(จบแล้ว)-ไอ้จืดแฟนผม-MarkBam

ตอนที่ 4 : -3- พี่มาร์คแย่ที่สุด (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16961
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 268 ครั้ง
    16 ก.พ. 59






          “มึงโง่หรือว่าโง่กันแน่วะ อ่านหนังสือไม่ออกหรอถึงไม่รู้ว่ามันคืออะไร กินได้หรือไม่ได้น่ะฮึไอ้แว่น !! แม่งโง่บรรลัย โง่จนกูคิดว่าบนโลกใบนี้คงไม่มีใครโง่ได้เท่ามึงอีกแล้ว แล้วเนี่ยซื้อมาทำไม ปัญญาอ่อน ! มันไม่ใช่หมากฝรั่งเขาเรียกว่าถุงยางไอ้โง่ !” ฮึ่ก ! ทำไมพี่เขาต้องดุผมขนาดนี้ด้วย ก็คนมันไม่รู้อ่ะผมผิดมากหรือไงกันเล่า บอกกันดีๆก็ได้นี่ครับเรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องดุกันเสียงดังขนาดนี้เลย เฮียยังไม่เคยดุผมแบบนี้สักครั้งเลยนะ แล้วพี่เป็นใครอ่ะเป็นป๊าผมหรือไงมีสิทธิ์อะไรมาว่าผม




          ผู้ชายคนนี้แย่มาก แย่ที่สุดในชีวิตที่ผมเคยเจอมา ! ผมเกลียดเขาที่สุดเลย !




          ผมไม่ได้โง่นะ แต่ผมไม่ได้สนใจว่ามันจะใช่หมากฝรั่งจริงๆหรือเปล่าก็เขาบอกผมว่ามันเป็นหมากฝรั่งนี่นา พอได้มาผมก็เก็บไว้ในลิ้นชักจนนึกขึ้นได้ถึงได้หยิบมันออกมากิน แล้วผมผิดหรือไงล่ะ ก็ใครใช้ให้พี่เขามาหลอกผมว่ามันกินได้ .. นี่ถ้าผมโง่จริงๆผมคงเคี้ยวและกลืนลงท้องไปแล้ว แต่ผมคายมันออกมาตั้งแต่ปลายลิ้นสัมผัสรสชาติแย่ๆกับรสสัมผัสแปลกๆของมันแล้วล่ะ แม้จะเห็นว่ามันรูปร่างหน้าตาประหลาดกว่าหมากฝรั่งที่ผมเคยกินก็เถอะแต่ผมก็เชื่อเขาว่ามันกินได้อ่ะไม่อย่างนั้นผมจะกินมันทำไมถ้าผมรู้ว่ามันคืออะไร พี่มาร์คนั่นแหละผิด ผิดที่มาหลอกผม แถมยังดุผมทั้งที่ผมไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ผู้ชายคนนั้นแย่มาก แย่ๆๆที่สุด ไม่รู้เฮียคบเพื่อนแบบนั้นไปได้ยังไง ฮึ่ก !




          “อ้าวตี๋ทำไมมานอนตรงนี้ ? เป็นอะไรตาบวมเชียวถ้าผมบอกว่าผมร้องไห้เพราะโดนเพื่อนเฮียดุเฮียจะว่าผมปัญญาอ่อนเหมือนที่เพื่อนเฮียว่าผมหรือเปล่าล่ะ




          “ปากเบะเชียวเป็นอะไร ?เฮียวางกระเป่าลงบนโซฟาอีกตัวแล้วลงมานั่งข้างๆผม  




          “ทำไมทุกคนต้องคิดว่าผมโง่ด้วยล่ะฮะ ?มีแค่ป๊ากับม๊าแล้วก็เพื่อนของผมที่ไม่เคยว่าผมโง่เหมือนคนอื่นที่ชอบว่าผมเลย




          “ถ้าตี๋โง่ตี๋จะเรียนมาถึงมหาวิทยาลัยได้ยังไง ?




