คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Kiss Love : รักวุ่นวายนายสุดหล่อ [Yaoi ♥ [] ♥ Boy's Love] จบ

ตอนที่ 28 : Kiss Love 17 : ประกาศผลรางวัล [กาย...♥]


     อัพเดท 1 ส.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/นิยายวาย
Tags: Yaoi, Boy's Love, Y, Boy Love, ชายรักชาย, วาย, Memew, Romance, NC18+, Thai Yaoi, Boy love boy, Drama, Erotic, X, Sexy, น่ารัก, สดใส, ขี้หึง, โหด, หื่น, รักต้องห้าม
ผู้แต่ง : ♥Memew ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ♥Memew
My.iD: https://my.dek-d.com/m-e-mew
< Review/Vote > Rating : 97% [ 546 mem(s) ]
This month views : 12,745 Overall : 2,873,746
63,613 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 31888 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Kiss Love : รักวุ่นวายนายสุดหล่อ [Yaoi ♥ [] ♥ Boy's Love] จบ ตอนที่ 28 : Kiss Love 17 : ประกาศผลรางวัล [กาย...♥] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 74920 , โพส : 703 , Rating : 66% / 237 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


**ย้ายมาจากตอนที่ 27**

17

ประกาศผลรางวัล
[กาย...]



 

 

 

ผมวิ่งตามไอ้เต้ยออกไปนอกร้าน เป็นห่วงมันครับ เห็นตามันแดง ๆ พอกระชากแขนมันกลับมาได้ ก็เห็นน้ำตามันไหลพรากเลย

 

“เต้ย!!

 

“กาย กูไม่รู้จริง ๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ถึงพี่กูจะเหี้ย จะเลว จะปากหมาใส่กูขนาดไหน แต่กูยังรู้สึกว่าเป็นน้องของมันอยู่ แต่มาตอนนี้ มันทำเหมือนกูเป็นคนอื่น”

 

ผมรีบดึงมันเข้ามากอด ไม่อายครับ ใครจะมองยังไงก็ช่าง ความรู้สึกของเพื่อนต้องมาก่อน มันสะอื้นใหญ่ ยิ่งเป็นพวกอ่อนไหวง่าย ๆ อยู่ด้วย

 

“แต่กูไม่ยอมแพ้หรอก”

มันรีบผลักตัวเองออกไปปาดน้ำตา

 

“กูต้องรู้ให้ได้ ว่ามันเมินกูเพราะอะไร มันโกรธกูเรื่องอะไร กูไม่รู้ว่ากูทำอะไรผิด แต่กูจะต้องรู้ให้ได้ ถ้ามันไม่บอก กูก็จะค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง”

 

“เฮ้ย มึงใจเย็นก่อนดิ พี่เขาไม่ได้โกรธมึงหรอก แต่แค่ต้องการความเป็นส่วนตัวแค่นั้นเอง”

ผมรีบแก้ต่างให้

 

“มึงไม่ต้องพูดเลย มึงไม่ได้มาเป็นกู มึงไม่รู้หรอก ถ้าแค่ต้องการความเป็นส่วนตัว มันจะไม่ทำแบบนี้ นี่มันจงใจหนีหน้ากู ถ้ามันไม่บอกกูตรง ๆ กูก็จะค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง” มันบอกอย่างมุ่งมั่น


            ผมยืนหนักใจกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น พี่เป้ที่พยายามหนี กับไอ้เต้ยที่พยายามจะวิ่งตาม ผมไม่รู้ว่าใครจะเป็นฝ่ายที่เหนื่อยและยอมแพ้ไปก่อน

 

แต่ที่แน่ ๆ พวกเขาจะเหนื่อย และเจ็บด้วยกันทั้งคู่

 

ผมพูดอะไรมากไม่ได้ เพราะถ้าขืนผมพูดอะไรมากไปกว่านี้ มันต้องรู้เรื่องที่ผมรู้แน่ ๆ 

 

 

 

 

 

 
 

 

ผมกลับเข้าบ้านหลังจากไปส่งไอ้เต้ยกลับบ้านมันแล้ว บ้านเงียบเอามาก ๆ ผมเดินขึ้นห้อง ทิ้งตัวนอนหงายบนเตียงกว้าง แล้วดวงหน้าของใครบางคนก็ลอยเด่นขึ้นมากลางเพดานขาว ใบหน้าหล่อ ๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ รวมถึงน้ำเสียงนุ่ม ๆ นั้นด้วย

 

พี่เป้รักไอ้เต้ย และไอ้เต้ยก็รักพี่เป้ 

 

แล้วผมล่ะ รู้สึกยังไงกับพี่เอก

 

แล้วพี่เอกล่ะ คิดยังไงกับผม

 

ผมไม่รู้ความรู้สึกตัวเอง และผมก็ไม่รู้ความรู้สึกของพี่เอกด้วย

 

ถามว่ารักไหม ตอบได้เลย

 

...ผมไม่รู้

 

ผมไม่รู้ว่าความรู้สึกของคำว่ารักนั้นเป็นแบบไหน มันจะเหมือนหรือแตกต่างกับความรักที่ผมมีให้กับพ่อแม่ หรือเพื่อนอย่างไอ้เต้ยหรือเปล่า

 

...ผมไม่รู้

 

แต่ผมรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้ง เวลาที่ได้อยู่ใกล้ ๆ พี่เอก

 

รู้สึกอบอุ่น แม้เพียงแค่ได้ยินเสียงทุ้มนุ่ม ๆ แบบนั้น

 

และรู้สึกวาบหวิวไปกับทุกสัมผัสจากเขา แม้เพียงแค่สายตาก็เถอะ

 

 





 

 

 

 

 

 

วันพรุ่งนี้มีงานนิทรรศการของมหาลัยครับ เห็นพวกพี่เอกวิ่งวุ่นกันใหญ่ ส่วนผมก็ตื่นเต้นลุ้นภาพที่ผมส่งเข้าประกวดทั้งสามภาพ ติดสักภาพก็ยังดี ไม่หวังสักรางวัลหรอก ขอแค่ผ่านเข้ารอบคัดเลือก 20 ภาพก็พอ

 

เพราะทั้งยี่สิบภาพนี้จะถูกจัดโชว์ไว้ในแกลลอรี่ของมหาลัยเหมือนกัน

 

ไอ้เต้ยมันอดทนจริง ๆ มันไปหาพี่เป้ที่ร้านทุกเย็น ถึงพี่เป้จะทำตัวเย็นชาใส่มันขนาดไหนก็เถอะ ผมเองก็พลอยลุ้นไปด้วย ลุ้นให้มันยอมแพ้ไปเอง หรือไม่ก็ลุ้นให้พี่เป้เอาชนะใจตัวเองให้ได้เร็ว ๆ ก็พอ

 

 

“ไอ้กาย มึงจะนั่งขัดอีกนานไหม กล้องมึงน่ะ ขัดจนเลขมันจะขึ้นอยู่แล้ว”

 

“อย่ายุ่งน่า กูกำลังอาบน้ำให้ลูกชายกูอยู่”
 

มันส่ายหน้าเอือม ๆ ไปมา

 

“กูว่าสักวันกูต้องพามึงเข้าโรงบาลศรีธัญญาแน่ ๆ”
 

ผมไม่สนคำพูดมัน ยังตั้งหน้าตั้งตาขัดลูกชายหัวแก้วหัวแหวนต่อไป

 

“เฮ้ย กายไปกับกูหน่อย”
 

ผมที่กำลังนั่งหรี่ตามองหาเศษฝุ่นอยู่ปลิวหวือไปตามแรงลากของมัน

 

“เฮ้ย!! จะไปไหน”

 

มันไม่ตอบครับ แต่พาผมมายืนแอบอยู่ข้างต้นไม้แถวตึกวิศวะ ปลายสายตาของเราคือพี่เป้ครับ กำลังยืนคุยอยู่กับสาว ๆ ไอ้เต้ยมันยื่นหน้าออกไปดู

 

“มันเดินหนีกูแม้แต่ในมหาลัย” มันพูดเบา ๆ ให้ผมได้ยิน
 

อ๋อ มิน่าล่ะ มันถึงได้ถ่อไปหาพี่มันถึงร้านกาแฟทุกวัน เพราะที่นั่นพี่เป้จะหนีมันไม่ได้

