ตอนที่ 32 : ตอนที่30 มนุษย์สาหร่าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1895
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    26 ต.ค. 59












- 32 -


เสียงตะโกนปลุกปั่นทำให้ชายฉกรรจ์ทั้งหมดในวังหลังเกิดความฮึกเหิมตื่นตัว รอบด้านจึงบังเกิดเสียงโลหะกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปทั่วทั้งวังหลวง ไม่ต่างอันใดกับสนามรบที่สร้างความเขย่าขวัญเเก่ผู้คน

"เกิดอันใดขึ้น" หญิงสาวในชุดฮั่นฝูสีดอกท้อลวดลายบุปผชาติเดินออกมายังลานหน้าตำหนักส่วนใน สายฝนได้นำพาละอองบางเบากระทบลงมายังดวงหน้าขาวละมุนผุดผาด เผยให้เห็นโฉมสะคราญงดงามราวบุปผา

นางคือหยางเจียร์ยู่ร์หรือสนมหยางกุ้ยเฟย โฉมสะคราญซึ่งได้รับความโปรดปราณจากฮ่องเต้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเหยียนกุ้ยเฟยในเพลานี้ นางเอ่ยถามกงกงน้อยด้วยความใคร่รู้

ร่างเล็กๆ ของเสี่ยวเผยจื่อที่กำลังชะเง้อคอมองออกไปนอกตำหนักสะดุ้งโหยง มันรีบหันมากราบทูล "ข้าน้อยก็ไม่ทราบพะยะค่ะ ท่านอาจารย์กำลังไปสืบ"

ขณะนั้นซือกงกงได้สืบเท้าออกมาจากเงามืดทางประตูตำหนักชั้นนอก รับเร่งเข้ามาหาพระสนมเเละรายงานอย่างเเตกตื่น "ดูเหมือนจะมีนักฆ่าหลบหนีการจับกุมขอรับนายหญิง" 

ดวงตางดงามดั่งน้ำค้างของหยางเจียร์ยู่ร์วูบไหวครู่หนึ่ง สีหน้าอันไร้อารมณ์ซึ่งความตกใจของนางมีเเววครุ่นคิด ไม่นานนักนางจึงเผยรอยยิ้มงดงามบางเบาและได้กล่าวกับซือกงกงและเสี่ยวเผยจื่ออย่างนุ่มนวล "หากมีคนร้ายก็กลับเข้าตำหนักเถิด ออกไปเพ่นพ่านจะเป็นอันตราย"

คำสั่งล้วนเมตตาเเละอ่อนโยน หากใครได้ฟังล้วนบังเกิดความเลื่อมใสอย่างห้ามไม่อยู่

สายฝนรุนเเรงที่ได้เทลงมาเยี่ยงฟ้ารั่วก็มิได้น่าอภิรมย์นัก ร่างดั่งนกน้อยจึงเยื้องกายกลับเข้าไปในตำหนัก ไม่สนใจใยดีต่อความวุ่นวายภายนอกสักกระผีก

เสี่ยวเผยจื่อยังคงยืนแหงนหน้ามองท้องฟ้ามืดครึ้ม เห็นจุดสีดำเล็กๆ ท่ามกลางก้อนเมฆสีเทาก็ให้บังเกิดความสงสัย จุดสีดำนั่นคล้ายดั่งนกตัวใหญ่ที่กำลังโฉบลงมายังตำหนัก! เมื่อมันสัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปรกติก็ได้เอ่ยออกมาอย่างตื่นตระหนก กระตุกแขนเสื้อซือกงกงพลางชี้นิ้วไปยังนกตัวนั้น

"อาจารย์ท่านดูท้องฟ้านั่นสิขอรับราวกับอินทรีย์ยักษ์กำลังร่วงหล่นลงมา!"

ความแตกตื่นทำให้หยางเจียร์ยู่ร์ซึ่งกำลังก้าวพ้นธรณีประตูต้องหันกลับมามอง ดวงตางามมีเเววสงสัยก่อนจะสืบเท้ากลับมายังเสี่ยวเผยจื่ออีกครั้ง

ขณะนั้นหยวนลี่ยังคงถูกโอบอุ้มอยู่ภายใต้อ้อมกอดชายชุดดำ...

