[Code Geass Fanfic]The Last and After Story (Yaoi)

ตอนที่ 4 : Bloody Heart [Re-write]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,556
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    5 ก.ย. 53

/>

Part 3 : Bloody Heart

 

                ยามบ่ายที่แสนว่างเรานอนอยู่บนฟูกอย่างนึกเกียจคร้านพลางมองท้องฟ้าไปเรื่อยเปื่อย เพราะที่นี่นอกจากเรื่องกินกับนอนก็ไม่มีอะไรให้เราทำอีกแล้ว การนั่งมองท้องฟ้าที่มีเมฆค่อยๆลอยผ่านไปซึ่งเราไม่เคยนึกสนใจจึงกลายเป็นงานอดิเรกอย่างช่วยไม่ได้

                หมอนั่นเลือกหนังสือไม่เป็นเลยจริงๆเราว่าพลางมองหนังสือที่สึซาคุนำมาให้เราอ่านเลย มีทั้งนิยายรักหวานแหวจนถึงนิยายโศกนาฏกรรมแบบที่แค่เห็นชื่อก็อยากวางเสียแล้วแต่เอาเข้าจริงเราก็อ่านจนหมดทุกเล่มแล้วได้ข้อสรุปอย่างน่าเศร้าก็คือ ชีวิตเราอาภัพมากกว่าตัวละครในนิยายเสียอีก

                อยากจะถามหมอนั่นเหมือนกันว่าเอาส่วนไหนคิดถึงได้เลือกซื้อนิยายแบบนี้มาให้เราอ่านคิดเหรอว่าเราอ่านแล้วจะเศร้าจะสงสารทั้งที่ชีวิตความเป็นจริงของเรามันน่าเศร้ากว่าพวกนิยายโศกนาฏกรรมเลยไม่สามารถเรียกน้ำตาของเราได้เลยแม้แต่หยดเดียว

                คราวหน้าลองขอประมวลกฏหมายใหม่มานั่งอ่านเล่นดีไหมนะเพราะอย่างน้อยมันก็น่าสนใจมากกว่านิยายพวกนี้เป็นกอง

                ลูลูชผมเองขอเข้าไปได้ไหมขณะที่กำลังนึกนินทาเสียงของสึซาคุดังขึ้นจากข้างหลังหรือก็คือประตูเลื่อน เรามองเห็นเงาร่างสูงยืนอยู่เบื้อหลังประตูกระดาษอยู่รางๆเราจึงตอบกลับไปเบาๆ

                เข้ามาสิ

                ครืด.....

                สึซาคุเลื่อนประตูเปิดออกเดินเข้ามาแล้วจึงปิดลงก่อนจะถอดหน้ากากเซโร่ออกแล้วนั่งลงด้วยท่าทางเหนื่อยๆเราจึงลุกขึ้นเทน้ำชาที่วางอยู่บนโต๊ะส่งให้

                ขอบใจหมอนั่นเราไปแล้วก็ค่อยๆดื่มจนหมดถ้วยก่อนส่งคืน

                วันนี้เลิกเร็วเหรอเราถามพลางมองหมอนั่นที่กำลังถอนหายใจยาวเหมือนคนที่เหน็ดเหนื่อยสุดขาดใจ

                อืม งานน่ะมีไม่มากหรอกแต่การประชุมทำให้ผมเหนื่อย เอาแต่เถียงกันไปมากอย่างโน้นอย่างนี้สุดท้ายก็เอาผลประโยชน์เข้าตัวกันทั้งนั้นฟังแล้วเราก็หลุดขำออกไปเล็กน้อยแล้วพูดราวกับมันเป็นเรื่องแสนธรรมดาว่า

                เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว นี่นายเป็นเซโร่มาได้ตั้งนานแล้วยังไม่ชินอีกเหรอคำตอบคือการค้อนขวับเหมือนโกรธก่อนจะตามด้วยเสียงถอนหายใจราวกับว่ารู้สึกเหนื่อยหน่ายเสียเต็มประดา

                เอาเถอะ ผมว่าการรับมือกับเธอคงเหนื่อยกว่าพวกนักการเมืองเยอะเราหัวเราะเบาๆโดยไม่ปฏิเสธแถมยังพูดเสริมต่อ

                แน่นอน ก็ชั้นเป็นจอมมารที่แสนเจ้าเล่ห์นี่นา นายมันก็แค่อัศวินที่มีดีแค่กำลังริจะมาสู้ด้านสติปัญญากับจอมมารรึไงคราวนี้สึซาคุก็ส่ายหน้าราวกับจนใจแบบที่เราเห็นแล้วรู้สึกสนุก การกลั่นแกล้งสึซาคุน่ะนับเป็นหนึ่งในวิธีการที่แก้เบื่อได้ดีที่สุดเลย

                ว่าแต่ร่างกายของนายดีขึ้นมากแล้วสินะหมอนั่นเหมือนจะรู้ตัวว่าโดนแกล้งอยู่จึงเปลี่ยนเรื่องแต่เราก็ยอมเปลี่ยน

                ก็ดีแล้วนี่ หายเมื่อไหร่นายก็จะได้ไม่ต้องลำบากเรื่องของชั้นอีกไงล่ะจากนั้นเราก็ทอดสายตามองออกไปข้างนอกที่ท้องฟ้าสีครามสดใสแต่ความจริงก็แอบมีเหลือบมองท่าทางของหมอนั่นเล็กน้อยน่ะแหละ พอเห็นหน้าของสึซาคุในตอนนี้แล้วเราก็รู้สึกอยากจะหัวเราะออกมาจริงๆ

                ก็ใครจะเชื่อล่ะว่าเซโร่บุรุษผู้แสนองอาจจะมาทำหน้าเหมือนลูกหมาถูกทิ้งได้น่าสงสารขนาดนี้....

                เฮ้อ....เสียงถอนหายใจยาวๆดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่หมอนั่นจะล้มตัวลงนอนบนพื้นเสื่อข้างๆเราแล้วตะแคงตัวมองตัวเราที่นั่งมองท้องฟ้าอยู่บนฟูก

                นี่ลูลูช จากนี้ไปเธอจะทำยังไงต่อไปเหรอคราวนี้เป็นเราเองที่นึกอยากจะถอนหายใจออกมา นายเป็นคนทำให้ชั้นคิดอยากจะมีชีวิตอยู่แถมยังเตรียมการเรื่องโกหกให้เราเรียบร้อยแล้วทีนี้จะมาทำเป็นคนโลเลงั้นเหรอ

                แล้วนายอยากให้ชั้นทำยังไงต่อไปล่ะหมอนั่นไม่ตอบแต่เราคิดว่าคงเพราะตอบไม่ได้มากกว่า สึซาคุหลบสายตาของเราไปครู่หนึ่งก่อนที่จะกลับมาสบตากับเราอีกครั้งแล้วตอบ

                ผมก็แค่.....อยากให้เธออยู่กับผมคำพูดที่คล้ายจะออดอ้อนและขอร้อง เราเหลือบตามองดูแววตาที่เหมือนลูกหมาถูกทิ้งอีกครั้งแล้วก็ลอบยิ้มน้อยๆอย่างนึกเหนื่อยใจ

                ทั้งที่ปกติก็เป็นคนที่ดูจริงจังกับทุกๆเรื่องมากเกินไปจนน่าปวดหัวแต่ตอนนี้กลับทำตัวเหมือนกับเด็กตัวเล็กๆที่แสนเอาแต่ใจซึ่งเห็นแล้วชวนให้นึกถึงเด็กคนนั้นที่หวังว่าจะได้พบอีกครั้งหนึ่งในเร็ววันนี้

                ชั้นเพิ่งรู้นะว่านายน่ะอ้อนได้เก่งขนาดนี้แถมยังดูน่ารักจนนึกขบขันเลย แต่ชั้นไม่บอกหรอกเดี๋ยวนายจะได้ใจซะก่อน

