[Yaoi] Try Me เสพร้าย สัมผัสรัก [ภาคร้ายยั่ว]

  • 90% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 1,326,738 Views

  • 14,669 Comments

  • 25,676 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    15,575

    Overall
    1,326,738

ตอนที่ 16 : ตอนที่ 15 คำว่าหน้าที่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 66898
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 359 ครั้ง
    15 ก.ย. 60




ต้องเจ็บที่หัวใจอีกกี่ครั้ง 'เขา' ถึงพอใจ

+++++++++++++++++++


ตอนที่ 15 คำว่าหน้าที่

 

 

 

            “พี่ก็บอกแล้วว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง”

 

            “ไม่เป็นไรห่าอะไรล่ะพี่วิน ขนาดต้องเย็บแผลเนี่ยนะ!

 

            “แค่บังเอิญล้มแล้วกระแทกกับก้อนหิน แผลมันเลยดูน่ากลัวไปหน่อย”

 

            หลังจากที่ภวิศถูกส่งตัวมาโรงพยาบาลด้วยสภาพฟกช้ำดำเขียว แถมแขนขาเลือดโชก ก็จบลงด้วยเย็บแผลที่บริเวณเหนือหัวเข่า เนื่องจากตอนล้มไปกระแทกเข้ากับรอยคมของก้อนหินบนพื้น ส่วนที่เหลือ เมื่อเช็ดทำความสะอาด และให้หมอเช็กจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่ในบาดแผล ชายหนุ่มก็ถูกส่งมานอนห้องพักฟื้นเล่น โดยมีกราฟที่จ้องมองผ้าพันแผลด้วยแววตาห่วงจัด

 

            เด็กหนุ่มตามขึ้นรถมาตั้งแต่ปณชัยพยุงเจ้านายขึ้นรถ และรอกระทั่งวินออกมาจากห้องตรวจ

 

            ตอนนี้นายแบบหนุ่มจึงต้องปลอบใจอีกฝ่าย ทั้งที่ยังปวดไปหมดทั้งตัว

 

            ภวิศยอมรับว่าส่วนหนึ่งเขาก็กังวล ถ้าเขาไม่ได้ทำงานเป็นนายแบบ เขาคงไม่สนใจหรอกว่าร่างกายนี้จะมีรอยแผลเป็นหรือไม่ เพราะอย่างไรก็เป็นผู้ชาย แต่พอทำงานอยู่ตรงนี้ ต้องใช้รูปร่างหน้าตาหากิน ชายหนุ่มก็ดูแลตัวเองดีมาตลอด และครั้งนี้เขาก็ไม่รู้เลยว่าจะเหลือร่องรอยมากน้อยแค่ไหน

 

            งานของอึนแทรังก็ใกล้เข้ามาแล้ว ไม่รู้จะหายทันหรือเปล่า

 

          เอาน่า อย่างน้อยก็เป็นแผลแค่ข้างเดียว

 

            วินปลอบใจตัวเอง ทั้งที่ตอนเขาเห็นหมอเย็บให้และพยาบาลมาช่วยทำความสะอาด มันดูสยดสยองไม่น้อยเลยล่ะ

 

            “ไอ้เหี้ยพวกนั้น! น่าจะฆ่าให้ตาย”

 

            กราฟยังคงว่าอย่างโมโห จนคนฟังเงยหน้าขึ้นจากผ้าพันแผล ส่งยิ้มให้

 

            “อยู่กับคินมากไปเลยซึมซับนิสัยโหดเหี้ยมมาด้วยหรือกราฟ”

 

            “เฮ้ย ไม่เกี่ยวกันเลยพี่วิน ต่อให้ไม่ใช่พี่ภาคินก็โกรธวะ แม่งเอ๊ย น่าจะเตะมันซ้ำ แค่ถูกตำรวจจับ โดนปรับนิดหน่อย เดี๋ยวแม่งก็ออกมาก่อเหตุอีกจนได้” เด็กหนุ่มยังคงว่าอย่างแค้นๆ แต่คนบนเตียงกลับเหลือบมองผู้ชายอีกคนที่นั่งอยู่ตรงมุมห้อง แม้จะไม่พูดเสริมอะไรมากกว่านั้น แต่เขารู้ดีว่าพวกมันคงไม่ได้แค่ถูกปรับนิดๆ หน่อยๆ หรอก

 

            เขาถูกพาออกมาก่อนก็จริง แต่วินก็พอจะรู้ว่าคนที่มาเอาตัวพวกมันที่เจ็บหนักกว่าเขาไปไม่น่าจะเป็นคนของตำรวจ คนของญาติผู้พี่น่ะแน่นอน

 

            อะไรบอกให้เขารู้งั้นหรือ...ดวงตาเหี้ยมเกรียมของปณชัยที่วาบขึ้นมาชั่วแวบหนึ่งไงล่ะ

 

            กราฟบอกว่าชัยเป็นเหมือนพี่ชายใจดี ก็เพราะผู้ชายคนนี้ไม่เคยแสดงด้านโหดร้ายออกมาให้เห็นต่างหาก คิดจริงหรือว่าคนใจดีจะทำงานให้คนอย่างภาคินได้ พอกันทั้งนายทั้งบ่าวนั่นแหละ เพียงแต่คนนี้...ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีเกินไป

 

            แต่การเจ็บตัวครั้งนี้ วินกลับรู้สึกดีใจอยู่หนึ่งเรื่อง...เขาคิดว่าใครบางคนก็ยังมีใจเป็นห่วงเขาบ้าง

 

