[Fic EXO] ✚ บอดี้การ์ดบยอน ✚ ChanBaek Ft.EXO

ตอนที่ 41 : ✚บอดี้การ์ดบยอน✚ XXXIII [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,421
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    1 ต.ค. 58

 

            เสียงของผู้คนที่โหวกเหวกโวยวายอยู่รอบตัวไม่ได้ทำให้ร่างของผมที่ยืนอย่างกับคนโง่กระตุ้นขึ้นมาเลยซักนิด ผมยืนนิ่งราวกับร่างที่ถูกสตาฟไว้ หากหวาง จื่อเทาไม่บุกไปถึงที่ห้องผมล่ะก็ผมคงนึกไม่ออกว่าวันนี้วันอะไร....

 

            มันคือวันที่ผมต้องรับปริญญาไงล่ะ

 

            “ไอ้ชาน ยืนบื้อทำอะไรตรงนี้วะ เข้าไปในหอประชุมได้แล้ว” ฝ่ามือที่ตีลงที่ไหล่อย่างไม่เบาไม่แรงนั้นเรียกสติที่หลุดลอยของผมได้เป็นอย่างดี

 

            “อ่ะ...ไอ้ชายจื่อ” ผมหันไปตามเสียงทันที

 

            “ก็เออดิคิดว่าใคร ยังจะยืนนิ่งอีกเข้าไปได้แล้ว” จื่อเทาดันหลังของผมให้เดินเข้าไปในหอประชุมขนาดใหญ่ที่อยู่ในมหาวิทยาลัย มันเป็นวันที่เหล่านักศึกษารอคอยตลอดชีวิตในรั้วมหาลัย ผมก็เช่นกัน....

 

            ร่างสูงถูกเพื่อนสนิทดันตัวให้เดินมายังตำแหน่งที่เป็นที่นั่งของแต่ละคน ซึ่งเก้าอี้ได้มีหมายเลขแปะเอาไว้เพื่อที่จะไม่ได้เกิดการแย่งที่นั่งกันขึ้น ที่นั่งของชานยอลและจื่อเทาห่างกันถึง20ที่นั่ง ทำให้เพื่อนตัวสูงต้องปลีกตัวไปนั่งอีกฝั่งหนึ่งแล้วปล่อยให้อีกคนนั่งอยู่กับที่ที่เตรียมไว้

 

            “เหออ..”

 

            ร่างสูงถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายทั้งที่วันนี้มันควรจะเป็นวันที่เขามีความสุขสิ แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกว่ามันว่างเปล่ายังไงไม่รู้ ไหนจะพ่อและแม่ที่ติดดูงานที่ต่างประเทศถึงแม้ท่านจะบอกว่าจะมาทันช่วงถ่ายรูปเป็นที่ระลึกก็เถอะ แต่คนหนึ่งที่เขาต้องการเจอมากที่สุดกลับไม่ได้อยู่ที่นี่

 

            คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแน่น ทั้งๆที่กะจะไม่คิดอยู่แล้วเชียว แต่พอปล่อยให้สมองโล่งที่ไรก็เผลอนึกถึงเข้าทุกที

 

            เสียงประกาศจากไมค์ในห้องพูดกล่าวต้อนรับนักศึกษา และเปิดพิธีการรับปริญญา ชื่อของแต่ละคนที่ถูกเรียกออกไปทีละคน เขาอยู่ลำดับที่276 จึงทำได้แค่นั่งเบื่อและรอให้พิธีกรเรียกชื่อของเขา

 

            ตาเรียวจ้องมองไปที่เวทีข้างหน้าอย่างว่างเปล่า รอบข้างมีเสียงพูดคุยกันกำลังพูดถึงความยากลำบากของตัวเองที่กว่าจะเรียนจบนั้นต้องผ่านอะไรมาบ้าง บ้างก็ทำรายงานส่งไม่ทันหรืองานที่ทำส่งไปไม่ถูกใจอาจารย์ของรายวิชานั้นๆ

 