                แล้วเธอจะยอมทำตามที่ผมขอมั้ยยังอ้อนต่ออีกมาดเซโร่ของนายหายไปหมดแล้วสึซาคุ เราเปลี่ยนจากเหลือบมองเป็นแอบค้อนแต่นั่นกลับทำให้หมอนั่นหัวเราะออกมา

                ฮะๆๆ กะแล้วว่าเธอต้องทำหน้าแบบนี้ฟังแล้วนึกอยากจะชกหน้าหมอนั่นขึ้นมาจริงๆแต่ชกไปเราก็คงเจ็บเองส่วนหมอนั่นคงไม่สะเทือนหรอก เราจึงหันหน้าหนีไปอีกด้านแต่แล้วกลับมีเงาสีดำปกคลุมร่างของเราพร้อมกับวงแขนแกร่งที่โอบตัวเราเอาไว้จากด้านหลัง มือคู่นั้นยกขึ้นจับปลายคางของเราให้หันกลับไปอย่างนุ่มนวล ดวงตาของเราทั้งสองสบกันไร้ซึ่งความเขินอาย ดวงตาสีเขียวที่มองเห็นว่าดูน่าสงสารเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นจริงจังเสียจนไม่อาจละสายตาได้

                เธอจะอยู่ข้างๆผมใช่ไหมหมอนั่นถามแต่เราไม่ได้ตอบว่าใช่แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ปฏิเสธ เราส่งยิ้มให้กับหมอนั่นก่อนจะพูดออกไป

                ตราบเท่าที่ชั้นยังไม่ได้พบกับสิ่งที่เคยสูญเสียไปชั้นก็จะยังคงอยู่ที่ตรงนี้พร้อมกับมองดูโลกของชั้นเฝ้ารอให้สักวันจะได้พบกับเด็กคนนั้นและมองดูโลกอันงดงามที่ถือกำเนิดขึ้นมาด้วยมือของเราเอง

                ถ้าอย่างนั้นผมก็จะทำตามสัญญา โลกที่เธอสร้างมันขึ้นมาผมจะปกป้องมันเอาไว้เองแล้วก็จะช่วยเธอตามหาสิ่งที่หายไปด้วยเรายิ้มให้กับรอยยิ้มของหมอนั่นที่ไม่ว่าจะกี่ปีผ่านไปก็ไม่เคยเปลี่ยนเลย ยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้านั้นแผ่วเบาราวกับรำลึกถึงวันวานเก่าๆที่เคยผ่านมาร่วมกัน

                แน่นอนอยู่แล้วชั้นไม่ยอมให้นายผิดคำสัญญาอีกหรอกนะการผิดสัญญาของนายจะยอมให้แค่ครั้งนั้นเท่านั้นนะ

                ผมสัญญาลูลูช ผมจะปกป้องโลกใบนี้แล้วก็...จะปกป้องเธอด้วยมองเห็นใบหน้าของสึซาคุใกล้เข้ามาเรื่อยๆจึงได้หรี่ตาลงจนมองไม่เห็นสิ่งใดแล้วให้ริมฝีปากรับรู้ถึงความอบอุ่นที่ประทับลงมาเนิ่นนาน จูบที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกอ่อนโยนแบบนี้นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้รับมันจากคนๆนี้ ช่างอบอุ่นอ่อนโยนจนทำให้เคลิ้มฝันไม่คิดอยากจะลืมตาตื่น หากแต่ในความจริงแล้วเราก็นึกแปลกใจไม่น้อยที่หลังจากได้พบกันอีกครั้งหลังจากที่ฟื้นขึ้นมา ถามกับตนเองว่าทำไมถึงได้ยอมให้คนๆนี้จับต้องและสัมผัสตัวเรามากขนาดนี้

                ไม่ได้รังเกียจจูบหรืออ้อมกอดของสึซาคุทั้งยังรู้สึกชมชอบความอ่อนโยนที่แฝงเอาไว้ แต่ว่าอีกความรู้สึกหนึ่งที่อยู่ในอกกำลังตีกันเองจนยุ่งเหยิงไปหมดกำลังทำให้เราเจ็บปวด

                ขณะที่ขบคิดถึงความรู้สึกเหล่านั้นเราก็ปล่อยให้หมอนั่นได้ทำตามใจชอบ รู้สึกได้ถึงมือของหมอนั่นเริ่มลากไล้ไปตามเนื้อผ้าบางของเราและสอดลึกไปใต้เสื้อเชิ้ตสีขาว ริมฝีปากไล่ลงมาจนถึงลำคอ ความรู้สึกเจ็บที่ลำคอไม่ได้ทำให้เรารู้สึกอยากผลักหมอนั่นออกไปเลย ทว่าทันใดนั้นเองประตูก็เปิดออก

                ครืด...

                พวกนายจะช่วยเกรงใจชั้นหน่อยได้มั้ยซีทูเป็นคนเปิดประตูที่ไม่รู้ว่าทำได้ยังไงทั้งที่มือข้างหนึ่งของเธอมีพิซซ่าชุ่มซอสพริกส่วนอีกข้างก็กอดตุ๊กตาตัวใหญ่ชื่อชีสคุงเสียแน่น ซีทูมันจะดีมากเลยนะถ้าเธอมาด้วยมือที่ไม่มีพิซซ่ากับเจ้าตุ๊กตานั่นน่ะ...เราคิดในใจขณะที่สึซาคุยอมผละจากเราแต่โดยดี  เราหันไปถามเธอพลางจัดเสื้อไปว่า

                เธอมีอะไรงั้นเหรอเราถาม ซีทูทำหน้าเหมือนเจอคำถามที่น่าเบื่อที่สุดในโลกก่อนจะตอบเสียงดังฟังชัด

                ก็แค่ชั้นไม่อยากได้ของแกล้มพิซซ่าเป็นฉากพรอดรักแสนหวานของพวกนายเท่านั้นแหละ ลืมแล้วรึไงว่าชั้นนั่งอยู่ห้องข้างๆน่ะเธอพูดเหมือนไม่พอใจทั้งที่ปกติเธอก็ไม่เคยสนใจไม่ใช่เหรอ ขนาดตอนเราเกือบจูบกับคาเรนเธอยังเรียกหาซอสพริกได้หน้าตาเฉย

                เฮ้อ...ได้ยินเสียงสึซาคุถอนหายใจออกมาเหมือนกับจะเสียดายระคนหน่ายใจ หมอนั่นหันไปมองซีทูเล็กน้อยก่อนจะหันไปหยิบหน้ากากเซโร่มาสวมแล้วลุกขึ้นเตรียมตัวกลับ

                ชั้นไปล่ะแล้วจะมาใหม่นะแล้วสึซาคุก็เดินออกไปเปลี่ยนเป็นซีทูที่เดินเข้ามาแทนพร้อมกับพิซซ่าเยิ้มซอสพริกในมือ ซีทูยังคงไม่พูดอะไรนอกจากนั่งกินพิซซ่าในมืออย่างรวดเร็วหลังกินเสร็จเธอจึงค่อยพูดออกมา

                นี่ลูลูชแบบนี้น่ะจะดีจริงๆเหรอฟังแล้วก็ชวนให้รู้สึกว่ามันเป็นคำถามที่ไม่นึกอยากให้ตอบเลยสักนิดเดียว เราถอนหายใจก่อนจะตอบ

                ก็เธอเองไม่ใช่เหรอที่อยากให้เป็นแบบนี้พอเธอฟังคำตอบของเราใบหน้าที่เคยนิ่งเฉยก็แปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่ดูแล้วชวนให้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยสุดหัวใจ

                นายนี่มัน....ช่างเถอะชั้นเองก็ไม่มีหน้าที่จะต้องมาแนะนำเรื่องแบบนี้ให้นายสักหน่อย ผูกเองก็แก้เองแล้วกันพูดจบซีทูก็เดินกลับไปห้องข้างๆปิดประตูแล้วเราก็ได้ยินเสียงเปิดกล่องอะไรสักอย่างที่เราคิดว่าต้องเป็นกล่องพิซซ่าแน่ๆ ลับหลังจากซีทูไปแล้วเราก็ล้มตัวลงนอนกับฟูกนุ่มนิ่มบนพื้น

