ระหว่าง วันที่ 7-11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
ครอบครัวลิงเขียวได้
ทำบุญแจกข้าวให้คุณแม่จัน
ที่เสียชีวิตได้ 8 ปีแล้ว
บายศรีที่ชาวบ้านช่วยกันทำอย่างงดงาม
พี่เบญคนงาม
ถ่ายตอนตีหนึ่งได้มั้ง หน้านางเลยโทรมนิดๆ
แต่หนังหน้าน้องสาวซอบบี้ไปและ 55
กองบุญค่ะ
ชาวบ้านจะเอาหมอนและข้าวสารมาร่วมทำบุญด้วย
หลังเสร็จงาน ข้าวของทั้งหมดจะเอาไปถวายวัดจ้ะ
เราจะจัดเตรียมข้าวของให้ครบ เหมือนขึ้นบ้านใหม่อะจ้ะ
เราเชื่อว่า ข้าวของพวกนี้จะให้แม่เอาไปใช้บนสรรค์
ประเพณีทำบุญแจกข้าวหาคนที่เสียชีวิตนี้
คนอีสานถือว่า ไม่ว่าจะยากดีมีจนอย่างไร
สักครั้งในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ของคนข้างหลัง จะอย่างไรก็ต้องทำบุญนี้ให้แก่ ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ และคนที่เรารักที่เสียชีวิตไปแล้วให้จงได้
โดยทีมีความเชื่อว่า ถ้าไม่ได้ทำบุญแจกข้าวไปให้ ดวงวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วจะไม่ได้ขึ้นสวรรค์
อีกทีก็ เรามีความเชื่อว่า ถ้ายังไม่ทำบุญแจกข้าวไปให้ ดวงวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว จะยังคงรอบุญนี้จากครอบครัวนั่นเอง ยังคงรอบุญนี้จากลูกหลาน
....ค่าใช้จ่ายงานบุญนี้ ต้องใช้เงินมากพอสมควร เพราะจะทำอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 3 วัน
บางครอบครัวอาจจะยังไม่มีความพร้อม อันนี้ก็คงต้องรอกันต่อไป
บ้านลิงเขียวเองก็รอตั้ง 8 ปีกว่าจะได้ทำบุญนี้ให้กับแม่
มีเพื่อนคนนึง เธอเป็นคนเหนือ ถามลิงว่า
ทำไม ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมาย กับการทำบุญให้คนที่จากไปแล้ว?
อันที่จริงแค่ไปทำบุญที่วัดก็น่าจะพอแล้วนะ
อืม .....ความเชื่อมันฝังรากลึก แม้เราจะอธิบายอย่างไร การที่เรามีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน
เป็นการยากที่จะมานั่งอธิบายให้คนต่างพื้นที่เข้าใจในประเพณีของคนอีสาน
คนในหมู่บ้านลิงเขียว ยึดถือประเพณีนี้อย่างมาก
....การที่ได้ทำบุญนี้ให้กับแม่ และคิดว่า แม่ได้ขึ้นสรรค์ หรือไปสู่สุคติภพที่ดี มันก็เป็นความสุขของครอบครัวเรา
สมัยเป็นเด็ก เวลามีงานบุญนี้ทีไร สนุกสนานทุกที เพราะแต่ละบ้านจะจ้างหนัง,จ้างหมอลำ,
นั่งดูหนังดูหมอลำจนซอดแจ้งจ่างป่าง
งานครั้งนี้ น้องชายตั่งอี้ ถือโอกาสบวชให้กับแม่จันด้วย
จากงานที่คิดว่าไม่ใหญ่โตมากมาย มันเลยกลายเป็น .....โอว
ข้าพเจ้าทำหน้าอึนๆอะไรเยี่ยงนั้นๆ
ยิ้มสิคะ น้องชายบวชทั้งที
รู้สึกว่าจะใส่ชุดชาวเขานะ
ใส่ซิ่นไม่เกิด ใส่ชุดชาวเขาพอดูได้ อิอิอิ
ช่วยกันห่อข้าวต้ม ข้าวหนม
ขูดมะพร้าวสมัยนี้ง่ายดีเนาะ
ช่วยกันสับๆๆๆๆๆหมู
ทั้งวันทั้งคืน
แต่ไม่กี่วันที่ผ่านมา มันได้อะไรหลายอย่างนะ
ได้เห็นครอบครัวอยู่กันอย่างพร้อมเพรียง พี่น้อง 7 คน มาอยู่กันครบหน้า
คนที่มีความสุข ยิ้มหน้าบานกว่าใครเพื่อนก็คือ หลวงพ่อของเราเอง
ท่านมีความสุขมากๆ ที่ลูกๆหลานๆมากันเต็มบ้าน
ได้เห็นญาติๆมาช่วยงานกันอย่างเต็มกำลัง
ได้เห็นพี่น้องชาวบ้านมาช่วยกันอย่างไม่มีเหน็ดเหนื่อย ผู้ชายก็ทำงานหนักไป
ผู้หญิง แม่บ้านก็พากันทำอาหาร ห่อข้าวต้มข้าวหนมไป....
