóuxù hái bùgòu niánjì
พรมแดนความโศกเศร้าของกวีนักเดินทางคนนี้ยังไม่มากเพียงพอ
我有满怀欢喜 只除过世界太挤
wǒ yǒu mǎnhuái huānxǐ zhǐ chúguò shìjiè tài jǐ
ข้ามีความสุขใจมากล้น ยกเว้นแต่โลกนี้มีคนมากเกินไป
头顶月 眼中你
tóudǐng yuè yǎnzhōng nǐ
ดวงจันทร์เหนือศีรษะ และเจ้าในสายตา
1นกกางเขน ปรากฏในนิทานเรื่องหนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า มีหน้าที่เป็นสะพานให้ทั้งสองได้มาเจอกันในวันที่ 7 เดือน 7
2ฉางกาน หมายถึงบทกวีสมัยราชวงศ์ถังของหลี่ไป๋ เรื่องฉางกานสิง
3กวนจวี หมายถึงบทกวีสมัยโจวตะวันออก ไม่ปรากฏผู้แต่ง
4นกนางแอ่นกับต้นหลิว ใช้เป็นสัญลักษณ์ของการพรากจากในบทกวีจีน
5ศาลาริมทางกับกิ่งหลิวหัก มักปรากฏในบทกวีของจีนที่มีการจากลา
6ดอกเหมยปลาไน มักปรากฏในบทกวีที่เกี่ยวข้องกับการชื่่นชมความสวยงาม
7 วันที่ 7 เดือน 7 เป็นวันที่หนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้ามาเจอกัน ถือเป็นเทศกาลแห่งความรักของจีน
8ตำหนักฉางเซิง เป็นบทละครสมัยต้นราชวงศ์ชิงของหงเซิง
9ศาลาโบตั๋น เป็นบทละครสมัยราชวงศ์หมิงของทังเสียนจู่
10สายลมจันทรา หมายถึงทิวทัศน์ที่สวยงาม เป็นสัญลักษณ์ของความรักชายหญิง
ความคิดเห็น