killer123
ดู Blog ทั้งหมด

สุดคลาสสิค! ผีดวลสิงห์ถึงฎีกาแซงคว้าแชมป์สมัย 3...

เขียนโดย killer123

ต้องถูกบันทึกไว้เป็นเกมระดับตำนานอีกนัดสำหรับการพบกันเองของสองทีมจากอังกฤษ เมื่อ "ปีศาจแดง"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เฉือนเอาชนะ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซีได้ในการดวลจุดโทษได้แบบระทึกใจสุดๆ โดยเฉพาะในจังหวะที่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ซัดพลาด แต่จอห์น เทอร์รี่ก็ดันพลาดด้วย


ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ (21 พ.ค.2551)

แมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 เชลซี (เสมอในเวลา 120 นาที 1-1, แมนฯ ยูไนเต็ดชนะในการดวลจุดโทษ 6-5)
สนาม : ลุซนิกี้ สเตเดี้ยม
ประตู : 1-0 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ น.26 , 1-1 แฟรงค์ แลมพาร์ด น.45


ศึกสุดยอดส่งท้ายฤดูกาลกับ "อิงลิช ไฟนัล" ที่สองยอดสโมสรของอังกฤษอย่าง "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี จะมาวัดกันเองในสนามลุซนิกี้ สเตเดี้ยม ในกรุงมอสโคว ประเทศรัสเซีย โดยมีโทรฟี่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นเดิมพัน
 
สำหรับเกมนี้ทางแมนฯ ยูไนเต็ด ที่เคยคว้าแชมป์มาแล้ว 2 ครั้ง โดยเป็นหนึ่งในครั้งในยุคของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันแต่ก็ตั้งแต่ปี 1999 ซึ่งทางเฟอร์กี้ก็หวังให้ทีมลบรอยด่างในประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์สมัยที่ 3 และจัดนักเตะชุดใหญ่ลงเต็มๆ มีพอล สโคลส์ ที่เคยพลาดหวังในนัดชิงครั้งที่แล้วเพราะติดโทษแบนด้วย
 
ส่วนทางเชลซี เป็นการชิงชนะเลิศยูโรเปี้ยน คัพ เป็นครั้งแรกของสโมสร ซึ่งการที่มาชิงในรัสเซียทำให้โรมัน อบราโมวิช เจ้าของสโมสรหวังให้ทีมคว้าแชมป์มาครองให้ได้ ขณะที่อัฟราม แกรนท์เองก็ไม่มีปัญหาในการส่งชุดใหญ่ลงเช่นกัน โดยมีแอชลี่ย์ โคล ที่เจ็บในการซ้อมเมื่อวานนี้ลงได้ด้วย
 
ด้วยความที่ทั้งสองทีมนั้นเป็นทีมทีทันกันทุกด้านทำให้เกมในช่วงแรกเป็นไปอย่างรัดกุมตามความคาดหมาย ไม่มีจังหวะลุ้นทำประตูใดๆที่น่าสนใจเลยในช่วง 20 นาทีแรก แต่ทั้งสองทีมก็โชว์การผ่านบอลระดับคุณภาพให้เห็นว่าชั้นเชิงนั้นยอดเยี่ยมแค่ไหน
 
แต่ก็เกือบมีเหตุการณ์วุ่นวายเหมือนกันเมื่อมาเกเลเล่ไปผวาโดดแย่งบอลกับสโคลส์และไปทำให้ศรีษะของกองกลางจอมเก๋าแตกเลือดอาบจนทำให้นักเตะทั้งสองทีมกรูกันเข้ามาจะเอาเรื่องกัน แต่เหตุการณ์ก็ยุติได้พร้อม 2 ใบเหลืองของทั้งสโคลส์และมาเกเลเล่
 
เกมดำเนินมาจนถึงนาทีที่ 26 แมนฯ ยูไนเต็ดก็มาปลดสลักแรกของเกมได้ก่อนเมื่อเวส บราวน์ ได้บอลทางฝั่งขวาก่อนจะล็อกมาเปิดด้วยซ้าย ลูกมาถึงโรนัลโด้ที่เสาไกลกระโดดขวิดบอลเสียบเสาอย่างแม่นยำ หมดสิทธิ์ที่เช็กจะเซฟได้ และเป็นประตูที่ 42 ของปีกโปรตุกีสในฤดูกาลนี้ หรือนับเฉพาะแชมเปี้ยนส์ ลีกก็เป็นประตูที่ 11 แล้ว คว้ารางวัลดาวซัลโวแน่นอน
 