พี่น้องญาติของลิง จากฝั่งลาวก็มากัน
ได้เห็นว่า คนที่รักแม่จัน มากมายขนาดไหน
แจกการ์ดเชิญไม่ครบ มีหลายคนแอบน้อบใจ
ต้องนั่งปลอบใจไปหลายคน
ด้วยความที่ลิงเขียว เป็นคนไม่สมาคมกับใครมากนัก เวลากลับบ้านก็ชอบอยู่แต่ในละแวกบ้านของตัวเอง
เลยไม่ค่อยจะรู้จักใครมากนักในหมู่บ้าน แต่ป่านนั้นลิงเขียวก็ต้องไปแจกการ์ดเชิญด้วยตัวเอง
ไล่ถามไปเรื่อยแหละ ^^...
ปั่นจักรยานไปคนเดียว ต้องคอยหลบหมาเจ้าถิ่น 555
โดยใจจริงแล้ว อยากเชิญให้ครบทุกคนนั่นแหละ แต่บางทีมันก็ไม่ได้เป็นไปอย่างนั้น
เราเองก็นึกไปว่า
...แม้ไม่ได้เชิญด้วยการ์ด แต่การที่บ้านอยู่ใกล้กัน กินข้าวด้วยกันบ่อยๆ คุ้นเคยกับแม่จันด้วย
น่าจะมาช่วยงานได้ ....
แต่ไม่เป็นอย่างนั้นนะ บางคนถ้าเราไม่เชิญเค้าก็ไม่กล้ามาช่วยงาน ซะอย่างงั้นแหละ
แอบไปน้อยใจ
เฮ้อ ....เราต้องนั่งปลอบใจกันไป
แต่ทุกคนที่มาช่วยงานแม่ก็มาด้วยความรักที่มีต่อแม่
ด้วยความคิดถึงทีมีต่อแม่
บางคนบอกกับลิงว่า แม้ไม่เชิญ ป้าก็จะมางานนี้
งานบุญ คนมาเยอะจ้ะ ไม่เหมือนงานแต่งงาน ที่คนมาร่วมงานมักจะเป็นคนที่เราเรียนเชิญไป
ญาติจากฝั่งลาวจ้า
แม่.....เป็นคนน่ารัก ไม่ว่าร้ายให้ใครเลย
ตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยได้ยินแม่ด่าใคร...
