[SJ] I Will Protect You ชีวิตนี้เพื่อนาย [KiHae HanHyuk]

  • 98% Rating

  • 15 Vote(s)

  • 672,435 Views

  • 9,514 Comments

  • 4,981 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,456

    Overall
    672,435

ตอนที่ 53 : ตอนที่ 48 ความลับไม่มีในโลก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9452
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 83 ครั้ง
    10 ต.ค. 59


ตอนที่ 48 ความลับไม่มีในโลก

 

 

 

            “น้าฮีชอล น้ามาได้ยังไง”

 

            ฮยอกแจได้แต่มองผู้ชายเจ้าของใบหน้าสวยจัดที่ยืนอยู่บนบันไดขั้นบนสุดด้วยความแปลกใจ ยิ่งอีกฝ่ายกำลังจ้องเขม็งไปยังคนที่ก้าวตามหลังเขามา จนร้องถาม และนั่นก็ทำให้คนเป็นน้าก้าวเร็วๆ มาหาด้วยท่าทางร้อนใจ จากนั้นก็ถามเสียงเข้ม

 

            “หลานไปไหนมา”

 

            “ก็แค่...กินข้าว”

 

            “กับผู้ชายคนนี้น่ะหรือ”

 

            ฮีชอลชี้ไปยังคนด้านหลัง ให้คนฟังพยักหน้าช้าๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงเดือดดาลได้ขนาดนี้ กระทั่งเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความอึดอัดบอกต่อ

 

            “ฮยอกแจรู้มั้ยว่าผู้ชายคนนั้นกีดกันไม่ให้น้ามาเจอกับหลาน ไม่ว่าจะติดต่อมากี่ครั้งก็บอกว่าหลานไม่สะดวก เมื่อกี้ก็เหมือนกัน หลานรู้มั้ยว่าคนในบ้านหลังนี้พูดว่ายังไง...ไม่มีใครยอมให้น้ารออยู่ที่นี่ เพราะคำสั่งของผู้ชายคนนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะน้ายืนยันว่าจะยืนรอให้แข็งตายอยู่นอกรั้วบ้าน โจวคยูฮยอนถึงให้เข้ามา น้าเป็นน้าของฮยอกแจนะ ทำไมน้าจะเข้ามาบ้านหลังนี้ไม่ได้!!!

 

            คนฟังได้แต่นิ่งอึ้ง เหลียวไปมองคนข้างหลังนิด ซึ่งฮันคยองก็ไม่แสดงสีหน้าใดๆ ทั้งนั้น จนเข้าใจแล้วว่าทำไมน้าหนุ่มแสนใจดีของเขาถึงโกรธจัดได้ขนาดนี้

 

          ลองถูกพูดแบบนี้ใส่สักครั้ง เป็นใครก็คงโกรธ

 

            “ไม่ใช่แค่เรื่องนี้นะฮยอกแจ รู้มั้ยว่าน้าติดต่อเรามากแค่ไหน ตั้งแต่เกิดเรื่อง กี่ครั้งแล้วที่น้าถูกกีดกันออกไป หนก่อนก็เหมือนกัน ขนาดได้เจอกันยังไม่ได้คุยกันเป็นการส่วนตัวด้วยซ้ำ...ได้ ถ้าอยากกีดกันนัก ผมก็จะพูดตรงนี้เลยนะ” ท้ายประโยค ฮีชอลหันไปจ้องตาเขม็งกับคนที่คุมอำนาจอยู่ในตอนนี้

 

            เขาอาจจะไม่เข้ามายุ่งวุ่นวายกับเรื่องธุรกิจของพี่เขย แต่ครั้งนี้ ฮีชอลคิดว่าเขาไม่ยุ่งไม่ได้อีกแล้ว

 

            “หานฮันคยอง ผมไม่รู้หรอกนะว่าพี่กับพี่เขยไว้ใจคุณมากแค่ไหน และถึงแม้ผมเองก็เคยไว้ใจคุณ แต่สิ่งที่คุณทำมาตลอดหลายเดือนนี้ มันทำให้ผมอดสงสัยพี่ผมไม่ได้ว่าอาจจะไว้ใจผิดคน!

 

            “น้าครับ”

 

            คำที่แม้แต่ฮยอกแจก็นิ่งอึ้ง เพราะนี่ไม่ใช่แค่ภายในห้องที่มีเพียงพวกเขา แต่มีคนมากมายที่ได้ยินเสียงประกาศก้องของอีกฝ่ายที่บอกว่าไม่ไว้ใจคนที่กุมอำนาจทุกอย่าง มันก็เหมือนการปรักปรำกรายๆ นั่นแหละ ไม่สิ ในกรณีนี้ยิ่งเป็นการเน้นย้ำให้คนอื่นคิดเข้าไปอีกว่าคนที่ทำเรื่องทั้งหมดนี่คือใคร

 

            หมับ

 

            “ใจเย็นก่อนนะครับน้าฮีชอล พูดแบบนี้ไม่ดีกับตัวน้าเลย”

 

            “ทำไมล่ะฮยอกแจ เขาจะทำร้ายน้าด้วยอีกคนหรือไง”

 

            “ไม่ ไม่ใช่ครับ”

 

            วินาทีนี้ ลีฮยอกแจก็ได้รู้แล้วว่าสถานการณ์สำหรับหานฮันคยองมันย่ำแย่มากแค่ไหน ขนาดน้าหนุ่มผู้ที่ไม่เคยเข้ามาข้องเกี่ยวกับโลกทางนี้ยังไม่อาจจะอยู่เฉยได้ แล้วกับคนนอกล่ะจะมองผู้ชายคนนี้ว่าชั่วร้ายมากแค่ไหน

 

            คนอื่นไม่พูดไม่ได้แปลว่าไม่คิด ยิ่งพอน้าฮีชอลพูดก็ยิ่งตอกย้ำว่าคนทั้งเกาหลีก็คงเชื่อเหมือนกันหมด