            แม้จะเจ็บและชาไปทั้งตัวตอนที่ล้มกระแทกพื้น แต่ภวิศยังมีสติพอที่จะเห็นว่าคนของพี่ชายจัดการพวกนั้นเกินกว่าเหตุ จนส่วนลึกในหัวใจปลอบใจว่าเขายังห่วง แม้จะน้อยนิดแค่ไหน ผู้ชายคนนี้ก็ยังห่วงเขาบ้างเหมือนกัน แม้นั่นจะในฐานะลูกน้องห่วงเจ้านาย หรืออะไรก็ช่าง

 

            “พี่วิน ผมขอโทษนะ”

 

            ทันใดนั้น วินก็ต้องดึงสายตากลับมามองคนที่ยืนอยู่ข้างเตียง จนเจอกับท่าทางสำนึกผิด

 

            “ขอโทษพี่ทำไม”

 

            “ก็ถ้าผมไม่ติวหนังสือจนพี่วินเดินมาหา พี่ก็ไม่โดนแบบนี้”

 

            คำที่คนฟังถึงกับหัวเราะ จนเด็กหนุ่มทำหน้าโกรธๆ แต่เพียงพักเดียว วินก็กวักมือเรียกอีกฝ่ายเข้ามา เพื่อวางมือลงบนหัวทุย ขยี้ผมนิ่มๆ แล้วก็บอกอย่างขบขัน

 

            “คิดมาก พี่ไม่ระวังเองต่างหาก แบบนี้เขาเรียกว่าซวยเอง” วินไม่โทษใครหรอก ครั้งนี้เป็นความผิดของเขาด้วยซ้ำที่สะพายกระเป๋าล่อโจร แต่ใครมันจะคิดล่ะว่าจะเจอจี้ปล้นกันกลางวันแสกๆ แถมอยู่บนถนนที่เต็มไปด้วยผู้ปกครองมารับเด็กนักเรียนด้วยน่ะ

 

            “แต่พี่ต้องมานอนโรงบาล”

 

            เรื่องที่กราฟเกลียดโรงพยาบาลเข้าไส้ ใครๆ ในบ้านก็รู้ เพราะเด็กหนุ่มเป็นคนที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงมาแต่เด็ก เรียกว่าเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น พอโตแล้วเลยดื้อสะบัด ไม่ว่าจะป่วยแค่ไหนก็ไม่ยอมนอนในโรงพยาบาลเด็ดขาด พอเห็นพี่ชายต้องมานอนอยู่แบบนี้ หน้าหล่อๆ เลยซีดสีลงเรื่อยๆ

 

            “ก็บอกว่าคิดมากน่า พี่กลับบ้านตอนนี้เดี๋ยวนี้ได้เลยด้วยซ้ำ แค่แสบแผลขี้เกียจเดิน ถือว่านอนเล่นสักคืนสองคืนก็กลับแล้ว” บาดแผลเขาไม่ได้ร้ายแรงขนาดที่ต้องนอนโรงพยาบาล แต่ที่นอนก็เพราะไม่รู้ว่าคืนนี้จะระบมมากแค่ไหน อย่างน้อยที่นี่ก็ใกล้หมอ และเขาเกรงใจอาหมอประจำตระกูล ถ้าจะถูกเรียกมากลางดึก เพียงเพราะปวดแผลจนนอนไม่ได้

 

            RRRRRRRrrrrrrrrrrrr

 

            ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ของปณชัยก็แทรกขึ้นมา จนสายตาสองคู่หันไปมอง

 

            “ครับคุณภาคิน” วินโคลงหัวนิด นึกสงสารไอ้โจรสองคนนั่นอยู่เหมือนกันที่ดวงซวย เลือกเหยื่อผิดคน ยิ่งในช่วงเวลาที่คุ้มกันกันแน่นหนาแบบนี้ด้วย พี่ชายเขาคงโกรธแทบตายที่คนใต้ปกครองต้องมาเจ็บตัว

 

            อีกฝ่ายวางหูลงไปแล้ว และหันมารายงาน

 

            “คุณภาคินกำลังจะถึงครับ ผมขอตัวลงไปรับก่อน” คนฟังพยักหน้า ขณะที่กราฟก็ร้องอย่างนึกขึ้นได้

 

            “เออ ผมไปด้วย เดี๋ยวจะโทรบอกจันทร์เจ้าด้วยว่าพี่วินไม่เป็นไรแล้ว ป่านนี้นั่งแช่งชักหักกระดูกโจรไม่เป็นอันเรียนพิเศษแล้วมั้ง ไม่รู้จะหลงอะไรพี่วินนักหนา พี่เป็นแผลงี้ จันทร์เจ้าได้บ่นให้ฟังจนหูชาแน่” เด็กหนุ่มว่าพลางส่ายหัว แล้วเดินตามคนสนิทของภาคินออกไปอีกคน

 

            กระทั่งเหลือเพียงคนเดียว วินก็หลับตาลง

 

            ใครบางคนไม่ยอมสบตาเขา

 

            “ต้องมาเจ็บตัวอีก” ชายหนุ่มพึมพำ สมเพชสภาพตัวเองไม่น้อย เพราะแบบนี้แล้วจะเอาแรงที่ไหนไปสู้คนเย็นชา ใจว่าเหนื่อยล้า ยังต้องมาเจ็บกายอีก

 

            “เฮ้ออออ”

 

            ทว่า ความหนักใจของเขาเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

 

            ปัง!

 

            “วิน!

