[ Fanfic Marvel l ??XOC ] Stay with US

ตอนที่ 12 : Chapter 11 - Infinity Stone

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,461
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 136 ครั้ง
    7 พ.ย. 61







Chapter 11 - Infinity Stone




     ภาพที่เห็นในตอนที่ไปถึงทำให้เทเรซ่าคลื่นไส้ พวกตัวทดลองที่ชาร์ลีเรียกว่Spide มันดูเหมือนแมงมุมและน่ารังเกียจจริงๆ ผิวของมันขาวซีดเหมือนชาร์ลี แขนขายาวเท่ากันทั้งหมด ใกล้ๆกันนั้น นาตาชาโดนเชือกอะไรสักอย่างขึงไว้กลางอากาศ วิชั่นอยู่ในกรง ดูทรมานใจที่ทำได้แค่มองแวนด้าต่อสู้ เจ็บตัว และหวาดกลัว

     "แบบที่ทำกับฉัน ทำได้อีกไหม" หนุ่มผิวสีหันไปถามเพื่อนสาวของตัวเองที่นิ่งไป

     "ไม่รู้สิ ก็ต้องลองดู" ดวงตาของเทเรซ่าเปลี่ยนเป็นสีเลือดอีกครั้ง เธอหันไปสนใจนาตาชาก่อนเป็นคนแรก รู้สึกได้แม้เพียงน้อยนิด เชือกนั่นกำลังดึงออก กำลังพยายามดึงให้ร่างกายของหญิงผมแดงขาดออกจากกัน "เชือก ขาด" พูดแค่นั้นเชือกก็ขาดออก นาตาชาหล่นลงไปนั่งบนพื้น เทเรซ่ามองไปที่เป้าหมายต่อไปซึ่งเป็นภารกิจหลัก วิชั่น

     "ฉันช่วยแวนด้าเอง" โทนี่ในชุดไอรอนแมนกล่าวพลางยกมือขึ้นยิงไปที่ตัวที่อยู่ใกล้แวนด้าที่สุด หล่อนมองมาอย่างขอบคุณในขณะที่เทเรซ่าเดินเข้าไปที่กรงของวิชั่

     นอกจากลายนิ้วมือแล้ว ยังต้องสแกนม่านตาและเสียงอีก

     "วิชั่น จากในกรง ใช้มายด์สโตนเจาะระบบของเครื่องสแกนนี่ได้ไหม"

     "ไม่ ผมถูกจำกัดพลังไว้ในกรงนี้ ทำอะไรไม่ได้เลย"

     เทเรซ่าครุ่นคิด

     เธอถอนหายใจยาวก่อนจะลองใช้เรียลลิตี้สโตนของตัวเองดู

     "ยกเลิกระบบรักษาความปลอดภัย ปลดล็อกระบบ"

     หน้าจอประเมิณผลพักนึง ก่อนที่ประตูกรงจะถูกเปิดออก

     อยู่ดีๆที่หัวใจก็เจ็บจี๊ดขึ้นมา เทเรซ่ายกมือขึ้นมากุมอกซ้ายเอาไว้ขณะที่เข่าทรุดลงไปบนพื้น อยากจะร้องแต่ร้องไม่ออก ไม่มีเสียงออกมาเลยสักนิด รู้สึกเจ็บมาก เจ็บมากกว่าตอนที่ถูกผ่าฝังเรียลลิตี้สโตนเข้าไปที่หัวใจซะอีก เธอไม่ได้ยินเสียงอะไรรอบๆเลย มันกลายเป็นแค่เสียงอื้ออึงในหัวเท่านั้น

     วิชั่นออกมาจากกรงขัง รีบเข้าไปดูอาการเทเรซ่า แต่เธอดูเหมือนไม่รับรู้ด้วยซ้ำว่าเขาอยู่ตรงนั้น ท่าทางของเด็กสาวดูทรมานมากกว่าใครๆที่เขาเคยเห็น ถ้าเขาไม่ได้มองผิด และไม่ผิดแน่ๆ ดวงตาของเธอเป็นสีแดงฉานไปทั้งตา แม้แต่ส่วนที่เป็นสีขาว มีเลือดไหลออกมาจากทั้งตาและจมู

