เจี่ยเจียชะตานี้ ข้าจะเปลี่ยนให้ท่าน

ตอนที่ 1 : อารัมภบท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,410
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 309 ครั้ง
    28 มิ.ย. 62

    



ท่ามกลางถนนที่รถล้มกำลังลุกเป็นไฟหลันหลันลืมตาขึ้นมาสิ่งแรกที่เธอรู้สึกได้คือความรู้สึกเบาหวิวของร่างกายและพบว่าตัวเธออยู่ข้างนอกรถ!มันจะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อเธอพึ่งจะหลับอยู่ในรถแท้ๆ


เพราะก่อนหน้านี้เธอซึ่งพึ่งดูหนังจบเลยกะจะนอนพักสายตาสักหน่อยแต่แล้วก็เผลอหลับไปจนได้เนื่องจากความอ่อนเพลีย


พอลืมตาขึ้นมาอีกทีก็เป็นอย่างที่เห็น เธออยู่นอกรถ ด้วยความสงสัยหลันหลันจึงก้มลงมองดูแขนและมือของตัวเองที่ตอนนี้มันไม่ได้เป็นเนื้อหนังอีกต่อไปหากแต่มันกลับโปร่งใสดูเบาบางเธอแทบช๊อคกับสิ่งที่เห็น โอแม่เจ้า! นี่เธอคงไม่...


“คุณหนู คุณกิต!!”


หญิงวัย40ต้นๆวิ่งไปหาคนทั้งสองที่ได้รับบาดเจ็บ คนหนึ่งเป็นสามีของเธอส่วนอีกคนนั้นเป็นคุณหนูซึ่งเธอเองก็รักและเอ็นดูคุณหนูไม่ต่างจากผู้เป็นแม่แท้ๆของคุณหนู


“ลูกแม่”

“หลันหลันลูกพ่อ”


สาวเจ้าที่ทรงภูมิฐานวิ่งถลาไปกอดร่างไร้วิญญาณของลูกสาวพลางร่ำไห้ก่อนที่ผู้เป็นพ่อจะมากอดด้วยอีกคน

หลันหลันละสายตาจากเเขนของตัวเองมองไปยังต้นเสียง เห็นผู้เป็นแม่กำลังร้องไห้กอดร่างที่นอนแน่นิ่งของใครบางคนที่เธอรู้จักเป็นอย่างดีไม่สิต้องเรียกว่าเคยเป็นร่างที่เธออยู่


เธอตายแล้วจริงๆสินะ พอคิดมาถึงจุดนี้พลางปากบางๆก็ขยับเอ่ยขึ้น


“หนูขอโทษค่ะที่ไม่อาจอยู่ดูแลพ่อกับแม่”น้ำเสียงที่เอ่ยเบาราวกับสายลมหลันหลันเบนสายตาไปทางอื่นก่อนจะเห็นว่ารถลีมูซีนคันงามที่เคยนั่งเมื่อไม่นานมานี้ได้พลิกคว่ำถูกไฟครอบแผดเผาอย่างบ้าคลั่ง


ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังช่วยกันดับไฟอย่างเอาเป็นเอาตาย นี่สินะสาเหตุการตายของเธอ


เธอเริ่มมองภาพเคลื่อนไหวตรงหน้าเหล่านั้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่าชีวิตเธอจบสิ้นแล้วเธอพึ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าความตายมันไม่ได้อยู่ไกลจากตัวเราเลย


เธอไม่มีห่วงมีแค่ความรู้สึกผิดที่ไม่อาจอยู่ดูแลบุพการีทั้งสองเท่านั้นชั่วชีวิตที่แสนสั้นเธอไม่เสียใจสักนิดจะมีก็แต่ความเสียดายชีวิตวัยสาวของตัวเองที่พึ่งจะ18ปีกว่าๆและยังไม่เคยมีแฟนเลยด้วย ก็แน่ล่ะ ตั้งแต่เด็กจนโตเธอทำตัวดีมาตลอดทั้งเชื่อฟังพ่อแม่ทุกอย่างพวกท่านสั่งให้ทำหรือเรียนอะไรเธอไม่เคยบ่นหรือดื้อใส่แม้แต่น้อย เพราะสิ่งที่พวกท่านทำก็ล้วนเพื่อตัวเธอเองในอนาคตทั้งนั้น แต่ช่างน่าเสียดายเธอคงไม่ได้ใช้ความรู้เหล่านั้นแล้วล่ะ


