ปราสาทหินพนมรุ้ง
ข้อมูลทั่วไป
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หรือ ปราสาทหินพนมรุ้ง ตั้งอยู่ที่ ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ลงมาทางทิศใต้ประมาณ 77 กิโลเมตร ประกอบไปด้วยโบราณสถานสำคัญ ซึ่งตั้งอยู่บนบนเขาพนมรุ้ง ที่เป็นยอดภูเขาไฟ ที่ดับสนิทแล้ว สูงประมาณ 200 เมตรจากพื้นราบ คำว่า “พนมรุ้ง” หรือ “วนํรุง” เป็นภาษาเขมรแปลว่า “ภูเขาใหญ่”
ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นรูปแบบของศิลปะเขมรโบราณที่มีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง ความงดงามและความยิ่งใหญ่ของปราสาทแห่งนี้ปรากฏให้เห็นได้ในรูปของงาน สถาปัตยกรรม การจำหลักลวดลายการเลือกทำเลที่ตั้งบนยอดเขามีแผนผังตามแนวแกนที่มีองค์ ประกอบของสิ่งก่อสร้าง ต่าง ๆ เรียงตัวกันเป็นแนวเส้นตรงพุ่งเข้าหาจุดศูนย์กลาง คือ ปราสาทประธาน
ปราสาทพนมรุ้ง เป็นที่รู้จักของชาวท้องถิ่นเป็นอย่างดี ดังได้มีนิทานพี้นบ้านเรื่อง "อินทรปรัสถา" กล่าวถึงคู่พระคู่นางซัดเซพเนจรไปจนพบที่พักพิงซึ่งเป็นปราสาทหินอันงดงามรก ร้างอยู่ท่ามกลางป่าเขา แต่สำหรับบุคคลภายนอกต่างบ้านต่างเมืองนั้น ปราสาทแห่งนี้รู้จักกันครั้งแรกตามที่มีเอกสารที่มีการกล่าวถึงปราสาทพนมรุ้งเป็นครั้งแรกคือ บันทึก ของนายเอเตียน เอมอนิเยร์ ชาวฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2428 ตีพิมพ์เป็นบทความใน พ.ศ. 2445
ปี พ.ศ. 2449 สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จมาที่ปราสาทพนมรุ้ง คราวเสด็จมณฑลอีสานและเสด็จอีกครั้งในปี พ.ศ. 2472 กรมศิลปากร ได้ประกาศขึ้นทะเบียนปราสาทพนมรุ้งเป็นโบราณสถานของชาติประกาศในราชกิจจา นุเบกษา เล่ม 52 ตอนที่ 75 วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478
ต่อมาใน พ.ศ. 2514 ได้เริ่มดำเนินการบูรณะปราสาทพนมรุ้งด้วยวิธีอนัสติโลซิส คือ การนำชิ้นส่วนของปราสาทกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิม เปิดเป็นอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ในวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 โดย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธาน
การเดินทางโดยรถส่วนตัว
เดินทางโดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 218 (บุรีรัมย์-นางรอง) เป็นระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 24 (สีคิ้ว-อุบลราชธานี) ไปจนถึงหมู่บ้านตะโก ประมาณ 14 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2117 ผ่านบ้านตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติอีกประมาณ 12 กิโลเมตร ก็จะถึงอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
เดินทางโดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 219 (บุรีรัมย์-ประโคนชัย) เป็นระยะทางประมาณ 44 กิโลเมตร ถึงตัวอำเภอประโคนชัย จะเห็นทางแยกที่จะไปอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ซึ่งใช้เวลาเดินทางอีกประมาณ 21 กิโลเมตร โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 2075 และเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2117 ก็จะถึงอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