 

            คนที่กำลังเอนหลังพิงหมอนหันขวับไปมองตามเสียงประตู แล้วก็ยิ้มไม่ออก เมื่อเห็นว่าใครกำลังก้าวเร็วๆ เข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด...แม่เขาเอง

 

            “นี่มันเกิดอะไรขึ้น!

 

            คุณภานุวรรณ น้องสาวคนเดียวของภานุพงษ์ และเป็นอาของภาคินกำลังกวาดสายตามองสภาพของลูกชายคนเดียวที่ฟกช้ำไปทั้งตัว ทั้งแขนทั้งขามีผ้าพันแผลสีขาวเอาไว้ จนต้องปราดเข้ามาจับแขนลูกชายพลิกซ้ายขวา

 

            “แม่ตกใจแทบตายตอนที่ภาคินโทรมาบอกว่าเราเข้าโรงพยาบาล นี่มันเรื่องอะไรกัน!

 

            “ไม่มีอะไร แค่อุบัติเหตุนิดหน่อย” วินบอกกับมารดาอย่างปลอบใจ

 

            มารดาของเขายังคงความสวยและดูสาวไม่สร่าง และวินก็ได้เค้าโครงหน้าของผู้เป็นแม่มาแทบจะปั๊มสำเนาถูกต้อง หากแต่ใบหน้าสวยๆ นี้กำลังเม้มปากเข้าหากันอย่างกังวล ในดวงตามีรอยน้ำตาที่ทำให้ลูกชายต้องรีบเอ่ยเสริม

 

            “วินไม่ระวังตัวเอง มันไม่มีอะไรหรอก”

 

            “ไม่มีอะไรแล้ววินจะเป็นแบบนี้หรือ”

 

            “ก็วินบอกแล้วว่ามันเป็นอุบัติเหตุ”

 

            ชายหนุ่มพยายามปลอบ หากแต่มารดาสวนกลับด้วยคำที่ทำให้นิ่งงัน

 

            “อุบัติเหตุเพราะลูกพี่ลูกน้องลูกหรือเปล่า!

 

            “แม่ครับ ไม่เกี่ยวกับคิน...”

 

            “วิน! แม่เป็นน้องสาวคนเดียวของลุงพงษ์ของลูกนะ ทำไมแม่จะไม่รู้ว่าการอยู่ใกล้ครอบครัวพี่ชายตัวเองมันอันตรายมากแค่ไหน แม่ไม่ว่าอะไรเลยที่วินจะไปเป็นนายแบบ ไปเรียนต่างประเทศ เที่ยวเล่นต่อไปเรื่อยๆ หรือไม่รับช่วงต่องานของพ่อ แม่ขออย่างเดียวคือต้องไม่มีอันตราย” คนพูดสูดหายใจลึกๆ ก่อนที่จะเอ่ยคำที่ทำให้ลูกชายตัวแข็งทื่อ

 

            “แม่ขอได้มั้ยวิน...อยู่ห่างจากภาคินซะ อยู่ห่างจากอันตรายที่แม่ไม่ต้องการให้ลูกต้องเจอ”

 

ต่อค่ะ

 

            แน่นอนว่าภวิศตัวชาไปทั้งตัว เขารู้ว่าที่บ้านค่อนข้างอคติกับงานของลุง พ่อเขาทำธุรกิจถูกกฎหมาย แม่เองก็ไม่ต้องการให้ครอบครัวอยู่กลางอันตราย ซึ่งตัวเองก็เคยเจอมาก่อน แต่แม่ไม่เคยลั่นวาจาว่าห้ามยุ่งเกี่ยวแบบนี้ จนเขาเองก็ทำอะไรไม่ถูก สมองมึนงงไปชั่วขณะ

 

            “ก่อนหน้านี้แม่ทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ได้ เพราะไม่เคยเกิดอะไรขึ้นกับลูก แล้วแม่ก็ยังเคารพพี่พงษ์ แต่ถ้ามันเกิดแล้ว แม่ไม่อยากให้ลูกเข้าไปพัวพันกับเรื่องที่ภาคินหรือพี่พงษ์ทำ ห่างออกมาได้มั้ย”

 

            “มันไม่ใช่อย่างที่แม่คิดนะ”

 

            “วิน แม่ไม่ได้สั่งให้ลูกเลิกติดต่อภาคินเลย ยังไงเราก็เป็นญาติกัน ภาคินก็เป็นหลานของแม่ แม่แค่ขอให้ลูกกลับมาอยู่บ้านได้มั้ย” คนเป็นแม่ขอร้อง และนั่นก็ทำให้คนฟังขมวดคิ้วฉับ

 

            “แต่ผมก็ไปๆ มาๆ แบบนี้ตลอด”

 

            “นั่นเพราะวินอยู่ต่างประเทศซะส่วนใหญ่ เพิ่งจะมามีช่วงหลังนี้ไม่ใช่หรือที่วินเอาแต่อยู่บ้านโน้น แล้วไม่ค่อยกลับมาบ้าน แล้วไหนจะเรื่องที่วินคิดจะกลับมาอยู่เมืองไทยอีก ก่อนหน้านี้ที่แม่ไม่ห้ามลูกไปเรียนต่างประเทศ หรือทำงานนายแบบอะไรนั่น เพราะแม่มองว่าการที่ลูกอยู่ไกลๆ ก็หมายถึงอันตรายอยู่ห่างตัว แล้วดูสิ เรากลับไทยมาได้เท่าไหร่กันก็เกิดเรื่องขึ้นมาแล้ว”

 

            คำพูดมากมายของแม่หมายความว่าเป็นห่วง แต่กลับทำให้คนฟังขมวดคิ้วฉับ ปวดหัวขึ้นมาทันที

 

            “พ่อเขาเองก็เป็นห่วงเรานะวิน...ถอยห่างออกมาจากพี่ลูกได้มั้ย”

 

            คนฟังก็มีคำพูดมากมายที่อยากจะโต้เถียงอีกฝ่าย แต่เขาไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่าตัวเองถูกดึงเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของพี่ชายแล้ว ซึ่งการพูดถึงเรื่องนี้ย่อมทำให้คนเป็นแม่ห่วงยิ่งกว่า แต่ถ้าจะให้เขาถอยห่างออกมา...เขาก็ทำไม่ได้เช่นเดียวกัน

 

            “วินถอยไม่ได้”

 

            “วิน!

