กรุงเทพฯ 23 ธ.ค.- "อัมมาร" เตือนวิกฤติเศรษฐกิจปี 52 กระทบเศรษฐกิจหลักของไทย คนว่างงาน 2 ล้านคน จี้นายกฯ โปรยเม็ดเงินช่วยรากหญ้า เน้นการใช้จ่ายมากกว่าลดภาษี เสนอขยายเวลาประกันสังคมชดเชยคนตกงานจาก 6 เดือน เป็น 8 เดือน ระหว่างรอหางานใหม่ แต่อาจมีข้อดี คนดื่มเหล้าสูบบุหรี่น้อยลง นายอัมมาร สยามวาลา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวในหัวข้อ "วิกฤติเศรษฐกิจกับการป้องกันสุขภาพคนไทย" ว่า ปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังจะประสบในปี 2552 ไม่เหมือนกับปี 2540 ปัญหาใหญ่อยู่ที่สหรัฐอเมริกาที่มีปัญหาคล้ายคลึงกับไทย เมื่อปี 2540 โดยครั้งนี้ไทยจะประสบปัญหาทางอ้อม แต่ก็จะส่งกับเศรษฐกิจที่แท้จริงของประเทศ ทั้งภาคการผลิต เกษตรกรรม การส่งออก-นำเข้า การท่องเที่ยว ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบมาจากภาคการเมืองในประเทศไทย แต่ก็น่าภูมิใจว่า แม้จะมีเหตุขัดแย้งการเมืองรุนแรง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจของไทยลดลงมาก ที่ผ่านมาทุกอย่างยังขับเคลื่อนตามปกติ ซึ่งทำให้คนไทยมีภูมิคุ้มกันทางการเมืองมากขึ้น นายอัมมาร คาดว่าใน 2552 จะมีคนว่างงานถึง 2 ล้านคน หน้าที่ของรัฐบาล และนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นับว่าสบายกว่านายธารินทร์ นิมมานเหมินท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อปี 2540 ครั้งนี้รัฐบาลต้องทำหน้าที่เป็นคนใจดี โปรยเม็ดเงินให้เข้าถึงประชาชนระดับรากหญ้าให้มากที่สุด เสนอนโยบาย 3 ด้าน คือ 1) กระจายเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว 2) ต้องไม่ใช้มาตรการที่มีการบังคับเป็นการถาวร 3) เน้นที่การใช้จ่ายให้มากกว่าการลดภาษี ส่วนปัญหาการว่างงาน นายอัมมาร กล่าวว่า จะต้องขยายการได้รับสิทธิประโยชน์ทดแทนแก่ผู้ที่ถูกให้ออกจากงาน เพิ่มขึ้นจากสูงสุด 6 เดือน เป็น 8 เดือน และขยายเวลาเพิ่มอีกในแรงงานที่อายุเกิน 50 ปี เพราะถือว่าหางานได้ยากกว่า ทั้งนี้ ภาครัฐไม่ควรลดจำนวนเงินสมทบประกันสังคมที่นายจ้างหรือลูกจ้างต้องจ่าย แต่รัฐควรเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายเงินดังกล่าวแทน รวมทั้งควรสนับสนุนให้มีการศึกษาต่อในภาคแรงงาน เช่น แรงงานหญิงอาจมีการศึกษาต่อเป็นพยาบาล เนื่องจากพบว่าเป็นวิชาชีพที่ขาดแคลน ส่วนสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ก็ไม่ควรสูงขึ้น เพราะจะเป็นการลดแรงจูงใจในการหางานทำใหม่ นายอัมมาร กล่าวว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะต้องเตรียมพร้อมรองรับแรงงานที่จะพ้นจากการดูแลของประกันสังคม และเข้าสู่หลักประกันสุขภาพ โดยคำนวณค่าใช้จ่ายรายหัวผู้ว่างงาน เพื่อเสนอของบประมาณจากคณะรัฐมนตรีได้ถูกต้อง ส่วนแรงงานที่ยังคงมีสิทธิในประกันสังคม แต่กลับภูมิลำเนาเดิม จะต้องติดต่อประสานงานขอเปลี่ยนสถานพยาบาลให้ชัดเจนด้วย ด้าน นพ.วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร ผู้แทนจากสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ กล่าวว่า ปัญหาสุขภาพของคนไทยในปี 2552 กับปี 2540 ก็ไม่ต่างกันมาก แต่หากมองในแง่บวก วิกฤติจะทำให้คนลดค่าใช้จ่าย ซึ่งจะส่งผลถึงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ลดลง ซึ่งระหว่างนี้ควรมีการปรับระบบภาษีสรรพสามิตสุราใหม่ เก็บภาษีทั้งปริมาณแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ และภาษีจากราคา นอกจากนั้น ยังส่งผลให้คนหันมาใช้ยาในระบบบัญชียาหลักแห่งชาติมากขึ้น ทั้งนี้ จะมีการจัดตั้งหน่วยเฝ้าระวัง และติดตามผลกระทบวิกฤติเศรษฐกิจต่อสุขภาพของคนไทย มีการรายงานต่อสื่อมวลชนและกระทรวงสาธารณสุขเป็นระยะ.-สำนักข่าวไทยอัพเดตเมื่อ 2008-12-23 16:05:07 |
| ที่มา : สำนักข่าวไทย | ![]() |


ความคิดเห็น