แมนฯ ยูไนเต็ดนำ 1-0 ก็ทำเอาเชลซีอยู่เฉยไม่ได้เหมือนกัน พยายามจะทำเกมขึ้นมาและได้ลุ้นจากจังหวะที่บัลลัค แย่งโหม่งกับเฟอร์ดินานด์แต่ฟาน เดอร์ ซาร์ ก็ซูเปอร์เซฟปัดได้หวุดหวิด
 
แต่สิงห์บลูส์ก็เกือบเสียท่าเมื่อยูไนเต็ดโต้กลับมางามๆในนาทีที่ 35 เมื่อโรนัลโด้เปิดมาให้เตเวซ พุ่งตอร์ปิโดบกได้สวยแล้วแต่เช็กก็ล้มตัวเซฟได้ ก่อนที่ลูกจะมาเข้าทางคาร์ริค เติมมาแปเน้นๆแต่เช็กก็ยังซูเปอร์เซฟได้อีกครั้ง เป็นสองจังหวะสำคัยที่ช่วยชีวิตเชลซีไม่ให้เป็นรองไปมากกว่านี้
 
ก่อนหมดครึ่งแรก 4 นาที รูนี่ย์จ่ายให้เตเวซได้ที่หน้าปากประตูแต่หัวหอกอาร์เจนไตน์ ก็กลับทำพลาดไปอย่างเหลือเชื่อ ก่อนที่เชลซี จะมาไล่ตีเสมอได้ก่อนหมดครึ่งแรกพอดีแบบมีโชคช่วย
 
โดยเป็นจังหวะที่เอสเซียงเติมขึ้นมาซัดไกล ลูกไปแฉลบ 2 เซนเตอร์ยูไนเต็ดทั้งวิดิชและเฟอร์ดินานด์ มาเข้าทางแลมพาร์ดเก็บส้มกินหน้าประตูง่ายๆเข้าไป ทำให้จบครึ่งแรกเกมจึงจบลงด้วยการเสมอแบบเท่าเทียมกัน 1-1
 
เข้าสู่ครึ่งหลังเกมเป็นไปอย่างสนุกสูสี โดยทั้งสองฝ่ายต่างผลัดกันรุกรับ แต่เชลซีดูเหมือนจะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไปโดยเฉพาะหลังพ้น 60 นาทีไปแล้วก็สามารถเริ่มหาช่องเจาะได้มากขึ้น ขณะที่เกมรุกของยูไนเต็ดช็อตไปดื้อๆ
 
แม้ว่าทางปีศาจแดงจะพยายามเร่งเกมกลับมา แต่ก็ทำอะไรแนวรับเชลซีไม่ได้มากนัก ตรงข้ามกับสิงห์บลูส์ที่น่าจะได้ประตูสุดๆในนาทีที่ 78 จากดร็อกบาที่ตลอดเกมไม่ได้ทำอะไรมากนัก แต่จังหวะนี้ทำได้สวยเมื่อเก็บบอลได้หน้ากรอบเขตโทษก่อนปั่นโค้งด้วยขวา ฟาน เดอร์ ซาร์ หมดสิทธิ์ไปแล้วแต่ยังมีเสาที่ช่วยชีวิตแมนฯ ยูไนเต็ดไว้ได้
 
ต่อมาเตเวซ พยายามยิงขู่บ้างเหมือนกันในตำแหน่งที่คล้ายกับลูกที่ดร็อกบายิงแต่บอลไม่เข้ากรอบ แต่ก็ไม่มีความหมายเพราะเชลซีก็ยังบุกกดดันได้อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่จบสกอร์ไม่ได้เท่านั้น ทำให้จบเกม 90 นาทีเสมอกัน 1-1 ต้องเล่นต่อเวลาพิเศษกันอีก 30 นาที
 
เข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ แมนฯ ยูไนเต็ดก็ดูเหมือนจะพกดวงมาอีกครั้งเมื่อเชลซี เซ็ตเกมขึ้นมาสวย บอลมาเข้าเท้าแลมพาร์ดหมุนตัวหาช่องยิงด้วยซ้ายในเขตโทษลูกไปชนคานกระดอนลงมาอย่างจัง โคล พยายามจะซ้ำก็ไม่ได้เหลี่ยม ยิงปลิ้นออกไปอีก
 