                อย่างเธอน่ะไม่จำเป็นต้องมาเตือนชั้นหรอกน่าเพราะว่าความจริงแล้วความรู้สึกของเราเป็นอย่างไรเรารู้ดีที่สุด เพราะเรากับสึซาคุน่ะเอาเข้าจริงก็คงตัดกันไม่ขาดหรอก มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยที่จะตัดสัมพันธ์กับคนที่อยู่ด้วยกันมานานนับปียิ่งมันไม่ใช่เพียงแค่ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนด้วย

                เรากับสึซาคุไม่ใช่คนรักไม่ว่าจะเมื่อไรหรือตอนไหน สิ่งที่ผูกพันเราสองคนเข้าด้วยกันคือความรู้สึกอันไร้ที่ไปกับความสัมพันธ์ทางกายเท่านั้น  ไม่เคยมีใครบอกรักใครเพราะมันไม่จำเป็น ไม่เคยแสดงความเป็นเจ้าของกันและกัน เราสองคนก็เพียงแค่..เติมเต็มส่วนที่หายไปในหัวใจซึ่งกันและกัน แต่แม้กระนั้นช่องว่างก็ยังคงมีมากเกินกว่าที่จะเติมให้เต็มได้ด้วยความสัมพันธ์ครึ่งๆกลางๆแบบนี้

                หากจะพูดถึงความรักแล้วก็ชวนให้นึกถึงใครคนหนึ่งที่เราได้ลงมือสังหารไป เธอคือ ยูเฟเมียองค์หญิงฆาตกร สึซาคุเคยรัก..ไม่สิตอนนี้ก็ยังคงรักยูฟี่อยู่เหมือนเดิม จำได้ดีเลยว่าดวงตาของหมอนั่นยามที่กล่าวถึงเธอเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่ไม่เหมือนกับเวลาที่มองเรา เราแอบดีใจที่สึซาคุให้ความสำคัญกับยูฟี่คนที่เคยเป็นรักแรกของเราทั้งที่ลึกๆแล้วเราคงนึกแค้นใจว่าทำไมคนที่สึซาคุเลือกถึงไม่ใช่เรา

                สึซาคุในตอนนั้นดูราวกับอัศวินแห่งแสงสว่างอันทรงเกียรติ รอยยิ้มของหมอนั่นที่มอบให้กับยูฟี่ช่างดูอบอุ่นจนน่าอิจฉา ได้แต่มองอยู่ห่างๆรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งให้อยู่บนโลกอันน่าขยะแขยงใบนี้เพียงลำพัง แต่ว่าสึซาคุในตอนนี้กลับไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ทุกการกระทำที่เอาใจใส่เราตลอดเวลา มือที่ประคองเราเอาไว้ชวนให้รู้สึกอบอุ่นจนอยากที่จะถอยห่าง

                นายบอกว่าจะไม่มีวันปล่อยมือไปจากชั้นอีกแล้ว ทั้งที่เมื่อเริ่มต้นคนที่ไม่คิดแม้แต่จะจับมือของชั้นก็คือนายแท้ๆ ตอนที่นายสวมกอดชั้นไว้นายคิดอะไรอยู่ จูบของนายมันมีความหมายว่าอย่างไรกัน

                แต่ว่าชั้นเองก็คงเหมือนกับนาย ยอมให้โอบกอดหรือจูบด้วยความรู้สึกที่คล้ายกับโหยหาและอาวรณ์แต่กระนั้นหัวใจที่นิ่งเงียบในอกของชั้นกลับทำให้ชั้นมองเห็นใบหน้าของเด็กคนนั้น โรโล่กำลังยิ้มให้ชั้น รอยยิ้มบนใบหน้าที่ต่างกับนาย

                นี่ช่วยบอกชั้นทีสิสึซาคุ นายน่ะทำทุกอย่างไปเพื่ออะไรงั้นเหรอ

                ทั้งที่ไม่ว่าเมื่อไรนายก็ไม่เคยพูดคำว่ารักกับชั้นเลยสักครั้งทุกครั้งที่นายยิ้มชั้นก็มักจะย้อนถามกับตัวเองอยู่เสมอว่า ทำไมนายถึงยิ้มให้กับชั้นทั้งที่นายควรจะเกลียดชั้นไม่ใช่เหรอ

                สองมือยกขึ้นกอดตัวเองแบบที่ชอบทำเวลาที่เรารู้สึกว่าตัวเองหวาดกลัวและอ่อนแอ เพราะหากทำแบบนี้ไว้มันก็เหมือนกับมีใครสักคนกำลังโอบกอดเราไว้อยู่ ตัวเรามันช่างสกปรกและน่าสมเพชจริงๆ ช่างน่ารังเกียจนักทั้งที่ยอมให้สึซาคุจูบแต่ใจกลับคิดถึงโรโล่ เรามันน่ารังเกียจแต่แม้กระนั้นเราก็ไม่อาจกล้าพอที่จะผลักไสอ้อมกอดของสึซาคุออกไปได้เลย ราวกับเส้นด้ายที่พันกันแน่นจนแก้ไม่ออก ยิ่งพยายามแก้ออกเท่าไหร่มันก็กลับยิ่งพันกันแน่น ถลำลึกจนไม่อาจหวนกลับไปได้

                ชั้นฉุดรั้งนายเอาไว้เพื่ออะไรกันแน่นะเพราะเหงางั้นเหรอ...เพราะต้องการตัวแทนงั้นเหรอ...แต่ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรสุดท้ายเราก็ยังเป็นคนเห็นแก่ตัวเช่นเดิมอยู่ดี.......

                กริ๊ง...

                เสียงของบางอย่างที่ตกสู่พื้นห้องเรียกให้สติของเรากลับมาพอหันไปมองจึงได้เห็นบางสิ่งที่ส่องประกายสีเงินออกมา เราเอื้อมมือไปหยิบมันมาเปิดฝาออก แว่วเสียงบทเพลงอันไพเราะกับภาพรอยยิ้มอันงดงามของเรากับโรโล่ มันช่างชวนให้คิดถึงอย่างน่าเศร้าใจเราจึงได้ปิดมันลงแล้วกำไว้แน่นก่อนจะล้มตัวลงนอนบนฟูกนุ่มนิ่มสีขาวสะอาด กลิ่นของแสงแดดที่ติดอยู่บนฟูกที่เพิ่งเปลี่ยนใหม่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนทำให้ใจของเราสงบขึ้นประกอบกับกลิ่นกำยานอ่อนๆที่สึซาคุนำมาวางไว้ให้โดยให้เหตุผลว่าทำให้หลับสบายกำลังทำให้เราง่วงนอนขึ้นมา หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะเครียดมากเกินไปก็ได้แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรสุดท้ายเราก็หลับไปทั้งที่ในมือยังกำที่ห้อยมือถือนั้นเอาไว้

 

                ผมเดินออกมาจากห้องของเธอไม่ใช่ด้วยความกระอักกระอ่วนใจแต่เป็นเพราะไม่อาจทนมองสายตาของเธอที่ไม่มีผมได้เพราะผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าหากอยู่นานกว่านี้บางทีผมอาจจะทำอะไรบางอย่างหรือพูดบางสิ่งทำให้เธอรู้สึกเกลียดผมขึ้นมาก็ได้

                หากจะเปรียบความรู้สึกที่มีอยู่ในตอนนี้ก็คงเป็นความหึงหวง แต่ผมก็พูดออกไปได้ไม่เต็มปากเท่าไรนัก มิใช่ว่าไม่เข้าใจความรู้สึกของตนเองแต่เพราะเข้าใจดีจนเกินไปจนรู้สึกหนักใจ

                ระหว่างที่กำลังนั่งอยู่บนรถทั้งที่ผมควรจะคิดถึงเรื่องงานแต่ผมกลับเอาแต่คิดถึงเรื่องของเธอ ถ้าเธอรู้คงจะโกรธผมมากเลยที่เอาเรื่องส่วนตัวมาก่อนเรื่องงาน แต่ก็ช่างมันสิเพราะผมไม่ใช่เธอนี่นา แต่เพราะแบบนั้นเหมือนกันผมถึงไม่เข้าใจเลยว่าเธอรู้สึกยังไงกับผมกันแน่

                หวนนึกถึงความทรงจำที่ผ่านเลยไปแล้วขึ้นมา ในวันนั้นที่ผมได้กอดเธอเป็นครั้งแรก....