 

            การถอยออกห่างจากลูกพี่ลูกน้องก็หมายถึงการห่างจากผู้ชายคนนั้น

 

          “นี่ผมเป็นตัวเชื้อโรคหรือครับอาวรรณ”

 

            กึก

 

            “ภาคิน”

 

            ก่อนที่สองแม่ลูกจะถกเถียงกันมากกว่านั้น ประตูห้องพักฟื้นก็เปิดกว้างออก แล้วผู้ชายที่ตกอยู่ในหัวข้อสนทนาก็ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มบาง หากแต่ดวงตาซึ่งไม่ได้ยิ้มไปด้วย ก็มองอาสาวคนเดียวที่หน้าเสียไปแล้ว

 

            “อาไม่ได้ว่าภาคินเป็นตัวเชื้อโรค”

 

            “แต่ขนาดให้วินห่างจากผมเลยนะครับ” คนพูดส่งยิ้มให้ ก้าวเข้ามาในห้องพัก โดยมีกราฟที่ตามติดมาด้วย สุดท้ายก็เป็นปณชัยที่ปิดประตูตามหลัง ซึ่งนั่นก็ทำให้คุณวรรณถอนหายใจหนักหน่วง ไม่อยากมีเรื่องกับหลาน แต่เมื่อมองลูกชาย เธอก็ตัดสินใจพูดตรงๆ

 

            “อาไม่ได้ตั้งใจจะพูดแรงแบบนั้น อาเองก็ดีใจที่วินสนิทกับเรา วินเองก็เป็นลูกคนเดียว ได้มีพี่น้องก็เป็นเรื่องดี แต่อาไม่อยากให้วินมีอันตราย อาเข้าใจงานของหลาน ของพ่อหลานดี ก่อนหน้านี้อาเองก็ไม่ว่าอะไร เพราะมันไม่เคยเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนนี้เรื่องมันเกิดกับวินแล้ว ภาคินจะให้อาทำยังไง”

 

            “ก็ไม่ต้องทำอะไรสิครับ” คนฟังขมวดคิ้วฉับ มองหลานชายคนโตด้วยแววตาแคลงใจ

 

            “ทั้งที่เกิดเรื่องแบบนี้น่ะนะ” หญิงกลางคนผายมือไปยังลูกชายที่นอนอยู่บนเตียง และนั่นก็ทำให้ร่างสูงพยักหน้าด้วยท่าทางไม่เดือดร้อน

 

            แน่นอนว่ามันทำให้ผู้ใหญ่สีหน้าไม่สู้ดี

 

            “อารู้ว่าภาคินเก่ง เอาตัวรอดได้ แต่วินไม่ได้ถูกฝึกมาเพื่อรับมือกับเรื่องแบบนี้นะ”

 

            “ใช่ครับ งั้นวินก็ยิ่งต้องอยู่ใกล้ผม ให้คนของผมตามดูแล”

 

            “แต่อาไม่เห็นด้วย” มารดาของภวิศว่าเสียงแข็ง และนั่นก็ทำให้หลานชายคนโตว่าเสียงกลั้วหัวเราะ

 

            “งั้นอาจะทำยังไงครับ ถ้าวินถูกวิ่งราวอีก คราวหน้าจะไม่มีคนของผมช่วยจับโจรนะ”

 

            “เอ๊ะ! วิ่งราว!

 

            คราวนี้คนฟังอ้าปากค้าง มองหน้าภาคินอย่างไม่อยากเชื่อหู ซึ่งคนพูดก็หัวเราะในคอ พยักหน้าด้วยท่าทางสบายๆ จากนั้นก็หันไปมองคนสนิทที่ยืนสุภาพอยู่หน้าประตูห้อง

 

            “ครับ ไม่มีใครบอกอาหรือว่าที่วินเจ็บตัวแบบนี้เพราะถูกกระชากกระเป๋า ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับงานของผมเลย แล้วก็ได้คนของผมช่วยจับโจรให้ ได้ของคืนครบทุกอย่าง แถมพาส่งโรงพยาบาลแบบทันทีทันใด แต่อามาโทษผมแบบนี้ ใจร้ายจัง” หลานชายเลิกคิ้ว แล้วยังเอ่ยเสริมอีกหน่อย

 

            “อืม ผมว่าต่อให้วินจะอยู่ใกล้หรืออยู่ไกลผม โจรมันก็ไม่เกี่ยงเหยื่อหรอกนะอา” คนพูดจ้องหน้าอาสาวที่อ้าปากพะงาบๆ นิ่ง ก่อนที่จะร้องออกมาเมื่อหาสติเจอ

 

            “ไม่เห็นมีใครบอกว่าวินถูกวิ่งราว! อานึกว่า นึกว่า...”

 

            “นึกว่าพัวพันกับเรื่องที่ผมทำ?”

