ดวงใจยังมีรัก ชะเอิงเอย

ตอนที่ 1 : เปิดตัวเน้อ(เพิ่มเนื้อหาใหม่)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    24 ก.พ. 58

ในบ้านที่มองดูลึกลับท่ามกลางขุนเขาอันไกลโพ้น ถูกทาบทาด้วยแสงจันทร์นวล ถ้าเป็นในหนังรักคงรู้สึกโรแมนติกไม่น้อย แต่นี้มันออกไปแนวหนังสยองขวัญชัดๆ เอาวะ!! ถึงจะดูพิศวงชวนขนพองยังไง คืนนี้ก็ต้องหาที่นอนก่อนล่ะ แข้งขาล้าไปหมดแล้ว’  แม่หมอไซเบอร์  หลายๆคนมอบสมญานามนี้ให้ฉัน  ที่จริงฉันก็ไม่อยากจะรับมันเท่าไหร่ก็แค่มีพ่อเป็นหมอผีแล้วฉันก็เลยพลอยต้องมีวิชาติดตัวมาบ้างแต่คงด้วยความทันสมัย ของเครื่องรางของฉันล่ะมั๊งทำให้ใครๆ ต่างก็เรียกฉันว่า แม่หมอไซเบอร์

ฉันถูกพามาปล่อยทิ้งไว้ในป่าที่ไม่คุ้นเลยซักนิด ยิ่งเจอของยากมากเท่าไหร่ มันก็จะทำให้เราเก่งและแกร่งมากขึ้นนั่นเป็นประโยคสุดท้ายของพ่อ  ฉันมองซ้ายขวาไปมา หันมาอีกทีพ่อก็หายไปแล้ว

พ่อนะพ่อ ฉันก็แค่เด็กหญิงวัยกระเตาะที่ยังไม่โตเป็นสาวเต็มตัวเลย หากโดนสิงห์สาราสัตว์ที่โหดร้ายลากไป ชีวิตที่เคยเพ้อฝันเอาไว้ว่าจะแต่งงานกับสุภาพบุรุษซักคนมีลูกมีเต้าก็คงหมดกันพอดี     เฮ้ออออ จะให้ฝึกวิชาเบื้องต้นทั้งทีดันพามาเจอของโหด พ่อรักฉันขนาดไหนกันเนี้ย  วันนี้กว่าจะเอาชีวิตรอดจากหุบเขานั้นได้ขาแทบลาก ข้าวปลาที่พ่อยัดใสถุงย่ามมาให้ก็หมดไปตั้งแต่เที่ยงแล้ว

ฉันมองอย่างชั่งใจสักครู่ก่อนจะเอื้อมมือไปผลักประตูไม้เก่าๆ มีตะไคร่บางๆเกาะกระจายอยู่เป็นหย่อมๆ  แอ๊ดดด  บรรยากาศช่างวังเวงสิ้นดี

 

แชคๆ  ฟลุบบบ

เปลวไฟจากไฟแช็คลงอาคม ที่ไม่มีวันดับจนกว่าฉันจะร่ายคาถาดับถูกจุดขึ้น แสงสว่างพร้อมลำแสงสีๆ วิบวับเปล่งประกายกระจายไปทั่วบ้าน  นี่ถ้ามีเสียงเพลงประสมโรงไปด้วยแล้วที่นี่คงไม่ต่างไปจากผับดีๆซักแห่ง

ฮัจ เช้ยยยยยย !!

“อ้าว ฝันนี่หว่า โล่งอก นึกว่าพ่อจะใจร้ายจริงๆซะแล้ว”  แม่หมอไซเบอร์ตื่นขึ้นมาพบว่าตนเองอยู่บนเตียงนอนที่หนานุ่มหลับสบายนี่เอง  แต่แล้วจู่ๆก็รู้สึกว่ามันมือใครจับอยู่ที่ข้อเท้าทั้งสองข้างภายใต้ผ้าห่มพื้นหนาลายหัวกะโหลก เธอรีบสะบัดข้อเท้าแรงๆ และถีบมือนั่นให้หลุดออก มือทั้งสองข้างก็ควานหาถุงย่ามคู่ใจบนหัวนอน

ไม่.. อย่ามายุ่งนะไอ้ผีบ้า ชั้นไม่กลัวแกหรอกผีสาวอายุร่วมร้อยปี ยืนหน้าเหี่ยวอยู่ที่ปลายเตียงสายตาอาฆาตแค้น  พูดแล้วก็ล้วงมือเข้าไปในถุงย่ามหยิบทรายสีรุ้งเรืองแสง มากำไว้พร้อมกับบริกรรมคาถาอะไรพึมพำ ก่อนจะขว้างทรายที่ผ่านการปลุกเสกเมื่อสักครู่ออกไป ภาพมันดูสโลโมชันสุดๆ อย่างกับในหนังแอคชั่นที่ฉันชอบดู

 

ก๊อกๆๆๆ !!