เพราะตอนนี้ตัวเธอได้กลายเป็นวิญญาณไปแล้วน่ะสิ

หลันหลันจ้องมองเพลิงที่ลุกลามรถลีมูซีนเห็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำช่วยกันจนดับเกือบหมดฉับพลันสายตาของเธอก็เห็นใครบางคนจากอีกฟากของรถลีมูซีน ซึ่งเป็นชายร่างทวมสูงใหญ่หน้าตาดุดันผิวคล้ำผมหยัก ด้านบนเปลือยเปล่าสวมแค่สร้อยคอทองเเดงด้านล่างนุ่งโจงกระเบนผืนสีแดงอีกทั้งมือทั้งสองข้างยังถืออาวุธชายคนนั้นกำลังจ้องมายังเธอ


หลันหลันขยี้ตาตัวเองเพ่งมองอีกครั้ง นี่คงจะเป็นยมทูตที่จะมาพาเธอไปสินะ


“ข้ามารับวิญญาณของเจ้ายัยหนู”

ใช่จริงๆด้วย

“หนูต้องทำอะไรยังไงไหมคะ”ในขณะที่ยมทูตตนนั้นกำลังจะพาเธอไป เธอก็รีบถามขึ้นมาจนยมทูตหันมามองเธอพลางหัวเราะชอบใจ


“ไม่มีหรอก ก็แค่เดินตามข้ามา”

ว่าแค่นั้นก่อนจะหันกลับไป หลันหลันหันมองผู้ที่เคยเป็นบุพการีของตน ก่อนปากบางจะพูดขึ้นอีกครั้ง


“ลาก่อนค่ะพ่อแม่”พูดจบก็เดินตามยมทูตไป

สาวเจ้าที่นั่งกอดลูกแทบขาดใจต่อหน้าสามีและคนอื่นๆไม่มีทางรู้เลยว่าลูกสาวของตนนั้นได้จากตนไปแล้วจริงๆอย่างไม่มีวันหวนกลับ


ใช้เวลาเพียงไม่นานคดีความชั่วดีต่างๆจากโลกก็ถูกชำระความจนหมดตอนนี้เธอเป็นวิญญาณที่ขาวใสสะอาดที่รอการไปเกิดใหม่ซึ่งตอนนี้เธอกำลังต่อแถวยาวเหยียดกันเป็นร้อยเพื่อรอดื่มนำ้แกงยายเมิ่ง เพื่อลบเลือนความจำจากอดีตชาติของตน ก่อนจะถูกส่งไปที่บ่อเกิด


ขณะนั้นเองสายตาของเธอก็พลันมองไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งกำลังนั่งจิบน้ำชาอยู่ใกล้กับบ่อน้ำอะไรสักบ่อเธอเป็นคนผมยาวสลวยสวมใส่ชุดเหมือนในหนังจีนที่หลันหลันดู


แม้ท่าทางเหล่านั้นของเธอจะสงบเสงี่ยมแต่ใบหน้างามนั้นกลับดูเศร้าหมอง แววตาเจือความเจ็บปวดคิ้วขมวดเป็นปม เหมือนจะรู้ตัวว่าโดนจ้องหญิงสาวคนนั้นเลยหันมาสบตากับเธอก่อนจะเผยยิ้มบางๆให้เธอได้เห็นก่อนจะขยับปากเอ่ยขึ้น



“มาหาข้าสิ”