กลิ่นสนิมเหล็กหรือกลิ่นโลหิต? ได้เตะเข้าจมูกหญิงสาวอย่างรุนเเรงนับตั้งเเต่คราเเรกที่ถูกโอบอุ้มโดยมัน ร่างกายนางถูกปกป้องโดยไหล่กว้างดุจขุนเขาทั้งสองข้างเพื่อบดบังสายฝน ราวกับมันพยายามมิให้ผืนฟ้าอันปั่นป่วนทำอันตรายใดๆ ต่อหญิงสาวที่มันหวงเเหน มีเพียงสายน้ำไหลผ่านยอดคางเเหลมหยดลงสู่หน้าผากมนบางเบา

หยวนลี่บังเกิดความรู้สึกกังขาหลังจากที่ความหนาวเหน็บได้เสียดเเทงเข้ามาบนกลางหน้าผาก มันได้ดึงสตินางให้หลุดออกมาจากภวังค์แห่งความสับสน

คงมีไม่กี่คนที่ยอมพลีชีพเพื่อช่วยจางหยวนลี่...

คิ้วเรียวดั่งใบหลิวขมวดมุ่น ดวงหน้าซีดขาวได้เเหงนมองผ้าปิดปากสีดำลู่น้ำ 

หยาดน้ำฝนได้ทำให้ดวงตาของนางพร่าลายเเต่ก็พอให้หพอเห็นเคล้าโคลงใบหน้ารูปงาม เมื่อดวงตาคมเข้มก้มลงมองนาง ต่างคนต่างสบสายตาราวกับคนรู้จักมักคุ้น คิ้วเรียวของหยวนลี่ก็ให้ขมวดเเน่นขึ้นเเละกระตุกเกร็งไปในที่สุด นางอุทานออกมาเเทบไม่ต้องคิดให้ปวดหัว

"เป็นท่าน!" 

หยวนลี่ได้ยินเสียงหัวเราะลุ่มลึกในลำคอชายหนุ่ม เป็นเสียงหัวเราะที่เเฝงไปด้วยการหยอกล้อเเละโกรธเคือง

ดวงหน้าซีดขาวของหญิงสาวแดงจัด หยวนลี่คล้ายเหมือนลมได้ออกมาจากหูทั้งสองข้าง!  

"บัดซบ! ท่านทำลายเเผนการข้าย่อยยับหมด!"  

ที่เเท้ผู้ที่ลอบยุยงในที่ลับให้นางเเละจ้าวถางต้องตีกันจนเลือดตกยางออกก็คือต้าหลงเทียนฟง!

จะมิให้หยวนลี่รู้สึกโมโหได้อย่างไรนางเกือบจะโดนฆ่าตายอยู่รอมร่อ ชายผู้นี้ไม่รู้คิดอะไรอยู่กันแน่! ทว่าจะให้เดาใจพญามัจจุราชน้ำแข็งรึ? คงไม่ต่างอันใดกับการนับเม็ดทรายบนชายหาด จะด่ามันรึก็เปลืองน้ำลายไม่มีทางสะเทือนหนังหนามันเเน่ หยวนลี่เพียงทำได้แค่เก็บคำ ดวงตาขุ่นมัวและสีหน้าบึ้งตึงได้มองไปยังแผ่นอกแกร่งเพื่อเก็บงำความขุ่นเคืองเอาไว้

เทียนฟงยังคงก้มลงมองนางในขณะที่เขาเคลื่อนกายอยู่ในเงามืด ทะยานร่างไปตามต้นไม้และหลังคาตำหนักน้อยใหญ่ หลบเลี่ยงเสียงฝีเท้าหนักแน่นของพวกทหารที่ได้ตามล่าพวกเขา

เพียงเห็นโฉมสะคราญความคิดถึงก็ได้ซึมลึกลงไปในจิตใจ เขายิ้มในขณะที่มองนาง

เมื่อชายหนุ่มดึงสายตากลับไปยังเส้นทาง เขาได้กล่าวออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน "ข้านึกว่าเหมยลี่ต้องการเยี่ยงนี้เสียอีก"

ต้องการบิดาท่านสิ!