          “เฮียยังชอบว่าผมโง่เลยนี่ฮะ




          “น้องเฮียเฮียว่าได้คนเดียว ใครจะว่ายังไงก็ไม่ต้องไปสนใจ ตี๋ไม่ได้โง่สักหน่อยก็แค่ซื่อบื้อเท่านั้นเองอ้าว ตกลงจะปลอบใจหรือซ้ำเติมกันแน่




          “เฮียว่าผมควรจะทำยังไงดี ผมไม่อยากเป็นไอ้โง่อยู่แบบนี้ให้คนอื่นมาว่าผมอีกแล้วเห้อ ผมก็อยากเลิกทำตัวเป็นไอ้งั่งสักทีนะ ไม่อยากฟังใครมาบอกว่าผมโง่อีกแล้ว ผมจะพยายามให้มากกว่านี้ จะไม่เอาแต่สนใจเฉพาะเรื่องเรียน ผมควรศึกษาเรื่องทางโลกอย่างที่คนอื่นเขารู้กันบ้างสักที เรื่องบางเรื่องผมก็โง่จริงๆนั่นล่ะมันเป็นเรื่องเบสิคทั่วๆไปที่ใครๆก็ต้องรู้แต่ผมไม่รู้ผมเลยถูกมองว่าโง่อยู่ร่ำไป




          “หือ ? เพิ่งมาคิดได้ตอนนี้ ?ง่ะ ผมไม่อยากคุยกับเฮียแล้ว ชอบว่าผมอยู่เรื่อยเลย ผมเข้าห้องอาบน้ำใส่ชุดนอนก่อนจะหยิบชีทที่พี่รหัสฝากเนียร์เอามาให้ขึ้นมาอ่าน พูดถึงพี่รหัสผมยังจำชื่อของพี่เขาไม่ได้สักทีหน้าตาเป็นยังไงผมก็จำไม่ได้ เราไม่ค่อยมีเวลาได้เจอกันเพราะต่างคนก็ต่างเรียนหนัก แถมพี่เขายังต้องทำโปรเจ็คของคณะ แต่ผมก็เคยคิดนะว่าผมจะลองซื้อขนมไปฝากพี่เขาแต่ผมก็ยังไม่กล้าสักที .. เห้อ




          ตอนเช้าผมมาเรียนด้วยสภาพจิตใจที่ยังไม่สดใสขึ้นสักเท่าไหร่ มันยังขมุกขมัวไม่สดชื่นอย่างทุกๆวันอาจจะเป็นเพราะคำพูดของพี่มาร์คยังคงก้องอยู่ในหัว ผมนั่งรอเนียร์อยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนหน้าตึกคณะ ทอดสายตามองนักศึกษาร่วมคณะที่เดินไปเดินมาแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ผมควรเริ่มที่จะผูกมิตรกับคนอื่นบ้างดีไหมนะ ? ไม่ใช่ทำตัวเหมือนบุคคลลึกลับที่โลกไม่จารึกแบบนี้ หากไปเดินถามนักศึกษาในคณะดูว่ารู้จักคนชื่อแบมหรือเปล่าคำตอบคงจะเป็นว่าพวกเขาทำหน้างงๆแล้วถามว่าแบมไหน ? แน่ๆเลย คนที่จำชื่อผมได้คงมีไม่กี่คนหรอก เพื่อนในเซคจะมีสักกี่คนที่จำผมได้ ผมมันคนไร้ตัวตนที่ไม่เคยกล้าไปทำความรู้จักกับใครก่อน และใครๆก็คงไม่อยากจะมารู้จักไอ้แว่นซื่อบื้อ หน้าตาห่วยๆที่ไม่น่าจดจำอย่างผมกันหรอกครับ




          “ไง ทำหน้าเหมือนหมาถูกเจ้าของทิ้งเนียร์ทรุดนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ผมเงยหน้าขึ้นยิ้มน้อยๆให้เขาอย่างที่ทำเป็นประจำ




          “อือ ยังไม่ได้กินข้าวมาหรอ ?ที่ถามเพราะเห็นเนียร์เอาข้าวกล่องที่ซื้อจากในร้านสะดวกซื้อขึ้นมากิน




          “เออดิ ตื่นสายว่ะเมื่อคืนอ่านหนังสือยันตีสามโห ขนาดผมยังไม่เคยอ่านถึงดึกขนาดนั้นเลยนะ ผมมักจะเข้านอนเร็วๆแล้วตื่นขึ้นมาอ่านแต่เช้ามืดมากกว่าผมว่าสมองเราตอนนั้นมันน่าจะจดจำอะไรได้ดีกว่าการดันทุรังอ่านไปทั้งๆที่สมองไม่รับรู้อะไรแล้วนอกจากความง่วงอ่ะ




