บทเรียนรัก ❤ นักกีฬา [Yaoi, Boy's love]

  • 97% Rating

  • 9 Vote(s)

  • 244,191 Views

  • 3,172 Comments

  • 4,280 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    66

    Overall
    244,191

ตอนที่ 12 : บทเรียนรัก ❤ นักกีฬา [ภาคิน X พระพาย]......3 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4043
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    18 พ.ค. 58





บทเรียนรัก นักกีฬา  [ภาคิน X พระพาย] ตอนที่ 3

Author :   (ยอนิม)

                        

               

                                                

 

 

 

               

พระพาย รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ต้องก้มหน้าแล้วรีบเดินเพื่อให้ผ่านบริเวณที่ภาคินนั่งอยู่อย่างรวดเร็ว

 

 

ปึ่ก..

 

“โอ๊ะ..” พระพายจับจมูกตัวเองทันที เมื่อเดินชนกับอกแกร่งของร่างสูง ที่ขยับออกมายืนขวางเอาไว้ พอเงยหน้าขึ้นไปมอง พระพายก็ต้องร้อนหน้าวูบ เมื่ออีกฝ่ายกำลังมองพระพายด้วยสายตาเรียบนิ่ง

“ขะ..ขอโทษครับ” พระพายบอกกลับ ทำท่าจะเดินเลี่ยง แต่ภาคินก็ขยับมาขวางเอาไว้ ทำให้พระพายมองภาคินอีกครั้งด้วยความแปลกใจ

“มีอะไรรึเปล่าครับ” พระพายถามแต่ก็พยายามไม่มองหน้าภาคินตรงๆ ภาคินยื่นบางอย่างส่งให้พระพาย

 

 

“คืน ขอบใจมากที่ให้ยืม” ภาคินพูดขึ้น พร้อมกับเงินสองบาทในมือ

 

 

“คือ...ผม” พระพายจะปฏิเสธไม่รับเงิน เพราะเขาตั้งใจอยากจะช่วยภาคินในตอนนั้นจริงๆ

 

 

“สองบาทมันก็คือเงิน หรือว่ามันไม่มีค่า” ภาคินถามกลับเสียงเรียบ ทำให้พระพายชะงักไปนิด ก่อนจะหยิบเหรียญในมือของภาคินมาถือเอาไว้

 

 

“มีค่าครับ ผมไม่เคยดูถูกเงินสองบาทนี้หรอกครับ” พระพายว่าออกมาเสียงติดขุ่นนิดๆ แต่ก็ยังไม่กล้ามองหน้าภาคินตรงๆอยู่ดี ภาคินยกยิ้มมุมปากน้อยๆ

 

 

“ก็ดี ขอบใจอีกครั้งนะ” ภาคินบอกออกมาอีก

 

 

“ไม่เป็นไรครับ” พระพายตอบเสียงแผ่วลง

 

 

“พักอยู่ที่ไหน” ภาคินถามขึ้น

 

 

“หอพักตรงซอย 101 ครับ” พระพายตอบกลับ ตอนนี้หัวใจของพระพายกำลังเต้นระรัวเหมือนกลองเพล พระพายกลัวว่าตัวเองจะหัวใจวายเสียให้ได้

 

 

“เดี๋ยวเดินไปส่ง” ภาคินพูดขึ้น ทำให้พระพายชะงักนิ่ง

 

 

“ไม่เป็นไรครับ ผมเดินกลับคนเดียวได้” พระพายรีบตอบทันที แค่ยืนคุยต่อหน้า พระพายก็เหมือนจะเป็นลมแล้ว แต่ถ้าให้เดินไปด้วยกัน มีหวังพระพายต้องตายแน่ๆ

 

 

“ถือเสียว่าตอบแทนเรื่องเงินสองบาทก็แล้วกัน” ภาคินบอกออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ ทำให้พระพายขมวดคิ้วอย่างงุนงง

 

 

“แต่มันจะเป็นการรบกวนเวลาพี่ภาคินเปล่าๆ” พระพายพูดขึ้นมา ภาคินเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ

 

 

“รู้จักชื่อพี่ด้วยเหรอ” ภาคินถามขึ้น ทำให้พระพายชะงักไปนิด

 

 

“กะ..ก็..ผมได้ยินเพื่อนผมเรียกพี่น่ะครับ” พระพายตอบไม่เต็มเสียงนัก ภาคินพยักหน้ารับ

 

 

“ตกลงว่าจะให้เดินไปส่งรึเปล่า” ภาคินถามขึ้นอีกครั้ง พระพายรีบส่ายหน้าไปมาทันที

 

 

“ผมกลับคนเดียวได้ครับ” พระพายรีบตอบ ภาคินจึงพยักหน้ารับ

 

 

“เอางั้นก็ได้ เดินกลับดีๆล่ะ” พูดจบ ภาคินก็ยกมือไปขยี้หัวของพระพายเบาๆ แล้วเดินเข้าไปในคอนโด ส่วนพระพายยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นสักพัก ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือของภาคินที่สัมผัสหัวของพระพายยังรู้สึกอยู่ตลอดเวลา พระพายเม้มปากนิดๆ ก่อนจะรีบก้าวเดินฉับๆ ไปที่สะพานลอย ไม่กล้าหันกลับไปมองภาคินมากนัก จนไปถึงกลางสะพาน ถึงจะหันไปอีกครั้ง แต่ก็ไม่เห็นร่างสูงของภาคินแล้ว พระพายจับเสื้อตรงหน้าอกด้านซ้ายของตัวเอง แล้วยิ้มออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