หยวนลี่ให้ขุ่นเคืองเข้าไปอีก ลมหายใจนางหนักหน่วงคิ้วเรียวขมวดมุ่นจนเป็นปม ดวงตาดำขลับดั่งน้ำหมึกได้ชำเลืองมองเทียนฟงอย่างไม่พอใจ แต่มันมิได้นำพาให้ชายหนุ่มมีสีหน้าปั้นยากหรือรู้สึกผิดเลยสักกระผีก รอยยิ้มอ่อนล้าภายใต้ผ้าปิดปากได้สะท้อนมายังเเววตาของเขา ในการเคลื่อนไหวค่อยๆ ผ่อนแรงลงและกระท่อนกระแท่นเข้าไปทุกที

หยวนลี่สัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปรกติ เมื่อมองลงไปยังเบื้องล่างที่มีระยะห่างจากพวกเขาสูงราวตึกสามชั้นอันน่าหวาดเสียว ความเคลื่อนไหวของเทียนฟงไม่มั่นคงเหมือนอย่างเคย  ราวกับว่าเขาจะร่วงหล่นลงไปได้ทุกเมื่อ ในความน่ากลัวนี้เองอดมิได้ที่นางจะเสนอตัวอย่างเป็นกังวล

"พี่ชาย... จะให้ข้าอุ้มท่านแทนหรือไม่ ดูเหมือนว่าท่านจะไม่โอเค"

จากความขุ่นเคืองถูกทลายลงเหลือเพียงดวงหน้าซีดขาวดั่งกระดาษ นางมองไปยังข้างล่างสลับกับเทียนฟงที่เริ่มย่างก้าวไม่มั่นคง ชายหนุ่มยังคงขบสันกรามแน่นดวงตาของเขาเหม่อมองราวกับว่ามันมิได้ยินเสียงของหยวนลี่อีกต่อไปแล้ว

หรือว่าจะได้รับบาดเจ็บ?

หยวนลี่ขมวดคิ้วแน่นอีกครั้งพลันหัวใจนางปั่นป่วน นางมองไปยังแผ่นอกของเทียนฟงและได้ทาบฝ่ามือลงไป ความเปียกชื้นและเหนียวเหนอะทำให้นางต้องชักมือกลับมา

ดวงตานางไหวระริกเมื่อเห็นฝ่ามือสีขาวถูกย้อมด้วยสีเเดงคล้ำของโลหิต สายฝนได้ทำให้มันไหลบ่าลงสู่เสื้อผ้าของนาง เมื่อหันไปมองยังแขนข้างที่สัมผัสร่างกายดั่งขุนเขา หัวใจหยวนลี่ก็ให้หล่นฮวบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เสื้อสีฟ้าได้ถูกย้อมไปด้วยสีเเดงคล้ำราวกับว่ามันกำลังกลืนกินเสื้อผ้าของนาง 

"ท่านบาดเจ็บ?" หญิงสาวแทบไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง

ผู้ที่ได้รับขนานนามว่า พญามัจจุราชน้ำแข็งผู้เหี้ยมโหด พลังยุทธแทบไม่มีผู้ใดสามารถต่อกร จะบาดเจ็บสาหัสเพียงเพราะการปะทะฝ่ามือปราณของจ้าวถางเชียวหรือ!?

ดวงตาหยวนลี่ให้เบิกค้างยิ่งขึ้นอย่างไม่ยินยอม เมื่อร่างดั่งขุนเขาได้ค่อยๆ อ่อนแรงลงท่ามกลางสายฝน หัวใจหยวนลี่ราวดิ่งลงเหว...

ซวย!

ไม่ทันได้คิดว่าโชคชะตากำลังกลั่นแกล้งหรือฟ้าได้ลงโทษนางแต่อย่างใด ร่างแกร่งได้โถมตัวลงสู่พื้นพสุธาราวนกปีกหัก สิ้นสติกลางอากาศไปเสียดื้อๆ หัวใจหยวนลี่ก็ให้หล่นวาบ! นางกอดรัดร่างเทียนฟงแนบแน่นเพื่อใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยว ในหัวนางมีเเต่ความอื้ออึงเเละสับสน หลับตาลงอย่างน่าหวาดเสียวเพื่อรับแรงกระแทกอันน่าจะเกิดขึ้นในไม่ช้า

"นายหญิงดูสิขอรับ!" เสี่ยวเผยจื่อชี้นิ้วไปยังท้องฟ้าด้วยท่าทางแตกตื่น

เพียงหยางเจียร์ยู่ร์เดินมาถึง นางแหงนมองไปยังท้องฟ้าด้วยความสงสัย ทว่าเมื่อเห็นว่านกอินทรีย์ของเสี่ยวเผยจื่อเคลื่อนกายเข้ามาใกล้ ดวงตากลมโตงดงามก็ให้ตื่นตะลึง

"นั่นมิใช่นก!" นางกล่าวด้วยความตกใจ

ตูมมมมมมมมมมมมม!!! เปรี้ยง!