ไม่เคยได้ยินแม่ให้ร้ายใคร
แม้กับลิงเขียวเอง แม่ก็ไม่เคยด่าแรงๆ
แม่ด่าลิงเขียวแรงสุดก็น่าจะประมาณว่า
...ไม่ยอมโตสักที ติดเล่นกับเด็กๆแถว เล่นกระโดดเชือก เล่นหมากเก็บนี่แหละ
และเวลาหุงข้าวทิ้งเอาไว้ แอบไปเล่น ข้าวมันไหม้บ่อยมาก
แม่เลยมักจะด่าเสมอๆ หรือบ่นแรงๆกันนะ
บ่นที
ขี้หูไหล โดยไม่ต้องแคะ
แต่ไม่เคยดุด่าแบบร้ายแรงนะ อย่างมากถ้าหม้อข้าวทะลุเพราะน้ำแห้ง
ลิงก็จะโดนแม่หยิกหู งืมๆมันเจ็บอยู่นะเออ
ไม่เคยจำหรอก
.....ที่บ้านเลยเปลี่ยนหม้อข้าวบ่อยมาก
ด้วยครอบครัวของเรา ไม่เคยถูกพ่อแม่ด่า แบบใช้คำหยาบๆมาด่าลูก
ลิงเลยค่อนข้างไม่ชอบเวลาเห็นใครด่ากัน
ส่วนหลวงพ่อ ไม่เคยด่าลูก และไม่เคยถูกพ่อตีเลย
ทั้งๆที่พ่อเป็นคนดุมากๆ แต่พ่อสยบการเคลื่อนไหวของลูกๆด้วยสายตา
สายตาเขามีออร่ามากค่ะ
แค่แสงจากสายตาของหลวงพ่อเนี่ย
.....ฟันลูกขาดไปหลายท่อนแล้ว บรือ กลัวๆ...
พร้อมครอบครัว
แม่เป็นคนสนุกสนาน ไปคุยเล่นกับใครก็มีแต่คนรักคนชอบ
ลิงและพี่น้อง เลยไปจ้างหมอลำมาให้แม่ได้ชม อิอิอิ
สนองตัวเองด้วยแหละ เอาไว้เต้นหน้าเวทีเวลาดึกสงัด
อาจารย์ เขาสนุกและเมาทั้งคืน
ทราบข่าวว่า
เขามาไถเงินไปให้นักร้องทั้งคืนเลยนี่นา
555
เขาจนค่ะ ไม่มีเงินติดกระเป๋า
ไม่น่าคบ...
ตลอดหลายวันที่เตรียมงาน และวันงานจริงๆ 3 วัน คือ 9-11 ก.พ.
ลิงนอนวันละ 3 ชั่วโมง เท่านั้นเอง
กว่าจะเข้านอนก็เที่ยงคืน ราวๆตีสามในแต่ละวันก็ต้องตื่นไปตลาดแล้ว
ช่วงนั้น อากาศหนาวเย็นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน โหยยยย
ตื่นไปตลาดตอนตีสามหนาวมาก
ลิงไปตลาดกับพี่ชาย ไปซื้อของสดทุกวัน
ช่วยกันทำกองบุญให้แม่
และปวดข้อเท้ามาก ปวดมาตั้งแต่ยังไม่เริ่มงานด้วยซ้ำ ใส่รองเท้าผิดขนาดนี่แหละ
โอเค....แม้ปวดขาขนาดไหน ก็ไม่มีเวลาสนใจ ปวดก็ให้มันปวดไป
ไม่มีเวลาไปซื้อรองเท้าใหม่ ฮา
แต่ละวัน ไม่รู้ลิงกินข้าวกับอะไรสิ เหมือนไม่ได้กินอะไรเลยมากกว่า
ลิงทำตัวเองวุ่นวายทำโน่น นี่ นั่น เสมอๆ แต่ลิงก็ไม่หิวข้าวนะ
ไม่รู้ว่ามีชีวิตอยู่ได้อย่างไร
มันเป็นความรู้สึกว่า
ทำเพื่อแม่น้อยกว่านี้ได้ไง......ทำงานบุญให้แม่ แล้วมีความสุขมาก
เลยพลอยอิ่มทิพย์ อิ่มลม ...55
พี่สะใภ้ ถามลิงเขียวว่า
...ไม่ได้นอนเลย เอาแรงมาจากไหน ?...