 

 

“คืนนี้ไม่สระผมก็แล้วกัน” พระพายพูดกับตัวเอง ก่อนจะเดินกลับหอพักพร้อมกับริมฝีปากที่คลี่ยิ้มตลอดเวลา จนเจ้าตัวยังหงุดหงิดตัวเองว่าจะยิ้มอะไรนักหนา เมื่อกลับถึงหอพัก พระพายก็อดไม่ได้ที่จะโทรหาน้องสาวตนเองเพื่อเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

วันนี้เป็นอีกวันที่พระพายเข้างานตอนเช้า เด็กหนุ่มออกจากหอพัก เพื่อไปซื้อน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ที่มาขายข้างทางก่อนจะถึงสะพานลอย

“เอาน้ำเต้าหู้ไม่ใส่เครื่องกับปาท่องโก๋ 5 ตัวครับ” พระพายสั่งพ่อค้า พร้อมกับยืนรอ เมื่อได้ตามที่สั่งมาแล้ว พระพายก็เดินถือข้ามสะพานลอยเพื่อไปทำงาน พอเดินผ่านคอนโดสูง ก็อดได้ที่จะหันไปมอง ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนผ่านแว่บเข้ามาในหัวอีกครั้ง ทำให้พระพายอมยิ้มน้อยๆ แล้วเดินต่อไปยังเซเว่นที่ทำงาน

 

 

“อารมณ์ดีอะไรมา เดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตลอดทาง” ยะถามขึ้น เมื่อเห็นพระพายเดินเข้ามาในร้าน

 

 

“พี่ยะรู้ได้ไง ว่าผมยิ้มมาตลอดทาง มั่วแล้ว” พระพายบอกกลับไปขำๆ

 

 

“รู้แล้วกัน” ยะตอบกลับยิ้มๆ

 

 

“แล้วนี่พี่ยะเข้ากะเช้าเหรอครับ ไม่ใช่กะดึกเหรอ” พระพายถามขึ้นเมื่อนึกได้ เพราะตนเองพอจะจำกะเวรทำงานของพี่ๆในร้านได้

 

 

“เอ่อ..พอดี ไอ้พจน์มันขอแลกกะน่ะ มันจะไปทำธุระที่ไหนไม่รู้” ยะตอบกลับ พระพายพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินเข้าไปตอกบัตรและนั่งกินอาหารเช้าที่ซื้อติดมาด้านหลังเซเว่น ก่อนจะกลับเข้ามาทำงานตามหน้าที่ของตนเอง

..

..

..

“พาย เที่ยงแล้วไปกินอะไรกันดี” ยะถามขึ้นเมื่อได้เวลาพัก

 

 

“พี่ยะไปกินก่อนเถอะครับ ผมขอช่วยพี่สาก่อน ยังเช็คของที่เอาเข้ามายังไม่เสร็จเลย” พระพายตอบกลับ เพราะยะจะอยู่ตรงเคาน์เตอร์คิดเงิน ส่วนพระพายช่วยรุ่นพี่อีกคนรับสต็อคของที่เข้ามาส่ง

 

 

“ให้พี่ช่วยมั้ย จะได้เสร็จเร็วๆ” ยะถามขึ้นอีก พระพายส่ายหน้าไปมา

 

 

“เดี๋ยวมันจะเลยเวลาพักของพี่ยะน่ะสิ พี่ไปกินก่อนเถอะครับ” พระพายยืนคำเดิม ยะจำต้องออกไปกินข้าวกลางวันคนเดียว

 

 

“ใจร้ายจังนะพาย” สาแซวขึ้นยิ้มๆ เมื่อยะเดินออกไปแล้ว พระพายทำหน้างงเล็กน้อย

 

 

“ใจร้ายอะไรครับ” พระพายถามกลับ

 

 

“ให้ยะไปกินข้าวคนเดียวได้ไงอ่ะ ความจริงพายไปกับยะก็ได้นะ พี่เช็คเองได้” สาพูดขึ้น

 

 

“พี่ยะกินข้าวคนเดียวไม่ได้เหรอครับ” พระพายถามออกมาอย่างซื่อๆ ไม่ได้พูดเหน็บแต่อย่างไร ซึ่งสาก็รู้ดี หญิงสาวหัวเราะเบาๆ

 

 

“ไม่ใช่หรอก แต่ถ้าพายไปกินด้วย ก็อาจจะอร่อยมากกว่าเดิมล่ะมั้ง” สาบอกกลับ พระพายเลิกคิ้วอย่างงงๆ

“ช่างเถอะๆ นับของกันต่อดีกว่า” สาพูดขึ้น ก่อนที่จะช่วยกันนับสต็อคของ เมื่อนับเสร็จ ยะก็กลับมาเข้างานพอดี ส่วนพระพายก็จะออกไปกินข้าวกลางวัน วันนี้เด็กหนุ่มอยากกินแกงไตปลา และจำได้ว่า ถ้าเดินย้อนไปทางห้างที่อยู่ไม่ไกล มีร้านอาหารใต้ข้างทางอยู่ร้านหนึ่ง พระพายเดินหาร้านไปเรื่อยๆ ตอนช่วงพักเที่ยง คนเริ่มออกมาหาข้าวกลางวันกินกันเยอะพอสมควร

 

 