          “ก็บอกแล้วไงว่าให้ตื่นมาอ่านตอนเช้าเนียร์แบ่งแซนวิสให้ผมด้วย เพื่อนผมน่ารักเสมอเลย




          “ไม่เอาอ่ะขี้เกียจตื่นมาสัปหงกอ่านแต่เช้า นี่เย็นนี้จะไปกินหมูกระทะกับพวกกูป่ะ ? ไปเถอะมึงกลับห้องไปก็นอนแกร่วรอเฮียมึงกลับห้องอยู่ดีอ่ะ น่าเบื่อตายชักเนียร์เบะปากอีกแล้ว พูดถึงเฮียทีไรเขาทำหน้าแบบนี้ตลอดเลย




          “ก็ได้ แต่กลับไม่ดึกมากนะเอ๊ะ ! หรือผมควรจะกลับดึกๆดีนะ แบบว่าทดลองใช้ชีวิตแบบที่ไม่เคยใช้มาก่อนน่ะ




          “อีกละ ไม่ดึกของมึงนี่คือทุ่มครึ่งเนียร์กลอกตาเบื่อหน่าย ยัดข้าวคำโตๆใส่ปาก กินไม่เรียบร้อยเลย




          “โถ่ งั้นกลับกี่โมงก็ได้แล้วแต่พวกนายเถอะ




          “โห ฟ้าถล่มหิมะตกแน่ๆไม่อยากจะเชื่อว่าจะได้ยินมึงพูดอะไรแบบนี้ กูว่ากูโทรบอกป้าแม่บ้านให้เก็บผ้าก่อนดีกว่าก็เวอร์ไปครับ ก็แค่ผมอยากลองทำอะไรใหม่ๆที่ไม่เคยทำดูบ้างก็เท่านั้นเอง




          ตอนเย็นพวกผมไปนั่งรอแจที่หน้าคณะ วันนี้เขามีสอบควิซเลยเลิกช้ากว่าปกติ กว่าจะได้ไปร้านหมูกะทะฟ้าก็เริ่มจะมืดพอดีเพราะเราสามคนแวะร้านหนังสือหน้าวิทยาลัยกันอยู่นานพอสมควร ปกติผมไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนกับเพื่อนบ่อยๆหรอกครับ เรียกว่าถ้าไม่ใช่วันเกิดหรือวันพิเศษจริงๆผมแทบจะไม่ไปไหนเลยก็ว่าได้ เรียนเสร็จก็กลับบ้านนอน ยิ่งพอย้ายออกมาอยู่คอนโดกับเฮียผมก็ยิ่งไม่อยากไปไหนกับพวกเขาเลยเพราะบ้านเราอยู่คนละทางกัน




          กลับไปห้องผมก็ไปนั่งๆนอนๆดูสารคดีหรืออ่านหนังสือ จะออกจากห้องก็แค่ตอนที่ลงไปซื้อของที่เซเว่นด้านล่าง จริงๆผมก็มีเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนเหมือนกันนะ ไม่รู้จะเรียกว่าเพื่อนได้หรือเปล่าแต่ผมก็กับเขาทุกทีเวลาที่เจอกันในเซเว่นน่ะ




          เขาทำงานพาร์ทไทม์อยู่ในเซเว่นใต้คอนโดนี่แหละครับ รู้มาว่าเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกับผมด้วย เขาเรียนคณะศิลปกรรมที่ตึกอยู่ไกลลิบลับจากตึกคณะของผมเลย เขายังชวนผมไปเที่ยวหาที่คณะของเขาอยู่เลยนะแต่เรายังไม่สนิทกันน่ะผมเลยไม่กล้าไปหาเขาที่คณะสักเท่าไหร่




          ผมก็งงนะ เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับผมก็น่าจะเป็นลูกคนมีเงินนี่นา แต่ทำไมเขาถึงยังต้องทำงานพาร์ทไทม์ล่ะ ? หรือเขาอาจจะช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวอย่างที่เฮียผมทำก็ได้ ช่างเถอะๆ นั่นมันเรื่องของเขา ตอนนี้ผมหาอะไรกินก่อนดีกว่า หิวจนปวดท้องไปหมดแล้ว




          “นี่ๆวันนี้มีคนตบกันกลางโรงอาหารคณะกูเว้ยแจพูดขึ้นมาหลังจากที่พวกผมไปตักอาหารกลับมานั่งที่โต๊ะ