ร่างเงาสีดำได้หล่นลงสู่สระบัวน้ำวนในตำหนักได้อย่างเหมาะเจาะ พร้อมกับเสียงท้องฟ้าคำรามลั่นกลบฝังเสียงอึกทึกครึกโครมในตำหนักฉาฮวา ช่างโชคดียิ่งนัก! ไม่มีทหารเลวคนใดให้ความสนใจในเสียงสายน้ำนั่นเลย มีเพียงหยางเจียร์ยู่ร์และขันทีทั้งสองที่ได้พุ่งกายออกไปนอกตัวตำหนักในทันทีทันใด

นางกำนัลที่กำลังเตรียมอาหารว่างสำหรับมื้อกลางวันให้นายหญิงต่างก็รีบออกมาดูด้วยความตกใจไม่แพ้กัน พวกนางรีบวิ่งฝ่าสายฝนติดตามไปอย่างรวดเร็ว

หยางเจียร์ยู่ร์มองลงไปยังผิวน้ำที่ยังคงกระเพื่อมขึ้นมาอย่างรุนแรง นางมองหาร่างเงาที่ได้จมหายลงไป

เสี่ยวเผยจื่อมีท่าทีลนลาน "นายหญิง มันได้จมลงไปแล้วขอรับ!"

หยางเจียร์ยู่ร์ยังคงยืนมองผิวน้ำอย่างใจเย็น นางรับร่มจากนางกำนัลเพื่อยืนจับตามองสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหวเป็นละลอกคลื่นเเห่งความโกลาหลอยู่ในน้ำ บ่าวรับใช้ในตำหนักฉาฮวาเองก็ไม่มีผู้ใดละสายตาไปจากความไม่ชอบมาพากลที่อยู่ใต้น้ำนั่นเลย

เสียงฟ้าร้องได้จางหายไป พร้อมกับสายฝนได้อ่อนแรงลงหลักจากที่บางสิ่งได้จมดิ่งลงไปในน้ำแล้ว

นางกำนัลฟางมีสีหน้ายุ่งยาก นางชะเง้อคอมองลงไปในสระบัวเพื่อดูว่ามีสิ่งใดผิดปรกติหรือไม่ ทว่าในสายน้ำมันได้สงบเงียบลงราวกับไม่เคยมีสิ่งใดตกลงไปมาก่อน มีเพียงความเคลื่อนไหวของน้ำฝนที่ได้ตกกระทบลงบนกลีบบัวบางเบา เป็นความสงบเงียบอันน่าอึดอัด

"เงียบหายไปแล้วเพคะนายหญิง สิ่งที่ตกลงไปในบ่อน้ำคือสิ่งใดกันแน่เพคะ"

หยางเจียร์ยู่ร์สายหน้าเนิบๆ แทนคำตอบ นางเองก็ไม่รู้เช่นกัน เพียงมั่นใจว่าสิ่งนั้นต้องเป็นร่างคนอย่างแน่นอน เมื่อมองดูแล้วไร้ความเคลื่อนไหวใดๆ บนผิวน้ำอันสงบเงียบของเม็ดฝน นางจึงถอนลมหายใจเพื่อคลายความกดดันลงก่อนจะหันไปกล่าวสั่งกงกง

"ซือกงกง เจ้าไปเรียกทหารเข้ามางมบางสิ่งในสระ"

ไม่แน่ว่าผู้ที่พุ่งกายลงไปในสระบัวอาจจะเป็นนักฆ่าที่ทหารกำลังตามหาเเละอาจจะจมน้ำตายไปแล้ว 

"พะยะค่ะ" ซือกงกงรับคำสั่ง ตั้งท่าวิ่งออกไปเรียกทหารตามคำสั่งนายหญิง ทว่าไม่ทันที่มันจะหมุนตัวนางกำนัลรับใช้อีกนางหนึ่งก็ได้ร้องอุทานขึ้น

"นั่น! ในน้ำมีความเคลื่อนไหวเพคะ!"

ซือกงกงได้ชักเท้ากลับมาคุ้มกันนายหญิง

หยางเจียร์ยู่ร์พุ่งสายตาไปยังฟองอากาศในสระบัวที่ค่อยๆ ทวีความรุนแรงขึ้น ดวงตานางไหวสะท้านด้วยความหวาดระเเวงเช่นกัน

ครืนนนนนน!!!

"ว้าย!"