เสียงเคาะประตูดังขึ้นตั้งแต่ตีสี่ครึ่ง

มัทมลตื่นได้แล้วนะ ตื่นช้าเดี๋ยวไปเรียนสาย อย่ามาบ่นนะ” เสียงแม่ร้องเรียกแบบนี้ทุกเช้า เรียกก่อนนาฬิกาปลุกของฉันจะดังซะอีก ฉันก็จำต้องตื่นจากภวังค์เสียที ฝันไปหรอเนี้ย กำลังสนุกเล๊ย

แม่นะแม่ แต่ทำไมวันนี้แม่เรียกเร็วกว่าปกตินะ

รู้แล้วๆ” ฉันตอบรับด้วยเสียงสะลึมสะลือ

มล.. มล ลุกขึ้นเร็ว แม่บอกว่าเดี๋ยวไปเรียนสาย ” ฉันเขย่าน้องสาวขี้เซาของฉันให้รีบลุกขึ้น ก่อนจะรวบรวมสติวูบนึง ห๊ะ !! เดี๋ยวไปเรียนสาย วันนี้เปิดเทอมแล้วนี่หว่า ไอ้มล ลุกขึ้นเร็วๆนะฉันพูดพร้อมกับลุกขึ้นแล้ววิ่งแจ้นออกไปนอกห้อง

ฉันคือเด็กสาววัย16 ปี เกิดในครอบครัวที่ไม่ได้มีฐานะดีอะไร อาศัยอยู่นอกชานเมืองของจังหวัดหนึ่งที่อยู่ติดกับทะเล ครอบครัวหาเช้ากินค่ำ ต้องตื่นแต่เช้าทุกวันมาช่วยแม่เตรียมขายของ แม่ฉันขายส้มตำ ข้าวเหนียวไก่ย่าง และพวกเครื่องดื่มสารพัด ไม่ว่าจะเป็นน้ำอัดลม กาแฟ โอเลี้ยง นมเย็น ชาเย็น ทำเยอะแยะวุ่นวายไปหมด

บางทีฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อถึงไม่ทำอาชีพชาวประมงเหมือนบ้านอื่น เพราะบ้านเราก็อยู่ติดทะเลแท้ๆ แต่กลับต้องมาวิ่งรถขายของทั้งวัน ฉันไม่ชอบอาชีพนี้เอาซะเลย

 

ฉันมีหน้าที่เสียบไก่ ตักข้าวเหนียวใส่ถุง ส่วนน้องก็ขูดมะละกอ เตรียมพวกเครื่องปรุง และเครื่องดื่ม แม่และพ่อมีรถกระบะคันเก่าแต่สนิมไม่กล้าเกาะอยู่คันหนึ่ง ไว้ใช้เป็นเครื่องมือทำมาหากิน โดยบรรทุกข้าวเหนียวส้มตำ ไก่ย่าง เครื่องดื่ม เร่ขายไปทั่วหมูบ้านใครๆ ก็รู้จักเป็นอย่างดี เพราะฝีมือการตำส้มตำ และรสชาติของไก่ย่างของแม่ หมักได้อย่างเข้าเครื่อง ถึงรสชาติ จัดว่าเด็ดที่สุดในหมู่บ้าน

ถ้าวันเสาร์ อาทิตย์ มลก็จะตามไปช่วยขายด้วยเพราะช่างพูดช่างเจรจา แถมยังน่ารักใครเห็นก็อยากจะช่วยอุดหนุนด้วย ส่วนฉันแม่ก็รู้อยู่แล้วว่าฉันไม่ชอบขายของ ขืนให้ไปช่วยนะมีหวังของขายแทบไม่ออกเพราะหน้าตาไม่รับแขกเอาซะเลย ฉันไม่ชอบคนเยอะ มันดูวุ่นวายไปหมด ชอบทำงานไปฟังเพลงไปมากกว่า จะต้องมารอฟังเสียงลูกค้าสั่งนู้น ซื้อนี่ ก็ต้องอยู่ทำงานบ้านไปตามระเบียบ