          “หรอวะ ? แล้วยังไง ? ทำไมกูต้องรู้ ?เนียร์เขามักจะเป็นแบบนี้เสมอเลย แจกลอกตาไปมาเบะปากใส่แล้วหันหน้ามาหาผมที่นั่งอยู่ข้างๆแทน




          “กูเล่าให้แบมฟังก็ได้วะ มันไม่ขัดอารมณ์คนอยากเล่าอย่างกูเหมือนมึงเป็นผมทุกทีสิน่า




          “มึงอยากฟังหรอแบม ?เนียร์ชะงักมือที่กำลังพลิกหมูบนเตาปิ้งมาถามความเห็นผม




          “เอ่อ ฟังก็ได้นะถ้าแจอยากเล่าอ่ะ เดี๋ยวเราฟังให้ก็ได้ถึงปฏิเสธไปแจก็ต้องบังคับให้ผมฟังอยู่ดีล่ะครับ เพราะฉะนั้นผมจะยอมฟังแต่โดยดีก็ได้




          “มึงก็แบบนี้ตลอดแหละ หัดปฏิเสธคนบ้างเถอะปฏิเสธยังไงก็ต้องฟังอยู่ดีนี่นา




          “ฟังไม่ฟังก็ต้องฟัง นี่มึงฟังนะแบม วันนี้เว้ยกูไปกินข้าวที่โรงอาหารใช่ป่ะ ?




          “ก็ต้องใช่สิครับ




          “โอ๊ยกูไม่ได้ถามมึง มันเป็นฟีลลิ่งเว้ย !” โถ่ เขกหัวผมทำไมเนี่ย เจ็บนะ 




          “นั่นแหละๆ แล้วมึงรู้ป่ะว่าดาวคณะกูนางควงใครมากินข้าวด้วย ?ผมส่ายหัว




          “นางควงพี่มาร์คมาเว้ย ! แล้วหญิงสาวกิ๊กเก่าของพี่มาร์คนางเห็นเข้าทีนี้ก็ตบกันเละเลย มันส์มากจานข้าวนี่บินข้ามหัวกูไปเลยอ่ะท่าทางจะมันส์จริงนะครับ ถึงขนาดจานข้าวบินนี่ผมว่าก็คงรุนแรงกันพอสมควร




          “แล้วพี่มาร์คมันทำไงวะ ?ไหนบอกไม่อยากรู้ไง ที่แท้ก็แอบฟังอ่ะ




          “ไหนมึงไม่อยากรู้ ?




          “บังเอิญหูมันได้ยินเองเนียร์ตอบหน้าตาย แจเบ้ปากใส่ก่อนจะหันมาทางผม ทำไมต้องหันมาทางผมด้วยล่ะเนียร์ก็อยากรู้อ่ะทำไมไม่หันไปคุยกับเขา ผมไม่ได้อยากรู้เรื่องผู้ชายใจร้ายคนนั้นสักหน่อย




          “ฮีก็ยืนหล่อๆดูผู้หญิงตบกันแจตอบพลางพยักหน้าหงึกๆ




          “กูว่าละ เห็นผู้หญิงตบเพราะไอ้พี่มาร์คทีไร ไม่เคยเห็นพี่เขาห้ามสักที ปล่อยให้ตบเสร็จเจ็บกันไปข้างแล้วตัดสัมพันธ์แบบหล่อๆแล้วก็สะบัดฮั๋มเดินจากไปทุกทีผู้ชายคนนี้ทำไมใจร้ายจังเลยนะ




          “แล้วทำไมนายไม่เข้าไปห้ามเขาล่ะ ?ถ้าเป็นผมผมก็คงเข้าไปห้ามนะ ผมไม่ชอบให้ใครทะเลาะกันอ่ะครับเห็นแล้วมันรู้สึกหดหู่




          “ใช่เรื่องของกูหรือไงทำไมต้องไปห้ามอ่ะ แค่ดูเฉยๆก็พอเดี๋ยวคนอื่นก็เอาน้ำมาสาดจับแยกเองแหละโห เอาน้ำสาดเลยหรอ รุนแรงจัง




          พวกผมนั่งคุยกันไปกินกันไปจนอิ่ม ส่วนใหญ่ก็เป็นเนียร์กับแจที่คุยกันมากกว่าส่วนผมก็นั่งเงียบเหมือนเดิมครับ จะตอบทีก็แค่ตอนที่พวกเขาหันมาถาม จ่ายเงินเสร็จเนียร์ก็แยกไปเอารถที่ลานจอด ผมกับแจเรายืนรอเนียร์อยู่หน้าร้าน ตอนนี้สามทุ่มกว่าๆถือว่าเป็นเวลาดึกมากสำหรับผมเลยล่ะ