                จำได้ว่าวันนั้นเป็นวันที่ผมเพิ่งเข้าโรงเรียนแอชฟอร์ดได้ไม่นาน ในช่วงนั้นผมไปที่ห้องพักของลูลูชเกือบทุกครั้งที่มีเวลาและวันนั้นก็เป็นเช่นเดียวกัน ผมร่วมทานข้าวเย็นกับลูลูชและนานาลี่อย่างสนุกสนานหากแต่กลับมีสิ่งหนึ่งที่แปลกออกไป ในคืนวันนั้นเธอได้ชวนผมไปที่ห้อง

                เป็นผู้ชายกลับช้านิดช้าหน่อยจะเป็นอะไรไปเธอบอกกับผมแบบนี้ในตอนที่ผมทำหน้าไม่ค่อยพอใจ

                แล้วเธอชวนผมมาที่ห้องเพราะมีเรื่องอะไรงั้นเหรอผมถามเธอขณะที่นั่งลงบนเตียงของเธอก่อนจะเห็นว่าเธอปลดกระดุมเสื้อสองเม็ดบนออกเหมือนจะคลายความอึดอัด แต่ตอนนั้นผมก็เผลอมองเธอตาไม่กระพริบทำให้เธอหัวเราะออกมาเบาๆ

                หลงชั้นขึ้นมาแล้วรึไงกันถ้าเป็นเวลาปกติผมคงหัวเราะแล้วส่ายหน้าแต่ตอนนั้นผมไม่ได้ทำแม้แต่การพยักหน้าหรือส่ายหน้าเลยแม้แต่นิดเดียว

                เธอ....สวยขึ้นนะผมเผลอเอ่ยชมลูลูชไปอย่างไปตั้งใจ ลูลูชหยุดหัวเราะแล้วส่ายหน้าเบาๆ

                นี่นายจะชมให้ดีกว่านี้ไม่ได้รึไงกันคำพูดของเธอเหมือนไม่พอใจแต่น้ำเสียงเธอกลับฟังดูราบเรียบเหมือนไม่มีความโกรธเคืองแม้แต่นิดเดียว ร่างบางๆของลูลูชทิ้งตัวลงนั่งข้างๆกับเราแล้วจึงเริ่มพูดขึ้นมา

                ชั้นก็แค่คิดถึงเรื่องเก่าๆขึ้นมาได้น่ะ

                เรื่องไหนงั้นเหรอผมถามโดยที่ยังไม่ยอมนั่งลงแต่แล้วพอโดนเธอมองเหมือนกับจะสั่งให้นั่งลงผมจึงนั่งลงข้างๆเธอที่นอนอยู่บนเตียง

                ก็หลายเรื่องนะ อย่างเช่นครั้งแรกที่เราได้พบกันไงแล้วเธอก็หัวเราะส่วนผมก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆเพราะการพบกันครั้งแรกของเราไม่ได้สวยหรุดั่งเทพนิยายแต่ออกจะขาดความประทับใจไปมากเลย

                ตอนนั้นชั้นเจ็บมากเลยนะ

                ขอโทษนะรู้สึกแปลกๆเหมือนกันที่ต้องมาขอโทษเธอในตอนนี้ทั้งที่มันผ่านมาตั้งหลายปีแล้วแท้ๆ พอผมขอโทษเธอก็หัวเราะอีกแต่รอยยิ้มของเธอกลับดูแปลกไปอย่างที่รู้ว่าผมคิดไปเองรึเปล่า จากนั้นเธอก็ปลดกระดุมเสื้อลงอีกสองเม็ดทำให้เหลืออีกเพียงเม็ดเดียวที่ติดอย่างหมิ่นเหม่บนร่างของเธอ

                เอ่อ...เธอร้อนงั้นเหรอขณะที่ถามผมก็ไม่กล้าหันไปมองเธอเลย

                ในตอนนั้นหัวใจของผมเต้นแปลกๆ ลูลูชเป็นผู้ชายอย่างแน่นอนแต่กลับดูสวยสง่ายิ่งกว่าผู้หญิงคนไหนๆ ผมเผลอจินตนาการไปว่าหากได้เห็นเธอในสภาพที่เปลือยเปล่าแล้วเธอจะงดงามยิ่งกว่านี้มากแค่ไหน แต่พอคิดแบบนั้นผมก็ต้องนึกก่นด่าตนเองไปหลายครั้งที่คิดอกุศลกับเพื่อนสนิทของตัวเองแบบนั้น

                มันไม่ร้อนหรอกแต่หนาวมากเลยล่ะเธอบอกแบบนั้นทั้งที่ปลดกระดุมเสื้อของตัวเองออกจนเกือบหมด พอเห็นเธอเอนกายกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงราวกับจะยั่วยวนมันก็ทำให้ใจของผมเต้นระรัวจนต้องกลืนน้ำลายและตอนนั้นเองที่เธอหัวเราะด้วยน้ำเสียงคล้ายจะเย้ยหยันนิดๆ

                อะไรกัน นายเกิดอารมณ์งั้นเหรอหากเป็นปกติผมคงปฏิเสธทว่าผมก็ไม่สามารถโกหกได้ว่าไม่ได้รู้สึกแบบนั้น ผมเป็นผู้ชายธรรมดา ผมมีคนที่ชอบและเธอคนนั้นก็เป็นผู้หญิง ผมไม่เคยนึกอยากจะกอดผู้ชายขึ้นมาก่อนแต่ในตอนนั้นผมกลับรู้สึกอยากกอดเธอเหลือเกิน

                แทงใจดำงั้นเหรอเสียงของเธอคล้ายการเย้ยหยันเข้าไปมาหขึ้นทุกทีจนน่าโมโหแต่อีกด้านกลับดูน่าหลงใหล ผมเหลือบมองนิ้วเรียวยาวของเธอที่ขยับเข้าใกล้กระดุมเสื้อเม็ดสุดท้ายแล้วก็จัดการปลดมันออกอย่างช้าๆ

                ชั้นจะทำแค่นี้นะที่เหลือก็แล้วแต่นายแล้วเธอก็เอนนอนลงบนเตียงอย่างเงียบๆเหมือนกับกำลังรอ ในตอนนั้นแทนที่ผมจะเดินออกไปจากห้องแต่ผมกลับขยับตัวเข้าไปหาเธอ ใจผมบอกให้ผมขยับตัวออกมาแต่พอรู้ตัวอีกทีผมกลับมองเห็นเธออยู่ใต้ร่างของผมแล้ว

                ลูลูช ผม....นิ้วของเธอวางทาบลงบนปากของผมเหมือนกับจะสั่งไม่ให้พูดจากนั้น มือเรียวสวยของเธอจึงได้วางพาดลงบนคอของผมแล้วโน้มให้ผมลงมาจูบเธอ

                วินาทีแรกที่ริมฝีปากสัมผัสกันผมกลับเบิกตากว้างอย่างตกใจจนแทบผลักเธอออกแต่แล้วความนุ่มนวลกับเสน่ห์ที่มากเกินไปของเธอกำลังทำให้ผมหลงใหล ผมหลับตาลงแล้วกอดเธอเอาไว้ ไม่นานผมก็รู้สึกถึงบางอย่างที่นิ่มและติดจะเปียกเล็กน้อยแตะลงบนริมฝีปากที่ปิดสนิทของผม