 

“เฮ้ย!! ไอ้เต้ย”

ผมรีบคว้ามันไว้ แต่คว้าได้แค่อากาศ มันเดินไปหาพี่มันแล้ว

 

“พี่เป้” มันเรียก

 

ผมรีบหดหัวกลับเข้าไปที่เดิม ไม่อยากให้พี่เป้รู้ว่าผมอยู่ตรงนี้

 

“มีเรื่องจะคุยด้วย”
 

เห็นพี่เป้ทำหน้านิ่ง ๆ หันหลังเตรียมจะเดินหนี แต่ถูกไอ้เต้ยฉุดเอาไว้ก่อน

 

โห พี่เป้ พระเอกมิวสิคมากมาย หน้าปูนซีเมนต์ได้ใจ

 

“พี่ต้องรีบไปทำงานที่สภาต่อ แค่นี้นะ”

พูดจบก็เดินหนีไปเลย ไอ้เต้ยยืนกำหมัดแน่น ท่าทางแบบนั้น มันคงพยายามกลั้นน้ำตาแน่ ๆ ผมรีบเดินเข้าไปปลอบมัน

 

“ไม่เป็นไรนะเต้ย”

 

มันรีบปาดน้ำตาที่กำลังหล่นแหมะทิ้ง

 

“กูไม่เป็นไร แค่นี้กูไม่ยอมแพ้หรอก กูว่าพี่เป้ต้องมีปัญหาแน่ ๆ กูไม่รู้ว่ามันปิดบังอะไรไว้ แต่กูจะช่วยพี่มัน”

 

กูว่ามึงอย่ารู้เลย

 

“เต้ย เรื่องบางเรื่อง ก็ไม่สมควรจะรู้นะ”

 

มันหันขวับมามอง หรี่ตาจ้องหน้าผมใหญ่ ผมเหงื่อแตกพลั่ก

 

ผมเคยบอกรึยัง ว่าไอ้นี่มันหัวไว

 

“มึงรู้อะไร” นั่นไงล่ะ

 

“ก็แค่เดาเอาว่า พี่เป้คงไม่อยากเล่าให้มึงฟัง เอิ่มบางทีอาจเป็นเรื่องที่มีผลกระทบกับมึงโดยตรง หรือไม่ เรื่องนั้นอาจทำให้คนเป็นน้องอย่างมึงไม่สบายใจก็ได้” ผมอ้อมแอ้มพูดเหมือนคาดเดา

            หวังว่าตัวเองจะไม่หลุดอะไรออกไปนะ

 

“อันนั้นกูรู้”

 

อ้าว..

 

กูโง่ใช่ไหม ที่ไม่รู้ว่ามึงรู้

 

“กูรู้ว่ามันต้องมีบางเรื่องที่มันพยายามปิดบังกูอยู่ กูแค่อยากรู้ว่าเรื่องอะไร แค่นั้นแหละ”

 

ผมถอนหายใจออกมาเบา ๆ 

 

ผมพูดได้แค่นี้ครับ ขืนพูดมากกว่านี้ คงเป็นผมเองที่ทำความลับพี่เป้แตก

 


 

สรุป ผมต้องเลยตามเลย ตามน้ำไปกับมันก่อน แล้วค่อยหาทางฉุด ๆ ให้มันออกห่างพี่เป้อีกที มันขอตัวไปเข้าห้องน้ำในขณะที่ผมยืนรออยู่ตรงจุดเดิม คิดทบทวนหาหนทางในการช่วยพี่เป้อีกที

 

“มาทำอะไรอยู่ตรงนี้”  
 

ผมสะดุ้งเฮือก หันไปมองคนที่มายืนขนาบอยู่ด้านหลัง

 

นี่ผมเป็นพวกความรู้สึกช้า หรือพี่เอกเป็นพวกย่องเบากันแน่นะ มาทีไรไม่เคยรู้ตัวเลย พี่ท่านยืนกอดอกทำหน้านิ่ง ๆ ตามสไตล์

 

“มาทำอะไรอยู่ตรงนี้”

พี่มันถามอีกทีเมื่อคำตอบยังไปไม่ทันใจ

 

อย่าใจร้อนสิพี่ ผมกำลังวิเคราะห์ความเฉื่อยของผมอยู่

 

“รอเต้ยมันน่ะ มันไปเข้าห้องน้ำ”

เมื่อกี้มันร้องไห้ไปเยอะ กลัวเดินผ่านคณะศิลปกรรมแล้วไม่หล่อ ตกลงมันห่วงพี่มันหรือห่วงหล่อมากกว่ากันวะ

 

พี่เอกพยักหน้า หันไปตามเสียงเรียกของพี่อิงที่ตะโกนเรียกอยู่ไม่ห่าง พี่อิงโบกมือให้ผมที แล้วหันกลับไปสั่งงานกับเด็กปีสามต่อ

 

“วันนี้เลิกเรียนกี่โมง”

พี่เอกถามกลับ ผมละสายตาจากพี่อิงมามอง 

 

“ตอนบ่ายมีเรียนสองวิชา สี่โมงก็กลับแล้ว”

 

พี่มันทำท่าคิด เสียงพี่อิงแหกปากเรียกดังกว่าเดิม พี่เอกทำท่าจะพูดอะไรสักอย่าง ก่อนหุบปากแล้วเดินจากไป

 

ผมมองตามงง ๆ สักพักไอ้เต้ยก็มา

 

“ป่ะ ไปกันเถอะ”

มันชวน มันคงไม่ทันเห็นพวกพี่ ๆ เขา

 

ผมเดินไปกับมัน แต่แอบหันไปมองคนที่ทำหน้าซีเรียสในกลุ่มเพื่อนอีกนิดหน่อย

 

เมื่อกี้พี่มันจะพูดอะไร

 

 

 

 

 

 

 

วันนี้คงเป็นวันที่โกลาหลที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา แต่ก็ตื่นตาตื่นใจดี ผู้คนเดินกันยั้วเยี้ย มีซุ้มต่าง ๆ พร้อมกับการแสดงเป็นจุด ๆ เสียงประกาศ เสียงเพลง เสียงผู้คนเซ็งแซ่ ดังระงมไปหมด

 

แต่ผมไม่สนใจครับ จุดเดียวที่ผมต้องการไปคือโซนแกลลอรี่ประกวดภาพถ่ายเท่านั้น 

 

พอมาถึง ผมรีบลากไอ้เต้ยตรงไปยังโซนของภาพที่ผ่านการประกวดทันที พวกเขาเผยโฉมภาพที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว ภาพที่ผ่านมีทั้งหมด 20 ภาพ แต่เห็นจริง ๆ มีแค่ 17 ภาพ เพราะอีกสามภาพเป็นภาพที่ได้รับรางวัลชนะเลิศที่หนึ่งถึงที่สาม ซึ่งตอนนี้มันตั้งอยู่บนเวที และถูกคลุมไว้ด้วยผ้าขาวพร้อมหมายเลยบอกรางวัลบนหัว        
 

เวทีเป็นเวทีที่สร้างจากโต๊ะคลุมด้วยไม้กระดานอีกที สูงประมาณเอว ด้านหลังเขียนบอกรายละเอียดเกี่ยวกับงานอีกนิดหน่อย ซึ่งตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาประกาศผล

 

ผู้คนทั้งในและนอกมหาลัย ต่างพากันแวะเวียนเข้ามาชื่นชมผลงานที่ผ่านการคัดเลือกไม่หยุด ผมกวาดมองทุกภาพที่อยู่ภายใน

 

...แต่ปิ๋วครับ

 

ไม่มีภาพของผมสักใบ 

 

“กูชวดว่ะเต้ย”

ผมบอกมันเสียงเหี่ยว ไอ้เต้ยตบไหล่เบา ๆ

 

“ไม่แน่นะกาย

มันชี้ไปยังภาพถ่ายที่แปะรางวัลที่หนึ่งไว้

 

“นั่นอาจเป็นภาพของมึงก็ได้”

มันพูดแล้วทำท่าเกาคางคิด

 

“แล้วกูขอเดานะ

มันนิ่งไปหลายอึดใจ

 