          “เรากลับเองนะ ไม่รบกวนพวกนายหรอก เดี๋ยวเนียร์ก็ต้องขับรถไปส่งแจที่บ้านอีกจะได้ไม่ต้องวนรถอ้อมไปอ้อมาเพื่อไปส่งเราที่คอนโดผมบอกพวกเขาตอนที่แจกำลังขึ้นไปนั่งบนรถ สองคนมองหน้าผมพลางขมวดคิ้ว ตอนแรกเนียร์จะไม่ยอมแต่ผมยืนยันที่จะกลับเองจริงๆพวกเขาเลยจำใจยอมให้ผมกลับเอง




          ผมเดินออกมาจากร้าน เดินไปตามถนนมองรถที่ขับผ่านไปบนท้องถนน รถเมล์ยังคงวิ่งอยู่แม้จะดึกขนาดนี้แล้ว ผมไม่เคยขึ้นรถเมล์เลยแม้แต่ครั้งเดียวและผมก็อยากที่จะลองมันดูสักครั้ง เลยเลือกคันที่กำลังขับมาจอดที่ป้ายด้านหน้าของผมนี่แหละครับ ผมไม่รู้ว่าเขาดูกันยังไงว่ารถเมล์คันไหนไปที่ไหนบ้าง ผมคิดว่ามันก็น่าจะเหมือนกันแหละมั้งครับเพราะมันไปทางด้านหน้าเหมือนกันอ่ะ ทางนั้นก็น่าจะไปคอนโดเฮียได้ไม่น่าจะเป็นปัญหาเท่าไหร่ผมเลยขึ้นมาบนรถอย่างไม่ลังเล




          อาจจะเป็นเพราะปกติเวลานี้ผมนอนหลับแล้ว ผมเลยรู้สึกง่วงมากๆหลังจากจ่ายเงินค่ารถไปแล้วผมก็ .. เอนหัวพิงกระจกหลับตาลงและตื่นขึ้นมาอีกทีตอนที่คนเก็บเงินเดินมาปลุกผมแล้วบอกว่า สุดสายแล้วน้อง




          บ้าจริง ! นี่ผมนั่งรถหลงมาถึงไหนเนี่ย ! มองไปรอบๆก็เห็นรถเมล์หลายสิบคันจอดเรียงรายกันอยู่ ลงมาจากรถก็รีบวิ่งตามพี่คนเก็บเงินเพื่อจะถามว่าที่นี่มันที่ไหน แล้วผมจะกลับไปคอนโดเฮียได้ยังไง สรุปคือ ผมนั่งรถเมล์ข้ามมายังเขตอื่นเป็นอีกจังหวัดหนึ่งไปเลยและรถก็หมดแล้วด้วยสำหรับค่ำคืนนี้ ล้วงกระเป๋าดูเงินก็เห็นว่าถ้านั่งแท็กซี่กลับคงจะไม่พอแน่ๆแถมไม่รู้ว่าแท็กซี่จะไปหรือเปล่าเพราะมันข้ามเขตมาไกลมากขนาดนี้แล้ว




          เห้อ ทำไมผมถึงได้โง่แบบนี้นะ น่าจะถามคนเก็บเงินตอนที่จ่ายค่ารถอ่ะว่ารถเมล์คันนี้มันไปที่ไหน มันเป็นความผิดของผมเอง และผมก็คงต้องโทรบอกให้เฮียมารับไม่อย่างนั้นผมคงต้องนอนตากยุงอยู่ที่อู่รถนี่ไปทั้งคืนแน่ๆ !