ความคิดเห็น
อาจเพราะลงภาพเยอะ
ปกติบล็อกในเด็กดีลงภาพได้น้อย
ไม่มีอะไรเพิ่มเติม
รักและคิดถึงแม่เสมอ
ภาพในวันงานที่ผ่านมา
ลิงเขียวลงเอาไว้ตั้งแต่ปางก่อนแล้วเด้อ
555555
คลิกไปชมภาพงานได้เลยที่แกลลอรี่จ้า ^^
ยอดวิวมันน้อยมาก ช่วยๆกันจิ้มหน่อยแล ><
ชาวบ้านมาตักบาตรที่บ้านในวันสุดท้ายของงาน
ชาวบ้านพากันดูหมอลำค่า แม้จะหนาวเย็นแค่ไหน
The show must go on
ลิงมีความสุขกับบรรยากาศแบบนี้มากๆ
อยากมีเงินจัดให้แม่บ่อยๆ
แต่ว่า งานบุญแจกข้าวจัดได้ครั้งเดียวเท่านั้นแหละ
ครั้งต่อไปถ้าอยากทำบุญ ก็ไปทำบุญที่วัดได้เลย
อันนี้คือภาพ ที่ประทับใจอีกภาพหนึ่ง
หมอลำได้ร้องเพลงแหล่ไหมนะ ไม่แน่ใจ
แต่เนื้อหาของเพลงประมาณว่า
ขอให้แม่จันได้ลงมารับผลบุญที่ลูกๆทำในครั้งนี้นี่แหละ
น้ำตาไหลมากมาย ร้องไห้อย่างหนักกันทุกคนเลย
เพลงก็เอื้อมาก ห้ามน้ำตาไม่อยู่จริงๆ
คนข้างล่างก็พากันร้องไห้
แต่มันเป็นน้ำตาแห่งความสุขซะมากกว่า
ท่านน้าเขย
เป็นโฺฆษกภายในงานค่ะ
สามารถพูดได้ภาษาเดียว 555
พูดได้ทั้งวันและทั้งคืน
ฟังมากๆอาจเวียนหัวเอาได้
ไม่รู้ว่าเอาแรงมาจากไหน พูดไม่มีเบรค
ไม่มีวางไมค์เลยเชียว
อุณหภูมิหายนะมากมาย
มันหนาวมากอ่า
เลยพากันเอาเตามาผิงไฟกัน
ภาพแบบนี้ฝรั่งเห็นคงมีสีตาแน่ๆ
เอาอัฐิของแม่เข้าธาตุจ้ะ
ร้องไห้อีกแล้ว
ร้องทุกเวลาจริงๆ
เอาอัฐิของแม่มาด้วย เอาไว้ติดตัวจ้ะ
จะได้มีความรู้สึกว่า เหมือนแม่คอยคุ้มครอง
วันแห่นาค
มันเป็นอะไรที่สนุกสนานมาก
แห่กันราวๆ 2 ชั่วโมง
ลิงเขียว เต้นจนไขมันละลาย
ก๊ากกก
มีฝรั่งน้อยมาร่วมแจม
สีตา
สีตา
คือ สีตา ในภาษาอีสาน. ก็คือ ขยี้ตา ในภาษากลางนั่นแหละ
ไม่ถนัดภาษากรุงเทพ...เขียนภาษาอีสานเสย^^
ไม่ถนัดภาษากรุงเทพ...พลาดตลอด
เสย = เฉยเลย
ความกตัญญูของพี่นุช จะทำให้เจริญรุ่งเรืองตลอดไปค่ะ
พี่นุชตอนเด็กๆ น่าจะซนมากๆ 5555 อ่านแล้วขำเลยค่ะ
สนุกดีค่ะพี่นุช ขอบคุณคำแปลภาษาด้วยค่ะ แจไม่รู้เลยจริงๆ
แจเองก็ดูแลพ่อแม่มากกว่าพี่นุชมากอีกนะ
ขอให้จอแจเจริญๆรุ่งเรื่องเช่นกันค่ะ
อืม ใช่แล้วล่ะ พี่นุชค่อนข้างชอบเล่นซุกซนไปเรือย
มีความเป็นเด็กอยู่ในตัวสูงมาก โตแล้วก็ยังทำตัวเหมือนเด็ก
แต่ไม่ใช่เป็นเด็กมีปัญหาเน้อ