“อ่า ถึงแล้ว” พระพายพูดกับตัวเองเมื่อเห็นร้านอาหารใต้ เด็กหนุ่มเดินไปหยุดดูแกงใต้ต่างๆที่อยู่ในถาดหน้าร้าน  

“เอาขนมจีนแกงไตปลาครับ กับน้ำเปล่า” พระพายพูดสั่งอาหาร ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะด้านในของร้าน ซึ่งเหลือว่างโต๊ะเดียวพอดี พระพายนั่งรอไม่นานขนมจีนแกงไตปลาก็มาเสริฟ เด็กหนุ่มตักผักแกล้มที่ทางร้านวางเอาไว้ให้ ใส่ลงไปในจานขนมจีนของตนเอง แต่ไม่ทันที่จะกิน แม่ค้าก็เดินเข้ามาหา

 

 

“พ่อหนุ่ม ให้ลูกค้าอีกคนนั่งด้วยได้มั้ย” แม่ค้าถามขึ้น พระพายพยักหน้ารับทันที เพราะเขานั่งคนเดียว อีกฝั่งก็ยังว่างอยู่

 

 

“ได้ครับ” พระพายตอบรับ

 

 

“ขอบใจจ่ะ คุณๆ เข้านั่งโต๊ะนี้ก็ได้ค่ะ” เสียงแม่ค้าเรียกลูกค้าอีกคน

 

 

พรึ่บ..

 

เสียงลากเก้าอี้ก่อนที่จะมีคนนั่งลงฝั่งตรงกันข้ามกับพระพาย เด็กหนุ่มกำลังง่วนอยู่กับการผสมขนมจีนกับแกงไตปลาให้เข้ากัน

 

 

“นี่จ่ะ คั่วกลิ้ง แกงเหลือง แล้วก็ข้าวเปล่าที่สั่ง” เสียงแม่ค้าพูดพร้อมกับยกกับข้าวสองอย่างพร้อมข้าวเปล่า 1 จาน มาวางให้กับคนตรงหน้าพระพาย

 

 

“ขอบคุณครับ ขอน้ำเปล่านะครับ” เสียงคุ้นเคยตอบรับขึ้นมา ทำให้พระพายชะงักแล้วเงยหน้าขึ้นมามองทันที

 

 

//พี่ภาคิน// พระพายพึมพำอย่างตกใจ แต่ภาคินก็ได้ยิน

 

 

“เจอกันอีกแล้วนะ” ภาคินทักทายด้วยน้ำเสียงปกติ พระพายถือช้อนกับส้อมค้างอยู่อย่างนั้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทักทายตนเอง

 

 

“ครับ..ครับ..” พระพายตอบรับด้วยน้ำเสียงตื่นๆรนๆ ก่อนจะรีบก้มหน้ามองจานขนมจีนของตัวเอง ภาคินไม่ได้ถามอะไรออกมาอีก เขานั่งกินข้าวของเขาไปเรื่อยๆ ส่วนพระพายก็นั่งกินขนมจีนของตนเอง พระพายรู้สึกขัดเขินเป็นอย่างมากที่ต้องมานั่งกินข้าวต่อหน้าภาคินแบบนี้

 

 

“มันเผ็ดมากเหรอ” เสียงของภาคินถามขึ้น

 

 

“ก็ไม่ได้เผ็ดมากหรอกครับ ทำไมเหรอครับ” พระพายเงยหน้าขึ้นมาถามอย่างงงๆ แต่ก็ต้องหลบสายตาของภาคินเมื่ออีกฝ่ายนั่งจ้องหน้าพระพายนิ่งๆ

 

 

“ก็นายหน้าแดงๆ ถ้ามันเผ็ดมากก็ไม่ต้องกินหรอก จะปวดท้องเปล่าๆ” ภาคินพูดขึ้น พระพายเม้มปากนิดๆ จะให้บอกได้ยังไงว่าที่หน้าแดงไม่ใช่เพราะเผ็ดแต่มันเป็นเพราะเขินตะหาก

 

 

“อ่อ...สงสัยอากาศมันร้อนด้วยน่ะครับ” พระพายตอบแล้วรีบกินขนมจีนในจานตัวเองให้หมด ถึงแม้ว่าอยากจะใช้เวลานั่งกินนานๆ แต่ก็กลัวว่าร่างกายจะระเบิดก่อนเสียมากกว่า พระพายกินไปก็แอบมองภาคินไปด้วย แต่พอภาคินเงยหน้าขึ้นมา พระพายก็รีบก้มหน้าก้มตากินต่อ จนกลายเป็นว่าภาคินกินหมดก่อนพระพายเสียอีก

 

 

“ขอบใจที่ให้นั่งด้วยนะ” ภาคินพูดขึ้น ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่แม่ค้าเพื่อจ่ายเงิน พระพายมองตามหลังของร่างสูงด้วยสายตาละห้อย แต่ก็รู้สึกโล่งใจที่อีกฝ่ายลุกออกไปเช่นกัน ภาคินเดินออกไปจากร้าน แม่ค้าก็เดินมาหาพระพาย

 

 

“พ่อหนุ่ม ไม่ต้องจ่ายค่าอาหารนะ คนที่นั่งด้วยเมื่อกี้ เค้าจ่ายให้แล้ว” แม่ค้าพูดขึ้น ทำให้พระพายชะงักกึก

 

 