หลันหลันรู้สึกแปลกใจทั้งๆที่อยู่ไกลแต่กลับได้ยินชัดเจน

เหมือนมีบางสิ่งบางอย่างที่เชื่อมเธอกับหญิงสาวคนนั้นอยู่ หลันหลันมองซ้ายมองขวาก่อนจะเดินไปหาผู้หญิงคนนั้น เมื่อเห็นดังนั้นนางยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตรให้เธอ เธอยิ้มตอบอย่างเขินอายก่อนจะนั่งลง



“เมื่อกี้เธอเป็นอะไรหรือเปล่า เห็นทำหน้าเศร้าเชียว”


หลันหลันเลือกจะถามคำถามที่คาใจของตัวเองออกมาก่อนซึ่งทำให้ใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นเริ่มจะเศร้าหมองอีกจนเธอถ้าจะเปลี่ยนเรื่องคุยไม่ทัน


“เอ๊ะโทษทีอ๋อคือมีเรื่องอะไรกับฉันหรือเปล่าหรอ เออฉันชื่อหลันหลันนะยินดีที่ได้รู้จัก”

ฟู่..เกือบไปแล้วไหมล่ะ

ผู้หญิงคนนี้มองหน้าเธอก่อนจะยิ้มน้อยๆออกมาแทนความเศร้าเมื่อกี้


“ ข้าชื่อเย่วเฟินหลันยินดีที่ได้รู้จักเจ้าเช่นกันความจริงข้ากำลังรอเจ้าอยู่พอดีเลยข้ากังวลว่าถ้าไม่ได้เจอเจ้าข้าจะทำเช่นใดจนมาเจอเจ้า”

นางเล่าซะยาวจนสมองของหลันหลันแทบประมวลไม่ทัน

ผู้หญิงคนนี้กำลังรอเธออยู่ งั้นก็แปลว่าที่หญิงสาวนางนี้เศร้าก็เพราะเธออย่างนั้นหรอ แถมตอนนี้ยังสบายใจเพราะเจอเธอแล้ว


หมายความว่ายังไงอีกทั้งชื่อที่แสนคุ้นนั่นอีก สรุปแล้วเธอเกี่ยวข้องอะไรกับผู้หญิงคนนี้กันแน่เย่วเฟินหลันมองท่าทางคิดหนักของอีกฝ่ายก็หัวเราะออกมาเบาเบา

“เจ้านี่นะทำตัวได้น่าขันจริงๆเชียว”

ว่าพลางส่ายหน้าเล็กน้อย หลันหลันคิ้วกระตุกก่อนจะถามออกไป


“ว่าแต่ที่รอฉันอยู่มันยังไงหรอ”

“ความจริงแล้วข้าต้องลงไป เกิดแล้วล่ะ”

พูดแค่นั้นก่อนจะมองหน้าหลันหลันที่ตอนนี้ยังคงมองนางด้วยความสงสัยนางถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถาม


“เจ้ารู้จักข้าไหม”หลันหลันที่ได้ยินคำถามยิ้มกว้างก่อนจะตอบ

”รู้สิเธอชื่อเย่วเฟินหลัน เราเพิ่งรู้จักกันเมื่อกี้ไง”หลันหลันตอบกลับไปก็เพิ่งแนะนำตัวเองแท้แท้ก็ต้องรู้จักอยู่แล้วสิ


“ว่าแต่เกี่ยวอะไรกับจะไปเกิดล่ะไม่เห็นเข้าใจเลย”

“ก็นั่นแหละเรื่องที่ข้าจะพูดเจ้าก็ตั้งใจฟังข้านะ”นางมองหลันหลันที่จ้องอยู่นั้นก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง


“ข้าชื่อเย่วเฟินหลันเป็นบุตรีของจวนเสนาบดีเย่วมีพี่สาวสาบานชื่อหลิวเหมยกุยซึ่งเป็นคู่หมั้นกับองค์ชายเจ้าหยางหลานเซ่อสุดท้ายทั้งข้าและพี่หลิวเหมยกุยตายเพราะองค์ชายเจ้าหยางหลานเซ่อ”