     "โอ้พระเจ้า.." แวนด้าดูเหมือนคนที่สติแตกไปคนแรก เธอยกมือขึ้นปิดปากในขณะที่โทนี่กำลังพยายามจัดการพวกมนุษย์ทดลองไร้สาระนั่นอยู่ "เพราะฉัน.. เพราะฉันขอให้เธอฝืนใช้พลังนั่น.."

     "แวนด้า อย่าโทษตัวเอง" วิชั่นกล่าว ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหาพวกตัวทดลอง "ผมจัดการเอง คุณดูแลเธอด้วย"

     "เทเรซ่า โอ๊ย เวรล่ะ" นาตาชารีบเดินเข้ามาคว้าตัวคนที่ล้มพับลงไปบนพื้นแบบไร้สติไปแล้วพลางแตะที่เครื่องมือสื่อสารที่หูของตัวเอง "โอเคหนุ่มๆ ได้ตัววิชั่นแล้ว แต่ข่าวร้ายคือเทเรซ่าหมดสติ เช็คชีพจรแล้ว ยังไม่ตาย แต่สาหัสพอสมควร เราต้องรีบไปแล้ว หาทางขึ้นให้เราที"

     [เกิดอะไรขึ้น] แซมถาม

     [คงมีประตูลับอยู่ไหนสักที่ แต่ไม่ได้หาง่ายๆเลย] สก็อตบอก [แถมในเวลาแบบนี้ใครจะว่างไปหาล่ะ]

     "มีบันไดหนีไฟ ด็อกเตอร์เอลิสเคยพาผมขึ้นไปแล้วครั้งนึง" ชาร์ลีบอก "ส่งตัวเธอมา ผมอุ้มเอง"

     [โทษนะ นั่นเสียงใคร?] คลินท์ถามบ้าง [ไม่ติดต่อกับพวกไม่มีบัตรประชาชนนะ กฎเรา]

     "ฉันจะแกล้งไม่ได้ยินนะคลินท์" นาตาชาถอนหายใจยาว "เอาล่ะ ได้เวลาชิ่งแล้วมั้ง"

     [รัฐบาลแห่มาสองชุดแล้ว] ปีเตอร์บอก [ไม่นานคงทิ้งระเบิดลงมาแทน]

     "อย่าว่างั้นงี้นะ แต่ตัวทดลองมันเยอะขึ้นเรื่อยๆ" โทนี่ว่า "เพราะเทเรซ่าพูดว่า ยกเลิกระบบรักษาความปลอดภัย ปลดล็อกระบบ หรือเปล่า?"

     "ตัวทดลองคงถูกปล่อยออกมาหมดแล้วล่ะ" ชาร์ลีอุ้มเพื่อนรุ่นน้องที่เคยเป็นหนึ่งในตัวทดลองเช่นเดียวกับเขาขึ้นมาในอ้อมแขนพลางเดินไปตามทางโดยมีอเวนเจอร์สอีกสี่หน่อกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามมาด้วย เขาถูกขังไว้ในนี้ ตอนแรกเป็นตัวทดลองที่เกือบจะประสบความสำเร็จ ด็อกเตอร์เอลิสเลยชอบพาเขาไปไหนมาไหนด้วย

     ชายผิวสีเปิดประตูกลซึ่งเป็นเส้นทางหนีไฟอย่างง่ายดาย พลางบอกให้ทุกคนเข้าไปในนั้น ก่อนจะปิดประตูลง