          เฮียบ่นผมใหญ่เลยที่หลงทางมาไกลมากขนาดนี้ แล้วเฮียก็คงจะมารับผมเลยไม่ได้ด้วยเพราะร้านยังไม่ปิดแถมกว่าเฮียจะกลับไปเอารถที่คอนโดก็คงใช้เวลาอีกพอสมควร สรุปคือเฮียบอกว่าจะให้เพื่อนมารับให้ผมนั่งรออยู่หน้าอู่รถอย่าไปไหนเด็ดขาด ใครมาชวนคุยก็ห้ามคุยกับคนแปลก ให้ระวังตัวเองด้วยเพราะไม่รู้ว่าจะมีใครมาจี้แล้วทำร้ายร่างกายหรือเปล่า




          แต่ถ้าผมโดนจี้ขึ้นมาจริงๆเขาคงได้ของมีค่าไปจากผมไม่กี่บาทหรอก ผมมีแค่เงินติดตัวอยู่ไม่ถึงร้อยกับไอโฟนอีกหนึ่งเครื่องแค่นั้นเอง




          ยุงเยอะมากเลย แต่ผมไม่กล้าตีมันเพราะกลัวบาป ได้แต่ปัดๆไล่ให้มันไม่มากัดมาตอมฟ้าก็ร้องเสียงดังคล้ายฝนจะตกอีกด้วย ที่กำบังแถวนี้ก็ไม่มีเลย ถ้าผมไปยืนรอเพื่อนเฮียตรงอื่นเขาอาจจะไม่เห็นผมแล้วก็ขับรถเลยไปก็ได้ ผมเลยนั่งห่อตัวอยู่บนฟุตบาทภาวนาอย่างเดียวว่าฝนว่าเพิ่งตกลงมาเลย




          แต่มันไม่เป็นอย่างนั้นน่ะสิ ทันทีที่ผมภาวนาเสร็จฝนก็สาดลงมาห่าใหญ่จนผมเปียกไปทั้งตัวโทรศัพท์ผมก็คงจะเปียกไปด้วยเพราะไม่มีอะไรห่อหุ้มมันได้เลย ผมเป็นห่วงหนังสือที่เพิ่งซื้อมาใหม่มันไม่ควรที่จะเปียก ผมปลดกระเป๋าเป้ลงมาจากหลังเอามานั่งกอดใช้ตัวบังมันไว้จนมิดไม่ให้มันโดนน้ำโดนความชื้นไม่อย่างนั้นมันคงเสียหายมากแน่ๆ ผ่านไปราวๆชั่วโมงกว่ารถยนต์คันสีแดงคันเดิมที่ผมเคยนั่งมาสองสามครั้งก็วิ่งเข้ามาจอดตรงหน้า ผู้ชายคนที่ด่าว่าผมโง่ว่าผมปัญญาอ่อนในวันนั้นเดินลงรถมา เขาทำหน้าเหม็นเบื่อคล้ายว่าผมเป็นตัวปัญหา และผมจะไม่ยอมให้เขาว่าผมโง่ซ้ำสองอีกผมเลยเลือกที่จะนั่งอยู่ที่เดิม ผมไม่กลับกับเขาหรอก ผมยอมนั่งอยู่ตรงนี้จนถึงตีสามที่จะมีรถเมล์คันแรกออกวิ่งยังดีซะกว่า ..




          “จะนั่งทำมิวสิคอีกนานไหมไอ้หน้าจืด ? มึงนี่ตัวปัญหาจริงๆเลยนะผมขอร้องให้มาหรือไงล่ะ




          “..........




          “อย่ากวนตีน ขึ้นรถเร็วๆกูมีธุระต่อถ้ามีธุระแล้วจะมาทำไม แล้วมาว่าผมเป็นตัวปัญหาอีก .. นั่นก็จริงอ่ะ แต่ผมไม่ได้บอกให้เขามารับผมสักหน่อยเฮียอ่ะทำไมต้องให้ผู้ชายคนนี้มาวุ่นวายกับผมอยู่เรื่อย




          “กูนับหนึ่งถึงสามถ้าไม่ลุกมาขึ้นรถกูจะทิ้งมึงไว้ตรงนี้นี่แหละก็เรื่องของพี่สิ




          “…......” ซบหน้าลงกับกระเป๋า ผมไม่อยากมองเห็นเขาแม้แต่วินาทีเดียว




          แล้วเขา .. ก็ทิ้งผมไว้ที่นี่จริงๆ รถของพี่เขาขับผ่านไปแล้ว เขาไปกลับรถที่ยูเทิร์นด้านหน้าแล้วเหยียบคันเร่งไปเร็วมาก พริบตาเดียว .. รถของเขาก็หายไปจากสายตาของผมแล้ว




          เห้อ ก็ดีแล้วล่ะ ผมไม่อยากฟังคำร้ายๆอะไรจากปากของเขาอีกแล้ว




          เอี๊ยดดดดดด !