                ปลายลิ้นนั้นราวกับจะหยอกล้อและเป็นคำสั่งอย่างที่เธอมักชอบทำและผมก็ไม่ลังเลเลยที่จะเปิดปากออกแล้วสอดปลายลิ้นเข้าไปในปากของเธอ ผมรู้สึกถึงความหอมหวานที่ไม่เคยได้ลิ้มลองที่ใดมาก่อนมันทำให้ผมพอใจแต่ก็ยังไม่ที่สุด ใจของผมกลับบอกว่าต้องการสัมผัสเธอมากกว่านั้นอีก มือที่เคยกอดเธอไว้จึงเริ่มปลดเสื้อของเธอออกทีละนิดโดยที่เธอไม่ขัดขืนเลยแม้แต่นิดเดียว

                จากนั้นสิ่งหนึ่งที่ผมจดจำจนไม่มีวันลืมเลยก็คือความอบอุ่นของร่างกายของเธอ กลิ่นหอมอันร้อนแรงราวกับดอกไม้พิษ เสียงที่ไพเราะยิ่งกว่าเครื่องดนตรีชนิดใด รอยยิ้มอันงดงามที่ราวกับว่าได้รับชัยชนะในทุกสิ่งและสุดท้ายก็คือคำพูดของเธอที่ราวกับจะพันธนาการตัวผมเอาไว้ตลอดกาล

 

จำเอาไว้ซะ ช่วงเวลานี้ของนายเป็นของฉัน

 

                หลังจากวันนั้นตัวผมก็เป็นราวกับแมลงที่ติดอยู่บนกับดักอันหอมหวานของดอกไม้พิษที่ล่อลวงให้หลงเสน่ห์อันดำมืด เมื่อมีครั้งแรกเกิดขึ้นครั้งที่สองและครั้งอื่นๆก็จะตามมา ทุกครั้งผมไม่เคยเป็นคนเริ่ม เธอมักจะเป็นคนที่เริ่มต้นมันขึ้นเสมอแต่ผมก็ไม่ได้รังเกียจที่จะตอบรับเพราะยามที่อยู่ด้วยกันในช่วงเวลานั้นผมรู้สึกว่าเธอมีความสุขมาก แม้จะไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่หากทำให้เธอยิ้มได้ผมก็ยินดี

                ทว่าในตอนนี้ผมคงพูดแบบนั้นออกไปไม่ได้ ตอนนั้นผมก็แค่หลอกตัวเองทั้งที่ความจริงแล้วผมหลงใหลในตัวเธอ ไม่เพียงแค่รูปกายอันงดงามแต่เป็นทุกอย่างของตัวเธอที่ทำให้ผมแทบคลั่งจนสุดท้ายกลับเป็นผมเองที่รอคอยให้เห็เธอเรียกหาราวกับสุนัขที่ซื่อสัตย์และบางทีความรู้สึกนั้นคงน่าสมเพชเกินกว่าที่ผมจะยอมรับตัวเองได้จึงได้พยายามบอกตนเองว่าเพียงแค่เพราะอยากให้เธอยิ้ม

                ผมไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่เธอคิดหรอกนะผมอยากกอดเธอเอาไว้ทั้งที่ไม่คยบอกคำรัก อยากจะกักขังเธอเอาไว้ไม่ต้องการให้ใครแตะต้องทั้งที่ไม่ได้เป็นเจ้าของเธอเลย ความอ่อนโยนของผมต้องการสิ่งตอบแทนเสมอ แม้กระทั่งตอนนี้ทุกสิ่งก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง

                ผมต้องการเธอเหลือเกิน ลูลูชจอมมารร้ายผู้งดงามของผม...

 

                ยามเมื่อลืมตาตื่นดวงอาทิตย์ก็ได้หายไปจากท้องฟ้าแล้ว รอบข้างเงียบสนิทมีเพียงเสียงของกระดิ่งลมและแมลงส่งเสียงร้องอยู่ในสวนเท่านั้น รอบกายว่างเปล่าไร้ซึ่งผู้คน เราลุกขึ้นหยิบเสื้อที่เรียกว่ายูกาตะซึ่งใช้แทนผ้าห่มมาคลุมไหล่และเดินออกไปในสวนซึ่งติดอยู่กับห้องที่เรานอน แม้สึซาคุจะบอกว่าเราสามารถเดินเล่นที่ไหนในบ้านก็ได้แต่ก็คงมีเพียงสวนนี้ที่เรานึกอยากจะออกมาเดินจริงๆ

                ในสวนที่สวยงามแม้ไม่ได้รับการดูแลมานานทำให้จิตใจของเราสงบขึ้นเล็กน้อย แต่แม้กระนั้นความหมองมัวและเจ็บปวดในจิตใจก็ไม่เคยจางหาย ถูกอย่างที่ซีทูพูดปมแห่งความสัมพันธ์นี้เราเป็นคนเริ่มขึ้นมาก่อนเอง หลังจากที่สึซาคุมาเข้าเรียนที่แอชฟอร์คนที่เริ่มต้นความสัมพันธ์ที่หาคำใดมาตอบไม่ได้ก็คือเรา

/>

                ยามอดีตทั้งที่เข้าใจว่าเป็นเพียงแค่เพื่อนสนิท แต่เมื่อไรกันที่ไม่ได้มองสึซาคุเป็นแบบนั้นอีกต่อไป ในใจโหยหาและต้องการจะพบเธอ อยากได้ความอบอุ่นของสึซาคุ อยากได้รอยยิ้มของสึซาคุ อยากให้มาอยู่เคียงข้าง อยากได้ทุกสิ่งทุกอย่างของสึซาคุ ทว่าแต่แล้วทุกอย่างกลับไปเป็นอย่างที่ต้องการ ยามที่ได้รู้ว่าหมอนั่นคือคนขับลานสล็อต ถ้อยคำที่ปฏิเสธหลายต่อครั้งที่เคยได้รับจากหมอนั่นก็หวนกลับมา รู้สึกเจ็บปวดเหมือนถูกทรยศหักหลัง ดังนั้นจึงได้ตัดสินใจใช้ร่างกายนี้ให้เป็นประโยชน์ที่สุดในการฉุดรั้งเอาไว้ เพราะว่าสึซาคุอาจจะปฏิเสธเซโร่แต่ไม่เคยปฏิเสธลูลูชเลย


                เชิญชวนด้วยร่างกายที่งดงาม หลอกลวงด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มที่เคลือบไปด้วยพิษร้าย ล่อหลอกด้วยถ้อยคำให้หลงใหลเพียงเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการมา ช่างน่ารังเกียจและน่าสมเพชแต่กระนั้นเราก็ไม่สนใจจนกระทั่งถึงเมื่อเร็วๆนี้

                ชั้นกำลังหลอกใช้ความใจดีของนายเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิดทั้งที่นายใจดีและอ่อนโยนขนาดนั้น  แต่ในทางกลับกันชั้นกลับรู้สึกโกรธนายมากมายที่ไม่ยอมอยู่เคียงข้างชั้น ดังนั้นในวันนั้นชั้นจึงได้เอาตัวเองเข้าแลกเพียงเพื่อให้นายอยู่กับชั้นเพียงชั่วครู่

                ความอบอุ่นและอ่อนโยนที่ได้รับทำให้เรารู้สึกพึงพอใจแต่ก็ไม่อาจเติมเต็มให้กับหัวใจของเราได้เลยเพราะรู้อยู่แก่ใจดีว่าหัวใจของสึซาคุอยู่ที่อื่น สึซาคุไม่เคยถามเหตุผลว่ทำไมเราถึงทำแบบนี้ ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่จะเป็นฝ่ายสวมกอดเราก่อนมันเหมือนกับจะบอกว่าหากเราไม่ใช่คนเริ่มเขาก็ไม่คิดที่จะเริ่มเช่นกัน ความรู้สึกที่เหมือนกับตัวเราไร้ค่านั้นยิ่งทำให้บาดแผลนั้นบาดลึกเข้าไปมากกว่าเดิม