เสียงฟ้าคำรามยังคงข่มขวัญจิตใจผู้คนให้รู้สึกระทึกขวัญไปกับภาพเบื้องหน้า บรรดาหญิงสาวเริ่มจับตัวเป็นกลุ่มอยู่เบื้องหลังร่างระหงของพระสนม สายตาของพวกนางมีความระแวดระวังและขลาดกลัว ไม่แม้แต่เสี่ยวเผยจื่อที่ทรุดกายกอดขานายหญิงแล้ว

"นะ นะ นั่น... หรือว่าจะเป็นคนร้ายพะยะค่ะ" เสี่ยวเผยจื่อเอ่ยถาม ดวงตาขันทีน้อยไหวระริก ร่างกายเด็กชายเริ่มสั่นเเรงขึ้นอย่างระงับไม่อยู่

หยางเจียร์ยู่ร์ยังคงมองไปที่นั่นอย่างมุ่งมั่น ทว่าใจนางก็ให้เริ่มหวั่นไหวตามข้ารับใช้แล้ว ในขณะที่ฟองอากาศได้ผุดขึ้นมาจากใต้น้ำอย่างรุนแรงมากขึ้น ท้องฟ้าก็ให้คำรามกึกก้อง ครึก ครืนนนน!!! พร้อมๆ กับร่างสีเขียวที่ได้ทะลึ่งพรวดขึ้นมาจากผิวน้ำ

"กรี๊ดดดดดด!!!" เหล่านางกำนัลถึงกับกรีดร้องด้วยความตกใจกลัวสุดขีด มีบางรายได้เป็นลมล้มพับไปแล้ว

ดวงตางดงามได้จดจ้องไปยังมนุษย์สาหร่าย? ที่ค่อยๆ เคลื่อนกายขึ้นมาจากสระน้ำอย่างยากลำบาก สนมหยางเองก็มีความรู้สึกหวาดกลัวและตื่นตระหนกไม่แพ้กัน ทว่านางกลับสามารถประคับประคองสติของนางเอาไว้ได้อย่างมั่นคงเเละดีเยี่ยม เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องนางจึงหันไปตำหนิข้ารับใช้

"พวกเจ้าอย่าส่งเสียง!"

เหล่านางกำนัลจึงรีบยกมือขึ้นปิดปากในขณะที่ร่างกายพวกนางสั่นเทิ้มและสองขาเริ่มอ่อนเเรง

ดวงตากลมโตของหยางเจียร์ยู๋ร์ยังคงจดจ้องไปยังมนุษย์สาหร่ายที่ค่อยๆ ปรากฏกายขึ้นมาจากสระอย่างกระท่อนกระแท่น ขณะนั้น มันได้ลากบางสิ่งขึ้นมาด้วยพร้อมกับคำผลุสวาทอย่างน่าโมโห

"Shit!!! Shit Shit!!!! ไอ้บิดาผู้วายชน ไอ้นรกไม่รับซ้ำซาก เวรเอ๊ย! เวรกรรมตรูหรือไงฟระ"

สีหน้าและแววตาหยวนลี่มีความเกรี้ยวกราด กลีบปากสีแดงสดเผยให้เห็นฟันขาวที่กำลังเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันจนแทบจะแยกเขี้ยวพ่นไฟออกมาได้ ในใจก็พร่ำบ่นในความซวยซ้ำซากของนางพร้อมๆ กับลากร่างของเทียนฟงขึ้นมาจากน้ำด้วยความยากลำบาก ไม่มีผู้ใดเลยที่จะหาญกล้าปันน้ำใจมาช่วยนาง

ร่างบอบบางในอาภรณ์สีฟ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนและสาหร่ายที่เกี่ยวพันจนยุ่งเหยิง แม้แต่มวยผมที่ได้ปักปิ่นเงินยังถูกพันด้วยสาหร่ายสีเขียวอย่างน่าขบขัน หยวนลี่ให้หงุดหงิดใจยิ่งนัก กว่าจะลากร่างเทียนฟงขึ้นมาจากน้ำได้ก็แทบสูญเสียพละกำลังไปเกือบหมด

ร่างบางราวกิ่งหลิวหอบหายใจจนตัวโยน ยิ่งมองยิ่งดูราวกับว่าร่างเล็กๆ นั่นจะหักตามเเรงหอบหายใจนั่นเสียให้ได้ 

เมื่อหยวนลี่มองไปยังเบื้องหน้าจึงเห็นทัศนียภาพอันงามวิจิตรราวกับภาพวาด สายน้ำใสกระจ่างได้ถูกย้อมกลายเป็นสีดำคล้ำด้วยดินโคลน ดอกบัวเบ่งบานชูช่อที่แสงอาทิตย์กำลังคลอเคลียก็ให้งามล้ำเหนือจินตนาการ หากผู้ใดได้พบต้องเข้าใจผิดว่าได้หลุดเข้ามาในเเดนสวรรค์เป็นเเน่ ทว่านางไม่มีกระจิตกระใจจะมาชื่นชมธรรมชาติหรือตื่นตะลึงไปกับความงามของมัน