“จ่ายแล้วเหรอครับ” พระพายถามขึ้นอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ แม่ค้าพยักหน้ารับ พระพายรีบดูดน้ำในแก้ว แล้วรีบวิ่งตามภาคินออกไปทันที พระพายไม่ชอบให้ใครมาออกเงินจ่ายโน่นนี่นั่นให้ โดยที่พระพายยังไม่ยินยอม เด็กหนุ่มวิ่งกระหืดกระหอบตามร่างสูงที่ก้าวเดินด้วยจังหวะปกติ และไม่ได้เดินเร็วแต่อย่างไร

“เดี๋ยวครับพี่ภาคิน” พระพายเรียกอีกฝ่ายเสียงดัง ทำให้ภาคินชะงักเท้า แล้วหันมามองตามเสียงเรียก ภาคินเลิกคิ้วนิดๆ พระพายก้มลงจับเข่าตนเองด้วยความเหนื่อย และจุกเพราะพึ่งกินมาอิ่มๆ

 

 

“พึ่งกินเสร็จใครเค้าให้วิ่งกัน” เสียงพูดติดดุนิดๆของภาคินดังขึ้น แต่พระพายไม่สนใจอะไรในตอนนี้

 

 

“นี่ครับ ค่าอาหารของผม” พระพายยืนเงินไปให้ภาคิน 40 บาท ภาคินยืนมองเงินในมือพระพายนิ่งๆแต่ไม่ได้รับมา

 

 

“พี่ออกให้ ตอบแทนที่นายให้นั่งด้วย” ภาคินตอบกลับ พระพายหน้ามุ่ย

 

 

“ไม่เอาครับ” พระพายยืนยันคำเดิม ภาคินมองหน้าพระพายอย่างสำรวจอะไรบางอย่าง

 

 

“พี่ก็ไม่เอาเงินนายเหมือนกัน” ภาคินยืนยันคำเดิม ก่อนจะเดินต่อ พระพายรีบเดินตามในทันที

 

 

“ผมจ่ายเองได้ครับ” พระพายพูดบอกออกมาเสียงจริงจัง

 

 

“ตอนที่ซื้อผลไม้ พี่ก็หาเงินมาจ่ายเองได้เหมือนกัน” ภาคินพูดขึ้นมาบ้าง โดยที่ได้หันมามองพระพาย ทำให้พระพายชะงักไปนิด

 

 

“มันไม่เหมือนกันนะครับ” พระพายเถียงกลับไป ภาคินไม่พูดอะไรอีก เมื่อถึงหน้าคอนโด ภาคินก็เดินเข้าไปด้านในทันที

“พี่ภาคิน!!” พระพายเรียกภาคินอีกครั้ง แต่ชายหนุ่มก็ไม่หยุดเดินและไม่หันมา พระพายเองก็ไม่กล้าตามเข้าไปในบริเวณของคอนโดตรงหน้า

//ทำไมเป็นคนเอาแต่ใจแบบนี้นะ// พระพายบ่นพึมพำออกมา แต่ก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะคืนเงินภาคินให้ได้

 

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++ 50% ++++++++++++++++++++++

 
 

เมื่อกลับเข้ามาในห้องพักที่คอนโด ภาคินก็เปิดคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจดูหุ้นที่เล่นเอาไว้ พ่อแม่ของเขาไม่รู้เลยว่าลูกชายตัวเองเล่นหุ้นเป็นงานอดิเรก เพื่อหาค่าขนมเล็กๆน้อยๆโดยไม่ต้องไปพึ่งพาทางบ้านมากนัก ทั้งๆที่ทางบ้านฐานะดีมาก เพราะเขาไม่ได้หวังจะไปสานต่อธุรกิจของพ่อแม่แต่อย่างไร ภาคินคิดหาหนทางเดินของตัวเองมานานแล้ว ไม่งั้นเขาคงไม่เลือกเรียนคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาทั้งๆที่พ่ออยากให้เรียนบริหารธุรกิจ ภาคินมีหัวในด้านธุรกิจดีมากคนหนึ่ง แต่เขาไม่ได้รักที่จะทำธุรกิจใหญ่โตของพ่อแม่  

ภาคินนั่งอยู่หน้าคอมแบบนั้นตลอดช่วงบ่าย จนมาถึงช่วงสี่โมงเย็น เขาจึงเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อจะไปเล่นบาสที่มหาวิทยาลัย  ภาคินเตรียมของใส่กระเป๋าแล้วลงมาที่รถก่อนจะขับออกจากคอนโด ชายหนุ่มมองเซเว่นใกล้ๆคอนโดด้วยสายตาเรียบนิ่ง แล้วก็ขับรถต่อไปยังมหาวิทยาลัย

 

 

“ไง ไอ้เสือยิ้มยาก มาเร็วเหมือนกันนะวันนี้” เสียงเพื่อนของภาคินทักขึ้น ภาคินพยักหน้ารับนิดๆ ก่อนจะวางกระเป๋าไว้ข้างสนามบาส

 

 

“กูว่าจะวอร์มร่างกายสักหน่อย” ภาคินพูดบอก ก่อนจะออกไปวอร์มร่างกายในสนาม เริ่มมีคนทยอยเข้ามาในโรงยิมกันบ้างแล้ว

 

 

“สวัสดีครับพี่ภาคิน มาเร็วจัง” เสียงของโจ รุ่นน้องปีหนึ่งในคณะทักขึ้น ภาคินจึงหันไปมอง

 

 

“พี่พึ่งมาถึงเหมือนกัน ว่าแต่นายมายังไง” ภาคินถามกลับเสียงเรียบ

 

 