“กูว่าภาพที่ได้รางวัลน่าจะเป็น

 

ผมนิ่งฟังมันว่าไป

 

“กบกินแมลงของมึงแหงม ๆ ว่ะฮ่า ๆ ๆ”

 

อยากตืบมันสักที =*=

 

“ภาพนั้นถ่ายยากนะเว้ยเฮ้ย กว่าจะถ่ายได้”

 

“เอ้อ กูเข้าใจ คุกเข่ารอร่วมชั่วโมง มึงนี่เป็นพวกความอดทนเป็นเลิศจริง ๆ ว่ะ กูเห็นตั้งแต่มึงไปนั่งจ้องเด็กดอยกินขนมแล้ว สุด ๆ ไปเลย นี่ถ้ากูไม่ใช่เพื่อนสนิทที่เห็นว่ามึงรักการถ่ายภาพนะ กูจะคิดว่ามึงเป็นพวกเด็กเอ๋อแน่ ๆ”

 

มันว่าพาเอาผมรู้สึกอายตัวเองขึ้นมาทันที เคยโดนแม่ด่าอยู่เหมือนกัน เวลาที่ผมชอบจ้องอะไรนาน ๆ เพื่อหาช็อตถูกใจ บางทีนั่งจ้องยืนจ้องได้เป็นชั่วโมง ๆ

 

ผมพ่นลมหายใจทิ้ง ยกกล้องขึ้นมาถ่ายสามภาพที่ถูกคลุมไว้ด้วยผ้าขาวติดหมายเลขอีกที ที่นี่อนุญาตให้ถ่ายรูปได้ครับ แต่ห้ามเอาไปลอกเลียนแบบเท่านั้นเอง ผมยืนถ่ายหลาย ๆ มุม ถึงไม่มีภาพผมอยู่เลยสักใบ ผมก็พอใจแล้วล่ะครับ อย่างน้อยก็ได้ส่งเข้าประกวดละนะ

 

ผมเล็งกล้องถ่ายภาพไปเรื่อย ๆ จนแพนไปเจอไอ้เต้ย

            แม้ฉากหลังของมัน จะเต็มไปด้วยผู้คนที่มีใบหน้าประดับรอยยิ้ม บ้างคลุกเคล้าเสียงหัวเราะ 
แต่ใบหน้าของมันกลับเคลือบไปด้วยความเศร้า

 

ผมแพนกล้องไปยังปลายสายตามัน สิ่งที่เห็นคือพี่เป้ที่ถูกห้อมล้อมด้วยเพื่อน ๆ รวมถึงสาว ๆ ก่อนแพนกล้องกลับมาที่มันต่อ

 

ผมลั่นชัตเตอร์ทันทีที่เห็นดวงตามันคลอไปด้วยหยาดน้ำ

 

ก่อนกดอีกครั้ง เมื่อหยาดน้ำเหล่านั้นรวมตัวกันกลายเป็นหยดน้ำเกาะค้างไว้ที่กลางดวงตาล่าง

 

และกดอีกครั้ง เมื่อน้ำตาหยดนั้นกลิ้งตกลงมาที่แก้ม

 

และอีกหลาย ๆ ครั้ง ตอนที่น้ำตาเหล่านั้น ไหลรินลงมาเป็นสาย

 

ผมรู้ว่ามันกำลังเศร้า ผมรู้ว่าตัวเองเป็นเพื่อนสนิท และมีหน้าที่ปลอบใจเพื่อน

 

แต่ตอนนี้ ผมอยากได้งานศิลปะอันทรงคุณค่า ที่มาจากความรู้สึกที่แท้จริง จากความรู้สึกจริง ๆ ที่ไม่เสแสร้ง ของคนคนหนึ่งที่ถูกเมินอย่างไร้เหตุผล...

 

จากคนที่รัก 

 

ผมยืนถ่ายใบหน้าด้านข้างของมัน ก่อนที่มันจะหันหน้ามองตรงมาทางผม ผมยังกดถ่ายมันไม่หยุด แม้กระทั่งตอนที่มันกำลังใช้หลังมือปาดน้ำตามันออกก็ตาม

 

“มึงจะถ่ายทำเชี่ยอะไร!

มันด่าครับ มือก็ยังปาดน้ำตาป้อย ๆ

 

“กูไม่ได้ถ่ายตัวเชี่ย แต่กูถ่ายมึง”

ผมเถียงไปในขณะลั่นชัตเตอร์

 

มันชินแล้วล่ะครับ ผมถ่ายมันบ่อย มันหันไปมองพี่เป้อีกที ปากบางเม้มแน่น เหมือนคนกำลังตัดสินใจหรือมุ่งมั่นที่จะทำอะไรสักอย่างอยู่

 

พอผมถ่ายมันจนหนำใจ ก็แพนกล้องกลับไปหาพี่เป้ต่อ แล้วลั่นชัตเตอร์อีกที แต่ถ่ายไปได้แค่สองสามภาพ เลนกล้องผมก็ถูกบดบังจากสีขาว ๆ ของอะไรสักอย่าง ผมลดกล้องลงมองคนที่บังอาจมาบดบังทัศนีย์ภาพของตัวเอง

 

“พี่เอก”

เหมือนเป็นคีย์เวิร์ดไปแล้วครับ เจอพี่มันทีไร ผมต้องเรียกชื่อก่อนทุกที พี่เอกทำหน้านิ่ง ๆ

 

“จะถ่ายพี่ก็ขอกันดี ๆ หน่อยสิ ค่าตัวพี่แพงนะ”

 

ผมเบ้หน้า

 

“รอผลรางวัลอยู่เหรอ”

ปากพี่มันถาม ตาก็กวาดมองไปรอบ ๆ สงสัยกำลังหาอยู่ว่าภาพของผมคืออันไหน 

 

ผมพยักหน้า

 

“ปิ๋วแล้วล่ะ ไม่ติดสักภาพ เสียดายแต่หน้าหล่อ ๆ ของพี่นั่นแหละ คิดว่าจะได้มาโชว์ในงานนี้ซะอีก”

ผมบอกปลง ๆ

 

พี่เอกเปลี่ยนสีหน้านิดหน่อย ก่อนกลับมาราบเรียบเหมือนเดิม พี่แกมองไปรอบ ๆ อีกที ก่อนหยุดมองไปยังสามภาพที่ถูกผ้าปิดเอาไว้บนเวที  

 

“อ้าว นั่นยังไม่ได้เปิดนี่”

 

“โธ่พี่ รางวัลใหญ่ขนาดนั้น ผมไม่หวังหรอก”

 

อันนี้ผมพูดจริง ๆ เพราะปีที่แล้ว ภาพของคนที่ได้รับรางวัลและผ่านเข้ารอบยี่สิบคนสุดท้ายนั้นสวยเอามาก ๆ และปีนี้ รุ่นพี่เหล่านั้นก็ส่งเข้าประกวดกันอีก ผมไม่หวังที่หนึ่งสองหรือสามหรอก หวังแค่ว่า ภาพผมสักภาพ จะติด 1 ใน 20 บ้างก็พอ 

 

“คิดในแง่ดีไว้สิ” พี่มันปลอบ

 

ผมยิ้มกว้าง

 

“กาย.. ไงได้สักรางวัลไหม”  

พี่อ้อยครับ นำทีมพวกเพื่อน ๆ เดินเข้ามาหา ผมส่ายหัว พยักหน้าให้พวกพี่ ๆ มองไปยังภาพในแกลกันเอง

 

“โหย สวย ๆ กันทั้งนั้นเลยว่ะ”

พี่โอมครับ พ่วงท้ายด้วยสาว ๆ สองสามคน

 

ที่พวกพี่ ๆ มาแกร่วกันแถวนี้ได้ เพราะซุ้มของพวกคณะกรรมการดูแลงานอยู่ข้าง ๆ แกลผมพอดี (สงสัยเป็นเรื่องบังเอิญ)

 

“ไม่แน่นะกาย ของกายอาจเป็นหนึ่งในภาพพวกนั้นก็ได้”

พี่โอ๊คเดินมาให้กำลังใจเสียงนุ่ม ผมยิ้มรับ

 

“ผมก็หวังงั้น”

 

