ว่างสักแป้บเลยมานั่งเขียนเล่าถึงสาขาวิชาที่ตัวเองเบนเข็มชีวิตเพื่อการเรียนปริญญาโทอยู่ในตอนนี้ นั่นคือ MAIDS program ซึ่งย่อมาจาก Master of Arts in International Development Studies หรือภาษาไทยเรียกสาขาการพัฒนาระหว่างประเทศ สังกัดคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อันเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษ ระยะเวลาเรียนหนึ่งปี (แต่จะเรียนเพิ่มอีกเทอมสองเทอมก็ได้ เค้าไม่ว่า หุๆ) และที่แปลกก็คือ ดันสอนในเวลาปกติ ถ้าใครคิดจะเรียนก็ต้องเลิกทำงานแล้วหันมาเรียนจริงจัง ไม่ก็ทำได้แค่งานพิเศษเล็กน้อย
ดังที่บอกว่า นี่คือหลักสูตรเปิดใหม่ เริ่มต้นราวปี 2003 เพื่อรองรับการศึกษาในรูปแบบใหม่ที่ว่าด้วยการ "พัฒนา" ที่ศึกษาให้ลึกถึงขั้น และเชื่อมโยงองค์ความรู้ทั้งในประดับประเทศ ภูมิภาค และทั้งโลกใบนี้ ซึ่งในประเทศไทย มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสาขานี้้น้อยมาก (คือแทบไม่เคยมีมาก่อน) เพราะ International Development เป็นศาสตร์ที่ (ว่าง่ายๆ) ก็มาจากฝั่งตะวันตกเค้าทั้งดุ้น แต่เป็นการตื่นตัวของกระแสโลกแนวใหม่ที่เน้นเรื่องการพัฒนาชีวิต พัฒนาสังคม ในระดับโลกาภิวัตน์ ถ้าไปอ่านใน wikipedia เค้าจะบอกว่าคนที่มาเรียนด้านนี้ มักทำงานด้านองค์กรมนุษยธรรม หน่วยงานระหว่างประเทศ องค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) เพราะสังคมตะวันตกที่ก้าวผ่านขั้นปฏิวัติอุตสาหกรรมได้เรียนรู้ปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นมากมายจากระบบเศรษฐกิจ (ที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่ามนุษย์ควรใช้ระบบไหน) จนเกิดเป็นกระแสความต้องการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสิ่งรอบด้าน
แต่ยังไงก็ดี หลักสูตรนี้ก็เปิดที่สถาบันแห่งนี้เป็นครั้งแรกของไทย และเป็นเจ้าแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะก่อนหน้านี้ School of development เกิดขึ้นจากโลกตะวันตก เพราะเป็นมรดกจากโลกยุคอาณานิคมที่ว่าด้วยภาระของคนผิวขาวในการสร้างความ "ศรีวิไล" ให้คนผิวสีอื่นๆ ดังนั้นสถาบันที่ขึ้นชื่อด้าน International Development ที่เก๋าที่สุดจะอยู่ในอังกฤษ (เจ้าของอาณานิคมเดิม) แต่ยังไงก็ตาม หลักสูตรนี้ก็แพร่หลายทั่วไปเพราะคนโลกตะวันตกตื่นตัวด้านการพัฒนากันมาก จึงมีสอนในหลายที่ ทั้งอเมริกา ออสเตรเลีย