หลันหลันตากระพริบปริบๆอ้าปากค้าง

เธอตกใจตั้งแต่ตอนที่หญิงสาวบอกว่าเป็นน้องสาวร่วมสาบานกับหลิวเหมยกุยแล้ว

ก็นะไอ้ที่หญิงสาวชุดจีนตรงหน้าเล่ามามันคล้ายกับหนังจีนที่ เธอเพิ่งดูจบ


ว่าแต่นี่มันแปลกมากเพราะที่เธอดูมันคือในหนังเฟ้ยแล้วคนที่นั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้มันหมายความว่ายังไง

อ้อหนังที่เธอดูนั้นชื่อว่า


’ความรักดั่งหิมะโปรยปราย’


เรื่องมีอยู่ว่าในสมัยของราชวงศ์จ้าว จักรพรรดิเจ้าเทียนถัง ที่ปกครองสามแคว้นใหญ่ได้แก่แคว้นจ้าวแคว้นหานแคว้นเว่ย พระองค์มีพระอนุชาร่วมมารดาชื่อจ้าวหยางหลานเซ่อซึ่งก็คือพระเอกของเรื่อง และพระองค์ยังมีพระโอรสองค์หนึ่งชื่อหรงไท่หยางเฉินพระรองของเรื่องซึ่งทั้งสองพระองค์ต่างก็มีสิทธิ์ที่จะแย่งชิงตำแหน่งห่วงไท่จือด้วยกันทั้งคู่


ซึ่งก็มีเหล่าขุนนางสนับสนุนด้วยจำนวนที่แทบจะเท่ากัน รวมไปถึงด้านความสามารถและวรยุทธ์ที่แทบไม่มีใครเป็นรองใครจึงได้คิดที่จะหมั้นกับหญิงสาวสักคนที่บิดาของนางนั้นมีอำนาจซึ่งคนที่ถูกเลือกให้มาลงสนามศึกแย่งชิงบัลลังก์ด้วยก็คือหลิวเหมยกุยนางร้ายของเรื่องนั่นเอง


ทีแรกนางก็มิได้รู้สึกอันใดแต่เมื่อได้พบกับองค์ชายจ้าวหยางหลานเซ่อนางก็ตกหลุมรักพระองค์ทันทีจึงรับหมั้นของพระองค์ซึ่งความรักที่มีให้องค์ชายจ้าวหยางหลานเซ่อ มีมากมายเปรียบเสมือนแรกแย้มของดอกกุหลาบที่หอมกรุ่นไปด้วยความหวานชื่นจิต แต่อนิจจาขนาดดอกไม้ที่หอมยังมีวันร่วงโรยเป็นดังเช่นความรักของหลิวเหมยกุยที่มีวันร่ำลา


งานเลี้ยงชมบุปผาใกล้ฤดูเหมันต์มีการแสดงดนตรีศิลปะต่างๆมากมายของเหล่าคุณหนูคุณชายจากจวนสกุลอื่นและนั่นทำให้องค์ชายจ้าวหยางหลานเซ่อและองค์ชายหรงไท่หยางเฉิน


ได้เห็นเหล่าสาวงามมากมายทั้งน้อยใหญ่แต่ที่สะดุดตาที่สุดมีอยู่นางหนึ่งซึ่งก็คือพู่เสวี่ยไป๋นางเอกของเรื่องพู่เสวี่ยไป๋หญิงงามผู้ แสนบอบบาง อ่อนโยนดังหิมะที่ขาวบริสุทธิ์ความงามที่น่าถนุถนอมของนางทำให้เรียกความสนใจจากทุกคนเป็นอย่างมากเหล่าคุณหนูที่จ้องจิกนางจนตาแทบกระเด็นออกมาจากเบ้าและเหล่าคุณชายที่จ้องนางเเทบจะกลืนกิน การดิดพิณของนางทำให้ฮ่องเต้ชื่นชมเป็นอย่างมาก