“ผมขี่มอเตอร์ไซค์มาครับ” โจตอบกลับภาคินพยักหน้ารับ แล้ววอร์มร่างกายต่อ โจก็วอร์มร่างกายบ้าง

 

 

“รู้แล้วใช่มั้ย ว่าหลังรับน้อง พี่จะคัดตัวนักกีฬาบาสฯของคณะเพิ่มน่ะ” ภาคินถามขึ้น ขณะนั่งพักกันสักครู่

 

 

“รู้แล้วครับ ไอ้ฟลุคมันบอกแล้ว” โจตอบกลับ

 

 

“อืม พี่อยากให้นายมาคัดตัว แต่นายเองก็ต้องฝึกซ้อมบ่อยๆ ถ้าอยากติดตัวจริงของทีม พี่จะคัดจากฝีมือของนายจริงๆ เข้าใจใช่มั้ย” ภาคินพูดเสียงจริงจัง เพราะเขาเองค่อนข้างพอใจกับฟอร์มการเล่นของโจเมื่อวานนี้อยู่เหมือนกัน

 

 

“ครับ” โจตอบรับยิ้มๆ ไม่นานนัก คนอื่นๆก็มาเข้ามาสมทบ รุ่นพี่จึงให้แบ่งทีมกันเล่นเพื่อจะได้เป็นการฝึกซ้อมไปด้วย ภาคินเป็นคนช่างสังเกตมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เขารู้สึกเหมือนกับว่ารุ่นน้องปีสองที่ชื่อโก้ ดูท่าทางไม่ค่อยชอบโจสักเท่าไร แต่ภาคินก็ไม่คิดจะพูดอะไร เพราะแค่ดูท่าทีของโก้เฉยๆ

 

 

พลั่ก!

 

“อ๊ะ!” เสียงของโจดังขึ้น เมื่อถูกโก้กระแทกขณะจะชู้ทบาสลงห่วง ทำให้โจล้มลงไปกองที่พื้นสนาม ภาคินรีบเข้าไปดูทันที เพราะเขาไม่อยากให้มีการบาดเจ็บขณะเล่นบาสกันเล่นๆแบบนี้

 

 

 “ไม่ต้องเล่นจริงจังขนาดนั้นก็ได้โก้ นี่เราเล่นกันเพื่อออกกำลังเฉยๆ” ภาคินพูดดุโก้ขึ้นมา เพราะเขาเป็นกัปตันทีมบาสและเป็นรุ่นพี่ในนี้ด้วย

 

 

“ผมก็กระแทกเบาๆ ไอ้โจมันไม่แข็งพอมากกว่า” โก้พูดขึ้นเหมือนไม่ยอมรับผิด ทำให้ภาคินนิ่งไปนิด แต่ก็ยังไม่คิดจะว่าอะไรอีก และโจก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก ภาคินจึงให้เล่นบาสกันต่อ และตลอดที่เล่นบาสด้วยกัน โก้ก็พยายามเข้ากระแทกโจแรงๆหลายครั้ง จนภาคินทนไม่ไหวขึ้นมาเสียเอง ที่เห็นการแกล้งกันเหมือนเด็กๆแบบนี้ เขาไม่ชอบคนที่ใช้กีฬามาเป็นเครื่องมือในการหาเรื่องหรือทำร้ายคนอื่น ยิ่งโก้เป็นนักกีฬาบาสตัวจริงในทีมของคณะด้วยแล้ว ภาคินยิ่งไม่ชอบใจเข้าไปใหญ่

 

 

“โก้ ออกไปคุยกับพี่หน่อย” ภาคินพูดเสียงเข้ม ก่อนจะเดินนำโก้ออกไปนอกโรงยิม โก้ได้แต่ส่งเสียงฮึดฮัด แต่ก็เดินตามภาคินออกไป

 

 

“พี่ภาคินมีอะไรเหรอครับ” โก้ถามเสียงขุ่นๆ แต่ก็ไม่กล้าแสดงอาการอะไรมากนักต่อหน้าภาคิน เพราะภาคินขึ้นชื่อในเรื่องโหดอยู่เหมือนกัน ถึงแม้ว่าจะพูดจาดี ใจเย็น แต่กิตติศัพท์ความโหดก็ไม่เป็นรองใคร

 

 

“นายคิดว่ากีฬามีไว้เพื่อทำร้ายคนอื่นรึไง” ภาคินถามขึ้นเสียงเรียบเย็น

 

 

“ผมไม่ได้ทำร้ายใคร” โก้เถียงกลับ

 

 

“โกหกพี่ได้ แต่โกหกตัวเองไม่ได้หรอกนะโก้  กีฬาเค้าเล่นเพื่อความสามัคคี เมื่อเล่นแล้วก็ต้องมีน้ำใจเป็นนักกีฬา ไม่ใช่เอากีฬามาทำร้ายคนอื่นเพียงเพื่อความสะใจหรือความไม่ชอบหน้าใครเขา” ภาคินดุออกมาเสียงจริงจัง

 

 

“พี่จะต่อว่าผมเรื่องไอ้เด็กปีหนึ่งนั่นใช่มั้ย ผมไม่ได้ตั้งใจจะชนมันเลยด้วยซ้ำ” โก้ยังคงเถียงออกมา ภาคินจ้องหน้าโก้นิ่งๆ แล้วโก้ก็หลบสายตาเพราะมีความผิดติดตัว มีเหรอที่ภาคินจะมองไม่ออก

 

 