ตอนแรกที่สนใจเรียนหลักสูตรนี้ก็เพราะมีเพื่อนคนนึงจบหลักสูตรแนวนี้จากออสเตรเลีย ตอนนั้นไม่รู้ว่าที่จุฬาฯ มีเปิด ก็ยังเสียดายว่าน่าจะมีเรียนในไทย (ขี้เกียจไปเมืองนอก) พอไปหาข้อมูลในอินเทอร์เนท ก็เลยรู้ว่าที่รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ก็เริ่มเปิดได้สักพัก เป็นหลักสูตรอินเตอร์เสียด้วย น่าสนๆ แถมมีทุนให้ด้วย (ยิ่งสน) ก็เลยฮึดเอาเฮือกสุดท้าย ขอทุนดีกว่า ปรากฏว่า.. โชคดีที่ได้ทุนเรียน ก็เลยจับพลัดจับผลูมาเป็นนิสิต ป.โท อย่างเอ๋อๆ จนทุกวันนี้ (ที่ยังไม่ค่อยจะรู้เรื่องอะไรเหมือนเดิม ง่ะ)
แต่ดูท่าจะไม่ใช่หลักสูตรที่ก่อตั้งมาเพื่อ "สร้างรายได้" อย่างเป็นกอบเป็นกำเหมือนคณะทางพาณิชย์ที่เปิดรับกันกระหน่ำ (คนก็แห่มาเรียนกันสนุกสนาน) สำหรับ MAIDS ที่จุฬาฯ นี้เปิดมาราวเจ็ดปี ที่ผ่านมามีคนสนใจเรียนปีละไม่เกิน 15 คน เพิ่งจะมีปีเนี้ย.. ที่เราไปลงเรียน มีคนสนใจมาเรียน 24 คน ซึ่งถือว่าเยอะกว่าปีอื่น (แต่ยังไงก็น้อยกว่าคนเรียน MBA) แถมยังเป็นการเรียนร่วมกันของคนหลากหลายชาติ มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมกว่าหลักสูตรอื่น
ครึ่งห้องเอเชียแต้ๆ อีกครึ่งห้องก็มีทั้งฝรั่งตาน้ำข้าว รวมถึงครึ่งไทยครึ่งฝรั่ง เอเชียที่เรียนจบจากสถาบันตะวันตก (คนไทยแท้ๆ เรียน 3 คน เราเป็นหนึ่งในนั้น) เห็นภาพของ East meet West กันเนอะ การเรียนร่วมกันก็ทำให้ได้เจอบรรยากาศว่า เออ คนที่จบจากโลกตะวันตกนี่เค้าเรียนเป็นระบบ มีวิธีคิด การแสดงออกชัดเจน เคลียร์ดีเนอะ ส่วนคนตะวันออก.. อาจด้วยความเสียเปรียบเรื่องภาษา และวัฒนธรรมเราที่ไม่ได้สอนให้คิดเป็นระบบ แสดงความคิดเห็นเป็นขั้นตอน (ก็หลักสูตรมันมาจากโลกตะวันตก เราย่อมตามทันได้ยาก) ดังนั้นจึงต้องปรับพื้นฐานกันครั้งใหญ่ (อย่างตอนนี้เราก็พยายามปรับจนเหนื่อย)
แต่ถ้าถามว่าตอนนี้ได้อะไรบ้าง สิ่งแรกก็คือเปิดโลกทัศน์ของเราให้เป็นแบบใหม่ เดิมเราคือคนทำงาน งานมีกรอบแนวทางให้เดินไปบนนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้ความคิด แค่ทำงานให้เสร็จตามเป้าหมาย รับเงินเดือนก็พอใจ (ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะทำงานองค์กรต่างประเทศ มันก็คล้ายบริษัทรูปแบบนึง) แต่พอมาเรียน.. การเรียนเปิดพื้นที่ให้เราได้คิด ได้อ่าน ได้ศึกษาอะไรหลายอย่างที่ไม่จำกัดไว้ด้วยกรอบ เราเหมือนกำลังอยู่ใน space ที่ท่องไปได้เสรี และต้องรู้จักคิดเพื่อได้ความคิดดีๆ มาจากตรงนั้น (ปัญหาคือยังไม่รู้ทิศทางว่าจะไปทางไหน พื้นที่ตรงนี้มันกว้างชะมัด) ด้วยตัวหลักสูตรเอง Development ก็ยังเป็นศาสตร์ที่ถกเถียงกันว่ามันมีอิสระในตัวเองหรืออย่างไร เพราะพอมาเริ่มเรียน กลายเป็นว่าเราต้องไปศึกษาทฤษฎีสังคมวิทยา รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ที่มารวมตัวกันในสาย ideology ที่ว่าด้วยการพัฒนาระหว่างประเทศ มันจึงออกแนว Multidisciplinary science ศาสตร์ที่ยำหลายอย่างไว้รวมกัน