          “ขึ้นรถ !” ง่ะ ! ทำไมเขาถึงวนรถกลับมาล่ะ




          เขาขับรถกลับมาเร็วมาก เสียงล้อรถบดเบียดถนนดังสนั่นตอนที่เขาเบรครถมาหยุดตรงจุดเดิม




          เขาเดินมากระชากแขนผมแรงมากแล้วจับยัดเข้ารถแรงๆท่าทางของเขาเหมือนจะหงุดหงิดมาก ตลอดทางเขาไม่พูดอะไรขับรถพาผมกลับมาด้วยความเร็วที่ทำผมนั่งเกร็งตัวจิกเล็บจิกปลายเท้ามาตลอดทาง




          เขาจอดรถที่หน้าคอนโดที่เดิมที่เขาเคยใช้คำพูดแรงๆต่อว่าผมเมื่อวาน เขานิ่งเงียบ ท่าทางเขาดูเหมือนคนกำลังโมโหมากๆ ผมได้แต่เปิดประตูลงจากรถของเขามาอย่างเงียบๆ




          “ขะ . ขอบคุ ..




          “โง่ !” เขาโน้มตัวมากระชากประตูรถปิดแล้วขับออกไปเลย




          ผมบอกแล้ว .. ว่าผมไม่อยากมากับเขาก็เพราะผมกลัวว่าจะได้ยินคำๆนี้ออกมาจากปากของเขาอีก ..


          #มาร์คไม่รักน้อง

===================================

TBC.

มาแล้วค่ะ ขอโทษที่ช้าและเมื่อวานไม่ได้อัพ ขอบ่นหน่อยเหอะนะ ทนๆอ่านหน่อยอยากระบายมากกกกกกกกก

คือที่บ้านมีแมวมาคลอดลูกแล้วลูกมันตายทั้งคอกอยู่บนฝ้าเพดาน คือไม่รู้ว่ามันตายจนกระทั่งมันเน่าแล้วอ่ะ กลิ่นนี่หืมมมม แก ฉันจะสลบวันละร้อยๆรอบ สลบแล้วสลบอีก ตื่นมาแล้วสลบอีก ! นี่เป็นรอบที่สองแล้วนะที่มันขึ้นมาตายบนฝ้าบ้านฉันน่ะ ! คือ .. อยากสื่อสารกับพวกมันมากว่าบ้านฉันไม่ใช่สุสานไม่ต้องมาตายบนฝ้าบ้านฉันได้ไหมอ่ะ แล้วข้างบนคือจะเป็นหลังคาโล่งๆติดต่อกันกับบ้านทุกหลัง มันเป็นบ้านทาวน์เฮาส์อ่ะแกรรรร ทำไมมันต้องมาตายที่ฝ้าบ้านฉันด้วยฉันไม่เข้าใจเลย

แล้วพอมันเน่านะ กลิ่นนี่แบบชวนอ้วกสุดๆ ไม่มีสมาธิทำอะไรเลย แค่หายใจยังอยากจะอ้วกตลอดเวลาต้องหาอะไรมาดับกลิ่นซึ่งมันไม่หาย ! เอาผ้ามาอุดจมูกฉันก็หายใจไม่ออกป่ะแก ฉันนั่งดมกลิ่นมันไปปั่นฟิคไปคือบรรเทิงสุดๆ แม่ง ! นี่คือยังไม่รู้วันนี้จะได้นอนไหมเลยอ่ะ กลิ่นมันแรงมากแรงจนอยู่ไม่ได้ เสื้อผ้าข้าวของในบ้านคือกลิ่นติดหมดเลย ฉันเพลีย ฉันอยากขออาศัยไปอยู่บ้านใครก็ได้ให้กลิ่นมันจางแล้วฉันจะกลับมา เห้อ ขอบคุณที่อ่านจนจบ ! รัก ♥

 

 