                ตราบใดที่สึซาคุยังไม่ยอมมาอยู่ข้างกายเราและยังคงปฏิเสธเซโร่ คำว่ารักจะไม่มีวันหลุดออกมาจากปากเราเด็ดขาด เราสองคนเป็นเช่นนั้นเรื่อยมาไม่เคยมอบถ้อยคำอ่อนหวานให้แก่กันเพราะเราสองคนไม่ใช่คนรัก เราตอกย้ำตนเองแบบนั้นทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน

                มันก็แค่การหลอกตัวเองไปวันๆเท่านั้นว่ามีสึซาคุอยู่เคียงข้าง ทั้งที่จริงมันเป็นแค่ความฝันยามค่ำคืนที่จะจางหายไปยามเมื่อลืมตาตื่นเท่านั้น ข้างกายเราว่างเปล่ามาตลอด หลอกตัวเองว่ามีหมอนั่นอยู่ข้างกายเสมอ รั้งหมอนั่นเอาไว้เพระาแอบหวังว่าสักวันหมอนั่นจะยอมมาเดินในเส้นทางเดียวกับเรา อบอุ่นทุกครั้งที่สึซาคุยอมรับเราในฐานะลูลูชแต่ก็เจ็บทุกครั้งที่อยู่ใกล้กับคำปฏิเสธของสึซาคุในฐานะเซโร่

                เรามันก็แค่คนโง่ที่คิดจะรั้งหมอนั่นเอาไว้ด้วยความสัมพันธ์ทางกายแบบนี้ทั้งที่รู้ดีว่าเป็นการทำร้ายตัวเอง เรามันขี้ขลาดที่ไม่กล้าบอกความจริงออกไปจนในที่สุดเราก็ได้สูญเสียหมอนั่นไป...

                สึซาคุหายไปจากข้างกายเราและปรากฏอยู่ข้างกายของยูฟี่แทน เรามองเห็นในดวงตาของหมอนั่น..อบอุ่นกว่าที่เคยอยู่กับเรา รอยยิ้มดูเจิดจ้ายิ่งกว่าดวงตะวัน ความอ่อนโยนที่เผยให้เห็นได้ชัดเวลาที่พูดถึงเธอคนนั้น เราฝืนยิ้มออกไปเพราะอยากให้คนที่เรารักและเคยรักมีความสุข เราไม่ได้โทษหมอนั่นและไม่ได้โทษใครทั้งนั้นนอกจากตัวเอง เราไม่มีสิทธิ์ไปเรียกร้องอะไรทั้งนั้น เราไม่ได้เป็นอะไรกันนอกจากแค่คนที่มากกว่าพื่อนเท่านั้น

                เพราะงั้นเมื่อหมอนั่นถอยห่างไปจากเรา เราก็จะเดินออกมาจากหมอนั่นเหมือนกัน...

                รู้สึกเหมือนโซ่ตรวนที่เคยล่ามสึซาคุเอาไว้ขาดสะบั้น ยาพิษอันหอมหวานย้อนกลับมาเล่นงานตัวเราเอง ทุกสิ่งไม่มีอะไรเหลือโดยเฉพาะยามเมื่อเราต้องฆ่ายูฟี่ด้วยมือเราเอง ความรู้สึกเจ็บปวดทรมาณจนแทบบ้าถาโถมเข้ามาราวกับจะทำให้เราพังทลายแต่สึซาคุกลับไม่เคยรู้อะไรเลย ทั้งที่รู้ว่าเราคือเซโร่แล้วไม่คิดบ้างเหรอว่าเราจะไม่เสียใจกับการที่ต้องฆ่าพี่น้องของตัวเองแบบนี้ ยามที่เผชิญหน้ากันปลายปากกระบอกปืนที่หันมาทางเรา เพียงแค่นั้นก็ทำให้ราตายทั้งเป็นแล้ว แต่หมอนั่นก็ยังคงมองไม่เห็นถึงความเจ็บปวดทรมาณที่เราเก็บซ่อนเอาไว้ทั้งที่แอบหวังไว้ว่าขอแค่นายเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มองเห็นก็พอแล้วแท้ๆ

                ทุกถ้อยคำที่สึซาคุพูดออกมาค่อยๆทำลายความรู้สึกของเราที่มีต่อหมอนั่นไปทีละนิดๆ ดวงตาอันเย็นชาที่จ้องมาไม่มีวี่แววของความอ่อนโยนที่เคยนึกชมชอบอีกต่อไป สำคัญที่สุดเลยก็คือ ไม่มีลูลูชในดวงตาของสึซาคุอีกต่อไปแล้ว เหลือแต่เพียงเซโร่ที่ถูกเกลียดชัง

                เรายิ้มเยาะกับตัวเองก่อนจะยกปากกระบอกปืนขึ้นหันไปทางหมอนั่นเช่นกัน พอกันทีสำหรับการทำร้ายตัวเองแบบนี้ ลูลูชคนนี้ไม่ใช่คนที่จะยอมเจ็บตลอดไปหรอกนะ เราไม่ใช่พ่อพระผู้เมตตาแต่คือจอมมารร้าย เพราะงั้นต่อให้มันเป็นสิ่งที่เรารักมากแต่ถ้ามันทำร้ายเราและกำลังหนีห่างออกไปเราก็จะทำลายมันทิ้งซะ!

                ทว่าเทพธิดาแห่งชัยชนะก็ไม่มีวันยิ้มให้กับจอมมารร้ายเมื่อเราฆ่าหมอนั่นไม่สำเร็จ เราถูกพาไปมอบให้กับชาร์ล ดี บริทาเนียหรือพ่อของเราเอง....

 

เจ็บยิ่งกว่าตายทั้งเป็น น่าชิงชังยิ่งกว่าถูกทำร้าย ทรมาณยิ่งกว่าตกนรก!

หมอนั่นขายเราให้กับชาร์ลเพื่อแลกกับตำแหน่งอัศวินโต๊ะกลม!

 

                ความโกรธเกลียด เคียดแค้น เจ็บปวดปะทุขึ้นในอก ราวกับหัวใจถูกวักออกมาแล้วถูกเหยียบทิ้งอย่างไม่ใยดี ภาพของสึซาคุที่ตีสีหน้าเย็นชาเหมือนกับไม่สนใจเรื่องของเราจนกระทั่งชาร์ลได้พรากทุกสิ่งไปจากเราอีกครั้ง ทั้งแม่และนานาลี่ทั้งที่ทั้งสองคนไม่ได้อยู่ข้างเราแล้วแม้แต่ความทรงจำก็ยังไม่ยอมให้เรามีอีกงั้นเหรอ.....

                ความรักถูกพรากจาก ความทรงจำถูกช่วงชิงกระทั่งจะรู้สึกอัปยศอดสูก็ยังทำไม่ได้ ทั้งที่พยายามที่จะแย่งชิงกลับมาแต่สิ่งที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อยก็ยังถูกช่วงชิงไปเพียงเพราะสิ่งที่เรียกว่า ความรัก!

                เราคือจอมมารร้าย ไม่จำเป็นต้องมีความรัก หัวใจเราต้องเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็งและแกร่งยิ่งกว่าหินผา ดังนั้นในสี้ยววินาทีก่อนที่จะลืมเลือนทุกสิ่งเราจึงได้สบถสาบานกับห้วงเวลาที่ถูกช่วงชิงว่า ขอให้ช่วงชิงสิ่งที่เรียกว่าความรักจากเราไปด้วยเถอะ

 

เราจะไม่รักใครอีกต่อไปแล้ว...