     โทนี่รับหน้าที่เดินแถวหน้าสุดเนื่องจากต้องใช้ชุดไอรอนแมนเป็นไฟฉาย(?)นำทาง วิชั่นโอบไหล่แวนด้าขณะเดินรั้งท้ายสุด ชาร์ลีกับนาตาชาเดินอยู่ข้างๆกัน ตามหลังโทนี่ การเดินขึ้นบันไดถึงแปดชั้นไม่ใช่เรื่องตลก โทนี่บ่นว่าหลังจะเดาะไปหลายรอบ นาตาชากับแวนด้าเริ่มหอบ ในขณะที่ชาร์ลีกับวิชั่นรู้สึกเฉยๆ

     "ธา.. ธานอส"

     เทเรซ่าพึมพำออกมา คนอื่นๆเงี่ยหูฟัง

     "เมื่อกี้ว่าไงนะ?" นาตาชาเป็นคนแรกที่ถามออกมาเพื่อความแน่ใจ

     "ธานอส..? ใคร?" แวนด้าขมวดคิ้ว หันไปมองวิชั่นที่ส่ายหน้าทำนองว่าไม่รู้

     "ชื่อคุ้นๆอยู่ ถ้าเป็นเพื่อนผู้สูงศักดิ์ของเราต้องรู้แน่" โทนี่ว่า "พี่ท่อน่ะ"

     "ธอร์กลับมาเมื่อไหร่ฉันฟ้องแน่" หญิงสาวที่เดินข้างๆชาร์ลีแค่นหัวเราะ

     "โธ่แนท อย่าขี้ฟ้องนักเลย"

     ในที่สุดพวกเขาก็เดินขึ้นมาถึงชั้นG เสียงการต่อสู้ข้างนอกดังจนน่ากลัว โทนี่หาลูกบิดประตูไม่เจอ เลยพัง(?)ออกไปด้วยความเร่งรีบ ภาพที่เห็นก็ยังคงเป็นเพื่อนๆของเขาที่สู้กันอย่างสนุก(?)สนาน(?) "เอาล่ะหนุ่มๆ" นาตาชาตะโกนเรียก "ได้เวลาไปแล้ว"

     [อันที่จริง.. เรียกในนี้ง่ายกว่า] คลินท์ว่า เขายิงธนูอยู่บนชั้นสอง [เดี๋ยวหาทางลงไป]

     [ดีใจที่ได้เจอนะวิชั่น] สตีฟเอ่ย [ขอโทษที่ช่วยไว้ไม่ได้]

     "ผมรู้ว่าคุณทำดีที่สุดแล้ว" วิชั่นบอก "โดนจับมาคนเดียวดีกว่าถูกจับมาสองคน"

     "แหม เป็นมิตรภาพที่งดงามนะว่ามั้ย" เอลิส ควินน์เดินออกมาจากไหนไม่รู้ ตรงรี่เข้าไปหาพวกโทนี่ "ที่รัก.. ส่งตัวเทเรซ่าให้ฉัน ก่อนฉันจะแจ้งรอสส์ว่าเธอเป็นพวกทรยศด้วยอีกคน"

     "เธอก็รู้ว่าฉันไม่ยกเทเรซ่าให้"

     "ยังคงเป็นผู้ชายที่ดีแต่ปากเหมือนเดิมนะ"

     สีหน้าของหญิงสาวตึงขึ้นนิดหน่อย

     เอลิสควักปืนออกมาจากเสื้อกาวน์ ก่อนจะหันปลายกระบอกไปที่เทเรซ่

     "งั้นคงต้องแบบนี้ล่ะนะ"

     ปัง!

     ชาร์ลีหมุนตัว หันหลังในเสี้ยววินาที เพื่อให้ร่างกายของเขาบังกระสุนแทนเธอแม้จะรู้ว่าไม่มีประโยชน์ เอลิสรู้อยู่แล้วว่าเขาจะทำแบบนั้น กระสุนของหล่อนสามารถเจาะทะลุร่างของเขาสู่เธอได้แน่ๆ เป็นโทนี่สตาร์คที่ขยับตัวได้ทันในจังหวะนั้น เขาเอาตัวเองบังกระสุนเอาไว้ มันทะลุเกราะของเขาไป แต่โดนชาร์ลีแค่ถากๆเท่านั้น