พอไม่ได้ลูกนี้ก็ทำให้ยูไนเต็ด เริ่มตั้งตัวได้บ้าง และเกือบจะได้ประตูชัยเหมือนกันจากไรอัน กิ๊กส์ ที่ได้บอลถวายพานจากเอวร่า แต่ลูกยิงของปีกเวลส์ที่ทำลายสถิติตลอดกาลของเซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตันที่ 759 นัดไปแล้ว ถูกจอห์น เทอร์รี่ โดดโขกสกัดข้ามคานออกไปได้ ทั้งที่เช็กนั้นหมดสิทธิ์ไปแล้ว ก่อนจะจบการต่อเวลาครึ่งแรกไปด้วยการเสมอกันอยู่เท่าเดิม
 
ช่วง 15 นาทีสุดท้ายของเกมก็ยังเป็นเกมที่สูสีกันอย่างมาก แต่อุณหภูมิของเกมกลับมาระอุเดือดสุดๆเมื่อมีเหตุวิวาทกันระหว่างนักเตะทั้งสองทีมในจังหวะที่แลมพาร์ดมีปัญหากับเตเวซ ก่อนจะบานปลายกลายเป็นคู่ของวิดิชกับดร็อกบา แล้วฝ่ายหลังก็โดนไล่ออกจากสนามเนื่องจากไปตบหน้าวิดิชเข้าแล้วผู้ตัดสินเห็นพอดี ทำให้เชลซ๊ เหลือผู้เล่นน้อยกว่าในช่วงไม่ถึง 5 นาทีสุดท้ายของเกม
 
และในช่วงของการยิงจุดโทษนี้เอง ทั้งสองฝ่ายต่างก็เกือบจะมีโอกาสจะได้แชมป์ด้วยกันทั้งคู่โดยแมนฯ ยูไนเต็ดพลาดก่อนเมื่อโรนัลโด้ไปยิงพลาดในคนที่ 3
 
แต่เชลซี ก็พลาดโอกาสได้แชมป์ที่หยิบไปค่อนใบแล้วกับมือเมื่อคนสุดท้ายจอห์น เทอร์รี่ ไปลื่นในจังหวะยิงทำให้บอลปลิ้นออกไป ทำให้พลาดการเป็นแชมป์

 
แล้วจากนั้นทั้งสองทีมก็ผลัดกันยิงเรื่อยมาไม่มีพลาดจนถึงคู่สุดท้ายคือกิ๊กส์ ที่ยิงเข้าไปแบบนิ่มๆขณะที่เชลซี คนสุดท้ายคืออเนลก้าที่สีหน้าไม่ดีตั้งแต่ก่อนยิง และซัดไปถูกฟาน เดอร์ ซาร์ พุ่งปัดได้ ทำให้จบเกมด้วยชัยชนะของ "ปีศาจแดง" ที่คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกมาครองได้เป็นสมัยที่ 3 ในประวัติศาสตร์ของสโมสร และเป็นสมัยที่ 2 ของเฟอร์กี้ อีกทั้งยังเป็นดับเบิ้ลแชมป์ในฤดูกาลนี้อีกด้วย


รายชื่อผู้เล่น
แมนฯ ยูไนเต็ด : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, เวส บราวน์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมันย่า วิดิช, ปาทริซ เอวร่า, โอเว่น ฮาร์กรีฟส์, ไมเคิล คาร์ริค, พอล สโคลส์ (ไรอัน กิ๊กส์ น.87) , คริสเตียโน่ โรนัลโด้, คาร์ลอส เตเวซ, เวย์น รูนี่ย์ (นานี่ น.101)

เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก, มิชาแอล เอสเซียง, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่, จอห์น เทอร์รี่, แอชลี่ย์ โคล, โคล้ด มาเกเลเล่ (ชูเลียโน่ เบลเล็ตติ น.120) , มิชาเอล บัลลัค, แฟรงค์ แลมพาร์ด, โจ โคล (นิโกล่าส์ อเนลก้า น.99) , ฟลอร็องต์ มาลูด้า (ซาโลมง กาลู น.92) , ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา
ใบแดง : ดร็อกบา น.126

 ผู้ตัดสิน : ลูบอส มิเชล (สโลวะเกีย)

ชมภาพการแข่งขันนัดชิงยูฟ่าแชมเปียนส์ ลีก แมนฯยูฯ VS เชลซี เต็มๆ ได้ที่นี่

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น