 

            “ฮยอกแจ มันเกิดอะไรขึ้นในช่วงหลายเดือนนี้กันแน่” ฮีชอลถามด้วยเสียงที่เข้มขึ้น จนคนฟังส่ายหน้าช้าๆ

 

            “ไม่มีอะไรทั้งนั้นครับ”

 

            “หานฮันคยองบังคับไม่ให้เราพูดขนาดนี้เลยหรือ” คำถามที่ร่างเล็กยิ่งอึดอัดใจ เพราะตอนนี้เขามั่นใจในหลายๆ อย่างแล้ว เพียงแต่ไม่มีหลักฐานมาโต้สิ่งที่น้ากำลังพูดใส่หน้าได้ แบบนี้ ในสายตาของน้าเขาก็คงเหมือนคนที่ถูกล้างสมองโดยสมบูรณ์แล้วสินะ

 

          “ผมไม่รู้หรอกนะว่าใครพยายามกรอกหูคุณอยู่”

 

            ขวับ

 

            “ผมไม่ได้...”

 

            “คุณฮีชอลเคยพูดนี่ว่าไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับโลกทางนี้”

 

            ยังไม่ทันที่คิมฮีชอลจะเอ่ยปากเถียง คนที่กุมอำนาจทั้งหมดก็ว่าเรียบๆ ก้าวเข้ามายืนอยู่ข้างหลังฮยอกแจ มองตาคู่สวยที่ฉายชัดถึงความสับสน

 

            “อีกอย่าง คุณก็เห็นแล้วว่าคุณหนูปลอดภัยดีทุกอย่าง ไม่ได้มีปัญหาใดๆ แล้วอะไรหรือใครที่ทำให้คุณคิดว่าผมเลวร้ายถึงขั้นล้างสมองคุณหนูอย่างนั้นหรือ” คำถามที่อีกฝ่ายก็อ้ำอึ้ง ก่อนที่ใบหน้าสวยเกินชายจะส่ายไปมา

 

            “ไม่มีใครล้างสมองผมทั้งนั้น ก็คุณไม่ยอมให้ผมเจอกับหลานเลย”

 

            “ก็เห็นแล้วนี่ครับว่าคุณหนูไม่พร้อม”

 

            “แล้วฮยอกแจจะมาพร้อมตอนไปเจอกับคิมคิบอมพอดีหรือไง!

 

            “คุณรู้ได้ยังไง”

 

            กึก

 

            คนพูดเงียบเสียงแทบไม่ทัน มองตามังกรร้ายที่ก้าวเข้ามาชิดตัว ตาคมกดต่ำราวกับกดดันกัน จนคิมฮีชอลเองก็พูดอะไรไม่ออก พักเดียวก็ถอนหายใจหนักๆ

 

            “ผมได้ข่าวมา”

 

            “แล้วใครให้ข่าวคุณมา”

 

            “...”

 

            คนที่มาพร้อมกับอารมณ์เดือดเงียบลงแล้ว ส่ายหัวช้าๆ เพื่อบอกว่าจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น และนั่นก็ทำให้ฮยอกแจเอื้อมไปจับมือน้า แล้วว่าด้วยเสียงจริงจัง

 

            “น้าฮีชอล ฟังฮยอกแจนะ ฮยอกแจไม่เป็นไรจริงๆ ไม่ได้ถูกล้างสมองอะไรแบบนั้นด้วย ที่ผ่านมา ฮยอกแจแค่ทำใจไม่ได้กับการตายของพ่อกับแม่ แล้วตอนนี้หลานน้าก็ดีขึ้น เลยออกไปข้างนอกบ้าง และก็เลยได้เจอกับพี่คิบอม ดังนั้น น้าไม่ต้องห่วงนะ ฮันคยองไม่ได้ทำอะไรฮยอกแจทั้งนั้น” คนฟังได้แต่มองหน้าหลานที่พยายามพยักหน้ายืนยันว่าไม่ได้เป็นอะไร

 

            “ถ้าไม่ได้เป็นอะไรแล้วทำไมกีดกันน้าขนาดนั้น”

 

            “งั้นต่อไปนี้ น้าก็มาเยี่ยมฮยอกแจได้ทุกเมื่อดีมั้ย”

 

            “คุณหนู!

 

            ฮันคยองเรียกเสียงเข้มทันที เพราะเขายังไม่ทันได้พูดอะไรด้วยซ้ำ อีกฝ่ายก็พูดเองเออเอง แถมยังหันมาเอียงคอหน่อยๆ ถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ หากแต่ดวงตาฉายชัดถึงความท้าทาย

 

            “ถ้านายไม่ยอม น้าก็จะสงสัยนายไปเรื่อยๆ ถ้าอยากให้เป็นแบบนั้นก็ได้นะ”

 

            คำยอกย้อนที่คนฟังหัวเราะในคอ

 

            “คุณฮีชอลอยากสงสัยอะไรก็สงสัยไป ผมถือว่าทำทุกอย่างตามคำสั่งของนายใหญ่”

 

            แน่นอนว่าคุณฮีชอลที่ว่าไม่พอใจสักนิด แต่ติดที่...