 

            คุณวรรณเงียบกริบ พูดอะไรไม่ออก ก่อนที่จะถอนหายใจยาว เอ่ยปากแต่โดยดี

 

            “อาขอโทษ อาด่วนตัดสินไปหน่อย”

 

            “ไม่เป็นไร แต่ผมเองก็มีเรื่องจะบอกอาเหมือนกัน” คนฟังเงยหน้า รอฟัง และนั่นก็ทำให้ภาคินหุบยิ้ม เอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังกว่าเดิม

 

            “ผมรู้ว่าผมทำอะไรดี และผมอยากให้อาไว้ใจผม”

 

            “แต่...”

 

            “วินก็เหมือนน้องชายแท้ๆ ของผม ผมไม่ปล่อยให้เกิดเรื่องอะไรกับวินหรอก อาก็รู้ว่าทุกครั้งที่วินกลับมาไทย ผมจะให้คนคอยดูแลวินตลอด แต่เรื่องครั้งนี้เป็นเหตุสุดวิสัย เพราะคนของผมอยู่ห่างเกินไปตอนที่พวกมันขับมอเตอร์ไซค์ปาดเข้ามา แต่ผมอยากให้อาเชื่อว่า ถ้าวินอยู่ใต้ปีกของผม ต่อให้เป็นเทวดาหรือปีศาจ ผมก็ไม่ให้น้องผมต้องติดร่างแหไปด้วย” คำพูดมากมายที่บอกว่าผู้ชายคนนี้แม้จะไม่เคยทำตัวอ่อนโยนกับลูกพี่ลูกน้อง หากก็รักภวิศไม่ต่างจากน้องแท้ๆ

 

            เผลอๆ อาจจะรักมากกว่าน้องชายแท้ๆ ด้วยซ้ำ

 

            “อาเคยพูดตอนเด็กๆ นี่ครับว่าวินเป็นลูกคนเดียว ถ้าได้ผมเป็นพี่ชายก็ไว้ใจ...แล้วไหงกลับคำ” ผู้ชายมากด้วยอำนาจกำลังไล่ต้อนอาตัวเอง จนคนฟังก็อยากบอกเหลือเกินว่านั่นมันตอนเด็กๆ ตอนนั้นสนิทกันก็ดีใจ แต่ตอนนี้ที่ภาคินขึ้นมาแทนที่คนเป็นพ่อแล้ว...

 

            “เฮ้อ นิสัยเหมือนพ่อนะภาคิน” เธอก็แพ้พี่ชายเธอแบบนี้

 

            “หึๆ ผมขอเก่งกว่าพ่อดีกว่า” ร่างสูงสวนกลับไป และนั่นทำให้อาสาวถอนหายใจอีกครั้ง เหลียวกลับมามองหน้าลูกชาย

 

            “วินรู้ใช่มั้ยว่าแม่เป็นห่วง รู้ใช่มั้ยว่าที่พูดไม่ได้เจตนาร้าย ไม่ได้อยากให้ลูกผิดใจกับพี่”

 

            “วินรู้” นายแบบตอบคำ มองมารดาที่ยอมแพ้ ก็เหมือนทุกครั้งที่เขาดื้อรั้นจะไปบ้านของลุงตั้งแต่ตอนเด็กๆ

 

            สุดท้าย คุณวรรณก็ได้แต่บอกกับหลานชายอย่างอ่อนใจ

 

            “อาไม่ขอยุ่งกับงานของหลาน เหมือนที่ไม่ยุ่งกับสิ่งที่พี่พงษ์เคยทำ ดังนั้น อย่าให้เกิดเรื่องกับวินก็แล้วกัน” นี่คือคำขอเดียวของคนเป็นแม่ เธอยอมให้ลูกชายทำตามใจทุกอย่าง ไม่ว่าอะไรที่ลูกเที่ยวเตร่ หรือมีข่าวคบหากับผู้ชาย เพราะเธอรู้ดีว่าสิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ให้เขาเป็นลูกที่เพียบพร้อม และสืบทอดกิจการ หากแต่อันตรายที่รายล้อมมาตั้งแต่เด็ก บอกว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ...ชีวิตและความปลอดภัย

 

            เธอเองก็ไม่อยากตัดขาดกับครอบครัวพี่ชาย ดังนั้นก็ขอแค่ว่าจะไม่มีเรื่องอันตรายเกิดขึ้นกับวิน

 

            “ครับ จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับวิน...ใช่มั้ยไอ้ชัย”

 

            ภาคินหันขวับไปหาคนที่ควรจะดูแลน้องเขาให้ดี และนั่นก็ทำให้ปณชัยก้มหัวลงทันที

 

            “ครับ ผมจะดูแลคุณวินให้ดี”

 

            ภานุวรรณมองหน้าคนสนิทของหลานชายครู่หนึ่ง รู้ว่าเขาคือคนที่พี่ชายเธอไว้ใจ และเป็นมือดีของหลาน ดังนั้น ถ้าภาคินส่งมือดีมาดูแลลูกชายเธอ ก็พอจะวางใจได้บ้าง

 

            “เฮ้อ ช่างเถอะ ยังไงลูกอาก็ดื้ออยู่แล้ว ถ้ารับปากกันแล้วก็จะพยายามวางใจก็แล้วกัน”

 

            ในที่สุดคนเป็นแม่ก็ยอม ที่ทำให้ลูกชายถอนหายใจอย่างโล่งอก คนเกลี้ยกล่อมเองก็พอใจในผลลัพธ์ ส่วนคนที่ดีใจที่สุดน่าจะเป็นกราฟ เพราะแค่คิดว่าอาจจะไม่ได้เจอพี่วิน ก็เหงาแย่แล้ว หากแต่ในเวลานั้นไม่มีใครสังเกตเลยว่าปณชัยกำลังก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม

 

            มันไม่ใช่การแสดงความเคารพ แต่มันคือ...การครุ่นคิด

 

            จากนั้นสองมือก็กำหมัดเข้าหากันแน่นกว่าเดิม

 

......................................