“ถ้าไม่ได้พี่เลี้ยงขนมปลอบใจเราร้อยหนึ่งเลยเอ้า”

พี่อิงหยิบแบงค์ร้อยมาคีบไว้

 

“พี่ให้สองร้อยเลยเอ้า”

พี่อ้อยเอาบ้าง

 

“กูให้มึงห้าร้อยเลย”

ไอ้เต้ยมันเสนอขึ้น

 

“โห มึงจะทุ่มไปไหมเต้ย”

ผมหันไปพูดกับมัน

 

“กูปลอบใจมึงไง แต่มึงต้องเลี้ยงข้าวกูอาทิตย์หนึ่งเต็ม ๆ”

 

“ไอ้เลว งั้นมึงไม่ต้องมาปลอบใจกูเลย”

ผมด่ากลับ มันหัวเราะร่วน

 

“งั้นพี่ให้ห้าร้อยด้วย ถ้าไม่ได้สักรางวัลน่ะนะ”

พี่ ปิงเห็นเงียบ ๆ ก็ยังเสนอกับเขา คราวนี้พากันเสนอยกฝูงเลยครับ งานนี้ถ้าผมไม่ได้สักรางวัล ผมก็จะได้เงินกลับบ้านร่วม ๆ ห้าพันได้มั้ง

 

...หวานแมวครับงานนี้ 

 

“อ้าว แล้วถ้าเกิดผมได้รางวัลขึ้นมาจริง ๆ ล่ะ”

 

พวกพี่ ๆ ทำท่าคิด

 

“งั้นนายก็เป็นเจ้ามือเลี้ยงพวกเรากลับละกัน”

 

ผมยิ้ม “ก็ได้ฮะ แต่ไปทำกินกันเองที่บ้านนะ งบผมไม่เยอะ”

 

“อ้าว กลัวอะไรล่ะ พ่อบุญทุ่มก็มี”

 

ผมขมวดคิ้วกับคำพี่กิ๊ฟ พี่มันยักคิ้วไปทางพี่เอก พี่แกหน้าเหวอ ทุกสายตาหันไปมองพี่แกเหมือนกัน

 

“มึง.. ถ้ากายได้รับรางวัล มึงต้องเป็นเจ้ามือนะ” 

พี่กิ๊ฟโยนขี้ไปให้พี่เอกครับ ตอนแรกพี่แกทำท่าจะปฏิเสธ แต่ก็เงียบ มองหน้าเจ้าเล่ห์ๆ ของพี่กิ๊ฟสลับกับผม

 

พี่แกถอนหายใจเบา ๆ 

 

“เออ ก็ได้ ๆ วันเกิดของมึงทั้งทีนี่”

 

เอ้อ! จริงด้วย วันนี้วันเกิดพี่กิ๊ฟนี่นา

 

พี่กิ๊ฟยิ้มรื่น

 

อ๋อ

 

ที่แท้ก็เอาผมมาอ้าง เพื่อหาเจ้ามือเลี้ยงวันเกิดตัวเองนี่เอง

 

“พี่กิ๊ฟเจ้าเล่ห์” ผมว่า พี่แกยิ้มรับ

 

“ถึงไม่ใช่วันเกิดพี่ ถ้ากายขอ รับรองเอกมันให้อยู่แล้วล่ะ” พี่มันยักคิ้วใส่เพื่อนตัวเอง ส่วนพี่เอกยืนนิ่ง ๆ ไม่ตอบโต้อะไร

 

พี่แกพูดจริงหรือพูดเล่นหว่า?

 

แล้วจะมาทุ่มทำไม ไม่เกี่ยวอะไรกันสักหน่อย

 

 

 

 

สักพักพวกพิธีกรก็ยกโขยงกันขึ้นไปบนเวที เสียงประกาศเตรียมพร้อมและเชิญชวน ดึงดูดผู้คนโดยรอบให้หันมาสนใจ

 

ผมยืนตื่นเต้นมากกว่าเดิม โดยมีพวกพี่ ๆ ยืนเป็นฉากหลังให้กำลังใจ

 

ภาพที่ได้รับรางวัลในงานนี้ จะถูกจัดโชว์ในแกลหลักของมหาลัย แถมยังได้นำไปโชว์ในแกลมีชื่ออย่าง C-Art อีกต่างหาก

 

ถ้าบังเอิญผมทำได้ ก็แจ้งเกิดครับงานนี้ แต่ถ้าไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นประสบการณ์ของชีวิต

 

ไอ้เต้ยยืนให้กำลังใจผมอยู่ข้าง ๆ มันก็ไม่ต่างกับแม่ผมหรอก พร้อมที่จะให้กำลังใจผมเสมอ ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหน ๆ ก็ตาม

 

“ปีนี้มีภาพส่งเข้าประกวดเยอะกว่าทุกปี อาจเพราะปีนี้ ทางมหาลัยเราได้รับเกียรติจากคุณชรินทร์ อิทธิเดชา มาเป็นคณะกรรมการพิเศษให้ คุณชรินทร์ เป็นนักถ่ายภาพที่มีชื่ออันดับต้น ๆ ของไทยเรา เพราะงั้นภาพไหนที่ผ่านการคัดเลือก ถือว่าได้รับเกียรติอย่างสูง”

 

ยิ่งพูดยิ่งตื่นเต้นครับ ผมปรบมือเสียงดังกว่าใคร ๆ เมื่อพิธีกรเชิญคณะกรรมการพิเศษขึ้นไปยืนบนเวที คุณชรินทร์เป็นนักถ่ายภาพที่ผมปลื้มเอามาก ๆ

 

เขาเป็นต้นแบบของผมเชียวนะ ผม มีอัลบั้มภาพถ่ายของเขาทุกอัน และตามไปดูงานของเขาบ่อย ๆ ด้วย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นตัวเป็น ๆ ชัด ๆ ขนาดนี้ เพราะปกติ เขาไม่ค่อยจะอยู่เมืองไทยเท่าไหร่นักหรอก

 

เขาสอนเสมอว่า ให้ถ่ายภาพด้วยหัวใจ เพราะงั้น ผมจึงใช้หัวใจในการถ่ายภาพ จนลืมร่างกายตัวเองเป็นประจำ

 

คุณชรินทร์เป็นช่างภาพมืออาชีพที่ถูกนิตยสารและหนังสือหลายเล่มจองตัวให้ทำงาน เพราะงานที่แกถ่ายออกมา นอกจากจะสวยแล้ว ยังดูมีชีวิตชีวาอีกด้วย

 

เขาเดินมาหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ ภาพถ่ายทั้งสาม แล้วพูดอะไรนิดหน่อย ผมยืนมองด้วยความปลาบปลื้ม ยิ่งรู้ว่าเขาเป็นหนึ่งในคนที่คัดภาพทุกภาพที่ส่งเข้าประกวดด้วยตัวเอง ยิ่งทำให้ผมแก้มบานยิ่งกว่าเดิม ถึงไม่ได้สักรางวัล อย่างน้อย ภาพของผมก็ผ่านตาเขาบ้างแล้วล่ะนะ  

 

แค่นี้ผมก็พอใจแล้วล่ะครับ

 

 

กล้องหลายตัว พากันสาดแสงใส่คุณชรินทร์พร้อมภาพภายใต้ผ้าขาวที่แกกำลังจับอยู่ ผมยกกล้องที่คล้องคออยู่ขึ้นจ่อที่ดวงตา วางมือไว้บนปุ่ม เตรียมลั่นชัตเตอร์ใส่ภาพที่กำลังจะถูกเปิดออก
 

มาถึงตอนนี้ ผมเลิกหวังไปแล้วล่ะครับ ว่าจะได้รางวัลหรือไม่ได้ เพราะผมกำลังใจจดใจจ่ออยู่กับการหาช็อตเด็ด เพื่อเก็บไว้ในคลังภาพของตัวเอง

 

ผ้าขาวเคลื่อนที่ออกจากภาพช้า ๆ จากล่างขึ้นบน ผมผ่อนลมหายใจให้เบาที่สุดเพื่อไม่ให้ภาพที่ผมกำลังจะถ่ายสั่นไหว

 

...ถ้าหยุดหายใจได้ ผมก็จะทำ...