 

            “วันนี้น้ากลับไปก่อนนะครับ นี่ก็ดึกแล้ว กลับเถอะ เดี๋ยวน้าซีวอนเป็นห่วง” หลานชายที่อยากให้กลับเหลือเกิน จนเม้มปากเข้าหากัน อารมณ์ยิ่งขุ่นกว่าเดิม เพราะดูเหมือนหลานชายคนเดียวก็ไม่อยากให้เขาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับที่นี่

 

            “แล้วน้าจะมาใหม่” แต่ก็ติดเกรงใจสีหน้าลำบากใจของหลานจนยอมโทรหายุนโฮที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เอารถเข้ามาจอดในตัวบ้านด้วยซ้ำ จากนั้นก็ตวัดสายตาเข้มจัดมามองคนที่เขาเริ่มไม่พอใจ

 

            “ผมจะจับตาดูคุณเอาให้ดี”

 

            คำสุดท้ายที่ฮีชอลบอก ก่อนที่จะก้าวขึ้นรถด้วยสีหน้าที่ขุ่นเคืองไม่ต่างจากเดิม

 

            “เป็นยังไงบ้างครับคุณฮีชอล”

 

            “ไม่ดีเลย แต่อย่างน้อยก็เข้าบ้านนี้ได้แล้ว”

 

            คำตอบที่ชองยุนโฮขยับกระจกส่องหลังนิด เพื่อมองสีหน้าของเจ้านาย ก่อนที่จะยกยิ้มน้อยๆ

 

            “ผมว่าก็ดีแล้วนะครับ”

 

.......................................

 

ต่อค่ะ

 

            “วันนี้เป็นยังไงบ้าง”

 

            “ไม่มีปัญหาครับ ลูกค้าทุกคนที่มาก็รู้กฎดี ยิ่งหลายคนทราบว่าตอนนี้คุณดงแฮเข้ามาคุมงานเอง แขกบางท่านก็สงบเสงี่ยมกว่าปกติ”

 

            ดงแฮพยักหน้ารับคำ ยามที่ร่างเพรียวในชุดสูทสีดำตั้งหัวจรดเท้ากำลังเดินขึ้นมายังชั้นบนสุดของคลับชั้นสูง ดวงตาแสนเย็นชาก็กดลงมายังชั้นล่างที่แลเห็นบรรยากาศรอบๆ โดยไม่สนใจสายตาทั้งจากหนุ่มๆ หรือสาวๆ หน้าตาสวยงามที่กำลังชำเลืองมองมาทางนี้เป็นตาเดียว

 

            เขาไม่ใส่ใจ ตราบใดที่ไม่มีใครสร้างปัญหา และคนพวกนี้ก็รู้ดีว่าหากฝ่าฝืนกฎแม้ว่าจะเป็นความผิดน้อยนิดแค่ไหน นายใหญ่ก็จะไม่เอาไว้

 

            ความคิดที่พาให้นึกถึงร่างสูงใหญ่ที่เพิ่งผละจากไปเมื่อเช้า

 

            ตอนนี้ดงแฮเคยชินกับการตื่นมาแล้วเจอใบหน้ายามหลับใหลของผู้เป็นนาย แล้วเขาก็เรียนรู้แล้วว่าไม่ควรลุกขึ้นจากเตียงก่อนที่อีกฝ่ายจะตื่น เพราะบทลงโทษของเจ้านายไม่ใช่ความเจ็บปวดที่ร่างกาย หากแต่เป็นอะไรที่น่าอับอายเสียจนไม่กล้าขัดคำสั่ง

 

            ความน่าอายที่เกิดจาก...ตัวเขาเอง

 

            ช่วงเวลายามอยู่บนเตียงที่ดงแฮไม่อาจจะรักษาความนิ่งของตัวเองได้ เขากลับกลายเป็นอีกคนที่ยังกลัวตัวเอง ทั้งเสียงครางแปลกหู ร่างกายที่บิดเร้าใต้เรือนร่างแข็งแกร่ง ดวงตาที่เรียนรู้จะซ่อนความรู้สึกก็หยาดคลอด้วยหยดน้ำตา ที่สำคัญไปกว่านั้น...เขารู้ตัวว่ามองเจ้านายด้วยสายตาแบบไหน

 

          วันนี้ก็น่ารักอีกแล้วนะดงแฮ

 

            แววตาที่เจ้านายมักจะเอ่ยชมว่าเขาคนนี้...น่ารัก

 

            ไม่เลย ดงแฮไม่เห็นด้วยเลยสักนิด เขาไม่เคยคิดว่ามีเศษเสี้ยวส่วนใดในร่างกายที่ได้ชื่อว่าน่ารัก และหากใครกล้าพูดแบบนี้ก็คงไม่แคล้วต้องเจ็บตัว แต่พอเป็นเจ้านาย ก้อนเนื้อในอกก็เต้นแรง ผิวแก้มร้อนจัด แล้วก็ทำได้แต่หลบเลี่ยงสายตา เปิดทางให้นายกดจูบลงบนที่แอ่งชีพจรตรงต้นคอ

 

            ความคิดที่ทำให้เจ้าตัวเผลอเลียริมฝีปากที่แห้งผาก ส่ายหน้าช้าๆ เพื่อไล่ความคิดเหล่านี้ออกจากหัว

 

            ทว่า เจ้าตัวไม่อาจจะลบภาพใบหน้าแสนดิบเถื่อนที่ลอยอยู่ในห้วงความคิดได้เลย คนที่รอแม้ว่าเขาจะกลับไปเกือบรุ่งสาง หากแต่เจ้านายก็ตื่นขึ้นมาเพื่อกกกอดเขาเอาไว้ ราวกับว่าจะไม่ได้กอดแบบนี้อีก จนดงแฮต้องยอมรับว่าหัวใจ...ทำงานมากไปจนเกรงว่ามันจะวายตายไปจริงๆ

 

            “เฮ้อ” สุดท้าย เจ้าตัวก็ถอนหายใจหนักหน่วง หากแต่เป็นภาพที่ทำให้หลายคน...เพ้อ

 

            “คุณดงแฮช่วงนี้ดูแปลกไปเนอะ” สาวสวยที่กระซิบกับเพื่อนแผ่วๆ แก้มแดงน้อยๆ เมื่อเห็นว่ามือขวาคนสำคัญของเจ้านายที่มักจะทำหน้าไร้ความรู้สึก ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่ามันทำให้สาวๆ ที่นี่ปรารถนาอยากจะเปลี่ยนสีหน้านั้นให้เร่าร้อนมากแค่ไหน