“อย่าให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก ถ้าอยู่ในช่วงซ้อมของคณะ พี่ลงโทษนายได้นะ อย่าลืม แล้วจะมาว่าพี่ ว่าหาเรื่องนายไม่ได้” ภาคินพูดว่าออกมา โก้ฮึดฮัดเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าภาคินเข้าข้างโจ

 

 

“งั้นตอนนี้ไม่ได้อยู่ในช่วงซ้อม ผมขอไม่กลับไปเล่นต่อล่ะกัน” โก้พูดบอกออกมาด้วยน้ำเสียงติดไม่พอใจนิดๆ เพราะคิดว่ายังไงภาคินก็จะต้องพูดขอให้เขากลับไปเล่นต่อ เพราะเขาเป็นถึงตัวจริงของทีมบาสคณะ

 

 

“แล้วแต่นาย” ภาคินพูดบอกแค่นั้น ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในโรงยิม ทิ้งโก้ยืนนิ่งอึงกัดฟันกรอด แต่ทำอะไรไม่ได้อยู่อย่างนั้น เมื่อกลับเข้าไปในโรงยิม ภาคินก็เล่นบาสกับทุกๆคนต่อ มีสาวๆเข้ามานั่งดูกันพอสมควรเพราะภาคินและรุ่นพี่คณะวิทยาศาสตร์การกีฬาหน้าตาดีๆกันเยอะ เมื่อเล่นบาสกันจนได้เวลาเลิก ทุกคนก็ทยอยกันแยกย้ายกลับ

 

 

“ภาคิน” เสียงเรียกของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น ภาคินที่กำลังนั่งเช็ดเหงื่อตนเองจึงหันไปมอง

 

 

“ว่าไงจี มาทำอะไร” ภาคินทักกลับ เมื่อเห็นว่าเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กของตนเอง ซึ่งมาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่คนละคณะ

 

 

“พอดีมาคุยเรื่องรับน้องกับเพื่อนๆที่คณะน่ะ ก็เลยนึกได้ว่า นายต้องมาเล่นบาสแน่ๆ ก็เลยแวะมาหา” หญิงสาวพูดยิ้มๆ ภาคินพยักหน้ารับ

“พาไปเลี้ยงข้าวหน่อยดิ หิวอ่ะ” หญิงสาวพูดอ้อนขึ้นมาทันที

 

 

“คุณนายแม่ของเธอไม่ส่งเงินมาให้ลูกสาวกินข้าวรึไง” ภาคินถามกลับเป็นการหยอกล้อ แต่ใบหน้าของชายหนุ่มเรียบนิ่ง ซึ่งหญิงสาวก็ชินกับใบหน้าแบบนี้ของเพื่อนสนิทแล้ว

 

 

“โห พูดแบบนี้ฟ้องคุณนายเลยดีกว่า” หญิงสาวพูดกลับมาอย่างขำๆ

 

 

“จะกินอะไร” ภาคินถามกลับ

 

 

“พิซซ่า” หญิงสาวพูดบอกออกมาทันทีพร้อมกับรอยยิ้ม

 

 

“ทำไมกินแต่ของแบบนี้ ไม่กลัวอ้วนรึไงกัน” ภาคินพูดบ่นไม่จริงจังนัก พร้อมกับหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายไหล่

 

 

“ก็ชอบนี่” หญิงสาวว่าเสียงกระเง้ากระงอด

 

 

“อืมๆ จะไปก็ไป เอารถมาใช่มั้ย ไปกันคนละคันก็แล้วกัน ขากลับจะได้แยกย้ายเลย” ภาคินพูดขึ้น หญิงสาวก็พยักหน้ารับ แล้วเดินออกจากโรงยิมด้วยกัน ทำให้หญิงสาวคนอื่นๆที่มานั่งดูภาคินต่างอิจฉาจีดาวคณะบริหารธุรกิจไม่น้อย ที่ได้เดินเคียงข้างกับภาคินแบบนี้ 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

“ชะเง้อมองหาอะไรพาย” ยะถามขึ้นเมื่อเห็นพระพายเอาแต่ชะเง้อมองออกไปนอกร้าน

 

 

“เปล่าครับ ก็มองรถไปเรื่อย” พระพายตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติ แต่จริงๆแล้ว พระพายกำลังรอภาคินที่จะต้องเข้ามาซื้อของในเซเว่นตามเวลาปกติในช่วงเย็นแบบนี้ แต่วันนี้พระพายยังไม่เห็นแม้แต่เงา

//หรือว่าจะไปเที่ยวต่อกับเพื่อนกันนะ// พระพายพูดพึมพำกับตัวเอง เพราะเขาตั้งใจไว้ว่า ถ้าภาคินเข้ามาซื้อของ เขาจะชิงจ่ายเงินให้ก่อนเพื่อคืนเงินค่าขนมจีนเมื่อตอนกลางวันแต่รอเท่าไร ภาคินก็ยังไม่มา

 

 

“พาย ได้เวลาเลิกงานแล้ว กลับไปพักได้แล้ว พรุ่งนี้มีเรียนไม่ใช่เหรอ” สาพูดขึ้น พระพายดูนาฬิกาก็เห็นว่าได้เวลาเลิกงานของตนเองจริงๆ

 

 

“ขออยู่ต่ออีกชั่วโมงได้มั้ยพี่สา” พระพายพูดบอกออกมา เพราะอยากรอภาคินอีกสักหน่อย

 

 