ในผลงานชิ้นเยี่ยม! ของเทียนฟง ได้ทำให้นางและมันเกือบจมน้ำตายไปแล้ว โชคดีเพียงใดที่นางเคยฝึกว่ายน้ำมาก่อน หากไม่แล้วคงได้กอดคอกันตายเป็นผีเฝ้าสระบัวเป็นแน่!

หยวนลี่คิดอย่างหงุดหงิด แหงนคอรับอากาศบริสุทธิ์กอบโกยลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ร้อนดั่งไฟให้สงบลง หน้าอกของนางได้กระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนน่ากลัว นี่เป็นครั้งแรกที่หยวนลี่รู้สึกว่าชีวิตใหม่ช่างน่าบัดซบถึงเพียงนี้

ต่อสู้กับผู้ฝึกยุทธมามากมายแต่ไม่เคยเหยียบย่างถึงคำว่า "ตาย" ถูกปีนยิงหล่นกำแพง "ตาย" แต่ดันไม่ตายสนิทดันได้มาอยู่ในร่างสาวงาม หากคนดวงแข็งอย่างพวกเขาต้องมาตายเพราะจมน้ำคงน่าสมเพศไม่น้อย ใต้น้ำนั่นก็ใช่ว่าจะอันตรายน้อยเสียเมื่อไร ทั้งเชี่ยวกราดและเต็มไปด้วยสาหร่ายน้ำเต็มไปหมด

โชคดีที่คนอย่างไอ้ก้องดวงแข็ง ตีไม่ตาย นรกไม่รับ หากมาตายในร่างสาวงามเพราะจมน้ำคงได้ถูกหัวเราะเยาะไปทั่วทั้งแผ่นดิน!

เมื่อรอดพ้นจากความตายอย่างบ้าระห่ำหยวนลี่ก็ให้ปลอดโปร่งยิ่งนัก ราวกับว่านางได้ฟื้นคืนจากความตายอีกครั้ง จะมิให้นางยินดีได้อย่างไร คิดเช่นนั้นก็แหงนมองท้องฟ้าด้วยสีหน้าเย้ยหยัน

"ฮ่าฮ่าฮ่า!!!"

แม้เเต่สวรรค์และนรกยังไม่ยอมรับคนอย่างนางเลย!

ผู้คนต่างมองแผ่นหลังเล็กๆ ของมนุษย์สาหร่ายที่อยู่ๆ ก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งคล้ายคนเสียสติ ในกระแสเสียงหวานนั่นล้วนเต็มไปด้วยความสุขอันเหลือล้น

เสี่ยวเผยจือได้มองสบตานายหญิงครู่หนึ่ง เมื่อไม่เห็นว่านายหญิงจะเอ่ยสั่งหรือส่งสัญญาณอันใด จึงหันไปสบตาซือกงกง

เมื่อเห็นว่าท่านอาจารย์พยักหน้าส่งสัญญาณกลับมาอย่างเครียดขรึม เด็กชายก็ให้กลืนน้ำลายอึกลงคออย่างยากลำบาก ด้วยความที่มันเป็นขันทีที่อายุน้อยแต่เพียงผู้เดียวในตำหนัก จึงทำตัวกล้าหาญ ค่อยๆ หยิบท่อนไม้ที่นอนแน่นิ่งอยู่ในพุ่มฉาฮวาอันอยู่ไม่ไกลจากมันมากนัก ขันทีน้อยมีสายตามุ่งมั่น ด้วยจิตสังหารของมันและพลังปราณอันน้อยนิด มันได้ยอบกายลงและค่อยๆ ย่องเข้าไปเบื้องหลังมนุษย์สาหร่ายอย่างรวดเร็ว...

ในขณะนั้น หยวนลี่ได้บังเกิดความคลุ้มคลั่งแห่งชีวิต คล้ายยินดีและไม่ยินร้ายที่นางยังคงมีชีวิตอยู่ มิได้ระวังตัวแต่อย่างใด ขณะที่หัวเราะออกมาราวคนเสียสติ พลันท้องฟ้าที่เริ่มสดใสก็ได้บังเกิดเสียงดัง ตึบ! ก้องอยู่ในโสตประสาทของนาง อะไร? หยวนลี่ให้งุนงงยิ่งนัก ความคิดสับสนทั้งหมดได้ขาวโพลนพร้อมกับดวงตาอันงดงามค่อยๆ เรือนลางและดำมืดไปในที่สุด

นี่สินะที่เขาเรียกว่าหลับกลางอากาศ...