 

            “อืม ดูมีเสน่ห์มากกว่าเดิมล่ะมั้ง”

 

            วันนี้ชายหนุ่มร่างเพรียวที่ดูดีเหลือเกินในชุดสูทอาจจะยังตีหน้านิ่ง หากแต่แววตาที่มีประกายวูบไหวไปมา ทั้งยังบรรยากาศรอบตัวที่เปลี่ยนไป ก็ทำให้หลายคนอยากจะเข้าไปดูใกล้ๆ แต่ไม่เคยได้รับโอกาส

 

            “อยากถูกเรียกสักครั้งจัง”

 

            “ไหนว่าอยากให้นายเป็นคนเรียกไง”

 

            “โธ่ ก็แค่พูดไปเท่านั้นแหละย่ะ ไม่สวยที่สุดของที่นี่ ไม่เก่งที่สุด เจ้านายก็ไม่เรียกหรอก แต่อย่างคุณดงแฮอาจจะมีหวังบ้างก็ได้” คนพูดแบะปากน้อยๆ ทำเอาคนฟังหัวเราะร่วนกับอาการเพ้อฝัน ในเมื่อ...

 

            “ตั้งแต่มาทำงานที่นี่ ฉันไม่เคยได้ยินใครบอกเลยนะว่าถูกคุณดงแฮเรียก มีแต่ถูกคุณดงแฮเห็นน่ะสิไม่ว่า”

 

            “เห็น?”

 

            “อื้อ จำไอ้ผู้ชายน่าหมั่นไส้ที่ชั้นสามได้หรือเปล่า ที่ถูกนายเรียกไปเมื่อหลายเดือนก่อนแล้วคุยโม้ไปทั่วน่ะ หมอนั่นบอกว่าตอนที่ทำกับนาย คุณดงแฮเข้ามารายงานอะไรสักอย่าง แล้วยืนรออยู่มุมห้อง หมอนั่นนี่ครางลั่นเลย บอกว่าตื่นเต้นสุดๆ ที่ถูกคนคนนั้นมอง ตอนทำกับเจ้านายไปด้วย” คนเล่าว่าอย่างออกรสที่ทำให้เพื่อนอีกคนยิ่งหน้าบึ้ง เพราะ...อิจฉา

 

            “ส่วนยัยลูกครึ่งที่ถูกนายเรียกไปปีก่อนก็เคยถูกคุณคังอินยืนกอดอกมอง...แต่รายนั้นไม่มีหวังหรอก เห็นว่าสิบปีมานี้ไม่เคยเรียกใครเลย เขาว่ามีภรรยาที่รักมากอยู่แล้วน่ะ” เรื่องนินทายังไม่จบ แต่ดูจะเป็นกับแกล้มเหล้าชั้นดีได้ เพราะดูเหมือนสาวๆ หลายคนจะเริ่มเข้ามาจับกลุ่มฟัง

 

            แน่ล่ะ เรื่องของนายใหญ่กับสองคนสนิทดังน้อยสำหรับที่นี่ซะเมื่อไหร่กัน

 

            “แล้วอยากรู้มั้ยว่าใครจะถูกไล่ออก”

 

            ขวับ

 

            “ผู้จัดการ!

 

            สาวๆ แทบจะแตกฮือ เมื่อได้ยินเสียงกระแอมมาจากด้านหลัง แล้วยิ่งหน้าซีดเผือด เมื่อคนแทรกกำลังพยักหน้าไปยังชั้นบนสุดที่บอกว่า...คุณดงแฮกำลังมองอยู่

 

            ภาพของสาวสวยที่รีบแยกย้ายไปทำงาน ทำให้ดงแฮส่ายหัวน้อยๆ ไม่ได้สนใจเสียงนอบน้อมที่กำลังรายงานแกมประจบไปด้วย

 

            “สาวๆ เราตื่นเต้นใหญ่เลยครับที่คุณดงแฮมาดูแลที่นี่เอง”

 

            “อืม”

 

            “คุณดงแฮไม่สนใจสักคนหรือครับ” คำถามที่คนฟังตวัดสายตาเข้มจัดมามองเพื่อบอกว่า...พอได้แล้ว

 

            แววตาที่คนถูกมองสะดุ้งน้อยๆ ก่อนที่คนเย็นชาจะเปิดปากอีกครั้ง

 

            “ช่วงนี้มีข่าวอะไรมั้ย”

 

            “ไม่มีอะไรเป็นพิเศษครับ”

 

            “งั้นไปทำงาน ถ้ามีอะไร ฉันอยู่ห้องทำงาน” ดงแฮว่าแค่นั้น ให้อีกฝ่ายรีบโค้ง แล้วผละออกไป ปล่อยให้มือขวาคนสนิทนายได้อยู่ตามลำพังสักที ทว่า ดงแฮไม่ได้เดินไปยังห้องทำงานเพื่อเคลียร์เอกสารที่เขาไม่ถนัด หากแต่เจ้าตัวกำลังเหลือบมองซ้ายขวา เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครมองมา ก็เดินหลบเข้ามุม

 

          ยังไงก็ไม่ชินกับสายตาคนอื่น

 

            ก่อนหน้านี้ หลายคนรู้ว่าเขาคือคนสนิทของนาย แต่ดงแฮไม่ค่อยชอบเปิดเผยใบหน้า ด้วยทำงานออกภาคสนามซะส่วนใหญ่ ดังนั้น เขาจึงสบายใจมากกว่าที่จะอยู่มุมมืด ดังนั้น ร่างเพรียวจึงลัดเลาะไปตามทางเดินที่ไร้ผู้คน

 

            ตรงนี้เป็นส่วนวีไอพีของพวกได้สิทธิพิเศษ

 