ถึงท่าทางจะขัดกับบุคลิกแต่งานบ้านงานเรือนต่างๆ อย่างซักผ้า รีดผ้า ถูบ้าน ปัดกวาด ล้างจาน ล้างห้องน้ำ เตรียมหุงหาทำกับข้าวกับปลามันคืองานถนัดของฉันเลยแหละ

พ่อแม่และน้องมีหน้าที่ทำงานนอกบ้านก็ทำไป ส่วนหน้าที่งานภายในคืออาณาเขตในความรับผิดชอบของฉัน กลับจากขายของเมื่อไหร่ก็มีเชฟฝีมือดีพร้อมประเคนอาหารให้ถึงปาก

จะเห็นได้ว่าจากที่สาธยายมาบ้านฉันนี่สารพัดงานไปหมด ฉันก็เลยไม่เคยได้มีเวลาว่างไปเที่ยวเล่นสนุกสนาน ไร้สาระอย่างเด็กวัยรุ่นคนอื่นๆเลย หรือเพราะฉันไม่ชอบเที่ยวเล่นแบบนั้นด้วยน่ะสิ ฉันแค่ชอบที่ที่มันดูเงียบสงบ ‘ไม่วุ่นวาย’ ก็เท่านั้นเอง


เวลา 07.57 น.

โอยยย จะไปทันเข้าแถวมั๊ยเนี้ย ไอ้มลเร็วๆ แม่พ่อไปแล้วนะ สวัสดีค่ะ” หน้าตาฉันรนลานมาก พอรู้ว่าจะได้ไปเรียนสาย  มลก็รีบกระโดดซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ ก่อนหันไปสวัสดีพ่อกับแม่ แล้วฉันก็รีบซิ่งทันที

แต่ถึงจะบอกว่าซิ่ง ฉันก็บิดจนเข็มบอกความเร็วไม่เคยเกิน 60 ซักที โรงเรียนของฉันก็ตั้งอยู่ในตำบลนั่นแหละ เป็นโรงเรียนมัธยมแห่งเดียว ห่างจากบ้านประมาณ 3 กิโลเมตร ก็ถือว่าเป็นระยะทางใกล้ๆ แต่สำหรับระยะเวลาอันจำกัดนี้ ฉันกลับรู้สึกว่ามันไกลซะเหลือเกิน


เป็นประชารัฐ ผไท ของไทยทุกส่วน..’ เสียงร้องเพลงชาติดังระงมออกมานอกรั้วโรงเรียน

มาไม่ทันจนได้ เฮ้อ ก็เอ็งแหละไอ้มลอาบน้ำช้าฉันไม่รู้จะแก้เซ็งยังไงก็เลยหาเรื่องโบ้ยไปให้น้องสาว ระหว่างที่กำลังเข็นรถเข้าไปในโรงเรียน นักเรียนทั้งโรงเรียนกำลังทำกิจกรรมหน้าเสาธงกันอยู่

พวกเธอตรงนั้นน่ะ!!” เสียงใครคนหนึ่งที่ฟังดูคุ้นๆหู ร้องเรียก จนพวกฉันต้องเหลียวกลับไปมอง

อาจารย์ปกรณ์..ฉันร้องออกมาเบาๆ

เขาจะตีพวกเรามั๊ยพี่มัท ที่พวกเรามาโรงเรียนสายน่ะน้องสาวฉันเริ่มสีหน้าไม่ดี

ไม่ตีหรอกน่า แค่ต้องไปยืนร้องเพลงชาติ สวดมนต์ ตอนคนอื่นเขาเข้าห้องเรียนแค่นั่นเอง นั้นไง มีเพื่อนเพิ่มแล้วฉันบอกพลางเบ้ปากไปทางนักเรียนอีกสองคนที่กำลังเข็นรถมอเตอร์ไซค์เข้ามา แล้วมาหยุดหน้า อาจารย์ปกรณ์ รอฟังท่านเทศนารอบเช้าซักชุด อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร

เปิดเรียนมาวันแรกก็สายซะแล้วนะพวกเธอน่ะ” ประโยคเปิดตัวเริ่มขึ้นแล้ว พวกเราได้แต่ยืนตัวตรง ทำตาปริบๆ ตั้งใจฟัง