     "โทนี่!!/สตาร์ค!!] คนอื่นๆที่เห็นเหตุการณ์เรียกเขา ทั้งในสายและด้านนอก

     เอลิสเหยียดยิ้มสมเพชขณะที่โทนี่ทรุดลงบนพื้น หล่อนเดินหันหลังกลับไป ผ่านฝูงทหารและทีมอเวนเจอร์ที่กำลังต่อสู้กันอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย เอ็ดมันเดินเข้ามารับเธอก่อนจะพาออกไปทางประตูหน้า ไม่มีใครตามไปคว้าตัวหล่อนไว้ได้ทัน

     "ต้องรีบไปจากที่นี่แล้ว ยิ่งเป็นแบบนี้เรายิ่งเสียเปรียบ" แวนด้าบอก "แต่จะพาชุดเกราะหนักขนาดนี้ไปได้ไง"

     [โอเคมีวิธี รีบกลับไปที่เครื่องกันด่วนจี๋เลย] ปีเตอร์บอก [ฟรายเดย์ รู้นะว่าได้ยิน -- พาคุณสตาร์คไปที่เครื่องกับเรา เขาไม่มีสติแล้ว เธอควบคุมระบบเลย]

     "รีบไปเถอะ"






     เทเรซ่ายืนอยู่ที่ไหนไม่รู้ และไม่แน่ใจนักว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ มันดูเหมือนเศษซากของเมืองที่เคยงดงามและทันสมัย เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยี แต่ตอนนี้กลายเป็นแค่ซากปรักหักพัง มีทหารเอเลี่ยนเดินไปเดินมาเต็มไปหมด แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครเห็นเธอ...?

     บางอย่างบอกให้เธอเดินเข้าไปในตึกใหญ่ที่ดูเหมือนจะเป็นสถานที่ราชการของอะไรสักอย่างที่อาศัยบนดาวนี้ ผ่านศพของผู้คนมากมายที่พยายามต่อสู้ แต่ไร้ค่า ไปจนถึงห้องทำงานของใครสักคนที่คงไม่พ้นผู้บริหารของที่นี่ หญิงวัยกลางคนยืนอยู่ที่หน้าตู้เซฟ และด้านหลังเธอคืออะไรสักอย่างตัวสีม่วงๆ(?)

     "ธานอส.. ได้โปรด" หญิงสาวเอ่ย

     "เปิดตู้เซฟแล้วหยิบออกมา"

     หญิงสาวจำยอมต้องทำตามอย่างเสียไม่ได้ สิ่งที่หยิบออกมาคือออร์บ เขานำออร์บนั่นไปเปิดออกมาผ่านเครื่องมืออะไรสักอย่าง ด้านในมีหินสีม่วงอยู่ "ธานอส.. นี่มัน.. นี่มันอันตรายกว่าที่คิด ความคิดของคุณ อันตรายต่อทั้งจักรวาล"

     "รู้เหรอว่าข้าจะทำอะไร"

     "ถุงมือที่คุณสวม ถ้าหากรวบรวมมณีอินฟินิตี้ครบทั้งหกอันบนถุงมือนั่น แค่ดีดนิ้วเพียงครั้งเดียวก็ทำลายจักรวาลได้ครึ่งนึง" หล่อนว่า เทเรซ่าตาโต "มันเป็นดาบสองคม ธานอส ทุกสิ่งจะถูกทำลายถ้าคุณได้มันไป"

     "นั่นแหละที่ต้องการ ข้าอยากได้ที่อยู่ของมณีอินฟินิตี้อันอื่นๆ"

     "ฉันไม่รู้"

     "งานนี้ ไม่ได้ขอร้อง"

     ยักษ์ตัวสีม่วงเดินวนรอบหญิงวัยกลางคนอย่างกะประเมิณ

     "ข้าจะตามหามัน ไม่ว่าจะด้วยเจ้าช่วย หรือไม่มีเจ้าก็ตาม"

     "ต้องใช้เวลาเป็นศตวรรษถ้าจะรวบรวมจนครบธานอส การเทียวไปมาในจักรวาลไม่ใช่เรื่องง่ายและใช้เวลานานมาก"

     "เพราะแบบนั้นถึงต้องใช้สเปซสโตน"

     "หมายถึง.. เทสเซอแรค..?"