            แน่นอนว่าทุกสิ่งที่เขาได้ยินมามันก็เคยเกิดขึ้นกับตัวเองเช่นกัน มือหนาล้วงที่กระเป๋าเสื้อของตัวเองหยิบเอาบางอย่างออกมาและจ้องมองมัน

 

            มันคือแผ่นชิพที่เขาเจอในห้องเมื่อสองวันก่อน

 

            ถึงแม้ตลอดวันที่ผ่านมาเขาจะอยู่เพียงคนเดียว แต่เขากลับไม่เหงาเลยซักนิด เขารู้ว่าแบคฮยอนยังคงเฝ้ามองเขาอยู่จากที่ไหนซักแห่ง และเขาก็รับรู้ได้ว่าแบคฮยอนยังรับฟังเขาทุกครั้งที่พูดผ่านมันไป

 

            ลำดับที่240ถึง276…..’

 

            ร่างสูงเผลอปล่อยเวลาไปจนลืมไปว่าตัวเองกำลังอยู่ที่ไหน เมื่อได้ยินว่าเรียกถึงลำดับที่ของตัวเองก็สะดุ้งเล็กน้อยและจัดหมวกที่สวมอยู่ของตัวเองให้เข้าที่อย่างเรียบร้อย ปัดๆชุดครุยอีกหน่อยแล้วยืนขึ้นไปต่อแถวตามลำดับที่เรียกเพื่อรอรับปริญญา

 

            โดยไม่ได้สนใจแผ่นชิพที่ตัวเองเผลอทำหล่นอยู่ที่พื้นแม้แต่น้อย

 

 

 

 

 

 

 

 

            “ข้างในเป็นไงบ้าง” จงอินสะกิดถามลูกพี่ที่ยังคงสวมหูฟังเพื่อฟังด้านในหอประชุมอยู่

 

            “ก็ปกติ เขากำลังเรียกลำดับที่อยู่” แบคฮยอนหันไปตอบแล้วกลับมาตั้งใจฟังต่อ

 

            ทั้งแบคฮยอน ลูกน้องทูจงและลู่หาน กำลังยืนอยู่แถวบริเวณที่ให้คนที่เป็นผู้ปกครองหรือคนอื่นๆยืนรอกัน โดยคนที่เข้าไปรับปริญญาอยู่ภายในไม่รู้เรื่องว่าพวกเขามาแม้แต่น้อย ทุกคนสวมชุดที่ดูเป็นธรรมชาติเพื่อความกลมกลืนกับคนอื่นเพราะถ้าเป็นปกติก็คงใส่ชุดสูทกัน

 

            “อ่า!” อยู่ดีๆแบคฮยอนก็ร้องออกมาเพราะกับดึงหูฟังของตัวเองออกจนคนที่ยืนอยู่ข้างๆหันไปมอง

 

            “แบคเป็นอะไร” ลู่หานที่กำลังยืนสำรวจอยู่นั้นเดินเข้ามาถาม

 

            “หูฟังมันเสียงดังมากเลยอ่ะครับ ยังกับมีใครเดินมาเตะผ่านไมค์ของแผ่นชิพ” แบคฮยอนกุมใบหูของตัวเอง

 

            “มันเป็นช่วงที่คุณชานยอลขยับตัวหรือเปล่าครับ” จงแดถาม

 

            “ถ้ามันเป็นแบบนั้นก็ดี”

 

            แบคฮยอนนำหูฟังกลับเข้ามาใส่อีกครั้งแต่ก็รีบถอดออกอย่างรวดเร็ว

 

            “เกิดอะไรขึ้น”

 

            “มันเป็นอะไรก็ไม่รู้อ่ะครับพี่ มันดังแต่ครืด ครืด เหมือนไปเสียดสีอะไรบางอย่าง”

 

            “ไหนให้พี่ฟังซิ” ลู่หานดึงเอาอุปกรณ์ดักฟังมาไว้ในมือแล้วสวมหูฟัง

 

            “เป็นไงบ้างครับ” จงแดที่อยากรู้อยากเห็นก็เข้ามาถาม

 