 

สีเขียวคือสิ่งแรกที่ผมเห็น ผมลั่นชัตเตอร์ไปแล้วสองภาพ พอผ้าหลุดไปได้ครึ่งทาง ผมก็ลั่นชัตเตอร์ไปอีกสามภาพ และทันทีที่ผ้าหลุดออกจากภาพ ผมกดไปอีกหนึ่งที

 

และหยุดนิ่งเอาไว้แค่นั้น

 

เพราะตอนนี้ สิ่งที่ผมเห็นผ่านเลนก็คือ...

 

กบตัวหนึ่งกำลังตวัดลิ้นกินแมลงอยู่

 

“กะ กาย”

เสียงไอ้เต้ยครับ มันกระชากเสื้อที่ไหล่ผมแรง ผมยังถือกล้องค้างไว้ท่าเดิม ก่อนจะกดแชะตอนมือคุณชรินทร์เคาะลงบนหัวภาพเบา ๆ

 

“ผมชอบภาพนี้นะ จริง ๆ ภาพแบบนี้ถ้าถ่ายด้วยกล้องอัตโนมัติจะง่าย แต่ได้ข่าวว่า คนถ่ายนั่งคุกเข่ารอเวลาให้กบกินแมลงเป็นชั่วโมงเชียว คนที่ใส่ใจถ่ายภาพแบบนี้ ถ้าใจไม่รักจริงคงทำไม่ได้ ผมเคยลองทำมาแล้วครั้งหนึ่ง ขาชาไปเป็นอาทิตย์ เลยไม่คิดจะทำอีก”

คุณชรินทร์พูดติดตลก

 

ผมยังช็อคอยู่ครับ กล้องยังค้างไว้ที่ตาจนพี่เอกต้องกดมันลงให้

 

“กบกินแมลงของนายได้รางวัลที่สามแน่ะ”

พี่แกบอกยิ้ม ๆ

 

ปากผมมันอ้าค้างไว้หน่อย ๆ จนพี่แกต้องมาจับปิดให้

 

“ดีใจด้วยนะกายแต่มึงอ่ะ ต้องเลี้ยงพวกกู”

พี่มอหันมาแสดงความยินดีกับผม ก่อนหันไปทวงสัญญากับพี่เอก

 

พิธีกรบนเวทีกล่าวเชิญเจ้าของภาพขึ้นไปบนเวที ผมทำท่ายึกยัก คือ..ไม่อยากเด่นอ่ะครับ ไอ้เต้ยกับพี่มอช่วยกันรุนหลังผมเบา ๆ ให้เดินขึ้นเวที ผมจับกล้องที่คล้องคอไว้ เดินก้มหน้าขึ้นไปบนเวที

 

“ยินดีด้วยนะ”

คุณชรินทร์ทักก่อน ผมงี้มือสั่นเลยตอนเขายื่นมือมาจับ คุณชรินทร์ส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ ทำเอาผมต้องยิ้มเขิน ๆ ตอบรับ

 

“มือเย็นเชียว”

 

ผมยิ้มรับอีกที
 

“ฮะ ตื่นเต้นที่ได้เจอคุณมากกว่าภาพถ่ายได้รับรางวัลซะอีก”
 

คุณชรินทร์นิ่งไปพัก แล้วคลี่ยิ้ม

 

“ดีใจจังที่มีคนปลื้ม”

 

ผมยิ้มให้อีกที

 

 

พิธีกรสอบถามเกี่ยวกับแรงบันดาลใจ และวิธีการถ่ายภาพของผมบนเวทีอีกนิดหน่อย ผมก็อ้อมแอ้มตอบไป

 

อายครับ คนเต็มหน้าเวทีมองมาที่ผมเป็นตาเดียว ไม่อยากเด่นด้วย สอบถามกันอยู่สักครู่ ผมก็รีบก้าวฉึบ ๆ ลงจากเวที ใจจริงอยากยืนอยู่กับคุณชรินทร์นานกว่านี้

 

แต่เอาแค่นี้ก็พอครับ

 

ปลื้มไปทั้งชีวิตแล้ว T^T
 

 

“ต่อไปเป็นรางวัลที่สองนะคะ”

พิธีกร หลักประกาศตามหลัง ผมกลับมายืนที่เดิม พวกพี่ ๆ พากันขยี้หัวผมกันยกใหญ่ ผมหันกลับไปมองเวที ยกกล้องขึ้นจ่อไว้ที่ดวงตา เตรียมถ่ายภาพรางวัลที่สองต่อ

 

ผ้าขาวเคลื่อนที่ขึ้นสูง เสี้ยวแรกที่เห็นคือความมืด ผมกดถ่ายไปสองสามช็อต ก่อนผ้าขาวจะเคลื่อนที่ไปถึงครึ่งภาพ

 

ผมกดไปอีกแชะแล้วค้างกล้องไว้แค่นั้นครับ

 

แค่ครึ่งเดียว ผมก็จำได้แล้ว ว่าภาพนั้นเป็นของใคร

 

จะเป็นของใครไปได้ ถ้าไม่ใช่

 

ของกูเอง = =

 
 

พอผ้าขาวถูกเปิดออกจนหมด สิ่งที่เห็นก็คือ

 

เด็กหญิงในชุดแม้วคนหนึ่ง กำลังนั่งยอง ๆ อยู่บนพื้นดิน หน้าตามอมแมม แก้มซ้ายเปื้อนคราบน้ำมูกไปแถบ ผมสั้นเต่อหน้าม้า เสื้อผ้าลุ่ย ๆ มือถือขนมกำลังเคี้ยวตุ้ย ๆ ไม่สนใจเล่นกับเพื่อน ๆ

 

ภาพเด็กซกมก

 

 

คือ

 

ภาพแรกได้รางวัลก็ว่าอึ้งแล้ว นี่ภาพผมได้ตั้งสองรางวัลเชียว

 

“และเจ้าของรางวัลที่สองนี้ ก็เป็นเจ้าของเดียวกับเจ้าของรางวัลที่สามค่ะ”
 

ผู้คนในงานพากันฮือฮา มองมาทางผมเป็นตาเดียว

 

ไม่ต้องมองกันก็ได้

 

กูอาย

 

พวกพี่เอกพากันโห่ฮิ้วเฮดังลั่น แสดงความดีใจเวอร์ ๆ เหมือนตัวเองเป็นเจ้าของภาพนั้นซะเอง ผมก้มหน้าด้วยความอับอาย พี่เอกแตะไหล่ผมเบา ๆ พอ ๆ กับไอ้เต้ยที่ตบหลังตบไหล่ผมยกใหญ่ รุนหลังให้ขึ้นเวทีอีกรอบ

 

“ไปเหอะมึง” มันพูดยิ้ม ๆ

             ผมจำต้องเดินขึ้นเวทีอีกรอบด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ยิ่งกว่าเดิม ดีกรีความอายมากกว่าเดิมอีกหลายร้อยเท่า คุณชรินทร์ยิ้มอบอุ่นให้เหมือนเคย งานนี้ไม่ต้องจับมือ ไม่ต้องพูดจาทักทายแนะนำตัวกันแล้ว 

 

“รู้ไหม ผมชอบภาพนี้เพราะอะไร”

 

ผมส่ายหน้าปฏิเสธ

 

“เพราะคุณเลือกมองในมุมที่คนอื่นไม่มองยังไงล่ะ”

 

ผมกระพริบตาปริบ ๆ ตามแบบฉบับของตัวเอง หรือที่ไอ้เต้ยมันเคยบอกไว้ว่า ..กระพริบตากวนส้นนั่นแหละ

 

“เป็นภาพที่ให้ความรู้สึกเหมือนโอบล้อมไปด้วยตัวตนที่แท้จริงของบุคคลน่ะ”

คุณชรินทร์ว่าต่อ ผมอมยิ้ม

 

พิธีกรถามคำถามเดิมครับ ผมก็ตอบไปตามจริง พวกที่อยู่ข้างล่างพากันปรบมือกันยกใหญ่ ผมยิ้มเขิน กำลังจะก้าวลงจากเวที แต่คุณชรินทร์รั้งไว้ก่อน

 

“ไม่ต้องลงหรอก อยู่ด้วยกันนี่แหละ”

 