     "ใช่ ถ้าหากได้มันมาการเคลื่อนที่ไปตามช่องมิติก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป"

     "แต่มันอยู่ที่แอสการ์ด และตอนนี้แอสการ์ดล่มสลายแล้ว มันอาจจะถูกทำลายไปแล้วก็ได้"

     "มันไม่มีทางถูกทำลาย"

     "งั้นก็คงอยู่ที่กษัตริย์ของที่นั่น รัชทายาทคนใดคนนึง"

     "พวกมันมุ่งหน้าไปไหน"

     หญิงสาวเงียบไป

     "อย่าให้ข้าต้องฆ่าประชาชนทั้งหมดของเจ้า รวมทั้งทำลายอารยธรรมดวงดาวนี้" ธานอสว่า "มีพลังของพาวเวอร์สโตนอยู่ในมือ เจ้าก็รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องยาก"

     "พวกเขาอยู่บนยาน.. ไม่ใกล้ไม่ไกลจากพื้นที่ที่เคยเป็นดาวแอสการ์ด"

     "...เจ้าอาจเป็นดาวดวงเดียวที่เหลือรอดในจักรวาล จงภูมิใจ" ยักษ์ตัวสีม่วงแค่นหัวเราะ "จงช่วยข้า ใช้พาวเวอร์สโตนเพื่อหาเทสเซอแรคให้เจอ นักวิทยาศาสตร์บนดาวเจ้าคงยังไม่ตายหมดหรอกจริงไหม?"






     "ท่านว่ามันแปลกๆไหมธอร์" โลกิกล่าว เหมือนภาพที่ตัดไปตัดมาในหัวเทเรซ่า ไม่แน่ใจนักว่าทำไมเธอถึงมาโผล่ที่นี่ได้ บางทีอาจเพราะมณีอินฟินิตี้แต่ละอันสามารถสื่อถึงกันได้ และเธอครอบครองหนึ่งในนั้น..? ชายร่างเล็ก(เมื่อเทียบกันพี่ท่อที่ยืนอยู่ข้างๆกล่าว) "มันเรืองแสง -- เทสเซอแรคน่ะ เรืองแสงเหมือนตอนที่พวกเพื่อนของท่านบนดาวโลกพยายามใช้มายด์สโตนบนคทาข้าแกะรอยหามัน"

     "อดีตคทาเจ้า"

     "ใช่ ก่อนที่พวกท่านจะแงะมันออกแล้วเอาไปยัดไว้บนหัวเจ้าตัวแดงนั่น -- ชื่ออะไรนะ?"

     "วิชั่น"

     "ใช่ วิชั่น"

     "ก็เจ้าไม่รักษาของ"

     "ข้าไม่รักษาของ?" โลกิถามเสียงสูง หันไปมองหน้าพี่ตัวเอง "ถามจริง? ท่านบอกว่าข้าไม่รักษาของทั้งๆที่ท่านกับเพื่อนๆพยายามแย่งมันไปจากข้าเนี่ยนะ?"

     "ก็ตอนนั้นเจ้าพยายามยึดครองโลก โลกิ" ธอร์กอดอก เถียงกับอนุชาของเขาราวกับมันเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศ เทเรซ่าสังเกตเห็นว่าตาของเขาข้างนึงถูกผ้าปิดไว้ "แล้ว.. เป็นไงบ้างแบนเนอร์ เจ้าเชี่ยวชาญเรื่อง.. เจ้านี่ ใช่ไหม" เขาชี้ไปที่เทสเซอแรค

     "มีคนแกะรอยเรา ไม่แน่อาจเป็นพวกที่อยู่โลก" บรู๊ซบอก "ด้วยอุปกรณ์ล้าสมัย บอกได้แค่นี้"