 

ต่อค่ะ

 

            “แม่พี่วินน่ากลัวชะมัดเลยว่ะ”

 

            “ไม่หรอก ทุกทีใจดีจนน่ากลัวต่างหาก ครั้งนี้น่าจะเพราะห่วงมากกว่า”

 

            หลังจากที่มารดากลับไปแล้ว เด็กหนุ่มที่วันนี้เงียบผิดปกติก็เอ่ยปากด้วยท่าทางสยองเล็กๆ จนวินอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม

 

            “วันนี้เก่งนะที่ไม่แย้งผู้ใหญ่” กราฟเป็นคนอารมณ์ร้อน แม้แต่พ่อตัวเองยังเถียงหน้าดำหน้าแดงมาแล้ว ดังนั้น ภวิศเองก็ดีใจที่อีกฝ่ายไม่โต้เถียงกับแม่เขาตอนความเป็นห่วงครอบงำ และนั่นก็ทำให้เด็กหนุ่มถอนหายใจเฮือก

 

            “ผมกลัวแม่พี่จะโกรธ ด่าว่าผมเป็นเด็กไม่มีสัมมาคารวะ แล้วไม่ยอมให้พี่วินเจอผม”

 

            “แม่พี่ไม่ได้ดุขนาดนั้นสักหน่อย” วินว่าอย่างเอ็นดู เพราะสรุปว่ากราฟกลัวเหงาว่างั้นเถอะ วันนี้เลยยอมสงบปากสงบคำ และนั่นก็ทำให้ภาคินแทรกขึ้นมา

 

            “แล้วไม่คิดจะสงบปากกับฉันบ้างหรือ”

 

            “พี่จะว่าผมดื้อหรือ”

 

            “หึๆ ไอ้เด็กดื้อ” คนตัวโตก็ว่าขำๆ ก่อนที่จะทอดสายตามองบาดแผลบนตัวของญาติผู้น้อง จากนั้น...

 

            “ไอ้ชัย!

 

            “ครับ คุณภาคิน” เสียงเข้มจัดดังขึ้น พร้อมกับดวงตาที่ตวัดไปมองคนสนิท

 

            “กูบอกให้มึงดูแลมันให้ดีใช่มั้ย”

 

            “เป็นความผิดของผมเองครับ”

 

            ดวงตาของนายบ่าวประสานกันนิ่ง

 

            แน่นอนว่าภาคินกำลังโกรธ และโกรธมากที่เขาสั่งเสียดิบดี แต่คนสนิทก็ยังทำให้น้องชายได้แผล หากแต่ดวงตาที่มองกลับมาต่างหากที่ทำให้เขาเย็นลง...มีคนโกรธยิ่งกว่า

 

            “รู้หรือยังว่าพวกมันเป็นใคร”

 

            หลังจากที่ส่งภวิศถึงมือหมอ ปณชัยเองก็ตามเรื่องกับลูกน้อง ซึ่งทางนั้นก็ทำงานรวดเร็วอย่างรู้ว่าลูกพี่ต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้ ชายหนุ่มจึงรายงานเสียงเข้ม

 

            “แค่โจรวิ่งราวครับ ทำมาหลายครั้งแล้วแต่หนีรอดทุกครั้ง พวกมันบอกว่าจะเล็งเหยื่อที่เดินอยู่ข้างถนนแล้วไม่ระวังตัว คุณวินบังเอิญอยู่ตรงนั้นก็เลยโดน” เขาให้ลูกน้องเค้นจนแน่ใจแล้วว่าพวกมันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับนพ เป็นความบังเอิญจริงๆ ที่มันเลือกเหยื่อผิดคน

 

            “ถ้าไม่เกี่ยวก็แล้วไป” ภาคินพยักหน้า แล้วหันไปมองเด็กข้างตัว

 

            “งั้นกลับกันได้แล้ว”

 

            “เฮ้ย เดี๋ยวสิพี่ภาคิน”

 

            “เดี๋ยวอะไร นายจะนอนเฝ้าวินคืนนี้หรือไง” คนตัวโตถามกลับ ทำเอาคนกลัวโรงพยาบาลทำหน้าสยอง ส่ายหน้าขวับ

 

            “ไม่...โทษทีว่ะพี่วิน ผมไม่ถูกกับโรงบาลจริงๆ แค่ได้กลิ่นก็ป่วยแล้ว” กราฟหันไปบอกคนบนเตียง แต่ก็อดจะถามไม่ได้

 

            “แล้วใครจะนอนเฝ้าพี่วินล่ะ”

 

            ฟึ่บ

 

            ภาคินก็ชี้นิ้วโป้งข้ามไหล่ไปยังคนที่ยืนเงียบ

 

            “ก็ต้องมันน่ะสิ”

 

            ไม่มีใครโต้แย้งกับข้อสรุปนี้ เพราะดูเหมือนกราฟเองก็พอใจกับคำตอบ ขณะที่คนป่วยและพยาบาลจำเป็นก็ไม่พูดอะไร แต่ก่อนที่ภาคินจะก้าวออกจากห้อง...