การเดินทางโดยรถประจำทาง
รถโดยสารจากขนส่งบุรีรัมย์ - ขึ้นสายบุรีรัมย์-จันทบุรี พอถึงที่หมู่บ้านตะโก แล้วจึงลงจากรถ จากนั้นนั่งรถสองแถวหรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่จะมีวิ่งไปอุทยาน
รถโดยสารจากกรุงเทพฯ - เขาพนมรุ้ง ลงที่เชิงเขาแล้วต่อรถสองแถวขึ้นปราสาท
รถสายบุรีรัมย์ - นางรอง ลงสถานีนางรองแล้วต่อรถสองแถว
ที่พัก
โรงแรมพนมรุ้งปุรี (โรงแรมบุรีรัมย์) ตั้งอยู่ที่ อ. นางรอง จ. บุรีรัมย์ อยู่ห่างจากจากกรุงเทพฯ เพียงแค่ 320 กิโลเมตร หรือเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง อยู่ติดกับถนนใหญ่ ห่างจากสี่แยกไฟแดงกลางเมืองนางรอง (วัดกลางนางรอง) ไปทาง อ.ชำนิ หรือ อ.ลำปลายมาศ เพียง 1 กิโลเมตร โดยตัวของโรงแรมจะอยู่ทางด้านขวามือ อยู่ใกล้กับอุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทหินเมืองต่ำและห่างจากอุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง เพียง 20 กิโลเมตร
แผนที่อุทยานปราสาทหินพนมรุ้ง
สถาปัตยกรรมและโบราณสถาน
ปราสาทหินพนมรุ้งสร้างขึ้นเนื่องในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ซึ่งนับถือ พระศิวะเป็นเทพเจ้าสูงสุด ดังนั้นเขาพนมรุ้งจึงเปรียบเสมือนเขาไกรลาสที่ประทับของพระศิวะ
องค์ประกอบและแผนผังของปราสาทพนมรุ้งได้รับการออกแบบให้มีลักษณะเป็นแนว เส้นตรง และเน้นความสำคัญเข้าหาจุดศูนย์กลาง นั่นคือปราสาทประธานซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านขวาของบันไดทางขึ้นสู่ศาสนสถานมีอาคารที่เรียกว่า พลับพลา อาคารนี้อาจจะเป็นอาคารที่เรียกกันในปัจจุบันว่า พลับพลาเปลื้องเครื่อง ซึ่งเป็นที่พักจัดเตรียมองค์ของพระมหากษัตริย์ ก่อนเสด็จเข้าสู่การสักการะเทพเจ้าหรือประกอบพิธีกรรมในบริเวณศาสนสถาน
ปราสาทประธาน ตั้งอยู่ตรงศูนย์กลางของลานปราสาทชั้นใน ภายในเรือนธาตุตรงกลาง เรียกว่า ห้องครรภคฤหะ เป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพที่สำคัญที่สุดคือ ศิวลึงค์ ซึ่งแทนองค์พระศิวะ เป็นที่น่าเสียดายว่า ประติมากรรมชิ้นนี้ได้สูญหายไป เหลือเพียงแต่ ท่อโสมสูตร คือร่องน้ำมนต์ที่ใช้รับน้ำสรงจากการสักการะศิวลึงค์เท่านั้น
ทางเดินด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศตะวันตกเฉียงใต้ของปราสาทประธาน มีปราสาทอิฐสององค์และปรางค์น้อย
ที่บริเวณหน้าบันและทับหลังของปราสาทประธานมีภาพจำหลักแสดงเรื่องราวในศาสนาฮินดู เช่น พระศิวนาฏราช (ทรงฟ้อนรำ) ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ อวตารของพระนารายณ์ เช่น พระราม (ในเรื่องรามเกียรติ์) หรือพระกฤษณะ ภาพพิธีกรรม ภาพชีวิตประจำวันของฤๅษีเป็นต้น
ภาพสลักพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ทรงอยู่ที่ทับหลังของ มณฑปด้านทิศตะวันออกของปราสาทประธานปราสาทหินพนมรุ้ง
ทางดำเนินสู่ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง
ทางดำเนิน คือทางเดินก่อนถึงสะพานนาคราชที่ขึ้นสู่ศาสนสถานปราสาทเขาพนมรุ้ง ณ ทิศเบื้องบนสองข้างทางเดินนี้มีเสาศิลาทรายทำคล้ายรูปดอกบัวสี่เหลี่ยมปักเรียงรายสองข้างทางเรียกกันมาแต่เดิมว่าเสานางเรียง เป็นทางเดินสู่ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ขอมโบราณเรียกว่า เสานางจรัญ หากนำเข็มทิศมาวางจับจะเห็นว่าทางดำเนินตรงกับแกนทิศตะวันออกและทิศตะวันตกโดยไม่คลาดเคลื่อน
ด้านข้างของทางเดินทางทิศเหนือมีพลับพลาสร้างด้วยศิลาแลง 1 หลัง เรียกกันว่า โรงช้างเผือก สุดสะพานนาคราชเป็นบันไดทางขึ้นสู่ปราสาท ซึ่งทำเป็นชานพักเป็นระยะ ๆ รวม 5 ชั้น สุดบันไดเป็นชานชลาโล่งกว้าง ซึ่งมีทางนำไปสู่สะพานนาคราชหน้าประตูกลางของระเบียงคด อันเป็นเส้นทางหลักที่จะผ่านเข้าสู่ลานชั้นในของปราสาท และจากประตูนี้ยังมีสะพานนาคราชรับอยู่อีกช่วงหนึ่งก่อนถึงปรางค์ประธาน
ปรากฏการณ์ พระอาทิตย์ส่องแสงลอดประตู 15 บาน
โดยในวันที่ 3-5 เมษายน และ 8-10 กันยายน ของทุกปี ดวงอาทิตย์ขึ้น ส่องแสงลอดประตูทั้ง 15 บาน ช่องชาวบ้านจะเดินเท้าขึ้นมาเพื่อชมความอลังการที่ผสานระหว่างธรรมชาติและ สิ่งก่อสร้างของบรรพชน นอกจากนี้ในวันที่ 6-8 มีนาคม และ 6-8 ตุลาคม ของทุกปี ดวงอาทิตย์ก็ตก ส่องแสงลอดประตูทั้ง 15 บาน เช่นกัน ปรากฏการณ์นี้ จะเกิดขึ้นทุกๆปี ดังนี้คือ
ครั้งที่ 1ดวงอาทิตย์ตกทะลุซุ้มประตู 15 ช่องประตู ณ ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง วันที่ 5 -7 มีนาคม ของทุกปี ในช่วงเวลาประมาณเวลา 18.15 – 18.23 น.
ครั้งที่ 2 ดวงอาทิตย์ขึ้นทะลุซุ้มประต15 ช่องประตู ณ ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง วันที่ 3 – 5 เมษายนของทุกปี ในช่วงเวลาประมาณ 06.05 - 06.13 น.
ครั้งที่ 3 ดวงอาทิตย์ขึ้นทะลุซุ้มประตู 15 ช่องประตู ณ ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง วันที่ 5– 7 กันยายน ของทุกปี ในช่วงเวลาประมาณ 06.00 – 06.08 น.
ครั้งที่ 4 ดวงอาทิตย์ตกทะลซุ้มประตู 15 ช่องประตู ณ ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง วันที่ 5 – 7 ตุลาคม ของทุกปี ในช่วงเวลาประมาณ 17.50 – 17.58
โดยปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นในช่วงประมาณวันและเวลาดังกล่าวของทุกปีแต่บางช่วง เวลาอาจจะไม่สามารถมองเห็นได้เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย
ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นหนึ่งใน 9 ตะวัน ของ 12 เดือน 7ดาว 9ตะวัน เป็นอีกที่หนึ่งที่มีทั้งอารายธรรมโบราณ สถาปัตยกรรมเก่าที่งดงาม แล้วปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่หาชมได้ที่นี่ที่เดียว เป็นสถานที่ที่ควรจะหาเวลาไปให้ได้สักครั้งนะคะ
ขอบคุณข้อมูลจากแหล่งอ้างอิง :
http://th.wikipedia.org/wiki/
http://www.phanomrungpuri.co.th/
http://www.tatcontactcenter.com/
http://www.ezytrip.com/webboard/
http://www.phanomrungpuri.co.th/
ผู้จัดทำ
น.ส. พิมพ์พชร คุณโสภา เลขที่ 20
น.ส. วิณัชชา พีรพัฒนโภคิน เลขที่ 26
น.ส. ศศิปภัสร์ งามจรรยาภรณ์ เลขที่ 27
น.ส.ศุภวรรณ บวรเกียรติแก้ว เลขที่ 29
ม.5 ห้อง 657
ความคิดเห็น