“ทำไมขยันจัง” สาแซวขึ้น พระพายยิ้มนิดๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร พระพายทำงานต่ออีกชั่วโมงแต่ก็ไม่เห็นวี่แววว่าภาคินจะมาซื้อของในเซเว่น

 

 

//สงสัยไปต่อกับเพื่อนแน่เลย// พระพายพูดพึมพำอย่างหมดหวัง ก่อนจะเดินเข้าไปตอกบัตรด้านหลังร้านเพื่อเตรียมตัวกลับห้องพัก

“อ่าว พี่ยะเลิกงานพร้อมผมเหรอ” พระพายทักขึ้นเมื่อเห็นยะเตรียมตัวจะกลับเช่นเดียวกัน

 

 

“อืม ก็พี่เปลี่ยนกะไง” ยะตอบกลับ พระพายทำหน้างงเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้าตอบรับคำพูดของยะ

"ไปหาอะไรกินกันก่อนกลับมั้ย” ยะพูดชวน  พระพายลังเลนิดๆ

 

 

“งั้นไปกินก๋วยเตี๋ยวตรงหน้าปากซอยเข้าหอผมได้มั้ย” พระพายพูดขึ้น เพราะตั้งใจจะไปฝากท้องที่ร้านนั้นอยู่แล้ว

 

 

“ไปสิ” ยะตอบกลับมายิ้มๆ ก่อนที่ทั้งสองจะเดินออกจากเซเว่นด้วยกัน เมื่อเดินผ่านทางเข้าคอนโดที่ภาคินอาศัยอยู่ พระพายก็อดไม่ได้ที่จะมองขึ้นไป

 

 

“เฮ้อ” พระพายถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

 

“เป็นอะไร” ยะถามอย่างสงสัย

 

 

“ป่ะ..เปล่าครับ แค่เหนื่อยนิดหน่อย” พระพายตอบกลับ ยะยิ้มนิดๆ ก่อนจะเอื้อมมือเพื่อไปขยี้หัวพระพาย แต่พระพายหลบวูบด้วยความลืมตัว ทำให้ยะยกมือค้างอยู่อย่างนั้น

“เอ่อ..ผมนึกว่าพี่ยะจะตบหัวผมอ่ะ” พระพายรีบพูดแก้ขึ้นมาเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่ดี

 

 

“จะบ้ารึไง พี่จะตบหัวเราเรื่องอะไรล่ะ” ยะพูดออกมาอย่างขำๆ เมื่อได้ยิน พระพายก็หัวเราะขำไปด้วย จะให้พระพายพูดออกมาได้ยังไง ว่าไม่อยากให้ใครมาซ้ำรอยที่ภาคินขยี้ไว้เมื่อวานนี้ ถึงแม้ว่าวันนี้พระพายจะต้องสระผมก็ตาม พระพายก็อยากจะเก็บสัมผัสของภาคินเอาไว้ให้นานที่สุด

 

 

“โอ๊ะ!” เพราะมัวแต่คิดเรื่องของภาคิน ทำให้พระพายไม่ทันสังเกตเห็นฝาท่อระบายน้ำที่เผยอขึ้นมานิดๆ ทำให้เดินสะดุด แต่ยะก็รีบคว้าเอวของพระพายเอาไว้ได้ก่อน พระพายพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะคิดว่าตนเองจะหน้าคว่ำไปเสียแล้ว

 

 

“ระวังหน่อยสิ” ยะพูดบอกออกมา

 

 

“ขอบคุณครับพี่ยะ” พระพายตอบกลับไป ก่อนจะขยับตั้งหลัก แล้วเดินไปกันต่อ โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีรถคันหนึ่งขับชะลอมองคนทั้งสองก่อนจะเลี้ยวเข้าไปในคอนโดที่พัก

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

เช้า

 

วันนี้พระพายตื่นแต่เช้าเพื่อจะไปดักรอภาคินที่คณะ แต่รอเท่าไร ก็ไม่เห็นร่างสูงจะเดินผ่านมา พระพายจึงต้องรีบไปเข้าเรียนที่คณะตนเองก่อน พอช่วงพักเที่ยงเพื่อนๆชวนกันไปกินข้าวที่โรงอาหารของคณะ

 

 

“สนๆ เราไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ เดี๋ยวไปเจอกันที่โรงอาหารเลย” พระพายพูดบอกกับสน อีกฝ่ายพยักหน้ารับ ก่อนที่พระพายจะรีบวิ่งลงจากตึกเรียน แต่เป้าหมายที่จะไป ไม่ใช่ห้องน้ำอย่างที่บอกเพื่อน พระพายวิ่งไปซื้อของบางอย่าง และตรงมายังคณะของวิทยาศาสตร์การกีฬา เด็กหนุ่มยืนหายใจหอบเหนื่อยนิดๆ พร้อมกับมองหาภาคินไปด้วย ก่อนที่พระพายจะยิ้มกว้างเมื่อเห็นภาคินเดินออกมาจากตึกเรียนพร้อมกับกลุ่มเพื่อน แต่พระพายไม่กล้าเข้าไปหาตอนนี้ เพราะภาคินอยู่กับเพื่อนๆ พระพายแอบเดินตามไปเรื่อยๆ เพื่อรอเวลาให้ภาคินปลีกตัวอยู่คนเดียว ซึ่งโชคก็เข้าข้าง เมื่อภาคินเดินแยกไปห้องน้ำคนเดียว พระพายรีบตามไปทันที