ตุบ!

มนุษย์สาหร่ายสลบแน่นิ่งไปแล้ว!

เสี่ยวเผยจื่อโยนท่อนไม้ในมือทิ้งราวกับมันได้ต้องของร้อน ก่อนจะลนลานเข้าไปพลิกร่างบอบบางที่ฟุบกายลงบนกายกำยำของชายชุดดำ เมื่อขันทีน้อยได้เห็นดวงหน้าคุ้นตาภายใต้คราบโคลนและสายน้ำได้อย่างเด่นชัด อันความงามแม้ถูกบดบังด้วยคราบสกปรก ก็มิอาจนำพาให้ความงามของนางต้องหม่นหมอง ดวงตาของขันทีน้อยไหวสะท้าน มันกล่าวอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ

"เสี่ยวหยวนจื่อ? เป็นเจ้าหรอกรึ"

สนมเหยียนเมื่อได้ยินขันทีน้อยเอ่ยเรียกมิตรสหายที่ครั้งหนึ่งเคยได้พบ นางได้ถลาเข้ามาดูพวกเขาอย่างรวดเร็ว

."ไม่ผิด เป็นกงกงน้อยคนนั้นจริงๆ" นางกล่าวอย่างไม่เชื่อสายตา 

ชีวิตในวังหลังนั้น นางได้ครุ่นคิดถึงเสี่ยวหยวนจื่อขันทีน้อยที่เคยได้ช่วยนางเอาไว้หลายครั้ง อีกทั้งยังได้ขอให้ขันทีชราซือกงกงที่อายุมากแล้วนำความของนางกราบทูลต่อชินอ๋อง เพื่อทูลขอเสี่ยวหยวนจื่อ หลังจากที่ได้เห็นแววตามุ่งมั่นและหนักแน่นของขันทีน้อย นางก็ให้นึกเอ็นดูและมักคิดถึงดวงหน้าน่ารักนั่นอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่ว่านางจะให้ซือกงกงไปทูลขอท่านอ๋องบ่อยครั้งเพียงใด ทางตำหนักชินอ๋องก็ให้ปฏิเสธกลับมาอย่างหนักแน่นอยู่ทุกครากระทั่งต้องยอมถอดใจ นางเองยังรู้สึกเสียดายอยู่ไม่คลาย

"เหตุใดมันจึงตกลงมาในสระ" เสี่ยวเผยจื่อเอ่ยขึ้นด้วยความกังขา

สายตาของเด็กชายว่องไวและคิดไว เมื่อสำรวจร่างกายของหยวนลี่แล้วก็ได้บังเกิดความสับสนอลหม่านจนต้องดึงมือกลับมา ราวกับว่ามันได้จับของร้อนยิ่งกว่าการที่มันได้จับท่อนไม้ท่อนนั้นเพื่อทำร้ายคน

สีหน้าของเด็กชายมีแววซีดเซียว มันได้หันมากราบทูลอย่างละล่ำละลัก "นะ นายหญิง มันเป็นสตรีขอรับ!"

ดวงตาของหยางเจียร์ยู่ร์มีแววประหลาดใจอีกครั้ง นางได้รีบให้เสี่ยวเผยจื่อดึงผ้าปิดปากของชายชุดดำออก เสี่ยวเผยจื่อเองก็ได้กระทำการอย่างรวดเร็ว เพียงเมื่อดึงผ้าปิดปากออก จึงเผยให้เห็นรูปหน้าคมคายหล่อเหลาของบุรุษราวกับว่ามันได้หลุดออกมาจากภาพวาด จิตใจของพวกเขาก็ให้สั่นสะท้าน มีความยำเกรงระคนตกใจพาดผ่านสีหน้าและแววตา

"ท่านอ๋อง? ท่านอ๋องหรือนี่" นางกำนัลฟางอุทานออกมาอย่างคาดไม่ถึง ดวงตานางไหวระริกร่างกายให้สั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่

หยางเจียร์ยู่ร์ได้เข้าไปดูอาการของเทียนฟง นางใช้นิ้วเรียวขาวละมุนกดลงไปยังชีพจรของชายหนุ่ม ผ่านไปครู่จึงดึงมือกลับมาพร้อมกับมีสีหน้าเป็นกังวล เมื่อนางลุกขึ้นยืนจึงได้กล่าวสั่งอย่างเคร่งเครียด