ผมทำหน้างง ๆ แต่คุณชรินทร์ชวนซะอย่าง ไม่ขัดศรัทธาอยู่แล้ว ผมยืนตกประหม่าอยู่ข้าง ๆ พอมองลงไปบนเวที เห็นพวกพี่ ๆ เป่าปาก ยกไม้ยกมือทักทายกันใหญ่

 

ส่วนพี่เอกแค่ยืนกอดอก ส่งยิ้มบางเบามาให้เท่านั้น

 

ในระหว่างที่พิธีกรกำลังพูดเพื่อเตรียมประกาศรางวัลที่หนึ่ง ผมก็ยกกล้องขึ้นมาถ่ายคนดู ซึ่งเป้าหมายแรกก็คือเขาคนนั้น ผมกดถ่ายไปภาพหนึ่ง

            พี่เอกมองตาผมผ่านเลนกล้อง คลี่ปากส่งยิ้มบาง ๆ มาให้ ผมยิ้มรับ แล้วกดถ่ายไปอีกแชะ 
 

 

“รางวัลที่หนึ่ง

 

ผมแพนกล้องกลับไปที่ภาพต่อ แต่เนื่องด้วยตัวเองอยู่บนเวที จึงต้องเลื่อนไปด้านหน้าเวทีนิด ๆ แล้วเอียงตัวเพื่อถ่ายภาพ

 

คุณชรินทร์เคลื่อนผ้าขาวขึ้นจากภาพเพียงเสี้ยวเดียวแล้วหยุดเอาไว้แค่นั้น สิ่งแรกที่ผมเห็นคือแสงสีส้ม ๆ ผมกดถ่ายไปแชะหนึ่งแล้วลดกล้องลง ผมเงยหน้ามองรอยยิ้มบาง ๆ จากคุณชรินทร์

 

เขากำลังจะดึงผ้าขึ้น ผมรีบเดินไปจับมือคุณชรินทร์เอาไว้ทันที

 

คือทำใจไม่ทันครับ

 

เห็นแค่เสี้ยวเดียว ผมก็จำได้แล้ว ว่าภาพนี้เป็นภาพอะไร และเป็นภาพของใคร

 

เพราะมันเป็นภาพเดียวที่ผมนั่งมองมันทุกวัน วันและหลาย ๆ ชั่วโมง จดจำได้ทุกรายละเอียดของเส้นแสง ทุกเฉดสี ทุกรายละเอียดของอารมณ์ แม้แต่จุดเล็ก ๆ หรือรอยตำหนิด้านข้างของภาพ ผมก็จำได้หมด

 

ทุกคนพากันแปลกใจที่ผมหยุดมือคุณชรินทร์เอาไว้

 

“ผมว่าให้เจ้าของภาพเป็นคนเปิดเอาเองดีกว่า” คุณชรินทร์ละมือออก

            ทุกคนพากันฮือฮา

 

ผมกำผ้าขาวในมือแน่น หัวใจเต้นโครมคราม มองไปที่พี่เอก ก่อนหันกลับมามองสิ่งที่อยู่ในมืออีกที ผมกำผ้าแน่นขึ้น ก่อนค่อย ๆ เคลื่อนที่ดึงมันขึ้นช้า ๆ 

 

ทุกคนพากันเงียบกริบ

 

ภาพที่ปรากฏคือด้านข้างของชายหนุ่ม ที่กำลังทำหน้าเคลิบเคลิ้มไปกับแสงสุดท้ายของพระอาทิตย์ยามเย็น เส้นแสงและสีสันที่นุ่มนวล มันให้ความรู้สึกอบอุ่นราวกับถูกโอบล้อมด้วยพระอาทิตย์เสียเอง

 

“ภาพนี้ ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าคนในภาพ ไม่ได้มองพระอาทิตย์ แต่เขาได้กลายเป็นพระอาทิตย์ไปซะเอง”

คุณชรินทร์บอก

 

ครับ ตอนที่ผมถ่าย ผมรู้สึกเหมือนพี่เอกเป็นพระอาทิตย์ไปแล้วจริง ๆ ผมถึงได้ใช้ชื่อภาพว่า

 

ดั่งดวงอาทิตย์

 

ไม่ใช่ ดูพระอาทิตย์เหมือนคนทั่วไป

 

เพราะพี่เอกเป็นคนที่มีพลังเหมือนเป็นพระอาทิตย์จริง ๆ

 

ทั้งอบอุ่นและร้อนแรงในเวลาเดียวกัน

 
 

“ผมชอบตั้งแต่เห็นครั้งแรกแล้ว ทุกภาพมีพลังในตัวมันหมด แต่ภาพนี้ให้พลังที่เหนือกว่า”

 

ผมอมยิ้มกับคำวิจารณ์นั้น

 

พี่มอเป่าปากวี้ดวิ้ว แถมด้วยการตะโกนขึ้นมาเสียงดัง “ไอ้คนในภาพน่ะ!! เพื่อนผมเอง!!

 

แล้วพี่มันก็ชี้มือไปที่พี่เอกยิก ๆ พี่เอกยืนลูบหัวทำหน้าเขิน พี่แกคงไม่คิดว่าตัวเองจะทำหน้าอบอุ่นได้ขนาดนี้ ผมส่งยิ้มให้พี่เอกไปที ทุกคนปรบมือให้ผมกับพี่เอกเสียงดังสนั่น

 

นี่คงเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่ง ที่คนเพียงคนเดียว จะได้รางวัลถึงสามรางวัลขนาดนี้ 

 

ดั่งดวงอาทิตย์ เด็กซกมก กับกบกินแมลง

 

สามภาพที่ผมภาคภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองรัก

 

ตอนนี้ผมอยากโทรหาแม่ซะแล้ว โทรไปบอกแก ว่าผมได้ทำในสิ่งที่ผมรัก และได้รับการยอมรับจากคนที่ผมนับถือแล้วด้วย



           To Be Con...
          


           ยิ้มไม่หุบกันทีเดียวเชียวกับตอนนี้
ขอ แสดงความยินดีกับน้องกายด้วยนะคะ ที่ได้รับรางวัลตั้งสามรางวัลเชียว จริง ๆ น่าจะมีอีกรางวัลมอบให้น้องกายนะ "รางวัล ความอดทนเป็นเลิศ" หึหึ (ทั้งอดทนถ่ายภาพ และอดทนรองรับความหื่นของไอ้พี่เอก กร้ากกกก >//////<) (ใครมีภาพเด็กดอยซกมก กบกินแมลง หรือภาพใบหน้าของคนตอนมองพระอาทิตย์ ขอเป็นผู้ชาย ไม่ต้องเห็นหน้าชัดก็ได้ ส่งมาให้ได้นะคะ ^^

          
ตอนที่แล้วพี่เอกเดินสบัดสบอมเข้ามาหา ชี้หน้าทำตาดุ ๆ ใส่
           "กูจะโดนรีดเดอร์ตืบเพราะบทที่มึงให้นั่นแหละ" (อุ้ยพี่เอกหยาบคาย -//-)
           "หึหึ แหมพี่เอกก็ ก่อนรับบทก็บอกแล้วนะ ว่าพระเอกเรื่องนี้มีนิสัยยังไง ยิ่งโดนเกลียดมากพี่ยิ่งดังมากนะเออ เอาน่า ซีวอนในน้องซินโดนด่ากว่าพี่เยอะ โดนแค่นี้จิ๊บ ๆ พี่ยังต้องเจอเยอะกว่านี้อีกนะ หึหึ
           "หา! มีเลวกว่านี้อีกเรอะ" พี่เอกทำตาโต ไรเตอร์พยักหน้า แล้วพี่มันก็เดินตูดงอนหนีไปเลย ฮ่า ๆ ๆ

           ฉากที่ไรเตอร์ชอบที่สุด คงหนีไม่พ้นฉากเต้ยร้องไห้ท่ามกลางฝูงชน โดยมีน้องกายลั่นชัตเตอร์เก็บความรู้สึกนั้นลงแผ่นฟิมล์ ให้ความรู็สึกดีพิลึก เพ้อ 0///0
 
            ย้ำ เรื่องนี้ไม่ดราม่านะคะ (เหรอ - -)