 

            “ไอ้ชัย” เสียงเข้มเรียกปณชัย จ้องลึกเข้าไปในดวงตาด้วยแววตาเอาจริง

 

          “อย่าให้กูผิดคำพูด จำไว้เลยนะ”

 

            ภาคินรับปากกับอาแล้วว่าจะดูแลญาติสนิทให้ดี และเขาไม่ต้องการผิดคำพูด ซึ่งคนที่ต้องแบกรับน้ำหนักคำพูดของเขาคือปณชัย

 

            คนที่รับคำเสียงหนัก

 

            “ครับ ผมจะจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ”

 

            “ดี...แล้วก็อย่าเอาตัวไปให้โจรมันวิ่งราวอีกล่ะ” ท้ายประโยค คนพูดบอกกับญาติผู้น้อง ซึ่งวินเองก็พยักหน้าเนือยๆ ไม่มีแรงจะโต้ตอบอีกฝ่าย ปล่อยให้ภาคินพาเด็กดื้อออกจากห้อง

 

            ทันทีที่ปิดประตู ทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบ ปล่อยให้ความอึดอัดเกาะกินหัวใจผู้ชายทั้งสอง จนภวิศหลับตา อยากจะหลับเพื่อปิดกั้นความอึดอัดที่เกิดขึ้น แต่เขามีเรื่องติดค้างที่ต้องพูดออกไปเสียก่อน

 

            “ขอโทษที่ทำให้นายมีปัญหา”

 

            วินทำลายความเงียบลง ลืมตาขึ้นมามองปณชัยที่ขยับเข้ามาชิดขอบเตียง

 

            “ไม่หรอกครับ เป็นความผิดผมเอง”

 

            “ฉันซวยเองต่างหาก” คนพูดว่าเสียงกลั้วหัวเราะ มองบาดแผลมากมายบนตัว ก่อนที่จะถอนหายใจยาว

 

            “ก็หวังแค่ว่าชุดที่ต้องถ่ายจะไม่เห็นแผล”

 

            คนฟังไม่โต้ตอบ นอกจากนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง จนคนบนเตียงก็ขยับตัวอย่างอึดอัด

 

            “ซี้ดด”

 

            แม้จะรับยาไปแล้ว แต่พอขยับก็ตึงทั้งสีข้าง แถมแสบจนต้องซี้ดปาก และนั่นก็ทำให้ปณชัยรีบขยับเข้ามา เอามือประคองสะโพกเพื่อช่วยให้ขยับเปลี่ยนท่าได้ถนัด เสียงทุ้มก็เข้มจัด ดวงตามองเพียงผ้าพันแผลมากมายบนตัว

 

            “เจ็บแผลมากมั้ยครับ ให้ผมเรียกหมอมั้ย”

 

            “ไม่ต้อง” วินนิ่งไปอึดใจ ก่อนที่จะหลุดถามออกมา

 

            “นายเป็นห่วงด้วยหรือ” นายแบบมองคนที่อยู่ห่างจากเขานิดเดียว มือข้างหนึ่งยังช้อนสะโพกเพื่อช่วยเปลี่ยนท่าทาง และดวงตาคู่นั้นก็กำลังก้มลงมาประสานกับเขาครั้งแรก ตั้งแต่ที่เกิดเรื่อง จนคนมองอดคิดไม่ได้ว่าเขาเห็นแวววูบไหวในนั้น

 

            มันมากพอที่จะทำให้ถามออกไป แม้คำตอบที่ได้จะไม่แตกต่างจากเดิม

 

            “มันเป็นหน้าที่ของผมที่ต้องดูแลคุณวินอยู่แล้วครับ”

 

            “ไม่ใช้คำว่าหน้าที่สักครั้งจะตายมั้ย” ภวิศโต้กลับ ไม่ยอมละสายตาจากดวงตาคู่ตรงหน้า

 

            “มันเป็นหน้าที่ของผมจริงๆ นี่ครับ” คำตอบทำร้ายหัวใจยังดังมาให้เขาได้ยิน จนวินบีบมือตัวเองแน่นกว่าเดิม หัวเราะเสียงขื่น

 

            “หน้าที่ หน้าที่ และหน้าที่ รู้มั้ยว่าฉันเกลียดเวลานายพูดคำว่าหน้าที่มากแค่ไหน แค่พูดว่าเป็นห่วงฉันบ้างมันจะทำให้นายเสียศักดิ์ศรีจนตายไปเลยหรือไง” ในเวลาแบบนี้ เขาก็แค่อยากได้ยินคำที่ทำให้หัวใจมีเรี่ยวแรงก็เท่านั้น หากแต่ปณชัยกลับวางร่างของเขาลง แล้วดึงมือกลับ

 

            จากนั้น...ก็เอ่ยคำที่ทำให้คนฟังเจ็บหัวใจ

 

            “ผมไม่มีคำไหนที่จะมอบให้คุณวินได้นอกจากคำว่าหน้าที่นี่ครับ” แล้วผู้ชายใจร้ายคงยังไม่สาแก่ใจ เมื่อกรีดย้ำเข้าที่แผลเดิม

 

            “สำหรับผม คุณวินคือหน้าที่ที่ผมต้องรับผิดชอบเท่านั้น”

 

..................................