            คนที่ได้ขึ้นมาชั้นนี้ย่อมได้รับการแสกนแล้วว่ามีประโยชน์กับนาย ดังนั้น คนที่ได้ขึ้นมาจะตีความว่าสำคัญก็ไม่ผิด หากแต่ในสายตาของนายใหญ่...ก็แค่สัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงเอาไว้เพื่อคาบข่าวมาให้ถึงที่เท่านั้นเอง

 

            หลายคนเลือกที่นี่เพื่อเจรจาธุรกิจ โดยอ้างว่ามาเที่ยวคลับเพื่อบังหน้า...เจ้านายก็จะรู้ความเคลื่อนไหวแทบทุกอย่าง

 

            แกร๊ก

 

            ฟึ่บ

 

            ดงแฮหลบเข้ามุมโดยสัญชาตญาณทันทีที่ได้ยินเสียงประตูทางขวา ใช้ดวงตาเย็นชาลอบมองออกไป

 

            “คุณรู้เรื่องทายาทตระกูลลีหรือยัง”

 

            “ชู่ว พูดตรงนี้มันจะดีหรือ...”

 

            “ฮึ ตอนนี้ชั้นนี้ก็มีแค่พวกเรา หรือคุณไม่อยากรู้เรื่องนี้”

 

          นั่นมันพ่อค้าอาวุธกับคนของรัฐบาล

 

            ดงแฮจำได้ว่าผู้ชายร่วงท้วมท่าทางใจดี หากแต่มีสายตาเลือดเย็นคือนักธุรกิจที่ค้าขายสินค้าส่งออกเป็นฉากหน้า หากแต่ฉากหลังคือนายหน้าหาอาวุธ ส่วนอีกฝ่ายก็คนสำคัญในคณะรัฐมนตรีที่กำลังทำหน้าลำบากใจ แต่เพียงพักเดียวก็พยักหน้า

 

            “คุณหมายถึงลีฮยอกแจที่ว่ากันว่าถูกลูกน้องพ่อตัวเองฆ่ายกครัวน่ะหรือ”

 

            “ไม่ใช่แค่ยังไม่ตาย แต่กำลังออกมาเที่ยวเล่นข้างนอกกับคนที่ใครๆ ก็คิดว่าเป็นคนฆ่า...ข่าวนี้น่าสนใจพอจะแลกเปลี่ยนกันหรือเปล่าล่ะ” อีกฝ่ายนิ่งไปนิด ก่อนที่จะส่ายหน้า

 

            “ไม่ล่ะ ถ้าแค่ยังไม่ตายไม่น่าสนใจเท่าไหร่ ผมก็กะไว้แล้วว่าหานฮันคยองน่าจะเก็บเอาไว้”

 

          “งั้นเรื่องที่คิมคิบอมกับหานฮันคยองทำท่าจะจับมือกันล่ะ”

 

            กึก

 

            แม้แต่ดงแฮก็ยังนิ่งงัน เพราะเขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน ทั้งที่แน่ใจว่าอยู่ข้างตัวเจ้านายแทบตลอดเวลา แต่ไม่เคยได้ยินว่าเจ้านายออกไปพบคนที่เกือบจะฆ่าเขาไปรอบนึงแล้ว ขณะที่ทางโน้นเองก็สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที

 

            ใครก็ต้องตื่นตระหนก หากสองขั้วอำนาจมืดจับมือกัน

 

            “ว่ามา”

 

            “ผลตอบแทนล่ะ” พ่อค้าหน้าเลือดก็ไม่คิดจะเสียผลประโยชน์ และแม้อีกฝ่ายจะไม่พอใจ หากแต่ก็พยักหน้าช้าๆ

 

            “สินค้าล็อตหน้า”

 

            “โอเค ค่อยคุยกันง่ายหน่อย” เมื่อเจ้าของข่าวพอใจก็พร้อมจะทำการแลกเปลี่ยน ก่อนที่จะกลับไปสนุกกับน้องๆ หนูๆ ภายในห้องที่พร้อมบริการทุกอย่าง ตั้งแต่ความต้องการธรรมดา ยันเรื่องวิตถารทุกอย่างที่ไม่อาจจะเอาลงกับภรรยาที่บ้านได้

 

            ท่าทางที่ดงแฮเองก็นิ่งฟังอย่างตั้งใจ

 

            “ตอนนี้เรื่องนี้อาจจะเป็นแค่ข่าวลือ แต่หลายคนกำลังพูดกันหนาหูว่า...” คนพูดนิ่งไปอึดใจ ดูจะไม่พอใจกับข่าวนี้ไม่น้อยเหมือนกัน

 

          “...คิมคิบอมกำลังเร่งดำเนินการเรื่องงานแต่งงานของสองตระกูล”

 

          แต่งงาน!

 

            คำที่ทำให้ดงแฮยืนหลังพิงกำแพง เบิกตากว้าง เมื่อก้อนเนื้อในอกรู้สึก...เจ็บ

 

ต่อค่ะ

 

            “แต่งงาน! ไม่มีทาง ใครก็รู้ว่าถ้าตระกูลคิมได้ตัวคุณหนูลีไปก็แทบจะรวมอำนาจได้เลย”

 

            “นั่นคือข่าวที่ผมบอกคุณได้ ส่วนหานฮันคยองจะได้อะไรตอบแทน ผมไม่รู้ แต่เชื่อเถอะว่าตอนนี้ไม่มีใครนิ่งอยู่ได้หรอก สายตาแทบทุกคู่กำลังมองการเจรจาของสองคนนั้นอยู่” ขณะที่สองคนบนทางเดินยังคงกระซิบกระซาบด้วยเสียงคล้ายตวาด แต่นั่นแทบจะไม่เข้าหูของคนที่แอบฟัง เพราะ...