            และที่สุดของเรื่องนี้ต้องยกให้คนเน้ กรี๊ดดดดดด คุณชรินทร์โผล่แล้ว เฮียโผล่มาแล้วค้า กรี๊ดกร๊าดมากมาย นอกจากน้องกายจะเป็นแฟนคลับตัวยงของคุณชรินทร์แล้ว ไรเตอร์ก็ตบเท้าขอเป็นแฟนคลับด้วยคน เป็นตัวละครที่ไรเตอร์ชอบเป็นที่สุด คนอะไรหล่อลากมากมาย แถมยังกล้าบ้าบิ่นอีกต่างหาก >///////< กระทืบเท้าปั๊ก ๆ บนปุ่มไลค์
            คุณชรินทร์เป็นคนที่ทำให้ไรเตอร์อยากเรียนถ่ายภาพขึ้นมาจริง ๆ จัง ๆ ใจจริงไรเตอร์อยากเรียนมาตั้งนานแล้วล่ะ แต่ที่ไม่เรียนสักที เพราะกลัวติดถ่ายภาพแล้วเมินเขียนนิยายน่ะ (รู้นิสัยตัวเองดี - -)
            หึหึ เพราะงั้น เรื่องถ่ายภาพเอาไว้ก่อนเนอะ ^^
          
       Writer Talk
            เมื่อวานว่าจะลงให้อ่านกันตั้งแต่กลางวัน กำลังนั่งเตรียมหน้าเวปอยู่ ...
            กริ้งงงงง!!!
            เอื้อมรับโทรศัพท์มาแนบหูอย่างว่อง (เพลงรอสายที่โหลดไว้ ไม่เคยมีใครได้ฟังสักที รับเร็วเกิน ถ้าใครคิดจะยิงมาก็หมดสิทธิ์ ยกเว้นเวลาเข้าส้วม = =)
            "ฮัลโหล ว่าไง"
เพื่อนเก่าโทรมาค่ะ ^^
            "ไปทำบุญกัน"
             มือที่กำลังแก้คำผิดอยู่ชะงักค้าง ตูกำลังจะลงนิยายให้แฟน ๆ ได้อ่านกันนะ ถ้าไปวันนี้ก็อดอะเด๊ะ
             แต่ว่า.. วันนี้วันพระใหญ่นี่หว่า ไปทำสักหน่อยก็ดี เลยตกปากรับคำ แล้วหลังจากนั้นไรเตอร์ก็เดินสายทำบุญกับเพื่อน อิ่มอกอิ่มใจกันไป เอาบุญมาฝากทุกคนด้วยค่ะ 
             แต่จะทำบุญอย่างเดียวแล้วกลับเลยก็กระไรอยู่ นาน ๆ ทีถึงจะเจอกับเพื่อนคนนี้ด้วย (เขาอุตส่าห์นั่งรถสองชั่วโมงมาหา) เลยชวนกันไปช็อปปิ้ง ต่อด้วยเดินดูงานศิลปภาพวาดในแกลลอรี่ที่ชอบ (ปกติไรเตอร์จะไปแกลนี้บ่อยมาก เดือนละครั้งได้มั้ง ถ้าเป็นเชียงใหม่ ไรเตอร์เดินสายดูงานศิลปะแทบทุกอาทิตย์ ไม่ก็จะสิงอยู่ที่ร้านที่มีงานศิลปะทุกวัน (ไม่ก็ร้านกาแฟ ร้านขายของเก่าหรือโบราณสถาน) อยู่แล้วสบายใจดี ^^
             พาเพื่อนไปดู เพื่อนเฉยมาก ดูจะเบื่อหน่ายและไม่สนใจด้วยซ้ำ ส่วนไรเตอร์สิงภาพลืมโลกไปแล้ว ใจจริงอยากสิงนาน ๆ แต่สงสารเพื่อน เลยชวนกันกลับ
             ถ้าไปดูงานพวกนี้ ไรเตอร์ต้องไปคนเดียว สงสารคนมาด้วย แต่ถ้าเจอคนแบบพี่เอกก็ดีน่ะสิเนอะ ยืนรอได้นาน ๆ โดยไม่เข้ามาขัด กริ้วววววว >/////< อินี่เพ้อ             
              ขอบพระคุณทุกเม้นท์ทุกโหวตนะคะเจ้าค่ะ ซียูเน็คตอน ^^  
              รักนะ จุ๊บุ๊ ๆ

 

Zone ติดตามข่าว ^^
จิ้มน้องกายเบา ๆ กดแอดแฟนพันธุ์แท้ได้เลยค่ะ ^^
กด Like ติดตามทุกอัพเดทข่าวสารทางแฟนเพจค้า ^^
กด Follow เบา ๆ ตามข่าวบนทวิตเตอร์