     "นี่แหละที่ข้าชอบเจ้ามากกว่าฮัลค์ มันสมองผิดกันเยอะ เจ้าคิดนู่นคิดนี่หาคำตอบให้ข้าได้ เจ้ายักษ์นั่นเอาแต่พังข้าวของ" ธอร์ยิ้มร่า ตบบ่าบรู๊ซ "ว่าแต่.. เจ้าตัวใหญ่นั่นจะไม่ได้ยินที่ข้าพูดกับเจ้าใช่ไหม?"

     "ฮัลค์ได้ยินหมดแหละ"

     ธอร์หุบยิ้มแทบไม่ทัน

     "ไปดูเครื่องยนต์มา ถ้าสามารถซ่อมแซมระบบวาร์ปได้ในเร็วๆนี้เราจะถึงโลกไวกว่าที่คิดเยอะ" วัลคีรีสาวบอก มองหน้าโลกิที่เอาแต่จ้องเธอ "มองอะไร"

     "เจ้าชื่ออะไรนะ ไม่เห็นเคยบอก"

     "ชื่ออะไรก็ไม่เกี่ยวกับเจ้า"

     "เอาจริงข้าก็อยากรู้นะ ชื่ออะไรเหรอ?" ธอร์ถามบ้าง "เราผ่านสงครามมาด้วยกันแต่รู้แค่ว่าเจ้าเคยเป็นหนึ่งในวัลคีริเออร์เนี่ยนะ?"

     "อยากเรียกอะไรก็เรียก" หล่อนบอกปัดอย่างรำคาญ "จริงๆเจ้าเรียกข้าวัลคีรีก็จบ อย่างไรเสียข้าก็เหลือรอดชีวิตเป็นคนสุดท้ายแล้ว"

     "โอเคงั้น.. ข้าจะเรียกเจ้าว่าเพ็ท" คนอื่นๆมองหน้ากันหลังจากธอร์เอ่ยประโยคนั้น "ย่อจาก Petulant ที่แปลว่าขี้โมโหไง"

     "มันฟังดูเหมือนสัตว์เลี้ยงมากกว่านะพี่ข้า" โลกิถอนหายใจอย่างปลงๆก้บความคิดของคนเป็นพี่

     "นี่.. มันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ" แบนเนอร์ว่า เขากำลังทำอะไรสักอย่างกับเทสเซอแรค "ไม่ว่าใครจะตามหามัน เขาใกล้เจอเราแล้ว"

     "ไม่ใช่พวกบนโลกแน่" คนที่เพิ่งได้ชื่อใหม่กลอกตาไปมา "เอาไงต่อ"

     "ไม่ว่ามันจะเป็นใคร ไม่ดีแน่" โลกิเอ่ย "สัญชาตญาณบอกแบบนั้นน่ะ"

     "ไปไหนน่ะบรู๊ซ"

     ธอร์ถามเมื่อเห็นแบนเนอร์เดินออกไป

     "จะไปช่วยซ่อมเครื่อง รีบวาร์ปกลับโลกให้ไว"

     "ข้าไปช่วยด้วย" วัลคีรีสาวนามว่าเพ็ท(?)เดินตามแบนเนอร์ออกไป

     "เอาล่ะน้องข้า หากเจ้าอยากจะอยู่ที่นี่ จงอยู่เฝ้าเทสเซอแรคไปตามใจอยากจะเฝ้า" ธอร์ตบบ่าน้องเบาๆ "ข้าจะไปช่วยพวกนั้นซ่อมยาน"

     "ไม่เอาน่าธอร์ ท่านอย่าทำให้ยานซ่อมยากไปมากกว่านี้เลย"

     "ไปล่ะ!" ว่าแล้วธอร์ก็เดินออกไปบ้างอย่างอารมณ์ดี

     โลกินิ่งไปพักนึง มองเทสเซอแรคด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา

     เทเรซ่าจ้องมองเขา ไม่แน่ใจว่าโลกิเชื่อใจได้แค่ไหน

     เขาคือเทพเจ้าแห่งคำลวง เคยอยากยึดครองโลก แต่บางทีอาจกลับใจ

     สายตาของโลกิเลื่อนจากเทสเซอแรคมาที่เธอ เทเรซ่าเผลอกลั้นหายใจ ไม่แน่ใจนักว่าเขาเห็นเธอหรือเปล่า แต่เขาจะเห็นได้ยังไงในเมื่อแม้แต่ธานอสยังไม่เห็น

     เทพเจ้าแห่งคำลวงสาวเท้าเข้ามาหาเทเรซ่า ใกล้ขึ้นเรื่อยๆจนมาหยุดตรงหน้า

     เขายกมือซ้ายขึ้นมา ชูค้างไว้ตรงหน้า และไม่รู้อะไรมาดลใจให้เทเรซ่าทาบมือขวาลงไปบนมือซ้ายของเขา เธอแค่อยากลองพิสูจน์ว่าเขารู้ไหม เธอพยายามคิดว่าแบบนั้น นัยตาของโลกิสั่นไหวไปวูบนึง รู้สึกได้ว่าเมื่อครู่มีสัมผัสอุ่นทาบลงบนมือเขาจริงๆ แม้จะแค่วูบเดียวเท่านั้น

     และแม้ว่าเขาจะไม่เห็นว่ามีใครอยู่ตรงหน้าเขาหรือไม่ เขาก็คิดว่าเขาสัมผัสได้

     อย่างน้อยเวลาเพียงพริบตาเดียวเมื่อครู่ก็ทำให้เขาได้กลิ่น

     กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลา.. ถ้าเดาไม่ผิด




คุยกับไรท์


น้องกิได้ฤกษ์โผล่มาแล้วค่ะ แต่โผล่มาแค่นี้ก่อนนะเดี๋ยวค่อยมาเพิ่ม T_T

อย่างน้อยๆต่างฝ่ายก็ได้รู้สึกถึงการมีอยู่ของอีกฝ่ายนึงนะคะ

ตอนนี้ขอเพิ่มบทปีเตอร์ก่อนค่ะ กลายเป็นตัวประกอบแล้ว เดี๋ยวน้องกิจะตามมานะคะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 136 ครั้ง

308 ความคิดเห็น

  1. #259 Jitlada Jakthong (@fha333777) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 00:55

    กว่าจะออกมาได้ค่าตัวแพงชิมิ

    #259
    0
  2. #224 paiwarn254800 (@paiwarn254800) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 18:27
    โลกิสัมผัสได้
    #224
    0
  3. #136 SunnY Eii (@resinrin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 22:54

    นี่ขนาดโผล่มาแค่นี้เรายังเขินพี่กิเล้ยยย แค่แตะมือกันน ฮืออ ตัวจะแตกล้าววว ขอให้เขาคู่กันเทอะะะ ทีมพี่กิว้อยยย

    #136
    0
  4. #62 J.Cecille (@firmamento) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 11:44
    มาแบบไม่เห็นแต่สัมผัสได้555555
    #62
    1
  5. #61 หญิงปริศนา (@-rity-) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 22:56
    แม่คะ เขาเจอกันแล้วค่ะแม่! //กรีดร้องงง
    #61
    1
  6. #60 .second. (@forever_cara) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 21:35
    อะแล้วพอนางพบปะกันจริงๆอิพี่โลกิก็จะจำกลิ่นน้องนางได้
    ว้ายยยยยยย ระหว่างนี้อย่าเปลี่ยนน้ำหอมนะคะคู๊ณ
    #60
    1
  7. #59 baifurn27 (@baifurn27) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 20:17
    อ้ายยย เขามีสัมผัสมือกันด้วยค่าาา
    #59
    1
  8. #58 Ying0934 (@Ying0934) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 19:11
    โลกิในที่สุดท่านก็มีบทสักที
    #58
    1