วันนี้เริ่มต้นเดือนใหม่ไชโยให้กับบ้านเมืองที่มีสภาพเริ่มแย่ -*-
เอาล่ะอย่าไปเครียดกับมัน ปล่อยมันไป...ตามเรื่องของมานนนนนน !
วันนี่จะมาพูดถึงเรื่องกิน และเรื่องกิน ยังไงก็ไม่พ้นเรื่องกิน
ก็ชอบเรื่องกิน เลยมีแต่เรื่องกิน -0-
คนเราเค้าบอกไว้ว่า “กินเพื่ออยู่ ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน !”
บอกตรง ๆ ข้าพเจ้าชอบประโยคนี้มากกกกกก ! มันจี๊ดโดนใจ
แต่ก็นะ...ชอบก็อยู่ส่วนชอบไม่ได้เอามันมายุ่งเกี่ยวกับชีวิตตัวเองสักเท่าไหร่เลย
ก็ยังคงกินตามประสาคนอยากกิน กินพร่ำเพรื่อ กินจุกจิก กินล้างผลาญ !
ยิ่งช่วงนี้ปิดเทอม การกินมันเป็นปัญหาระดับชาติซะยิ่งกว่าการเมืองตอนนี้ซะอีก(สำหรับข้าพเจ้า)
เพราะอยู่บ้านของที่จะกินมันน้อยมาก กินข้าวก็มีกับข้าวแค่อย่างสองอย่าง
บางครั้งกับข้าวที่เพิ่งกินเมื่อวานมันยังไม่สูญหายไปไหน
เอามันมากินใหม่อีกรอบเพราะเสียดายของ บางคนก็ประสบปัญหาเดียวกับข้าพเจ้า -*-
รู้สึกเหมือนชีวิตอดสูมาก ๆ (เว่อร์-*-) จนตอนนี้สะกดคำว่าเอียนวันละหลาย ๆ รอบจนหลอน
เบื่อที่จะกินข้าวทุกวันเหมือนนกเขา ก็คิดอยากกินนั่นโน่น นี่เต็มหัวไปหมด
คิดอยู่คนเดียวหลากหลายเมนูอย่างไม่มีใครรู้ จนเมื่อวันที่ 28 พ.ค. เวลาดึก ๆ
นั่งเล่นคอมคนเดียว อาการหิวตีสอง ตีสามบังเกิด ซึ่งมันเกิดขึ้นทุกวันในเวลานี้
ปกติจะซื้อขนมปังฟาร์มเฮาส์มาตุนไว้กินตอนดึกทุกคืน
แต่คืนนั้นลืม เวรแล้วพอหิวมันเริ่มรู้สึกหงุดหงิก งุ่นง่านชอบกล
เว็บที่เข้าไปเล่นเริ่มเปิดแต่พวกของกินทั้งนั้น นั่งดูไปน้ำลายก็เหมือนจะไหลย้อย
ตัดสินใจไปหาข้าวกิน เวรแล้วข้าวไม่มี รู้สึกสงสารตัวเองมากเลยกระเดือกน้ำแทน
แต่ไม่หาย มันอาการร้ายแรงเกินจะเยียวยา
ภาพเก่า ๆ ที่ตัวเองเคยไปกินอะไรอร่อย ๆ ก็วกเข้ามาในหัว
จนนึกอยากกินติ่มซำขึ้นมา แต่ตีสามป่านี้เค้าเปิดยังวะ...ก็ได้แต่รอ ๆ จนอดทนมาถึงหกโมงเช้า
ไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันเลย ดีใจมากที่เช้าแล้วลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้า 6 โมงเช้าจะไปกินติ่มซำ
น้ำไม่องไม่อาบ ความตั้งใจตอนนี้ไปรออยู่ที่ร้านติ่มซำเรียบร้อยแล้ว
แต่ออกไปแล้วเพื่อไม่ให้อายใครก็เลยตอแหลหลอกตาชาวบ้านโดยการ
แต่งตัวเหมือตัวเองเพิ่งมาจากออกกำลังกาย ใส่กางเกงบาส รองเท้าหุ้มส้น(ถุงเท้าไม่ใส่)
เสื้อสบาย ๆ สำหรับวิ่ง -*- พกผ้าเช็ดเหงื่อสักหน่อยเพื่อความสมจริงสมจัง -_-;;
กลัวคนเค้ารู้ว่ามันมากินอย่างเดียวแล้วกลับไปนอน -*- ไปถึงก็จัดการหยิบอาหารเต็มที่
ร้านที่ไปเค้าให้เราเลือกกินเองว่าจะกินอะไรแล้วเอาไปให้เค้านึ่งให้
เลยหยิบพอประมาณ สั่งนมร้อน 1 ถ้วยไว้กับชาเชียว 1 แก้ว
ชาเขียวไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่ ขาดนมไปนิดขาดรสชาติความเป็นชาเขียวไปหน่อย
(ตกลงมันอร่อยมัยวะ -*-)
พอสักพักเค้าก็เอาที่เราฝากนึ่งไว้มาเสริฟ ต่อมน้ำลายเริ่มทำงานมาเยอะขนาดไหนขอสู้ตาย !!!
เลยจัดการกินอย่างรวดเร็วไม่ถึงสิบนาทีก็หายเกลี้ยงภายในพริบตา !
มันช่างเป็นการสนองความอยากกินได้ดีสุด ๆ ไปเลย
นึกถึงก็อยากกินอีกจริง ๆ มันสุโค่ยมาก ๆ เวลาหิวแล้วได้กินสิ่งที่อยากกิน
ก็ถึงเวลาจ่ายตังค์ กังวนนิดหน่อยว่าพาตังค์มาพอที่ตัวเองกินมั้ยวะ -*-
เพราะหยิบของอย่างไม่คิดชีวิต ด้วยความหิว
สุดท้ายก็ยิ้มหน้าบาน กินคนเดียวในราคาย่อมเยาเป็นเงิน ร้อยกว่าบาทในมื้อเช้า
ขับรถกลับบ้านคนเดียวด้วยอารมณ์สุขี มาถึงก็สลัดคราบนักกีฬาตอแหลแล้วนอนเลย
อรั๊งงงง ~ ช่างเป็นอะไรที่มีความสุขมาก ๆ เลยทีเดียวนอนหลับฝันหวานกัยไปเลย ^^
ทำให้ข้าพเจ้าค้นพบสัจธรรมอีกข้อหนึ่งแล้วว่า
ติ่มซำร้านนี้ ถ้ากินฟรีมีโปรโมชั่นจะดีมาก!!!!!
ความคิดเห็น