 

            หมับ

 

            เจ็บ...ทำไมเจ็บขนาดนี้ มันเจ็บ

 

            ดงแฮกำลังเอามือขยุ้มแผ่นอกข้างซ้ายของตัวเอง เมื่อสิ่งที่อยู่ในนั้นกำลังเจ็บเหมือนใครพยายามควักมันออกไป เจ็บจนหยดเหงื่อไหลลงมาจากหน้าผาก นิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด มืออีกข้างก็ยกขึ้นยันผนังเอาไว้ กลั้นหายใจเพราะความเจ็บปวดไม่มีที่มากำลังทำให้เขาล้มทั้งยืน!

 

            ดังนั้น สิ่งที่เจ้าตัวทำได้คือการยันตัวเอง ปิดปากให้เงียบที่สุด กระทั่งเสียงกระซิบกระซาบสลับกับตวาดอย่างตื่นตระหนกของสองคนนั้นเงียบหายไป เขาถึง...

 

            ฮวบ

 

            ทำไมมันเจ็บ เจ็บได้ขนาดนี้

 

            ร่างเพรียวทิ้งตัวลงบนพื้นอย่างสิ้นแรง ไม่เข้าใจความเจ็บปวดที่ไม่ได้เกิดจากภายนอก มันไม่มีที่มาที่ไป แต่เพียงคำว่า...แต่งงาน...ก้องไปมาในหัว มันก็ยิ่งเจ็บ เจ็บจนน้ำตาแทบไหล จนทำได้เพียงกัดฟันแน่น พยุงตัวเพื่อลัดเลาะผ่านทางเดิน และทางลับของนายใหญ่กลับไปยัง...ห้องทำงาน

 

            “เกิดอะไรขึ้น”

 

            แม้แต่ตอนนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจร่างกายของตัวเอง ยามที่ทิ้งตัวลงบนพื้นห้องทำงาน หอบหายใจจนตัวโยน ส่ายสะบัดหน้าไล่ความมึนงง แต่มันไม่ดีขึ้นเลย ตรงกันข้าม มันพาลให้แย่ลงด้วยซ้ำ จนอยากจะควักมันออกมาดูว่าใครเอาเหล็กร้อนไปนาบหัวใจหรือเปล่า

 

            “รู้อยู่แล้วนี่ดงแฮ ก็รู้อยู่แล้ว”

 

            เขารับรู้มาตั้งแต่ก่อนที่จะมายังจุดนี้ว่าเจ้านายมีคู่หมั้นคู่หมายที่เหมาะสมอยู่แล้ว ไม่ว่ายังไงคุณหนูลีคนนั้นก็ต้องมาเป็นเจ้านายอีกคน ทั้งที่รับรู้และเข้าใจมาตลอด ทำไมกับแค่ข่าวลือไม่มีมูลกลับทำให้เจ็บปวดได้มากขนาดนี้

 

            “ไม่เห็นรู้...ไม่เห็นได้ยิน...”

 

            ดงแฮเคารพการตัดสินใจของเจ้านายมาตลอด และรู้ว่ามีเรื่องที่พี่คังอินรู้ แต่เขาไม่รู้ เช่นเดียวกับมีเรื่องที่เขารู้และพี่คังอินไม่รู้ เราไม่เคยวุ่นวายงานของกันและกัน หากแต่เรื่องนี้เขากลับมีความรู้สึกมากมายมหาศาลที่สาดซัดเข้ามาในร่างว่า...เขาควรจะรู้!

 

            ดงแฮคนนี้ควรจะรู้เรื่องนี้ไม่ใช่หรือ

 

            “อย่าเข้าข้างตัวเอง อย่า...”

 

            เขาแปลกออกไป เพราะความรู้สึกที่มีต่อผู้เป็นนายแท้ๆ ที่ทำให้คนไร้ความรู้สึกได้สัมผัสสิ่งหนึ่ง...น้อยใจ

 

            แหมะ

 

            “อะไร”

 

            น้ำหยดใสไหลออกมาจากดวงตาจนเจ้าของเองก็นิ่งอึ้งอย่างคาดไม่ถึง หากแต่มันไหลออกมาเอง ไหลทั้งที่เขาสั่งให้หยุด

 

            น้ำตาที่นอกเหนือจากกลัวผู้เป็นนายเป็นอะไร กับร้องไห้เพราะเรื่องบนเตียงกำลังไหลพรากเต็มสองแก้มเมื่อรู้ว่าเจ้านาย...จะเป็นของคนอื่น

 

            “ทำไมล่ะ”

 

            ดงแฮไม่เข้าใจ ทำไมเขาถึงร้อง ทำไมเขาถึงเสียน้ำตา และทำไม...เขาถึงเสียใจ

 

            ก้อนเนื้อในอกมันกำลังกรีดร้องว่าไม่ใช่ ไม่จริง เป็นไปไม่ได้!

 

            “ทำไมนาย...ไม่บอกผมเลยล่ะครับ ทำไม...”

 

            แม้ว่ามันจะเป็นแค่ข่าวลือ แต่มีหรือที่ดงแฮจะไม่รู้ว่าหากมันเอามาเจรจาต่อรองได้ มันก็ต้องมีฐานของความจริงไม่มากก็น้อย และไม่มากก็น้อยนั้นคือ...เจ้านายปิดบังเขา

 

            คนที่กอดเขาเอาไว้ทุกค่ำคืนไม่บอกเรื่องสำคัญกับเขาเลย

 

          เพราะนายไม่จำเป็นต้องรู้ไง

 

            คำตอบมันชัดเจนเสียจนต้องขยุ้มอกตัวเองแน่น ส่ายหน้าแรงๆ เพราะเขาห้ามความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่มีต่อเจ้านายไมได้ ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยรู้สึกแบบนี้

 

            ตอนนี้เขากลัวตัวเอง และเขา...เกลียดตัวเอง

 

            เกลียดที่...หึงหวงนาย

 

            ความคิดที่ทำให้ดงแฮหลับตาลง ไม่อาจห้ามน้ำตาที่ไหลลงมายังสองข้างแก้มได้ ขณะที่พึมพำถามตัวเองว่า...

