nextstep_10
ดู Blog ทั้งหมด

ว้าว! ปากกานำไฟฟ้า

เขียนโดย nextstep_10
Plus Size Special Occasion DressesGothic Prom DressesSissy DressesSemi Formal DressesUsed Wedding DressesVintage DressesExotic DressesDiscount Bridesmaid DressesInexpensive Bridesmaid DressesCheap Formal DressesRockabilly DressesSummer Wedding DressesWet DressesPlus Size Maxi DressesGraduation DressesPetite DressesGirls Party DressesClub DressesCheap Bridesmaid DressesGothic DressesCasual DressesPlus Size Evening DressesEvening Formal DressesShort Prom DressesVictorian DressesCelebrity Inspired DressesDiscount Girls Easter DressesGirls Holiday DressesDiscount Prom DressesFirst Communion DressesDesigner Prom DressesMasquerade DressesShort Wedding DressesPlus Size Prom DressesVintage Prom DressesInexpensive Prom DressesVictorian Wedding DressesPillowcase DressesPlus Size Bridesmaid DressesWhite Beach DressesWhite DressesGirls In Wet DressesDesigner DressesLittle Girls DressesTeen Party DressesIndian Wedding DressesDresses Formal DressesSee Thru DressesGirls Spring DressesCheap Priced Prom Dresses











 

 

  


  


 

  


  



หลบ ไปได้เลยสำหรับปากกาสะท้อนแสงหรือปากกา หมึกเจลของคุณ หากต้องมาดวลกับปากกานำไฟฟ้า เพราะนวัตกรรมแห่งปากกาล่าสุดนี้จะปรับโฉมวงการอิเล็กทรอนิกส์อีกครั้ง สุ่อุปกรณ์บางและยืดหยุ่น ล่าสุดจุฬาพัฒนาหมึกนำไฟฟ้าด้วย "ซิลเวอร์นาโน" ที่มีความเข้มข้นสูงและไม่ตกตะกอนง่าย
       

       จาก งานวิจัยในการพัฒนาซิลเวอร์นาโนหรืออนุภาคเงินที่มีขนาดเล็กระดับ นาโนเมตรของ รศ.ดร.สนอง เอกสิทธิ์ นักวิจัยหน่วยปฏิบัติการวิจัยอุปกรณ์รับรู้ (Sensor) ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ นำไปสู่งานวิจัยปากกานำไฟฟ้าที่ใช้หมึกซึ่งมีส่วนผสมของอนุภาคซิลเวอร์นาโน ทำให้หมึกจากปากกาดังกล่าวสามารถนำไฟฟ้าได้ หลายคนอาจสงสัยว่าจะนำคุณสมบัติที่ว่าไปทำอะไร ทีมวิจัยก็ได้ชี้แจงแถลงไขว่าสามารถหมึกนำไฟฟ้าไปวาดลงบนพื้นผิวที่ต้องการ ให้นำไฟฟ้าได้ ซึ่งจะได้อุปกรณ์ที่บางและโค้งงอได้ อันเป็นคุณสมบัติที่ต้องการในเทคโนโลยีสำหรับอนาคต
       
       นาย ชุติพันธ์ เลิศวชิรไพบูลย์ นักศึกษาปริญญาโท ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในทีมวิจัยหมึกนำไฟฟ้านี้กล่าวว่า การประยุกต์ใช้งานใกล้ที่สุดคือวาดเป็นวงจรอาร์เอฟไอดี (RFID) แทนวงจรแบบเดิมที่ต้องตีโลหะนำไฟฟ้าให้เป็นแผ่น แม้ว่าจะไม่ประหยัดต้นทุนการผลิตลงแต่สะดวกในการผลิตวงจรปริมาณและสามารถ สั่งพิมพ์ลงบนแผ่นกระดาษได้ครั้งละมากๆ โดยหมึกที่พัฒนาสามารถเขียนลงบนพื้นผิวที่ไม่ชอบน้ำและเขียนได้ดีบนกระดาษ เพราะมีรูพรุนมากซึมซับหมึกได้ดี
       