“อย่าเอาเปรียบเพื่อนสิ เพื่อนเขามาเรียนเร็วก็ต้องทำความสะอาดบริเวณรับผิดชอบ แล้วพวกเธอล่ะ มาสาย คิดว่ามาสายแล้วก็ไม่ต้องทำความสะอาดอะไรสินะ หือ..อาจารย์ปกรณ์บ่นพลางสอนอย่างกับเตรียมมาเพื่อพูดงานนี้โดยเฉพาะ ฉันคิดในใจอย่างยิ้มๆ และส่ายหัวเบาๆ เชิงปฏิเสธในสิ่งที่อาจารย์ว่า

แต่ทุกคนที่อยู่ในสถานการณ์กลับนิ่งไปหมด จนนักเรียนทำกิจกรรมหน้าเสาธงเสร็จทยอยเข้าห้องเรียนแล้ว ฉันก็ยอมพูดอะไรออกมาบ้างในฐานะรุ่นพี่กว่าใครในกลุ่ม

โถ่... อาจารย์บ้านหนูก็มีงานมีการต้องช่วยทำเยอะแยะไปหมด ขนาดหนูกับน้องตื่นกันตั้งแต่ตีสี่มาช่วยแม่ทำยังไม่ทันเสร็จดี ก็ต้องเตรียมตัวรีบมาเรียนเลยเนี้ย หนูรู้แล้วว่าผิดที่ไม่ได้มาช่วยเพื่อนทำเวร แต่พรุ่งนี้พวกหนูสัญญาว่าจะไม่มาสายอีก นะคะๆฉันเองก็สวดยาวกลับไปเช่นกัน พร้อมกับลูกอ้อนทิ้งท้าย จนอาจารย์ปกรณ์เองก็ไม่รู้จะว่าอะไรต่อ เพราะปกติฉันเองก็เป็นคนไม่ค่อยพูดซักเท่าไหร่

ก็ได้..มัทราลิกา ครั้งนี้ครูจะไม่เอาเรื่อง แต่พวกเธอก็ต้องไปทำกิจกรรมหน้าเสาธงอย่างเพื่อนๆด้วยนะ แล้วรีบขึ้นไปเรียน คราวหน้าถ้าครูเห็นพวกเธอมาสายอีกล่ะก็..... หน้าดูอาจารย์ปกรณ์ถึงจะทำหน้าเข้มแล้ว แต่ก็ไม่ได้ดูหน้ากลัวซักเท่าไหร่ เพราะปกติท่านจะเป็นคนพูดจาติดตลก คงเพราะสำเนียงที่ปนอีสานออกมาบางคำด้วยล่ะมั๊ง ที่ทำให้ท่านดูตลกและใจดี

ค่า/ครับพวกเรารับคำและยิ้มเจื่อนๆให้อาจารย์ ก่อนท่านจะเดินจากไป

 

ทำไมมาสายล่ะวีฉันถามออกไปอย่างอารมณ์ดี ขณะที่เข็นรถมอเตอร์ไซค์ไปจอดหลังอาคารเรียน

ตื่นสายอะดิ ก็เมื่อคืนช่วยยายห่อขนมซะดึกเลยเขาพูดไป เขินไป จนฉันเองก็แอบยิ้มอยู่ในใจ

สายเหมือนปีที่แล้วเลยเนอะ ฮ่าๆ คราวหน้าคงไม่โชคดีอย่างวันนี้แน่มัทราลิกาและปฐวีต่างก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี จนลืมไปเลยว่าทิ้งน้องสาวสุดสวยกับน้องชายสุดแสบของเขาไว้ข้างหลัง

 

นี่... เธอชื่ออะไรหรอเด็กหนุ่มน้อยหน้าตากวนๆเอ่ยขึ้น

ชื่อมล แล้วเธอล่ะชื่ออะไร เรียนห้องไหน มาจากโรงเรียนอะไร บ้านอยู่แถวไหนมลธิยากรถามยาวเป็นชุดจนหนุ่มน้อยหน้าเหวอไปเลย

โหย ถามเยอะขนาดนี้ ตอบไม่ทันพอดี ฮ่าๆเขาเองก็ดูขี้เล่นไม่เบา

เราชื่อปรเมทร์ ชื่อเล่น ปอ เรียนอยู่ ม.1/2 จบจากโรงเรียนวัดอ่าวช่อ บ้านอยู่แหลมสน แล้วอะไรอีกนะ..