 

mx-xine
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 268 ครั้ง

14,382 ความคิดเห็น

  1. #14382 R_Jummar (@0810640880) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 18:49
    สงสารแบมจัง เฮียต้องพาน้องเรียนรู้โลกภายนอกบ้างเด้อ
    #14382
    0
  2. #14367 missnight__ (@missnight17) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 05:07
    สงสารแบมจัง
    #14367
    0
  3. #14247 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 22:10
    ใจร้าย!!!
    #14247
    0
  4. #14199 Charlottelowell (@Charlottelowell) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 23:23
    อิพี่ก็รุนเเรงซะเเหมมมมม่!!! เดี๋ยวตบหัวทิ่มเลย!!
    #14199
    0
  5. #14192 NuNanMooKapook (@NuNanMooKapook) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 21:54
    ใจร้ายยยยย
    #14192
    0
  6. #14179 ploylaksi (@ploylaksi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 16:40
    มาร์คเกินไปแล้ว!
    #14179
    0
  7. #14125 K-muk (@K-muk) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 10:28
    ม้าคคคคค สอนน้องดีๆสิ
    #14125
    0
  8. #14108 Nanzii97 (@Naanjee_B) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 20:04
    มาร์คอย่าดุน้องสิ
    #14108
    1
    • #14108-1 bb1a1n (@benzswbb) (จากตอนที่ 4)
      12 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:10
      น้องแบมมมม ขนาดยุงยังปัดอะโอ้ยยยยน้องงง / ไม่สอนยังซ้ำเติมอีกนะพี่มาร์คคค
      #14108-1
  9. #14084 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 23:33
    ทำไมรุนเเรงงงงง
    #14084
    0
  10. #14067 jm2611 (@jm2611) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 05:33
    มาร์คทำไมไม่รักน้องงงงงง
    #14067
    0
  11. #14049 verynan (@verynan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 18:10
    เราก็อ่านคำว่าสบัดฮั๋มออกได้อย่างชัดเจน5555555555 แต่มาร์ค!!!!! แกจะไม่อ่อนโยนกับแบมหน่อยเลยไงงงงงงง
    #14049
    0
  12. #13991 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 07:37
    สงสารน้อง น้องก็แค่ซื่อไหมล่ะไม่เห็นต้องด่าแรงเลย
    #13991
    0
  13. #13979 SOOCROSE (@JINYUWIII) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 08:17
    อย่าโหดร้ายกับน้อนนน
    #13979
    0
  14. #13886 babyB_ig7 (@babyB_ig7) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 19:01
    น้องเขาเสียใจนะโว้ย ที่ไปว่าเขาเนี่ยคือจะสอนให้เลิกโง่หรือแค่ค่ะ 

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 พฤษภาคม 2560 / 19:03
    #13886
    0
  15. #13879 kaowkanya2002 (@kaowkanya2002) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 21:54
    โห่พี่มาร์คอ่ะ ว่าแบมงี้ไม่ได้เว้ย เข้าใจแบมดิ
    #13879
    0
  16. #13861 hept (@SWOONNER_BT) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 09:07
    เราเข้าใจความทำอะไรไม่เป็นของแบมนะ บางทีมันก็ไม่ใช่ความผิดอ่ะ
    #13861
    0
  17. #13799 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 02:00
    น้องซื่อมากกกกกกก อ่อนต่อโลกมากกก มาร์คก็พูดจาทำร้ายจิตใจน้องจังเลยยยย
    #13799
    0
  18. #13749 NINGWC (@NINGWC) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 16:49
    โอ๊ยยสงสารร แต่แอบเห็นใจพี่มาร์ค55555
    #13749
    0
  19. #12411 NwSmile (@n-pity) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 00:14
    ทำไมต้องตะคอกนอกไม่หัดเข้าใจบ้าง
    #12411
    0
  20. #10645 `MESJ' (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 21:38
    มาร์คใจร้ายอ่ะ แต่เอาจริงๆถ้าเราเป็นมาร์คก็คงหงุดหงิดแบมเหมือนกันแหละ 555555
    #10645
    0
  21. #9878 Singsonnn_ (@Singsonnn_) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 21:08
    อ่านฟิคแล้วว่าขำ เจอช่วงtalkขำหนักกว่าอีก น้องแมว55555
    #9878
    0
  22. #9066 Lorelei (@yoyumito) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 16:11
    มาร์คใจร้ายมากกกกก
    #9066
    0
  23. #9035 P-ENT (@pentsy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 12:58
    แบมสู้ๆนะ มาร์คก็ปาก...ตลอด
    #9035
    0
  24. #8997 bbbbbbbys (@bestyespd) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 01:23
    ปากอิพี่น่าตบมาก สงสารน้องงง
    #8997
    0
  25. #8719 ~เกล็ดน้ำค้าง~ (@applebreeze) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 11:20
    มาร์คนี่ใจร้าย ปากร้ายกับรน้องตลอด
    #8719
    0