The Last Samurai (2003) | มหาบุรุษซามูไร| (武士道(ぶしどう))
ผู้กำกับ : เอ็ดเวิร์ด ซวิค (Edward Zwick)
วันเข้าฉาย : ไทย 21 มกราคม 2547 | ญี่ปุ่น 6 ธันวาคม 2546 | อเมริกา 5 ธันวาคม 2546
ประเภท : แอ็คชั่น / สงคราม / ดราม่า / ผจญภัย
แนวเรื่อง : เป็นภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ในช่วงหลังสมัยคืนพระราชอำนาจให้พระจักรพรรดิเมจิ โครงเรื่องมีพื้นฐานมาจากเหตุการณ์กบฏซัทสึมะ
เนื้อเรื่องย่อ :
ปลายทศวรรษที่ 1870 ร้อยเอกเนธาน อัลเกร็นเป็นคนไร้จุดหมาย เขาเคยเอาชีวิตเข้าเสี่ยงเพื่อเกียรติยศและประเทศชาติ แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไปพลการเข้ามาแทนที่ความกล้าหาญ ประโยชน์ส่วนตัวเข้ามาแทนที่ความเสียสละและไม่มีเกียรติยศหลงเหลืออีกต่อไป เมื่อหน้าที่ของเขาในปฏิบัติการอินเดียนแดงได้จบลง อัลเกร็นสูญเสียกำลังใจจนหมดสิ้น แต่ห่างออกไปอีกซีกโลก ทหารหาญอีกนายมองเห็นวันข้างหน้าของชีวิตตนที่มีแต่จะถูกกัดกร่อนไป เขาคือ คัตสึโมโต้ หัวหน้าคนสุดท้ายของนักรบซามูไรซึ่งเป็นที่นับถือ ผู้อุทิศชีวิตให้กับองค์จักรพรรดิประเพณีโบราณของญี่ปุ่นถูกรุกราน สายโทรเลขและทางรถไฟนำมาซึ่งความเจริญแต่กลับคุกคามสิ่งที่มีคุณค่าและกฎเกณฑ์ที่เหล่าซามูไรได้เคยมีชีวิตอยู่และสละชีพเพื่อมันมานับศตวรรษ คัตสึโมโต้จึงไม่ถอยไปถ้าไม่มีการต่อสู้ เส้นทางของทั้งสองนักรบทั้งสองจึงมาบรรจบกัน เมื่อองค์จักรพรรดิหนุ่มแห่งญี่ปุ่นต้องการขยายตลาดที่กำลังเติบโตของญี่ปุ่นจึงส่งคณะทูตให้ไปตกลงว่าจ้างอัลเกร็นมาเป็นผู้ ฝึกให้กับกองทัพทหารเกณฑ์ที่ทันสมัยกองทัพแรกของญี่ปุ่น แต่ในขณะที่บรรดาที่ปรึกษาของจักรพรรดิพยายามจะกำจัดเหล่าซามูไรอย่างถอนรากถอนโคน เพื่อจัดตั้งรัฐบาลแบบตะวันตกที่เป็นมิตรทางการค้าขึ้นนั้น อัลเกร็นกลับพบว่าเขาประทับใจเมื่อได้พบกับเหล่าซามูไร ความมั่นใจที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขาทำให้เขาระลึกได้ถึงตัวตนที่เขาเคยเป็นมาก่อน เมื่ออัลเกร็นถูกจับตัวไปเป็นเชลย นายทหารชาวอเมริกันผู้ตกที่นั่งลำบากก็ได้พบว่าเขากำลังอยู่ท่ามกลางความรุนแรง และตำนานที่ต้องต่อสู้ระหว่างสองโลก โดย มีเพียงเหตุผลแห่งเกียรติยศเท่านั้นที่จะนำทางให้กับเขา
สิ่งที่พบเจอในภาพยนตร์อิงจากประวัติศาสตร์ :
ตัวละครที่อ้างมาจากเรื่องจริง :
1. ไซโก ทาคาโมริ (西郷 隆盛) (1827-1877) ผู้รับบทในเรื่อง คือ เคน วะตะนาเบะ ; ไซโกมีชีวิตอยู่ในช่วงเอโดะตอนปลายและตอนต้นของสมัยเมจิ เคยเป็นหัวหน้าซามูไรถึงห้าหมื่นคน เป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลเป็นนายพลของกองทัพของพระจักรพรรดิ แต่ด้วยเขาคัดค้านการเปิดประเทศไปสู่ความสมัยใหม่ (Modernization)ของญี่ปุ่น อันหมายถึงคัดค้านไม่ให้ญี่ปุ่นรบกับเกาหลี ไซโกจึงถอนตัวจากรัฐบาลและกลับไปอยู่ที่บ้านเกิดของตัวเองที่แคว้นซัทสึมะ ต่อมาได้ในปี 1877 กลุ่มของไซโกได้ก่อกบฏซามูไรขึ้นเนื่องมาจากลุ่มรัฐบาลอีกกลุ่มเรียกร้องให้ไปรบกับเกาหลีได้สำเร็จ เรียกการก่อกบฏครั้งนี้ว่า สงครามเซนัน (西南戦争) แต่ก็ถูกกองทัพของรัฐบาลซึ่งมีอาวุธทันสมัยกว่าปราบปรามได้ ท้ายที่สุดไซโกจึงลงโทษตัวเองโดยการคว้านท้องฆ่าตัวตาย (腹切り)
2. จูลส์ บรูเน่ย์ (Jules Brunet) ผู้รับบทในเรื่อง คือ ทอม ครูซ ; จูลส์เป็นนายทหารฝรั่งเศสที่ถูกส่งไปช่วยฝึกกองทัพของโชกุนรบกับกองทัพของจักรพรรดิ แต่ถึงแม้กองทัพของโชกุนจะพ่ายแพ้ในปี 1868 ในสงครามโบชิน แต่เขาก็ยังนำกองทัพที่เหลือหนีไปทางเหนือเพื่อต่อสู้กลับ จนกระทั่งพ่ายแพ้อีกครั้งเขาก็ถูกส่งไปพิจาณาคดีที่ฝรั่งเศส แต่ต่อมากลับมายิ่งใหญ่ได้ตำแหน่งสูงๆ ในกองทัพ
3. สมเด็จพระจักรพรรดิมุสึฮิโตะ (睦仁天皇) ) ผู้รับบทในเรื่อง คือ นากามุระ ชิจิโนะสุเกะ ; สมเด็จพระจักรพรรดิเมจิรงเป็นจักรพรรดิพระองค์ที่ 122 ของประเทศญี่ปุ่น ครองราชย์ตั้งแต่พระชนมายุเพียง 14 พรรษา จนเสด็จสรรคต พระองค์ทรงคัดค้านแผนปฏิรูปที่โอกุโบะ โทะชิมิจิและไซโง ทะคะโมะริทูลเกล้าเสนอมา แต่ต่อมาโปรดเกล้าฯให้ประกาศเป็นพระราชโอการได้ในค.ศ. 1872 พระองค์สนิทสนมกับไซโกเป็นพิเศษเพราะไซโกเป็นอาจารย์หนึ่งคนที่คอยสอนวิชาการเรียนต่างๆ
นักแสดงนำ :
อ้างอิงเนื้อหาและรูปภาพประกอบ :
ความคิดเห็น