หมดแล้วรีบไปเข้าแถวเถอะ จะได้เข้าเรียนมลธิยากรบอกพร้อมกับวิ่งไปหน้าเสาธง

รอด้วยสิ มล..ปรเมทร์รีบวิ่งตามไป

 

พวกเราเป็นไทย !  อยู่ได้ทุกวันนี้ !  ก็เพราะเรามีชาติ !  ศาสนา !  มีพระมหากษัตริย์ !  ซึ่งบรรพบุรุษของเรา  เอาเลือด เอาเนื้อ  เอาชีวิต  และความลำบากยากเข็ญ  เข้าแลกไว้  เราต้องสละชีพเพื่อชาติ  เราต้องบำรุงศาสนา  เราต้องรักษาพระมหากษัตริย์  เรานักเรียน  จะต้องประพฤติตน  ให้อยู่ในระเบียบวินัยของโรงเรียน  มีความซื่อสัตย์  ต่อตนเอง  และผู้อื่น  เรานักเรียน  จะต้องไม่ทำตน  ให้เป็นที่เดือดร้อน  แก่ตนเอง  และผู้อื่น...หลังจบคําปฏิญาณตน ถือว่ากิจกรรมหน้าเสาธงเป็นอันเสร็จสิ้น พวกเราต่างก็แยกย้ายเข้าห้องเรียน

มัทราลิการู้สึกได้ว่ามีใครบางคนกำลังจ้องมองอยู่ซักพักแล้ว จึงเงยหน้าไปชั้นสองหน้าห้องเรียนของเธอ มีใครบางคนที่เธอไม่รู้จักมองมาจากตรงนั้น ก่อนจะเดินหลบเข้าห้องเรียนไปเมื่อรู้ตัวว่าเธอเห็นเขาเข้าแล้ว

ไอ้เด็กนั้น ใครกันวะ..มัทราลิกาพึมพำกับตัวเองขณะเดินเข้าไปในอาคารเรียน

© themy butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

19 ความคิดเห็น

  1. #16 aaomaa (@goodbye16) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 08:33
    อ้อ เสริมเล็กน้อย ตอนแนะนำตัวค่ะ เช่น ฉันชื่อมัท...ชื่อเล่น มีน้องชื่อ ... อะไรก็ว่าไป แบบว่า อ่านแล้วแอบงงใครมลใครมัท เบลอๆนี่เผลอคิดว่าพี่สาวชื่อมล ฮ่าๆ (รีดเบลอเอง)

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:38
    #16
    0
  2. #15 aaomaa (@goodbye16) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 08:22
    ช่วงที่ฝันอยู่มันสั้นไปนิสนึงอ่า ตัดตื่นกระทันหัน อาจเพิ่มตรงนี้นิดนึงให้ตื่นเต้นแล้วโดนปลุกก็ดีน๊า แบบคนอ่านกำลังลุ้นตามอยู่ไรเงี้ย ส่วนเนื้อเรื่องโอเคค่ะ น่าสนใจดี
    #15
    0
  3. #8 ประสบการณ์ สอนให้เราเข้มแข็ง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มกราคม 2558 / 21:56
    ผนว่างตริมเรื่องอะเคร ชื่อตัวละครติทส์บ้านๆๆดี

    #8
    0
  4. #6 HoOk@9 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มกราคม 2558 / 18:09
    สถานการณ์นี้คุ้นเคยจัง555 ไปเรียนสาย
    #6
    0
  5. #1 มาแด (@motdang11) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มกราคม 2558 / 15:36
    มือใหม่หัดแต่งจ้าาาา ใครอ่านแล้วช่วยวิจารณ์หน่อยนะ 

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2558 / 03:31
    #1
    2
    • #1-1 aaomaa (@goodbye16) (จากตอนที่ 1)
      12 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:43
      วิจารณ์ๆ คิคิ สู้ๆนะคะมาแด
      #1-1
    • #1-2 มาแด (@motdang11) (จากตอนที่ 1)
      15 กุมภาพันธ์ 2558 / 02:01
      แฮ่ๆๆ ขอบคุณอีกรอบบบเด้อ เพิ่มให้แล้วนะ ไม่รู้ถูกใจป่าว
      #1-2