 

            ครบค่ะ เมย์หายไปเพราะแมวเมย์หายค่ะ ปีนี้เป็นตัวที่สองแล้ว บอกตรงๆ ว่าจะเป็นจะตาย ไม่อยากทำอะไรเลย ตัวแรกก็ตอนต้นเดือนพ.ค. เป็นตัวพ่อ นี่เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ลูกชายหายไปอีกตัว รู้สึกเหมือนของสำคัญส่วนหนึ่งหายไปจากของร่างกาย รู้สึกแย่มากเลยค่ะ ตอนนี้เหมือนเป็นโรคหวาดระแวง ต้องคอยเช็กตลอดว่าแมวอีกห้าตัวยังอยู่ครบ

            ตอนหน้าได้กันแล้วเนอะ ได้แบบได้จริงๆ เลยอะค่ะ

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #พี่วินสวยมาก นะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 359 ครั้ง

405 ความคิดเห็น

  1. #14650 BMMH3 (@za__girl) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:57
    หน้าที่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ พุดเป้นคำเดียวรึไงอิตาบ้าเอ้ยยยยย โมโหแล้วนะะะะะะะะ
    #14650
    0
  2. วันที่ 23 มกราคม 2562 / 16:19
    ฮือออ ยิ่งกว่าดูละครหลังข่าวอ่ะ TT
    #14566
    0
  3. #14288 ;เซฮาน △ (@chunjiteentop) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 20:03
    สงสารทั้งคู่เลยอะะ
    #14288
    0
  4. #14230 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 23:15
    ก็พี่ชัยเค้ารู้ตัวว่าไม่เหมาะสมงัย
    #14230
    0
  5. #14194 Zer_Cya (@Zer_Cya) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 11:41
    ก็เข้าใจพี่ชัยนะ หน้าที่กับหัวใจมันไปด้วยกันไม่ได้~
    //งานละครก็มา
    #14194
    0
  6. #14130 maknae_ (@maknae_) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 07:28

    -ชัยกูจะตบปาก-งงงงง

    #14130
    0
  7. #12989 bemysunshine (@DBK1802) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 10:16
    สงสารพี่วินจังเลยยย ต้องมานั่งฟังคำพูดแบบนี้ให้เจ็บหัวใจ แล้วเราก็จะไปอ้อนวอนเขาไม่ได้อีกเด้อ พี่วินเองก็อ่อนให้เขาบ้างซี่ อ่อนให้กันทั้งคู่เลยไม่ได้หรือ
    #12989
    0
  8. #12917 Parniizaaa (@Parniizaaa) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 21:16
    อยากเอาค้อนทุบปาก. ปากแข็งขนาด!!!
    #12917
    0
  9. #12916 Parniizaaa (@Parniizaaa) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 21:16
    อยากเอาค้อนทุบปาก. ปากแข็งขนาด!!!
    #12916
    0
  10. วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 18:45

    หน้าที่เก่งงงง เป็นห่วงเขาก็บอกมาตรงๆเถอะพี่ ไม่ต้อเอาคำว่าหน้าที่มาอ้าง

    #12882
    0
  11. #12761 emptyq_ (@emptyq_) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 01:34
    อยากปริ้นท์คำว่าหน้าที่เป็นปึกหนาๆแล้วฟาดหน้าอีพี่ชัย อีบ้า
    #12761
    0
  12. #12628 Yuzukee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 19:53

    คุณชัยค่ะ

    นี้โกรธ โกรธแทนพี่วินมากมาย

    #12628
    0
  13. #11924 SiripanPhinukram (@SiripanPhinukram) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 02:53
    I’m u
    Morality
    #11924
    0
  14. #11635 ThanPKt (@ThanPKt) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 01:33
    เกลียดไอตรงคำว่าหน้าที่ของผมนี่เเละ กี่บาทจะซื้อไปทิ้ง
    #11635
    0
  15. #11632 ahciin (@littlegirls43) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 19:34
    ขอแบนคำว่าหน้าที่ ฮึ่ยยย
    #11632
    0
  16. #11611 birumu (@beam_bts) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 18:14
    เกลียดคำว่าหน้าที่ของลุงชัยแล้วนะ ซื้อทิ้งได้มั้ยคำนี้ ห่วงก็บอกว่าห่วงเซ่ ปากแข็งไปไหน
    #11611
    0
  17. #10693 Tongdchr (@Tongdchr) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 11:52
    อิพี่ชัย คนใจร้าย ใจดำ
    #10693
    0
  18. #10684 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 16:42
    ตอนหน้าได้กันนนน เกร้ดดดดดด
    #10684
    0
  19. #9946 TAKARE__ (@TAKARE__) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 21:15
    คนนึงก็คิดว่าอย่าคาดหวัง อีกคนก็ไม่รู้ความรู้สึกตัวเองเล๊ยยยย อยากมุดเข้าฟิคไปจับให้เค้าได้กันมากค่ะโว้ยยยยยยยยบ
    #9946
    0
  20. #9442 ang_9potion (@ang_9potion) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 16:39
    ไปติดสาวนอกบ้านรึเปล่าคะ
    #9442
    0
  21. #8979 Aunchiree (@0956535071) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 17:31
    ทำไมพูดเเบบนี้
    #8979
    0
  22. #8827 Intelligence- (@capacite) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 18:07
    โอ้ยยยย ลุงงงงง ทำไมเนี่ยยยย แค่พูดไปตรงๆจะตายรึไงฮะ! ฮือออออ ตอนหน้าไม่ต้องให้ลุงได้หรอก ให้อกแตกตายเพราะไม่ได้พี่วินไปเลย ชิ :(
    #8827
    0
  23. #7599 Chick Y (@yuyyeah) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 02:23
    เมื่อไหร่เขาจะได้กันคะ?
    #7599
    0
  24. #7359 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 21:15
    ปากแข็งเหลือเกิน
    #7359
    0
  25. #7333 Satang_88 (@KrisxLay) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 18:26
    จะไม่รักลุงละ
    #7333
    0