เมื่อวานข้าพเจ้าได้ไปที่ร้านอาหารซึ่งเป็นกิจการเล็ก ๆ ของครอบครัว
ไปเพราะต้องไปช่วยงาน อันนี้น่าเศร้าสุด ๆ ตามประสาคนขี้เกียจ T^T
แต่ทำไงได้ เงินที่ได้มาเราก็มีส่วนร่วมในการจ่ายออกไปยังไงก็แฟร์ ๆ โฮ๊ะ ๆ
แต่อยู่ที่นั่นแล้วทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกอบอุ่น ไม่ใช่ไออุ่นรักของครอบครัว หรือสภาพอากาศ
แต่เป็นไออุ่นของอาหารที่ตกลงสู่กระเพาะของข้าพเจ้าได้ไม่ซ้ำเมนู
รู้สึกมีความสุขไปกับมันอีกแล้ว กินไม่หยุดปากจนแม่อวยพรให้อ้วนไว ๆ -*-
ช้อนที่ถืออยู่ในมือข้าพเจ้าก็แทบร่วงหลนลงกับพื้น ถ้ามีดนตรีซึ้ง ๆ น้ำตาอาจคลอได้ แม่ช่างใจดี -*-
ช่วงนั้นสภาพอากาศเหมือนฝนจะตก แมลงต่าง ๆ ก็ทยอยมาจากไหนก็ไม่รู้มากันซะเยอะจนแปลกตา
และสัตว์ล้านปีที่มีชื่ออันไพเราะว่า “ปีเตอร์”ที่กล่าวขวัญกันมานักต่อนัก
หรือที่รู้ ๆ กันว่ามันคือ แมลงสาบ ก็เป็นหนึ่งในแมลงพวกนั้นด้วย
แต่จริง ๆ แล้วถึงสภาพอากาศจะเป็นยังไง ฝนตกฟ้าร้อง อากาศร้อน น้ำท่วม แผ่นดินถล่ม
พี่ปีเตอร์ของเราก็มีอยู่ในทุกสถานการณ์อยู่แล้ว ข้าพเจ้าไม่เคยผูกใจเจ็บกับพี่ปีเตอร์ในชาตินี้
หรืออาจมีในชาติปางก่อนก็ไม่ทราบ แต่รู้สึกรำคาญและเบื่อหน่ายพี่ปีเตอร์ที่ออกมาให้เห็นทุกวี่ทุกวัน
ทั้ง ๆ ที่เหม็นขี้หน้าเอามาก ๆ บางครั้งก็อดไม่ได้ต้องไล่กระทืบเหมือนผีบ้า !
แต่บางครั้งก็ต้องจำนนยอมรับความพ่ายแพ้อย่างเจ็บใจ ยืนมองฟี่ปีเตอร์กางบีบบินหนีไป
เหมือนไร้เซนเซอร์ทิศทาง -*- บางครั้งไม่ได้อยากจะฆ่าเพราะกลัวบาป
และคิดเป็นตุเป็นตะว่าชาติหน้าเราอาจโดนพี่ปีเตอร์ทำเหมือนที่เราเคยทำกับมันก็ได้
เลยได้แต่มองในเวลานึกถึงบาปและสงเสียงไล่พี่ปีเตอร์เหมือนหมาตัวหนึ่ง
โดยการกระทืบเท้าแล้วส่งเสียง “แชะ ๆ ชิ่ว ๆ ไป ๆ ”-*-
พี่ปีเตอร์ไม่รู้เรื่องหรอก สุดท้ายก็จบชีวิตอยู่ได้ฝ่าเท้าเราอย่างหน้าอนาถ
ข้าพเจ้าเป็นคนปกติคนหนึ่งที่ไม่ค่อยจะรู้เรื่องของแมลงเท่าไหร่จนในร้านวันนั้น
บังเอิญมีแมลงตัวค่อนข้างใหญ่มันบินลงมาชนตู้กระจกแล้วตกลงพื้น
บวกกับข้าพเจ้าเห็นเหตุการณ์นั้นเลยเข้าไปดูและหยิบมันมาดูใกล้ ๆ
มันเหมือนแมลงด้วงกวาง มุซาชิคุงอะไรประมาณนั้นแต่ไม่ใช่
เลยถามพ่อกับแม่ว่า “กินได้รึเปล่าเนี้ย ตัวใหญ่จัง” พ่อก็บอกว่า “กินได้ เห็นมั้ยเค้าทอดขายในงาน”
เราก็ตาโตแล้วพูดต่อว่า “เหรอ...อร่อยมั้ย”ถ้าเจ้าแมลงตัวนั้นฟังภาษาคนได้มันคงกำลังร้องไห้
แล้วอารัมภบทกับตัวเองว่า “กูซวยบินชนตู้ทีนึงแล้ว มึงยังจะจับกูไปแดกอีกเหรอ...
กูตัวเดียวมึงไม่อิ่มหรอก Y^Y!” คงประมาณนั้น ฮา ๆ (คิดไปถึงจิตใจมัน 555+)
แล้วข้าพเจ้าก็ถามชื่อมันว่ามันมีชื่อแซ่อะไร เลยได้คำตอบจากพ่อว่า “ชื่อรินจัง เมื่อก่อนมันอยู่บนต้นมะขามพ่อเคยเห็น อยู่กันเยอะมาก...บลา ๆ ”
ข้าพเจ้าช๊อคอยู่กับชื่อของมันพักหนึ่งและหัวเราะออกมา
แล้วพูดว่า “แมลงไรวะ ชื่อเพราะกว่าเราอีก รินจัง เหรอ ฮา ๆ”แม่ค้านขึ้นมาทันทีว่า
“ไม่ใช่ ! พ่อมันบอกว่าชื่อ หริ่งจัน ที่บ้านพ่อเค้าเรียกแบบนั้น” ขำแตกไปใหญ่ตู ฟังเพี้ยนนี่เอง
เกือบจะฆ่าไอ้รินจังที่ดันชื่อเพราะกว่าเราแล้ว ฮา ๆ พอสักพักพ่อกับแม่ก็ไปทำงานต่อ
ข้าพเจ้ายังคงมั่วสุม -*- กับเจ้ารินจังนี่อยู่ สำรวจมัน และพบว่ามันหน้าตาบ้องแบ๋วมาก
อยากจะเอามันมาเลี้ยงดู ชูชื่น เช้าห้องซื้อรถให้มันขับ พาไปเลี้ยงข้าว -*-
เลยเอาแตงกวาให้มันไปเกาะไว้อันนึง
เป็นอาหารมื้อแรกของการพบกัน แต่การพบกันมันก็มีการจากลา
สักพักพอข้าพเจ้าวางมันให้อยู่กับแตงกว่าชิ้นยักษ์ พอกลับมาดูมันก็หายไปแล้ว
ผิดกับพี่ปีเตอร์ที่อยากให้ไปแต่กลับด้านอยู่กันเป็นฝูงออกลูกออกหลาน -*-
จนเบื่อขี้หน้ากันอยู่ทุกวันนี้ เห้อ ~ เป็นไดอารี่ที่สาระไปหมด
ออกแนวไปเรื่อย ๆ ออกทะเลย ฮา ๆ พอแค่นี้ก่อนแล้วกันเดี๋ยวจะไม่มีทางจบ
ทำให้ข้าพเจ้าค้นพบสัจธรรมอีกข้อหนึ่งแล้วว่า (มาอีกแล้ว-*-)
พี่ปีเตอร์เท่านั้น ที่จะครองโลกกกกกก !
ความคิดเห็น