**เจอคำผิดสะกิดเบา ๆ**

**ดิทคำผิด 28-4-2012**




Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Kiss Love : รักวุ่นวายนายสุดหล่อ [Yaoi ♥ [] ♥ Boy's Love] จบ ตอนที่ 28 : Kiss Love 17 : ประกาศผลรางวัล [กาย...♥] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 74920 , โพส : 703 , Rating : 66% / 237 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 >>
# 703 : ความคิดเห็นที่ 63528
ดีใจกับน้องจนตอนนี้หน้าบานหมดแล้วค่ะ
Name : 奇跡 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 奇跡 [ IP : 182.232.25.111 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 มีนาคม 2562 / 00:11
# 702 : ความคิดเห็นที่ 63495
น่ารักก
PS.  ก็แล้วแต่นะ
Name : Kun Kuna < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Kun Kuna [ IP : 1.46.229.203 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:15
# 701 : ความคิดเห็นที่ 63239
ชอบตอนนี้มาก ให้อารมแบบรอลุ้นผลไปพร้อมๆกับกาย หุบยิ้มไม่ได้จริงๆ ชอบในการเล่าเรื่องของไรมาก ชอบจริงๆ
Name : arenajangg < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ arenajangg [ IP : 171.5.101.79 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 ตุลาคม 2560 / 10:22
# 700 : ความคิดเห็นที่ 63230
เป็นตอนที่ทำให้ยิ้มไม่หุบเลย ถ้าอยู่ข้างนอกคนอื่นคงคิดว่าเราบ้า555555 ไรท์บรรยายได้เก่งมาก เหมือนเราไปอยู่ในช่วงเวลานั้นด้วยเลย
Name : facecry < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ facecry [ IP : 115.87.121.201 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 ตุลาคม 2560 / 20:17
# 699 : ความคิดเห็นที่ 63058
เราชอบตอนนี้มาก ไรท์บรรยายได้แบบเหมือนเราไปยืนดูภาพถ่ายนั้นด้วยตัวเอง เหมือนได้ไปยืนร่วมยินดีกับตัวละคร เราตื่นเต้นแทนน้องกายด้วย ภาพถ่ายที่เพียรพยายามมาตลอดได้รับรางวัลทั้งสามเลยเราดีใจด้วยน้า เหมือนๆได้มองพี่เอกเขินด้วย ว้อยยย บรรยายกาศอบอุ่นมากมายค่ะ
PS.  Mirecles in December >>> 还在爱你还在爱你 我爱你 我爱你 你别再哭 关掉&
Name : Chopoom94 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Chopoom94 [ IP : 1.1.207.174 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 กันยายน 2560 / 12:32
# 698 : ความคิดเห็นที่ 62999
เป็นตอนที่ยิ้มแบบบไม่รู้ตัว เหมือนเราอยู่ในบรรยากาศงายประกวด แล้วพอเฉลยภาพที่ได้รางวัลก็รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไป ณ ช่วงที่กายกำลังถ่ายภาพ เราก็เป็นคนนึงที่ชอบถ่ายภาพ ซึ่งใันไม่ง่ายที่จะทำให้ภาพนิ่งในกรอบสี่เหลี่ยมกลายเป็นเรื่องราวมากที่รวบรวมไว้ในนั้น การที่กายได้รับรางวัลตอนแรกก็คิดอยู่ว่าภาพจะธรรมดาไปมั้ย แต่พอมองย้อนกลับไปเห็นบรรยากาศ สถานที่ มุมมองและความตั้งใจของกายกลายเป็นว่ามันสมควรแล้วที่จะได้รับ แล้วเราชอบโมเม้นพี่ๆส่งเสียงเชียร์มาก มันอบอุ่นใจ ยิ่งตอนพี่เอกยิ้มนี่เห็นออร่าสีชมพูเต็มไปหมด งดงามและอบอุ่น'ดั่งดวงอาทิตย์' ชอบตอนนี้มากๆถือว่าเป็นตอนที่เราประทับใจที่สุด(ตั้งแต่ตอนแรกซึ่ยังไม่รวมตอนต่อไปนี้)
Name : Joker.M < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Joker.M [ IP : 182.232.26.73 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 มิถุนายน 2560 / 10:27
# 697 : ความคิดเห็นที่ 62841
ลุ้นมากอ่ะ ได้3รางวัลเลยโอ้ยดีใจด้วยนะกาย
Name : smaayd368 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ smaayd368 [ IP : 182.232.96.147 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 มกราคม 2560 / 22:51
# 696 : ความคิดเห็นที่ 62814
อ่านตอนนี้แล้วมีความสุขจัง นี้ซิน่ะผลของการที่เราได้ทำในสิ่งที่รักและถนัด...ขอบคุณไรท์จร้า
Name : หนุ่มวายไร้ผัวนะเออ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ หนุ่มวายไร้ผัวนะเออ [ IP : 1.46.171.239 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 ธันวาคม 2559 / 04:27
# 695 : ความคิดเห็นที่ 62751
โคตรตื่นเต้นอย่างกับผมถ่ายเองเลยอ่ะ
Name : tanthai1975 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ tanthai1975 [ IP : 122.154.136.28 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 ตุลาคม 2559 / 16:36
# 694 : ความคิดเห็นที่ 62460
คุณชรินทร์ก็มา ปลื้มภาพหรือปลื้มคนถ่ายกันนะ
Name : baekbow < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ baekbow [ IP : 1.46.131.209 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 กรกฎาคม 2559 / 11:35
# 693 : ความคิดเห็นที่ 62247
โอ๊ยยยย ดีใจแทนน แงงง ได้ตั้งสามรางวัล ละรางวัลที่หนึ่งคือรูปพี่เอกด้วย อุ๊ยยยย. จะปลื้มอะไรเบอร์นี้ วี้ดว้ายยยยยยย
Name : อาแนของแบคฮยอน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อาแนของแบคฮยอน [ IP : 223.24.82.144 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 พฤษภาคม 2559 / 22:05
# 692 : ความคิดเห็นที่ 62201
โอ้ย!!!ดีใจ ยิ้มจนแก้มจะฉีกไปรูหู
Name : 25_stm < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 25_stm [ IP : 223.206.197.44 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 พฤษภาคม 2559 / 22:38
# 691 : ความคิดเห็นที่ 62139
ตู้หูว กายเก่งมากๆโลย
Name : lufian < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lufian [ IP : 171.5.251.81 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 พฤษภาคม 2559 / 09:11
# 690 : ความคิดเห็นที่ 61872
ได้รางวัลใหญ่ทั้งสามภาพแบบนี้ ฝีมือน้องกายไม่ใช่เล่น ๆ เลยนะ ยินดีด้วยยยย
PS.  다시 돌아와 언제나 기다릴게 ♡
Name : Bennie_ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Bennie_ [ IP : 49.229.76.30 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 เมษายน 2559 / 08:54
# 689 : ความคิดเห็นที่ 61826
พี่เป้จ๋ากลับมาาา อย่าเมินน้อง ไม่เอาไม่ดี งืออออ สงสารเต้ยอ่ะ สงสารพี่เป้ด้วย T^T #ยินดีกับกายด้วยนะ #อินฮะอินอีกแย้ว
Name : Kikie_merin < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Kikie_merin [ IP : 27.55.73.127 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 เมษายน 2559 / 05:52
# 688 : ความคิดเห็นที่ 61618
ยินดีด้วยนะกาย ได้สามรางวัลรวดเลย
PS.  
Name : อากาเซในเงา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อากาเซในเงา [ IP : 153.210.166.223 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:21
# 687 : ความคิดเห็นที่ 61571
สงสารเต้ยยยยยยยยยยยยยยยยยอยากให้เต้ยรู้คสามจริงไวๆ อยากรู้ความรู้สึกของเต้ยยย
กายเก่งไปไหน555555555
Name : Tanchanok Sriprasoet < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Tanchanok Sriprasoet [ IP : 27.130.197.223 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 มกราคม 2559 / 21:24
# 686 : ความคิดเห็นที่ 61499
สงสารเต้ยจัง เข้าใจเลยความรู้สึกที่ถูกเมินมันเป็นยังไง....แต่ก็สงสารเฮียเป้เหมือนกันนะคงจะทรมารน่าดู เจ็บปวดสุดๆอะ น้ำตาซึมกับคู่นี้เลย####ส่วนน้องกายกับพี่เอก อ่านไปก็ยิ้มไปเหมือนเดิม******
Name : เฟื้องฟ้า < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เฟื้องฟ้า [ IP : 101.109.210.211 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 มกราคม 2559 / 17:05
# 685 : ความคิดเห็นที่ 61494
แทบจะกรี๊ดลั่นบ้านค่ะอย่างกับเข้าไปดูงานประกาศจริงๆยิ้มแทบจะถึงหูเลย5555
Name : avalo2 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ avalo2 [ IP : 171.96.172.60 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 มกราคม 2559 / 14:38
# 684 : ความคิดเห็นที่ 61427
กายเก่งมากอ่ะ ไรต์เตอร์ก็เก่งงงชอบเวลาที่ไรต์เตอร์บรรยายเรื่องราวต่างๆ คือมันดี มันดูเรียลมากๆ ชอบบบ
Name : JONGCHEN < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JONGCHEN [ IP : 1.4.243.166 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 ธันวาคม 2558 / 10:55
# 683 : ความคิดเห็นที่ 61265
นี่ขนาดไม่ดราม่ายิ่งเน้นยิ่งเหมือนตอกย้ำเลยนะคะ ไม่ดราม่าเล๊ยยยย
กายเก่งมากๆเลยค่ะ แถมยังทนสุดๆด้วยนับถือๆ =.,= เราก็คนนึงเช่นกันที่ชอบถ่ายรูป เราไม่ใช่พวกรอค่ะ แต่เราเป็นพวกคลุกดิน555 มุมไหนสวยต่อให้ต้องนอนกลิ้งก็ยอม//ระวังคนเหยียบด้วยนะคะ รูปไหนสวยนี่ยิ่งเปิดดูบ่อยเลยค่ะ ยิ่งรูปคนที่ชอบ(วรั๊ย) เปิดดูแทบทุกวันแทนยาชูกำลัง55 แล้วที่กายดูบ่อยจนจำรายละเอียดได้หมดเนี่ย เหตุผลไหนคะ อรั๊งงงง
//ข้ามเม้นนี้ไปค่ะ อายจัง
Name : fe&font < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fe&font [ IP : 202.29.6.78 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 พฤศจิกายน 2558 / 23:03
# 682 : ความคิดเห็นที่ 61146
กรี๊ดดดดด รักไรเตอร์~~~ >< กายเก่งมากอะ
PS.  ขอบคุณนะคะ
Name : UJL_ZZZ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ UJL_ZZZ [ IP : 1.46.98.113 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 ตุลาคม 2558 / 22:02
# 681 : ความคิดเห็นที่ 61053
กูชอบกบกินแมลงจัง 
PS.  ชาย❤️ชาย พีคสุดล่ะ ✌🏻️✌🏻✌🏻✌🏻✌🏻
Name : Reneloy86 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Reneloy86 [ IP : 112.143.18.25 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2558 / 18:30
# 680 : ความคิดเห็นที่ 60996
เขินโว้ยยยยยยยย ที่สุดแล้วจริงๆ👍👍
Name : OTTERAIM < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ OTTERAIM [ IP : 171.98.187.149 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 กันยายน 2558 / 08:04
# 679 : ความคิดเห็นที่ 60787
เขินแทนพี่เอก กายอย่างน่ารักงะะะ
Name : MoMaE < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MoMaE [ IP : 171.5.193.132 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 พฤษภาคม 2558 / 17:10
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 >>
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android