       ใช่ว่าในโลกจะยังไม่ มีใครพัฒนาหมึกนำไฟฟ้าได้เลยเพราะยังมีจีนและ เกาหลีที่มีเทคโนโลยีเดียวกันนี้ แต่นายชุติพันธ์ระบุว่าหมึกที่ต่างประเทศพัฒนานั้นมีสีออกเทาและขาวซึ่งแสดง ถึงขนาดอนุภาคเงินในน้ำหมึกนั้นยังค่อนข้างใหญ่ ขณะที่หมึกจากอนุภาคเงินของ ดร.สนองนั้นมีสีค่อนข้างดำซึ่งแสดงถึงอนุภาคที่เล็ก ทำให้อนุภาคเงินมีโอกาสสัมผัสกันได้มากจึงนำไฟฟ้าได้เร็วและดีกว่าอนุภาค ขนาดใหญ่ ข้อดีอีกอย่างที่หมึกนำไฟฟ้าผลงานนักวิจัยจากรั้วจามจุรีมีเหนือหมึกของต่าง ประเทศคือเมื่อเขียนวงจรลงบนวัสดุที่ต้องการแล้วทิ้งไว้เพียง 2 นาที หมึกก็จะติดพื้นผิวโดยไม่ต้องนำไปอบให้แห้งเหมือนหมึกของต่างประเทศ
       
       "สิ่ง สำคัญของหมึกนำไฟฟ้าคืออนุภาคเงินต้องเล็กซึ่งห้องแล็บสามารถให้เล็กได้ มากกว่า 5 นาโนเมตร และความยากของงานวิจัยนี้คือการรักษาความเป็นอนุภาคซิลเวอร์นาโน ไม่ให้สารละลายตกตะกอน ซึ่งที่แล็บของเราสามารถพัฒนาสารละลายซิลเวอร์นาโนที่มีความเข้มสูง 100,000 พีพีเอ็ม (ppm) ซึ่งยืนยันได้ว่ายังไม่มีใครทำได้ในขณะนี้ แต่ความเข้มข้นที่นำไปใช้งานจริงๆ อยู่ที่ 10,000 พีพีเอ็ม" นายชุตพันธ์กล่าว
       
       ด้าน ดร.สนอง กล่าวว่าหมึกนำไฟฟ้านี้มีสีออกน้ำตาลเหลืองและเมื่อลอดขัดอักษรที่เขียนจะ เห็นเป็นมันวาวซึ่งเป็นสมบัติของเงิน และเผยว่าตอนนี้พัฒนาวัสดุพื้นฐานที่พร้อมพัฒนาต่อยอดร่วมกับภาคอุตสาหกรรม แล้ว ซึ่งเหลือเพียงการพัฒนาเพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละอุตสาหกรรม โดยเขายังเปิดช่องให้ภาคอุตสาหกรรมกำหนดได้ว่าจะพัฒนาให้หมึกมีปริมาณน้ำ แอลกอฮอล์หรือส่วนประกอบอื่นๆ ได้เท่าไหร่
       
       นอกจากนำซิ ลเวอร์นาโนมาประยุกต์ใช้เป็นหมึกนำไฟฟ้าแล้ว ดร.สนองยังเผยภายในงานแถลงข่าววัตถุดิบอนุภาคซิลเวอร์นาโนเพื่อการประยุกต์ ใช้ในภาคอุตสาหกรรมของไทย ณ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ 18 ก.พ.นี้ว่า สามารถประยุกต์ใช้ในเครื่องกรองน้ำ เปลี่ยนสีไข่มุกธรรมชาติ สเปรย์ดับกลิ่น ผลิตเส้นใยที่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอได้ เป็นต้น
       
       " ทั้งนี้เงินมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อและเมื่อมีขนาดเล็กลงก็สามารถฆ่า เชื้อได้มากขึ้น เมื่อนำไปผสมกับพื้นผิวใดๆ จะมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโดยที่คุณสมบัติของอนุภาคเงินไม่เปลี่ยนแปลง หากไม่สัมผัสกับสารเคมีที่เปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของเงิน อาทิ น้ำประปาที่มีคลอรีนจะทำให้เกิดปฏิกิริยาได้สารประกอบซิลเวอร์คลอไรด์ซึ่ง เป็นตะกอนขุ่นสีน้ำตาลเหลืองหรือสัมผัสแอมโมเนีย เป็นต้น" ดร.สนองกล่าว



ขอบคุณแหล่งที่มา/http://www.manager.co.th

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น