 

          แล้วผม...จะอยู่ในฐานะอะไรต่อไปหรือครับนาย

 

.....................................

 

            คำถามที่แม้แต่ผู้ชายอีกคนก็ยังไม่มีคำตอบให้

 

            คนที่เพิ่งจะกลับมาหลังจากที่เข้าวันใหม่ไปแล้วสามชั่วโมง

 

            คิบอมก้าวขึ้นมายังห้องนอนของตัวเองด้วยดวงตาที่วาววับ นึกขบขันไม่น้อยที่ดึกป่านนี้แล้วยังดันทุรังกลับมาบ้าน ทั้งที่พักผ่อนที่อื่นก็ได้ แต่เขาก็ยังจะกลับ เพื่อได้เห็นหน้าใครบางคนที่อาจจะยังไม่กลับ หรือไม่ก็อาจจะหลับไปก่อนแล้วก็ได้

 

            “เป็นเอามาก” นายใหญ่ส่ายหัวกับความคิดตัวเอง ยามที่เดินมาถึงหน้าห้อง แล้วริมฝีปากก็ปรากฏรอยยิ้มจางๆ ปัดไล่เรื่องงานออกจากหัว ยามที่ผลักประตูเข้าไปอย่างเบาแรงที่สุด

 

           เขาไม่อยากให้ดงแฮตื่น แต่...

 

            “ตื่นอยู่หรือดงแฮ”

 

            คิบอมอาจจะคิดมากไปเอง แต่บรรยากาศภายในห้องมันดู...แปลก

 

            เขามีสัมผัสที่แม่นยำกว่าคนทั่วไปมาตั้งแต่เด็ก และหนึ่งในนั้นคือการรับรู้ว่ามีใครอยู่ใกล้แค่ไหน หากดงแฮหลับไปแล้ว ความรู้สึกนี้คงไม่เกิดขึ้น แต่มัน...ไม่ได้น่าหลงใหลอย่างทุกทีที่เด็กคนนี้รอเขาอยู่

 

            มันดู...อึดอัดอย่างบอกไม่ถูก

 

            “...”

 

            ทว่า คนบนเตียงกลับไม่ตอบโต้ จนคนที่กำลังถอดเสื้อสูทและเนกไทขมวดคิ้วฉับ เดินมายังริมเตียงจนเจอคนที่คลุมหน้าคลุมตาเสียจนไม่น่าจะหายใจออก

 

          คิดไปเองล่ะมั้ง

 

            เจ้าตัวส่ายหน้าช้าๆ บอกตัวเองว่าคิดมากเกินไป จนเกือบจะผละไปอาบน้ำ ทว่า...

 

            หมับ

 

            ความรู้สึกแปลกๆ ที่ทำให้คิบอมดึงผ้าห่มออกอย่างว่องไง จนคนบนเตียงก็ตั้งตัวไม่ทัน และแสงจันทร์ก็ราวกับเป็นใจ เพราะหมู่เมฆเคลื่อนผ่าน เปิดเผยแสงสีนวลที่กำลังส่องมากระทบหน้าขาวที่...มีหยดน้ำตา

 

            “ร้องไห้ทำไมดงแฮ!

 

            ภาพที่ทำให้คิมคิบอมก็ร้อนใจจนต้องทรุดตัวลงนั่งข้างๆ จับหัวไหล่เล็กเอาไว้มั่น

 

            คนที่ไม่รู้เลยว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ใครคนหนึ่งต้องเสียใจมากมายแค่ไหน

 

...................................

 

            ครบค่ะ ตบพระเอกกันมั้ยคะ แต่เมย์อยู่ในกองอวยบอมอยู่ดีนะเออ ยังไงก็เมนสุดที่รัก แต่แบบก็นิดนึงเนอะ ไม่พูดไม่บอก ให้เขารู้เอง และการฟังจากคนอื่นน่ะ มันทำให้เจ็บที่สุดอยู่แล้ว ยิ่งอีกคนนอนกอดทุกคืน สามารถบอกได้ตลอดเวลาว่าเกิดอะไรขึ้น อธิบายให้ฟังได้ แต่บอมไม่พูด ไม่บอก แล้วแบบนี้...เฮจะทำยังไงล่ะเนอะ

            เอาล่ะ คราวนี้น้ำตามาแล้ว มาดูเจ้านายที่คิดว่าจัดการทุกอย่างกันได้นะคะ คนบางพวกก็ชอบคิดว่าจัดการทุกอย่างได้ แต่สิ่งที่ไม่มีทางทำได้คือ...ใจคน...โดยเฉพาะใจคนที่เรารักเนี่ยแหละจ้า แฮ่

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า ^^


 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 83 ครั้ง

116 ความคิดเห็น

  1. #9211 SomunD (@pearxo) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 09:24