ซึ่งรวมไปถึงคู่หมั้นของหลิวเหมยกุยอย่างองค์ชายจ้าวหยางหลานเซ่อที่มัวแต่สนใจพู่ เสวี่ยไป๋จนลืมคู่หมั้นอย่างหลิวเหมยกุยแทบสนิทไม่รู้ว่าเป็นอะไรแต่พระองค์ทรงชอบพู่เสวี่ยไป๋ เป็นอย่างมากอีกทั้งยังชื่นชมนางอย่างออกนอกหน้าจนทำให้หลิวเหมยกุยเสียใจและเริ่มรู้สึกหึงหวง


และเหมือนความหึงหวงนั้นจะเริ่มเพิ่มทวีรุนแรงมากขึ้น เมื่อจบงานเลี้ยงส่งบุปผาแทนที่องค์ชายจ้าวหยางหลานเซ่อจะไปหาคู่หมั้นอย่างหลิวเหมยกุยเช่นทุกคราแต่กลับหายเงียบไปราวกับเป่าสาก


จนเวลาล่วงเลยไปเป็นเดือน หลิวเหมยกุยจึงให้คนในจวนตามสืบเรื่องขององค์ชายจ้าวหยางหลานเซ่อจึงได้ข่าวว่าพระองค์ไปหาพู่เสวี่ยไป๋ทุกครั้งตั้งแต่วันจบงานเลี้ยงชมบุปผาแล้ว


ที่เเท้ที่พระองค์หายไปเพราะไปหานางแพศยาพู่นั่นสินะ

และแล้วความร้ายกาจของหลิวเหมยกุยที่เกิดพิษรักองค์ชายจ้าวหยางหลานเซ่อก็เริ่มสำแดงแก่ทุกคนให้ได้ประจักยิ่งนางรักพระองค์มากเท่าใดนางก็จะยิ่งเกลียดและหาทางกลั่นแกล้งพู่เสวี่ยไป๋มากเท่านั้น

จนองค์ชายจ้าวหยางหลานเซ่อทนไม่ไหวที่จะต้องมาเห็นน้ำตาของคนที่ตนรักหลั่งไหลเพราะคู่หมั้นของตนพระองค์จึงถอนหมั้นกับหลิวเหมยกุย


ในวันที่โดนตัดขาดเยื่อใยราวกับฟ้าผ่ามาตรงกลางใจนางร้องไห้แทบสิ้นสติขังตัวเองอยู่แต่ในห้องร้องไห้ทุกวันจนเหมือนกับคนบ้าได้แต่คิดว่าตนทำผิดอะไรจึงโดนพระองค์ตัดขาดเยื่อใยเช่นนี้


ที่นางทำไปทั้งหมดเพราะรักพระองค์ในเมื่อพระองค์เป็นคู่หมั้นของนาง นางผิดตรงไหนที่หวงพระองค์แต่พระองค์กลับไม่เห็นค่าเห็นนางแพศยานั่นดีกว่านางยิ่งคิดยิ่งแค้นจนความแค้นเปลี่ยนเป็นความอาฆาต


หากไม่มีพู่เสวี่ยไป๋สักคนพระองค์คงมีแต่นางคนเดียว

หลิวเหมยกุยได้ขอร้องให้เยว่เฟินหลันตัวประกอบที่มีบทบาทเป็นถึงน้องสาวร่วมสาบานช่วยกำจัดพู่เสวี่ยไป๋ไปให้พ้นๆทาง


สตรีคนเดียวไหนเลยจะหาญกล้าถึงเพียงนี้หากเเต่เพราะพิษรักนางจึงทำโดยไม่ทันได้ไตร่ตรอง


และด้วยความที่น้องสาวร่วมสาบานอย่างเยว่เฟินหลันนั้นสงสารหลิวเหมยกุยที่อาภัพรักและยังแค้นพู่เสวี่ยไป๋ที่มาแย่งคนรักของพี่สาว


นางจึงคิดที่จะวางยาพิษพู่เสวี่ยไป๋ แต่โชคดันไม่เข้าข้างเพราะในขณะนั้นเององค์ชายจ้าวหยางหลานเซ่อที่ได้ข่าวว่าหลิวเหมยกุยนางไม่สบายด้วยการขอร้องจากพู่เสวี่ยไป๋และยังเคยเป็นคู่หมั้นของนางเลยจำใจมาเยี่ยม