“อ่ะ..อ่าว ไปไหนแล้วล่ะ” พระพายพูดกับตนเอง เพียงแค่ภาคินเลี้ยวตรงมุมตึก เขาก็มาไม่ทันภาคินแล้ว เด็กหนุ่มยืนหมุนไปหมุนมาอย่างงงๆ

 

 

“เป็นพวกโรคจิตรึไง หืม” เสียงพูดคุ้นหูดังขึ้น ทำให้พระพายสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ

 

 

 

 

++++++++++++++++++++ 100% +++++++++++++++++++++

 

 

 

2   Be   Con

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

อัพครบร้อยแล้วคร่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

64 ความคิดเห็น

  1. #3128 palita28844 (@palita28844) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:49
    แหม่ต่างคนต่างแอบชอบน่าร๊ากกกก
    #3128
    0
  2. #1099 อนุบาลตัวแม่ (@ice-cream-kati) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 18:14
    หมั่นไส้พี่ภาคินเล็กๆ รู้ตลอดว่าน้องแอบตามแต่ตัวเองก็พยายามไปอ้อยน้องเหลือเกิน นี่เรียกให้ความหวังใช่ไหม?
    #1099
    0
  3. #873 FILPS (@filps123) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2558 / 00:40
    อั๊ยย่ะ! ถึงจะโรคจิต (?) แต่น้องก็น่ารักนะเออ~
    #873
    0
  4. #676 MaMa_Meaw (@nattiya-hoysang) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2558 / 22:40
    พระพายแอบจิต 5555555
    #676
    0
  5. #575 °7o๓ัว๑ื้o° (@fonkisslove) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 17:32
    ชอบพระพายอ่าา. ตั้ลร้ากกก ภาคินกะดูอ่อนโยนจัง แล้วบทโหดภาคินจะน่ากลัวมั้ยน้อ?
    #575
    0
  6. #558 Zevaress (@anontaporn) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 / 14:45
    โอ้ยย น่ารักเว่อร์
    #558
    0
  7. #496 ssssssssssssssssssssssssssssss (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 00:18
    ง่ออออออออออออ ได้โปรดต่อเถอะ พลีสสสสสสสสสสสสส
    #496
    0
  8. #495 mon9228 (@mon9228) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 17:56
    เอ๊ะ ทำไมเหมือนภาคินคอยมองพระพายตลอด ยังไงๆ
    #495
    0
  9. #494 pop s. (@sshhf) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 15:06
    มาต่อเร็ววววว ชอบคู่นี้จัง :)
    #494
    0
  10. #493 panaree-naka (@panaree-naka) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 11:38
    เข้ามาอ่านน้อง พระพาย รอบที่สองงงงงงงงงงงง ระหว่างรอ up ชอบอ่ะ  
    #493
    0
  11. #492 ยิ้งฉุบ (@nongwanjang) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 10:50
    ว้ากกกกก น่ารักกกกก งืออออออ ต่อไวๆนะคะ TT^TT ปลื้มปริ่ม
    #492
    0
  12. #489 Riodreamlove (@riodreamlove) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 02:33
    อร้ายยยยยยยยยยยยยยยย พี่ภาคินรู้ตัวแร้ววววววววว
    #489
    0
  13. #487 Gd. MoNo (@geadonzen) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 22:49
    พระพายยยยย-////- เขินแทนน
    #487
    0
  14. #486 นักอ่านลึกลับ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 21:49
    งื้อออออ น่ารัก ทำไมชอบจังเรื่องนี้

    ปล. อ่านนิยายยอนิมมาทุกเรื่องแต่พึงมาเม้นเรื่องแรกเลย น่ารักมาก มันแบบอารมละมุน อ่านไปยิ้มไป ปากจะฉีกแล้วคร้าาาาา อารมแบบเขิลอะ ทำไมไม่รู้ งืออออออิ
    #486
    0
  15. #485 sanomsin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 21:07
    แหมๆๆๆๆ สนใจน้องก็บอกมาเถอะพี่ภาคิน
    #485
    0
  16. #484 s-cute (@s-cute) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 20:58
    พระพายโดนจับได้แล้ววว ภาคินจะทำไงกับพระพายนะ
    #484
    0
  17. #483 Little Stream (@haruka15) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 20:36
    โอ๊ะโอ พี่ภาคินจับได้แล้ววว
    #483
    0
  18. #482 snow_box (@snowboxs) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 20:07
    น่ารักเนอะ
    #482
    0
  19. #481 shshshx (@shxtaop) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 16:07
    ภาคินดูเป็นคนลึกลับไงไม่รู้ พะพายยยยยยยย โดนจีบแล้วนะพี่ภาคินน
    #481
    0
  20. #480 Mameaw Krn (@mmkrnrtnl08) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 15:40
    โอ้ยยยย งืออออออน่าร้ากกกกกกกกก
    #480
    0
  21. #479 JaneBK (@rattanawadee123) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 15:31
    ค้างค่ะค้าง555555 ยอนิมใจร้าย~
    #479
    0
  22. #478 Notty Kero (@sung-yong-nelu) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 15:09
    อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #478
    0
  23. #477 KAOWMAI (@kaowmai) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 12:16
    ชอบคู่นี้สุดๆ
    #477
    0
  24. #476 ลอร์ดโวลเดอมอร์ (@edwerd) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 11:40
    วรั้ยๆๆๆ พายเป็นโรคจิตเหรอ อิอิ
    #476
    0
  25. #475 OPPOCUS (@oppocus) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 11:15
    ทำไมคู่นี้มันน่ารักแบบนี้  >\\<
    #475
    0