    หน่วงค่ะ หน่วงเหลือเกิน

    #9211
    0
  2. #9199 love_forever 1992 (@pranee_2535) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 10:05
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-03.png https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-03.png ฮื้อ!! ส่งสานแฮ
    #9199
    0
  3. #8105 แฟนคุง (@Night-kito) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 17:38
    1.เราว่าช่วงนี้ดงแฮเริ่มพูดคนเดียว
    2. ตรูสงสารดงแฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!!!!!
    #8105
    0
  4. #7665 tungminpe (@tungminpe) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 01:42
    ฮือ....น่าสงสารชะมัดเลยอ่า
    #7665
    0
  5. #7286 TiwticAmp_90 (@winnaya) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:05
    ฮือ....สงสารเฮจังเลย
    #7286
    0
  6. #7014 e_MAPIs (@mapiiky) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2559 / 22:29
    นายปิดบังว่าเจ็บแล้ว นี่รู้จากปากคนอื่นอีกอ่ะ สงสารเฮอ่าาาา ไม่ได้ร้องมานานแค่ไหนแล้ววว
    #7014
    0
  7. #6778 Catfish (@catfish) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 22:40
    ทำน้องร้องไห้ขนาดนี้เลยนะคิบอมToT สงสารทงเฮ ทั้งสงสารทั้งเอ็นดู คนที่ความรู้สึกตายด้านไปแล้ว กำลังเรียนรู้ที่จะ...เจ็บปวด
    #6778
    0
  8. #6777 coolchocolate (@coolchocolate) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 20:27
    สงสารเฮ คนเย็นชาที่ไม่เคยรู้จักคำว่ารัก ถูกสอนสั่งจนมีความรู้สึก แม้จะยังไม่เข้าใจแต่อยู่ดีๆน้ำตาก็ไหลเพราะรักไปแล้ว แอบอยากเห็นบอมร้อนใจให้มากกว่านี้ โทษฐานที่คิดว่าตัวเองควบคุมได้ทุกอย่าง อยากรู้ว่าจะทำให้ลูกน้องคนสนิทเข้าใจและไม่หนีห่างได้ไหม
    #6777
    0
  9. #6776 tamamonomaai - 13 (@tamamonomaai-13) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 18:26
    ไม่ต้องมาทำเป็นตกใจค่ะ  นายนั่นแหละตัวตนเหตุ 555555 


    #6776
    0
  10. #6775 หกเ้่าสว (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 09:08
    มาต่อไวๆน้าาา ค้างนานน ชอบฉากบีบหัวใจมาก

    เป็นหนึ่งในฟิคโปรด นี่ย้อนไปอ่านตอนแรก แล้วก็อ่านฮิปฮอปเกิลรอบที่เท่าไรไม่รู้รอ จนจบแล้ว555

    ยืนยันอีกครั้งว่าต่อให้คนอ่านฟิคเอสเจเหลือน่อย แต่ก็ยังมีรีดเดอรออ่านอยู่เสมอนะ เราเป็นคนที่อ่านแต่คิเฮ มีวายไทยของพี่เมนี่แหล่ะที่อ่านแทบทุกเรื่อง เพราะฟิคเอสเจที่เป็นคิเฮหายากมากมีพี่เมย์นี่แหล่ะที่ยังแต่งเสมอพี่เมย์อย่าเพิ่งหยุดแต่งฟิคเอสเจนะ ไม่งั้นไม่รู้จะไปอ่านทีีไหนแล้วจริงๆ ทีมเรือผี
    #6775
    0
  11. #6774 Jumko_Jobo (@pujung) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 08:48
    บอมทำเฮร้องไห้!บอมทำเฮร้องห๊ายยยยยยยยยย...ไม่น่าพี่เมย์ไม่เอาเฮร้องไห้สิฮืออออเจ็บแทน
    #6774
    0
  12. #6773 Por'z Chanprateep (@chuagporz) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 03:49
    บอมทำเฮร้องไห้อะ บอมทำเฮร้องห้าย!!!!!!!!!!!! ไม่ยอมนะเมย์ บอมจะต้องโดนเอาคืนอย่างถึงที่สุด!!!!!!!!!!!
    #6773
    0
  13. #6772 nchler (@noonchul) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 03:24
    แง้งงงงงงง เฮ ?0?
    #6772
    0
  14. #6770 hunny_me (@stella_shinn) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 02:29
    เศร้า TT
    #6770
    0
  15. #6769 น้องดำ เองนะ (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 02:10
    ไรเตอร์จ๋า..มาต่อให้ไวเลยนะจ๊ะ

    สงสาร เฮ มากเลย บอม ใจร้ายมากอะ

    แล้วทีนี้จะทำงัยละ ร้องไห้ใหญ่เลย

    มันเจ็บจี๊ดๆ
    #6769
    0
  16. #6767 nadear2539 (@dearzana123) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 01:16
    ฮือออ แค่อ่านฉากนี้น้ำตาก็ไหล สงสารเฮ นายจะทำยังใงต่อไปล้ะอยากรู้ๆๆ
    #6767
    0
  17. #6764 bbtk8323 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 00:07
    สงสารดงแฮ😂😂😂

    ปลอบด่วนคิบอม อยากรู้ว่าจะปลอบยังไง
    #6764
    0
  18. #6758 nam-mon (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 21:51
    เฮ ลูก....ร้องไห้ตามเลยอ่ะ
    #6758
    0
  19. #6756 SungEun~ (@Kim_SungEun) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 21:44
    หนูเฮลูกกก อยากลักพาตัวหนีนายจริงๆ เอาให้อกแตกตายไปเลย
    เรื่องสำคัญอ่ะปิดปากเงียบ ขอให้โดนเมินนานๆเอาให้ขาดใจเลย ชิชิ
    #6756
    0
  20. #6754 pen_1290 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 20:26
    โหยยยย สงสารดงแฮ น้ำตาซึมเลย อยากรู้จริงๆคุณเจ้านายจะปลอบดงแฮมั๊ยอ่า
    #6754
    0
  21. #6753 zazoith (@zazoi) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 19:30
    สงสารดงแฮอ่ะ
    #6753
    0
  22. #6752 Pat_SuJu13 (@kimjisun) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 19:11
    โอ้ยยยยยย สงสารเฮ เฮร้องไห้แล้ววว ฮือออ
    #6752
    0
  23. #6751 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 18:24
    สงสารเฮ
    #6751
    0
  24. #6739 Love Miracle (@0930586995) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 15:26
    เอาแล้วไงงงงงง
    #6739
    0
  25. #6738 Noparat (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 15:11
    สงสารดงเฮ
    #6738
    0