อีกอย่างนึงที่ได้จากตรงนี้คือ เพื่อนที่มาจากหลากหลายชาติ เราเป็นเด็กไทย จบโรงเรียนไทย มหาวิทยาลัยในไทย แม้เคยทำงานกับต่างชาติ แต่เพื่อนทำงานด้วยกันระดับเดียวกันก็คนไทย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มาเรียนร่วมกับคนหลายๆ ชาติอย่างแท้จริง ได้คุยได้แชร์ประสบการณ์จากคนชาติอื่น ได้ฟังความจริงจากคนในหลายพื้นที่ ได้เรียนในระบบ discussion ที่เน้นการถกประเด็น อันเป็นสิ่งที่เด็กไทยแท้อย่างเราไม่ค่อยได้พบมาก่อน (แต่ก็ดีนะ ชอบ)
เอาล่ะ เป็นว่าแม้ MAIDS จะว่าด้วยศาสตร์ใหม่ในการศึกษาไทย แต่มันก็ไม่ใหม่ในระดับประชาคมโลก ถ้าใครรู้สึกตัวว่าชอบรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และชอบความเป็นไปของโลกในทางที่ดีขึ้น ชอบการพัฒนาสังคม และอยากได้หลักสูตรที่นานาชาติ มองที่นี่ไว้ไม่เสียหาย เค้ามีทุนให้แทบทุกปี ไปดูเวบได้เลย
http://www.ids.polsci.chula.ac.th/master.htm
ความคิดเห็น
ตัดสินใจไปเรียนแล้ว
ยังไงก็สู้ๆละกัน
แต่จะบอกว่าก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคนแห่ไปเรียนกันเยอะ แถมที่เรียนเปิดกันเยอะแยะ ทำให้ความขลังของวิชามันลดลง
จริงๆ เรียนอะไรก็ได้แต่ต้องมีเป้าหมายในชีวิต ว่า..เพื่ออะไร ยิ่ง ป โท ยิ่งต้องเลือกเรียนอะไรที่เพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ ให้เข้ากับสายงานที่ทำ และอนาคตที่วางเป้าหมายไว้ ไม่งั้นก็เสียเวลาเปล่า ซึ่งหลายๆคนเป็นแบบนี้
รบกวนด้วยคะ
zepp1988@hotmail.com
^
อร้าย เพิ่งเห็น ว่างๆ จะแอด FB นะคะ
^
^
ไม่รู้จะแวะมาอีกไหม แต่สำหรับเรา เราก็เอางาน essay ที่เขียนตอนทำงานไปเสนอ ความยาวสองหน้า A4 เองจ้า อธิบายเค้าว่าเป็นงานเขียนเฉพาะทางใช้ในอะไร คิดว่าตรงนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องสำคัญนะ เค้าแค่อยากดูแนวทางและการใช้ภาษาอังกฤษแค่นั้นมากกว่า
ส่วนเรื่องการสอบภาษาอังกฤษนั้นลองคุยกับเจ้าหน้าที่ดูว่าขอเข้าไปก่อนแล้วสอบ CU-TEP เอาก็ได้ (น่าจะง่ายกว่า.. หรือยากเท่ากันไม่รู้นะคะ) เพราะตอนเราเข้าไปนั้นใช้ CU-TEP แต่มันดันหมดอายุแล้ว เค้าก็รับเข้าก่อนแล้วให้ไปสอบใหม่น่ะค่ะ ไม่อยากบอกว่าในคลาสเรียน เพื่อนนิสิตจากพม่าหลายคนสอบ CU-TEP ตั้งหลายรอบกว่าจะผ่านด้วยซ้ำ (แต่พวกนี้ทางโครงการเค้ารับเข้ามาก่อนเพราะทางสังกัดทุนอุดหนุนค่าใช้จ่ายเต็มที่ แล้วสอบให้ผ่านทีหลัง)
มีอะไรสอบถามได้ค่ะ
^
ความจริงถ้าคุณลงอีเมลคุณไว้เลยก็จะีดีค่ะ เราจะได้ส่งเมลตอบ
ส่วนเมลเรานะคะ napicha@gmail.com
kulnataporn@hotmail.com
สนใจอยากเรียนคณะนี้ครับ แต่ไม่มีประสบการณ์กับ NGO หรือองค์กรระหว่างประเทศ จะมีโอกาสติดมั้ยครับ อีกอย่างเรียน จันทร์ ถึง ศุกร์ ช่ายมั้ยครับ