 

                เวลา1ปีที่ผ่านไปกับความทรงจำจอมปลอมที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ เราได้มีน้องชายเพิ่มขึ้นมาคือโรโล่ แลมเพอร์ลูจนักฆ่าที่ถูกส่งมาเพื่อจับตาเราและหากรู้ว่าเราได้ความทรงจำกลับมาเมื่อไหร่ก็ให้ฆ่าเราซะ แต่ว่าโรโล่ก็ยังเป็นแค่เด็กที่แสนไร้เดียงสาและอ่อนหัดในสายตาเรา การจะหลอกคนแบบนี้ไม่ใช่เรื่องยากอะไร

                วางแผนทุกอย่างให้โรโล่คิดว่าเราเห็นหมอนั่นเป็นน้องชายคนสำคัญและก็ได้ผล หมอนั่นทุ่มเทเพื่อเราทุกอย่าง ยอมทรยศแม้แต่บริทาเนียเพื่อพี่ชายจอมปลอมอย่างเรา มันช่างน่าขบขันนักกับความโง่ที่แสนบริสุทธิ์นั้น มันเป็นไปตามแผนอย่างง่ายดายเรามีตัวหมากที่แสนเก่งกาจแถมเชื่อฟังคำสั่งอย่างดีมาไว้ในมือ

                โรโล่เด็กหนุ่มที่โง่เขลาลุ่มหลงในความรักที่มีต่อพี่ชายจอมปลอมถึงขนาดยอมให้เรากอดแก้เบื่อโดยบอกเพียงว่า ขอแค่ให้พี่ชายมีความสุขจะให้ผมทำอะไรก็ได้ถ้อยคำนั้นเราอยากจะหัวเราะจริงๆ คิดเหรอว่าตัวเองจะมาแทนที่นานาลี่หรือสึซาคุได้ แค่เด็กโง่ๆเพียงคนเดียวไม่มีทางมาแทนที่น้องสาวหรือคนที่เราเคยรักได้หรอกไม่มีทาง....

                ช่างเป็นความคิดอันแสนสกปรกโสมมที่เราเคยคิดกับโรโล่ มองเห็นเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่รอวันจะทอดทิ้ง ให้ความสำคัญก็เพียงเพราะต้องการหลอกใช้ แต่แล้วทุกอย่างกลับเริ่มเปลี่ยนไปในวันที่เราถูกนานาลี่ปฏิเสธ น้องสาวที่รักอยู่ในมือของศัตรูที่เหยียบย่ำความรู้สึกของเราอย่างสึซาคุ ความเจ็บปวดได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง รู้สึกอยากจะลืมเรื่องราวทั้งหมดไปซะ ไม่อยากจะรับรู้อะไรอีกต่อไปแล้วคิดเพียงว่าหากได้ย้อนกลับไปในวันนั้นที่ยังสามารถยิ้มได้อย่างมีความสุขก็คงจะดี อยากจะจมดิ่งสู่ความมืดแล้วไม่ต้องลืมตาตื่นขึ้นมาอีกเลยทำให้แม้แต่คาเรนก็ไม่อาจจะพาเราออกมาจากความมืดนั้นได้แต่ว่าคนที่เราคาดไม่ถึงกลับทำได้อย่างง่ายดาย

 

ไม่ต้องห่วงนะครับพี่ ไม่ว่าพี่จะเลือกทางไหนผมก็จะอยู่ข้างๆพี่ตลอดไป

 

                คำพูกที่ราวกับเป็นการประชด ทั้งที่มันเป็นถ้อยคำที่เราอยากได้มาตลอดจากคนที่เราเคยรักมากที่สุด แต่คนที่มอบให้เรากลับเป็นคนที่เราเกลียดเสียได้  ในวันนั้นโรโล่เด็กคนหนึ่งที่เคยคิดว่าไม่มีความสำคัญก็ได้ก้าวเข้ามาในหัวใจของเราที่เคยคิดว่าทอดทิ้งไปแล้ว

                นับจากวันนั้นในส่วนหนึ่งของหัวใจเราก็เปลี่ยนไป ยามที่โอบกอดโรโล่ก็รู้สึกอยากจะอ่อนโยนและให้ความสำคัญกว่าที่เคยเป็น บางครั้งเราก็นึกอยากจูบโรโล่ขึ้นมาเฉยๆ แอบคิดว่ารอยยิ้มของโรโล่เองก็น่ารักดีและอีกหลายต่อหลายครั้งที่สามารถลืมเลือนความเศร้าไปได้ยามที่มีโรโล่อยู่ข้างๆ มันคงจะดีขึ้นเรื่อยๆถ้าหากว่าวันนั้นโรโล่ไม่ได้เป็นคนฆ่าเชอร์ลี่

                เชอร์ลี่หญิงสาวผู้น่าสงสารที่มาหลงรักจอมมารร้าย เราพยายามกันเธอออกไปทำแม้แต่ลบความทรงจำเพื่อให้เธอมีชีวิตที่สงบสุขและมีความสุขแต่เธอกลับบอกว่าเธอได้หลงรักเราอีกครั้งและจากไปด้วยรอยยิ้มนำพาเสี้ยวหนึ่งในหัวใจของเราไปด้วย

                เราไม่ได้รักเชอร์ลี่เรารู้ตัวเองดีที่สุดแต่เราก็เป็นห่วงเธอมากกว่าคนอื่นเช่นกันเราจึงไม่อาจยกโทษให้กับโรโล่คนที่ฆ่าเธอได้ ความรู้สึกที่เริ่มดีขึ้นพังทลายลงไปในทันที เราตัดสินใจทำลายสถาบันวิจัยกิอัสเสียและคิดจะฆ่าโรโล่ไปพร้อมๆกับวีทูแต่มันก็ไม่สำเร็จ แต่เมื่อแผนการนั้นไม่สำเร็จเราก็เก็บโรโล่ไว้เป็นตัวหมากต่อไปเพื่อรอวันที่จะโละทิ้ง

                แต่แล้วเมื่อวันนั้นมาถึงมันกลับเป็นวันที่หัวใจเราได้แหลกสลายไปอีกครั้งหนึ่ง นานาลี่ได้หายไปพร้อมกับเฟรย่าอาวุธที่สึซาคุเป็นคนยิงออกไป คนที่เรารักคนสุดท้ายได้หายไปแล้ว... แบบนี้เราจะมีชีวิตต่อไปเพื่อใครและเพื่ออะไร เหตุผลในการมีชีวิตอยู่ของเราไม่มีอีกแล้ว

                ชั้นน่ะเกลียดนายและคิดฆ่านายตั้งหลายครั้งด้วยรู้ไว้ซะ!คำพูดรุนแรงที่มาจากส่วนหนึ่งของหัวใจตะโกนก้องออกไปด้วยโทสะและความสิ้นหวัง ใบหน้าของโรโล่ตอนนั้นบิดเบี้ยวจนแทบจะร้องไห้แต่เราก็ไม่สน มันไม่มีความจำเป็นต้องสนใจตั้งแต่แรกแล้ว โรโล่ก็เป็นแค่ของเล่นแล้วก็หมากตัวหนึ่งเท่านั้นจนกระทั่ง...

                ปลายปากกระบอกปืนนับสิบที่หันมาหาเราไม่ได้ทำให้เราหวาดกลัวเลย เราผลักไสคาเรนออกไปเพราะอย่างน้อยเราก็ไม่อยากให้เธอตาย มันคงเป็นจุดจบที่น่าสมเพชและเหมาะสมที่สุดของจอมมารแบบเราสินะแต่ก็ช่างมันเถอะ เราไม่จำเป็นต้องมีชีวิตอยู่อีกแล้วนี่นาเพระาเหตุผลที่ทำให้เราอยากมีชีวิตอยู่นั้นได้หายไปแล้ว....