แต่กลับมาได้ยินเรื่องที่นางปรึกษากับน้องสาวว่าจะกำจัดหญิงที่ตนรักพระองค์ก็แทบจะพุ่งไปบีบคอคนทั้งสองแต่คนอย่างพระองค์ไม่ทำอะไรโดยไม่ไตร่ตรอง

องค์ชายจ้าวหยางหลานเซ่อจึงได้ตระเตรียมแผนซ้อนแผนตลบหลังคนทั้งสองจากที่ว่าวางยาพิษพู่เสวี่ยไป๋กลับไปโดนองค์ชายหรงไท่หยางเฉินจนเกือบตายเรียกง่ายๆก็คือแพะรับบาปแทนนั่นเองเเต่เพราะองค์ชายจ้าวหยางหลานเซ่อได้เตรียมยาแก้พิษไว้



และด้วยโทษฐานที่คิดสังหารหวงไท่จือจึงถูกประหารเพราะตั้งแต่ที่องค์ชายจ้าวหยางหลานเซ่อถอนหมั้นกับหลิวเหมยกุยทำให้ขุนนางบางฝ่ายไม่พอใจจึงได้ยกตำแหน่งหวงไท่จือให้กับองค์ชายหรงไท่หยางเฉิน

หลังจากที่เยว่เฟินหลันโดนประหารหลิวเหมยกุยก็โดนสังหารโดยองครักษ์เงาขององค์ชายจ้าวหยางหลานเซ่อ


สุดท้ายองค์ชายจ้าวหยางหลานเซ่อก็ได้เป็นหวงไท่จือพร้อมกับพู่เสวี่ยไป๋ที่ได้เป็นไท่จือเฟยเพราะหลังจากองค์ชายหรงไท่หยางเฉินโดนพิษจนเกือบตายครานั้นก็ถูกปลดออกจากตำแหน่งหวงไท่จือ


และทำให้ขุนนางที่อยู่ฝ่ายองค์ชายหรงไท่หยางเฉินไม่พอใจยิ่งกับตระกูลหลิวและเยว่จนก่อเกิดเป็นชนวนปลุกลาสบอสให้ตื่นขึ้นมาแต่สุดท้ายทั้งสองก็ฝ่าฟันอุปสรรคเข้าประตูวิวาห์


เรื่องราวก็ประมาณนี้แหละ สงสารก็เยว่เฟินหลันที่โผล่มาสามตอนแล้วตายแถวยังตายในเเรกๆของเรื่องซะด้วยแต่ที่ทำให้เธอต้องกลับมาคิดอีกทีหนึ่งคือ นั่นมันในหนังนะทำไมถึงได้มีเยว่เฟินหลันเป็นตัวเป็นตนขึ้นมาล่ะ


“มันคงไม่ใช่หรอก ชีวิตของเธอคงไม่ได้เป็นแบบในหนังหรอกมั้ง”


หลันหลันเงยหน้าขึ้นมาจ้องคนตรงหน้าตาแป๋ว เยว่เฟินหลันยิ้มเล็กน้อย

“เป็นแบบนั้นทุกอย่างเลย ถึงมันจะเป็นหนังของเจ้าแต่มันคือชีวิตจริงของข้าในอนาคตหากข้าไปเกิด”


ออมิน่าล่ะแต่แล้วทำไม?พลันมีคำถามเข้ามาในหัว

“ถ้าเธอรู้อนาคตก็สามารถเปลี่ยนได้นี่นา”

เยว่เฟินหลันจ้องใบหน้าฉงนของอีกฝ่ายก่อนจะเอ่ย

“มันคือชะตาข้าไม่อาจเปลี่ยน ทันทีที่ข้าไปเกิดข้าจะลืมทุกอย่าง แต่หากเป็นเจ้าก็ไม่แน่ อาจเปลี่ยนทุกอย่างได้”


หลันหลันชะงักนิ่งอึ่งตาเปิกโพรงปากบางขยับน้อยๆ

“แล้วทำไม”

“โลกของเรามีหลายมิตินะ มีทั้งอดีต ปัจจุบันและอนาคตด้วย ได้โปรดเจ้าไปเกิดเเทนข้าแล้วช่วยพี่หลิวเหมยกุยได้หรือไม่”


เยว่เฟินหลันอธิบายให้กับเธอฟังก่อนจะค่อยวางถ้วยชาลงแล้วกุมมือเธอแทน

“หา!”

หลันหลันมองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจคิ้วเรียวขมวดเเทบเป็นปม


ทำไมต้องเกิดเเทนด้วยล่ะแล้วใครจะไปเกิดแทนฉันกันเล่าแล้วใครเกิดแทนใครแบบนี้ก็ได้หรอ

“ได้สิ”


“เอ๊ะ!!” เหมือนนางจะรู้ว่าเธอคิดอะไรเลยพูดขึ้นมา

“ที่ข้าบอกว่ารอเจ้าก็เพราะว่าข้ารู้เรื่องราวชีวิตในอนาคตของเจ้าอย่างไรล่ะ”


หลันหลันมองลึกเข้าไปในดวงตาสวยคู่นั้นที่เรียบนิ่งสงบ

“เจ้าเกิดเป็นน้องสาวของนางร้ายและคิดฆ่านางเอกเพื่อให้นางร้ายสมหวังกับพระเอกแต่เจ้าทั้งคู่กลับโดนพระเอกฆ่าตาย”


หลันหลันนิ่งอึ้งแทบช๊อต อะไรนะ ทำไมชีวิตเธอถึงได้คล้ายคลึงไม่สิเหมือนกับชีวิตของเยว่เฟินหลันนักล่ะ

“ใช่แล้วล่ะเพราะชะตาของเจ้ากับข้าเหมือนกัน ข้าจึงคิดว่าหากเราสลับกันเกิดบางทีอาจจะเปลี่ยนชะตาของกันและกันได้ เจ้าจะย่อมเสี่ยงไหม”


หลันหลันสบตากับเยว่เฟินหลันนิ่งในใจบังเกิดความลังเลแต่จะว่าไปแล้วพระเอกของเรื่องก็ใจร้ายมากตัวร้ายเองก็ช่างน่าสงสาร


ถ้าเธอไปแล้วสามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตัวเองและช่วยนางร้ายให้สมหวังล่ะก็

“ตกลง”

ทันทีที่หลันหลันรับปากเยว่เฟินหลันก็ยิ้มออกมาไม่รอช้าก็รีบพูดต่อ


“เรามีชะตาที่เกี่ยวโยงกัน ต่อแต่นี้ไปเจ้าก็คือข้า เยว่เฟินหลัน”



พูดแค่นั้นก่อนจะผลักหลันหลันลงไปในบ่อน้ำเธอไม่มีโอกาสได้ถามอะไรอีกก่อนจะค่อยๆจมลงไปในบ่อ





——จบ——









ฮ่า......ขอต้อนรับสู่นิยายเรื่องใหม่ของไรท์น่ะ555ความจริงไรท์คิดมาได้สักพักแล้วว่าจะลองเขียนบ้างเป็นยังไงก็ติชมให้กำลังใจด้วยนะ


ไม่เน้นมาม่าจ้า><

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 309 ครั้ง

66 ความคิดเห็น

  1. #7 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 00:57

    เป็นเอาว่าสู้ๆ นะคะ

    #7
    0
  2. #2 Hataitip Chokanantrakul (@nongpoonim) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 23:46

    ขยายตัวอักษรไม่ได้ค่ะ



    #2
    1
    • #2-1 kuvhlubkoj28812 (@kuvhlubkoj28812) (จากตอนที่ 1)
      22 พฤษภาคม 2562 / 06:05
      คือไรท์พิมพ์ในโทรศัพท์น่ะค่ะ เดี๋ยวค่อยปรับอักษรนะคะ
      #2-1
  3. #1 Rick (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 19:43

    รอนะค่ะ

    #1
    0