"รีบพาพวกเขาเข้าไปข้างในและปิดตำหนักให้มิดชิด หากมีทหารเข้ามาตรวจค้นให้บอกว่าข้ากำลังหลับ"

"เพคะ/พะยะค่ะ"

เพียงสิ้นคำนายหญิงบ่าวรับใช้ทั้งหมดได้ทำตามคำสั่งนางอย่างว่องไว เพียงครู่เดียวที่พวกเขาทั้งหมดได้พาร่างหยวนลี่และเทียนฟงหายเข้าไปในตำหนักฉาฮวา ปิดประตูลงดาลภายในอย่างแน่นหนาพร้อมกับเก็บคำอย่างสงบเงียบ

สายฝนที่ตั้งท่าว่าจะหยุดลงพร้อมกับสาดแสงสีทองอัมพันของดวงอาทิตย์ กลับถูกบดบังด้วยเคล้าฝนอีกลูกหนึ่ง ทั่วทั้งวังหลวงยังคงได้ยินเสียงโลหะกระทบฝ่าเท้าเสียงดังเป็นจังหวะให้ได้ยินเป็นระยะๆ และคาดว่าอีกหลายชั่วยามมันจึงจะสงบลงพร้อมกับพายุที่ได้เคลื่อนหายไปจากวังหลวงต้าหลง...    

 

 

 

 

 



 

 

 

---------------------------------------------------------------------------------

อูยยยย... เจ็บแทนหยวนลี่ อุตส่าห์ดีใจว่าตัวเองดวงแข็งอยู่ดีๆ ก็หลับกลางอากาศซะแล้วT^T

ส่วนเฮียเทียนไปทำอะไรมาน้อ บาดเจ็บขนาดนี้ แต่ไม่ได้บาดเจ็บเพราะจ้าวถางหรอก พี่ชายไปสร้างวีรกรรมเด็ดกว่านั้น ในตอนนี้เดี๋ยวถ้านึกครึ้มอารมณ์ดีจริงๆ จะปั่นตัดตอนต่างหาก สำหรับเทียนฟงมาให้อ่านนะคะ ช่วงนี้ตามวีรกรรมหยวนลี่ไปก่อน

ขอบคุณสำหรับคอมเม้น และทุกท่านที่ยังคงตามอ่านนะคะ ขอบคุณค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

1,104 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 20:47
    ตกลงสระโดนตีหัวอีกเหอะๆ
    #1027
    0
  2. #704 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 20:20
    ห่วงเฮียเทียน
    #704
    0
  3. #668 Nattalop Bunloy (@galcial) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 16:19
    แอบเป็นห่วงฝูลี่เงียบๆ
    #668
    0
  4. #658 papui (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 18:55
    ขอบคุณค่ะ
    #658
    0
  5. #654 MissSaza (@MissSaza) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 15:47
    เกิดใหม่เป็นหยวนลี่ต้องสตรองฮ่าๆๆๆ
    ขอบคุณค่ะ
    #654
    0
  6. #565 Alice Pink (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 20:37
    รอตอนต่อไป รีบๆมานะไรท์สนุกมาก อยากอ่านต่อ ค้างมากมาย
    #565
    0
  7. #564 ppvc3f8 (@ppvc3f8) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 01:34
    เอาใจช่วยเหมยลี่กับเทียนๆ
    ค้างมากก
    #564
    0
  8. #562 NongYingNutty (@haruminilove) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 19:53
    ขนาดเราไม่ใช่หยวนลี่ยังหวั่นไหวเลย แอร๊ยยยยย!!
    #562
    0
  9. #561 Bella (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 10:58
    รอๆค่า
    #561
    0
  10. #560 oDeeo (@lnudeel) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 10:14
    ฟู่~~~ โชคดี(?)ไป ตกไปทางมิตร
    #560
    0
  11. #559 lilymoonnight (@LILLY55555) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 07:43
    รอค่ะ~~
    #559
    0
  12. #558 Phatranooch Piyanirun (@piyanirun) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 07:30
    ขอบคุณค่ะ
    #558
    0
  13. #557 Worada Ray (@wai69770689) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 05:48
    ขอบคุณค๊า
    #557
    0
  14. #556 nunamcha (@nunamcha2014) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 01:47
    ขอบคุณนะคร๊าา
    #556
    0