                ทั้งที่คิดแบบนั้นแท้ๆแต่โรโล่ก็เข้ามาช่วยเรา ยอมใช้ความสามารถที่บั่นทอนชีวิตของตนเองเพื่อคนโกหกและหลอกลวงแบบเราจนกระทั่งดวงไฟแห่งชีวิตได้มอดดับไปต่อหน้าเรา รอยยิ้มสุดท้ายของโรโล่ทำให้เรารู้ซึ้งว่าตัวเรายังคงเป็นจอมมารที่โง่เขลาเช่นเดิม เรามองข้ามคนที่อยู่รอบข้างจนกระทั่งสูญเสียไปจนหมดไม่มีเหลือ

                ซีทูเคยบอกว่าพลังแห่งราชันย์นั้นจะทำให้เราโดดเดี่ยว มันไม่ใช่หรอกคนที่ทำให้ทุกคนหายไปก็คือเราเองต่างหาก...ต้องรอให้สูญเสียก่อนถึงได้รู้ว่าสิ่งที่สูญเสียไปนั้นสำคัญมากแค่ไหน....

                เจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ก็ไม่เคยจำ หัวใจถูกกรีดนับครั้งไม่ถ้วนจนเต็มไปด้วยบาดแผล เลือดไหลชโลมจนทั่วบดบังซึ่งทุกสิ่งแม้แต่ตอนนี้เราก็ยังคงทำเช่นเดิม เมื่อสูญเสียคนที่รักก็หลอกใช้ความใจดีของคนอื่นเพื่อเติมเต็มความต้องการของตัวเองแต่ในขณะเดียวกันก็อดคิดไม่ได้ว่าทำไมสึซาคุต้องกอดเราในตอนนี้ด้วยทั้งที่หมอนั่นเป็นฝ่ายทิ้งเราไปก่อนแท้ๆ

                คำบอกรักที่ไม่เคยมี คำตอบรับที่ไม่เคยได้รับจากนายมาตอนนี้ทำไมนายถึงเพิ่งมามอบมันให้ชั้น มามอบมันให้กับชั้นที่เคยตัดใจไปแล้วแบบนี้นายจะให้ชั้นยิ้มแล้วตอบรับด้วยรอยยิ้มงั้นเหรอ ทั้งที่หัวใจของชั้นไม่ได้เหมือนเดิมอีกแล้วแท้ๆ

                ใบหน้าซบลงกับฝ่ามืออดกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้เล็ดลอดออกไปราวกลับกลัวว่าจะมีใครได้ยิน เราทรุดลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงบนพื้นดินที่เย็นเฉียบ ปล่อยให้ความเศร้าเข้าครอบงำหัวใจจนกระทั่งรู้สึกได้ถึงน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความเป็นห่วง

                เกิดอะไรขึ้นเหรอลูลูชเธอร้องไห้ทำไมสิ่งที่มาพร้อมกับคำพูดนั้นก็คืออ้อมกันอันแสนคุ้นเคยและอบอุ่น พอหันกลับไปก็พบกับดวงตาสีมรกตกำลังมองเราด้วยความเป็นห่วง

                เธอร้องไห้ทำไมนิ้วเรียวยาวลากผ่านตรงหางตาเพื่อเช็ดหยดน้ำตาออกไปแล้วจึงวางทาบลงบนผิวแก้มของเรา การกระทำที่อ่อนโยนเพื่อหวังปลอบโยนกลับยิ่งทำให้น้ำตาร่วงหล่นออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้ เราโผเข้ากอดร่างสีดำนั้นเอาไว้อย่างเงียบๆโดยไม่ยอมพูดอะไรแม้แต่คำเดียว

                ไม่อยากบอกงั้นเหรอ...สึซาคุถามแต่เรายังคงเงียบ ดูเหมือนสึซาคุจะเข้าใจจึงไม่ถามต่อจากนั้นเราก็รู้สึกว่าร่างของตัวเองลอยขึ้นจากผืนดิน หมอนั่นอุ้มเรากลับเข้าไปในห้องแล้วจัดแจงวางเราลงบนฟูกนอนอย่างนุ่มนวล

                นอนเถอะลูลูช ผมจะอยู่ข้างๆเธอจนกว่าจะหลับนะเรามองเห็นรอยยิ้มที่อบอุ่นที่เคยต้องการถูกส่งมาให้จึงได้พยักหน้าเป็นการตอบรับก่อนจะหลับตาลง มือของสึซาคุยกขึ้นสัมผัสเส้นผมกับใบหน้าของเราอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกนุ่มนวลประทับลงบนหน้าผากชวนให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย มือข้างนั้นกุมมือของเราแน่นจนรู้สึกเหมือนว่าไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจจะหนีมันพ้น

 

                มันช่างเป็นความรู้สึกอบอุ่นที่ช่วนให้เจ็บปวดเหลือเกิน....


------
TBC

รีไรท์เสร็จแล้วค่ะ เพิ่มเติมเนื้อเรื่องของสึซาคุตามเดิม แอบเพิ่มเติมรายละเอียดเรื่องครั้งแรกของสองคน(พูดเองเขินเอง) ตอนพิมพ์นี่ใจเต้นมากค่ะไม่เคยเขียนเรทชอบเขียนหวานๆน่ารักๆมากกว่า แต่นี่ถึงมันจะไม่เรทก็ทำเอาเขินไปหลายตลบมากมายค่ะ
จะพยายามพิมพ์ตอน4ให้เสร็จเร็วๆนะคะ

แอบตัดฉับเล็กน้อย
กำลังรู้สึกว่ายิ่งเขียนมันยิ่งอึมครึมเข้าไปทุกทีๆ ต้องเข้าใจค่ะว่าถ่านไฟเก่ามันแรงส่วนถ่านใหม่ก็ยังไม่มอดน้องลู่เลยสับสน
ใครจะคู่ใครก็ลุ้นกันต่อนะคะ
ภาพประกอบเช่นเคยค่า


รูปโปรดเลยนะคะเนี่ย หุๆๆ
ปล.ถ้าเม้นต์เยอะตอนใหม่จะมาเร็วค่า(ถ้าคนเขียนทำสอบได้ด้วย55)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

260 ความคิดเห็น

  1. #254 Dark-V (@black-violet) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2556 / 00:15
    ลู่ยั่วหรอ !!!! O [ ] O
    สุดยอดๆๆๆ 555
    #254
    0
  2. #249 LoUiSMiLLeNTeArs-CheaN (@louismillentears) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2556 / 13:33
    wait a minute !!!!!!ลูลู่ถูกน้องกดชิป่ะ ?อย่านะลูลู่ต้องกดใครไม่เป็นสิ เคะราชินีสิคือเธอ!!!!
    #249
    0
  3. #245 tandty321 (@tandty321) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2555 / 00:33
    ชอบทั้งเนื้อเรื่องและภาพประกอบค่าา
    #245
    0
  4. #233 tvxq5forever (@tvxq5forever) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กันยายน 2555 / 17:44
    เศร้าอ่ะ!!!TT
    #233
    0
  5. #216 YoNgヨンヨン^^ (@winfinite) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2555 / 00:05
    เมื่อก่อนลู่จัง เป็นคนยั่วเหรอเนี่ย>< อ๊ายยย
    ป้าซีทู ขัดจังหวะอ่ะ-*- คนกำลังอินกับฉาก(ใกล้)NC
    น่าลุ้นว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อแฮะ ตอนต่อไป!!!
    #216
    0
  6. #208 N@MT[]N (@parron) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 เมษายน 2555 / 21:57
    ซึ้ง สงสารลู่ขึ้นมา T T
    #208
    0
  7. #191 ่Airino (@matimon35) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2554 / 18:40
     อ่านแล้วแอบอิน 
    ต้องรีบอ่านตอนต่อ >o<
    #191
    0
  8. #158 maney (@canival) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2553 / 17:45
    สุลู่ >[]<!!!
    #158
    0
  9. #140 SaintAndromeda (@crocodilemuri) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มีนาคม 2553 / 15:00
    สุลู่จงเจริญ
    #140
    0
  10. #79 DevilKamui (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 เมษายน 2552 / 08:59
    สาธุขอให้เปงสุกะลู่>O<(ถ้าไม่ใช้จะเลิกอ่านทันที=_=)((เว่อ))
    #79
    0