เสน่ห์มาร

ตอนที่ 5 : ไม่มีทางเลือก (๑)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 125
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    8 ส.ค. 61



          เมื่อรถของผกาพรรณแล่นออกจากบ้านเจริญผดุงทรัพย์ไปด้วยความเร็วสูงแล้ว ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นไตร์วิชญ์ก็ได้เห็นคนเป็นพ่อแบกสีหน้าบอกบุญไม่รับก้าวเข้ามา ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงหมุนกายกลับไปนั่งบนเก้าอี้ทำงานแล้วจับจ้องใบหน้าเป็นกังวลของคนเป็นพ่อด้วยริมฝีปากที่กระตุกขึ้นเล็กน้อย เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงต้องมาทำเรื่องบ้าๆ นี้ด้วย

          ตรีภพได้แต่ผ่อนลมหายใจทิ้งยาวๆ แล้วมองใบหน้าของลูกชายอย่างรู้สึกผิด

          พ่อ...

          ไม่ต้องเอ่ยคำว่าขอโทษหรอกครับ ในเมื่อพ่ออยากให้ผมแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น ผมก็พร้อมทำอยู่แล้ว เพราะตั้งแต่เล็กจนโต ก็ไม่เคยเลยสักครั้งที่ผมจะขัดคำสั่งของพ่อ...ทำยังไงได้ล่ะครับ ตั้งแต่จำความได้ผมก็มีแค่พ่อเพียงคนเดียวเท่านั้น

          พ่อขอโทษที่ทำให้ลูกต้องลำบากไปด้วย ขอโทษที่ตั้งแต่โตเป็นหนุ่มมา พ่อก็เอ่ยขอในสิ่งที่พ่อคนอื่นเขาไม่ทำกัน

          ไตรวิชญ์หลับตาและนึกย้อนไปยังวันที่ตัวเองอายุครบสิบเจ็ด พ่อเดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับรถยนต์ย่อส่วนชิ้นหนึ่ง สิ่งที่พ่อพูดกับเขาในคืนนั้นเขายังจำไม่เคยลืมเลือน

          พ่ออยากขอต้อมสักเรื่องนะลูก...เป็นเรื่องเดียวที่พ่อต้องการจากลูก

          อะไรหรือครับ

          ต้อมอย่ารักใคร อย่าแต่งงานกับใครนะ ชีวิตสมรสของลูกยกให้พ่อเถอะ

          ทำไมหรือครับ

          พ่อ...มีคนที่พ่อต้องตอบแทน และชีวิตแต่งงานของต้อมคือสิ่งที่ผู้มีพระคุณของครอบครัวเราต้องการ

          นับตั้งแต่วันนั้นมา ไม่ว่าจะมีผู้หญิงมากมายคิดจะก้าวเข้ามาในชีวิตของเขาก็ล้วนถูกผลักไสทั้งสิ้น เขาทุ่มเททั้งชีวิตให้กับการเรียนและการทำงาน ไม่แยแสเหลือบสายตามองผู้หญิงคนไหน เพราะรู้ดีว่าชีวิตของเขาได้ผูกติดกับบุญคุณจากครอบครัวหนึ่งแล้ว และสิ่งที่ครอบครัวนั้นต้องการก็คือ ตัวเขา ต้องการให้เขาเป็นลูกเขยและก็เป็นพ่อของหลานชายหญิงอีกด้วย ในเมื่อชะตาชีวิตถูกกำหนดมาแบบนั้น เขาก็ทำได้เพียงแค่ใช้ชีวิตไปตามเส้นทางที่ถูกขีดเขียนเอาไว้ อย่างน้อยๆ สิ่งที่เขาทำก็สามารถช่วยให้พ่อบังเกิดเกล้าที่เป็นญาติคนเดียวในชีวิตได้มีความสุขและอยู่อย่างสบายใจ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่เขาจะยอมสูญเสียความเป็นตัวเองไป

          พ่อ...ผิดต่อลูกจริงๆ

          ไม่ต้องกังวลหรอกครับ ผมเคยบอกแล้วไง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะทำอย่างที่พ่อต้องการทุกอย่าง ต่อให้ผู้หญิงที่ผมจะแต่งงานด้วย ไร้มารยาทกว่านี้ ปากร้ายกว่านี้ หรือขี้เหร่กว่านี้ ผมก็ยังยินยอมแต่งงานกับเธอ

          ตรีภพได้แต่กัดปากสั่นๆ มองลูกชายอย่างรู้สึกผิดเสมอ พ่อจำเป็นจริงๆ เพราะว่าเสี่ยกริชมีบุญคุณต่อชีวิตพ่อ ครอบครัวของหนูผักกาดทำให้เราสองคนพ่อลูกมีชีวิตอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ถ้าเสี่ยกริชไม่ยื่นมือเข้ามาช่วย พ่อก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราสองคนพ่อลูกจะมีจุดจบอย่างไร ไม่แน่อาจจะตายอยู่ข้างถนนตั้งแต่ยี่สิบปีก่อนก็เป็นได้ ดังนั้น! ต้อมอดทนหน่อยนะลูก...อดทนให้หนูผักกาดดูถูกดูแคลนไปก่อน แล้วพ่อสัญญาว่าสักวันหนึ่ง พ่อจะปล่อยลูกไป พ่อจะให้อิสระกับลูก

          พ่อ... ดวงตาสีนิลเข้มของไตรวิชญ์แดงก่ำขึ้นเรื่อยๆ พ่อไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ ผมไม่สนใจหรอกว่าผู้หญิงคนนั้นจะมองผมยังไง จะด่าว่าผมสารเลว หยาบช้าหรือป่าเถื่อนแค่ไหน ผมต้องการแค่พ่อ...แค่ความรักความเข้าใจจากพ่อคนเดียวเท่านั้น ผมยอมตกนรกทั้งเป็น ดีกว่าปล่อยให้พ่อต้องอยู่อย่างหน้าไม่อาย ฉะนั้น! พ่อไม่ต้องสนใจหรอกว่าผมจะมีความสุขหรือว่าเป็นทุกข์ ผมขอแค่พ่อ...สามารถมองหน้าผู้มีพระคุณของครอบครัวเราได้อย่างเต็มตาก็พอ อย่าให้เขากล่าวหาว่าเราเนรคุณก็พอแล้ว

          พ่อ...ขอบใจ...ขอบใจลูกยิ่งนัก

          ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไรเลย...พ่อไม่ต้องห่วงผมหรอก พ่อไปพักเถอะ ผมขอทำงานต่ออีกนิดหน่อย

          ตรีภพปรายตามองเอกสารที่กองพะเนินบนโต๊ะตรงหน้าลูกชายเพียงเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าให้ ตบบ่าข้างหนึ่งของลูกเบาๆ แล้วหมุนร่างจากไป ทว่าพ้นจากเรือนริมน้ำของลูกแล้ว ชายวัยหกสิบปีก็เอาแต่ยกแขนก่ายหน้าผากครุ่นคิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดทั้งคืน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น