            “นายน่ะไปทำหน้าที่ของตัวเองไป ฉันจะจัดการเอง พี่ได้ยินอะไรบ้างมั้ยครับ” แบคฮยอนสั่งให้จงแดกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองคือการยืนเฝ้าสังเกตบริเวณนี้กับจงอิน

 

            “มัน...ปกตินะ พิธีกรก็ยังเรียกลำดับที่อยู่” ลู่หานคืนหูฟังแก่คนตัวเล็ก

 

            “จริงเหรอครับ” เมื่อแบคฮยอนเอามาฟังอีกครั้งเสียงที่ได้ยินก็ปกติเหมือนเดิม ทุกอย่างยังคงเรียบร้อย แล้วไอ้เสียงที่มันดังๆเนี้ยมันคืออะไร?

 

            ทุกคนพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดและเฝ้าสังเกตสถานการณ์อยู่เงียบๆ เพราะพวกเขาก็ไม่รู้เช่นกันว่าโอ เซฮุน นั้นมีแผนอะไรซ่อนอยู่หรือจะลงมือเมื่อไหร่ ทุกอย่างต้องมีสติห้ามวอกแวกหรือเหม่อลอยเป็นขาด

 

            จนเวลาผ่าน2ชั่วโมงเหล่านักศึกษาที่อยู่ในหอประชุมก็ยังไม่ออกมา คนอื่นๆที่รออยู่ภายนอกก็เริ่มหาที่นั่งและอาหารมาทานรอ แต่ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มของคนรอก็ยังไม่หายไปเพราะพวกเขากำลังรอที่จะได้เห็นลูกสาว-ลูกชายของตัวเองประสบความสำเร็จไปอีกขั้นของชีวิตน่ะสิ

 

            แบคฮยอนมองดูภาพเหล่านั้นแล้วยิ้มออกมา เขาจำได้ดีตอนวันรับปริญญาของตัวเองมันมีความสุขมากแค่ไหน ถึงแม้ว่าพ่อของเขาจะยุ่งเพียงไรก็พยายามเคลียร์ทุกอย่างให้เสร็จแล้วมางานรับปริญญาของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตัวเอง

 

            มันดีจังนะ...แต่มันคงดีกว่านี้ถ้าหากแม่ของเขามารอดูความสำเร็จด้วยกัน

 

            ประตูที่เคยปิดของหอประชุมเปิดออกมาพร้อมกับเหล่านักศึกษาที่อยู่ในชุดครุยและหมวกแถมในมือก็ยังถือสมุดรับปริญญาของตัวเองไว้ด้วย ทุกคนมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เดินไปหาคนที่รอตัวเองอยู่ข้างนอกและเข้าไปกอด แบคฮยอนสอดส่องสายตามองไปข้างในเพื่อหาร่างสูง แต่ก็ไม่พบ

 

            “นายเห็นคุณชานยอลมั้ย” แบคฮยอนหันไปถามจงอินที่อยู่ไม่ไกล

 

            “ไม่เห็นอ่ะ”

 

            “จงแด นายล่ะเห็นมั้ย”

 

            “ผมก็ไม่เห็นเหมือนกัน”

 

            ถ้าจะให้ถามลู่หานก็คงจะไม่เห็นเช่นกันเพราะทั้งแบคฮยอนและลู่หานยืนอยู่ที่เดียวกัน นักศึกษาเริ่มทยอยเดินออกมาเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึกทำให้บดบังการมองหาใครอีกคน

 

            “นั้นไง!” จงอินตะโกนขึ้นพร้อมชี้ไปจุดหนึ่งที่อยู่กลางกลุ่มของนักศึกษา

 

            ชานยอลที่อยู่ๆก็วิ่งฝ่าคนอื่นๆออกมาทำให้พวกของแบคฮยอนไม่เข้าใจในสถานการณ์เลยซักนิด ทุกคนเก็บของเข้ากระเป๋าและพยายามที่จะมองหาร่างสูงที่แทบจะถูกกลืนไปในฝูงชน

 

            “คุณชานยอล!” แบคฮยอนตะโกนสุดเสียงแต่ดูเหมือนว่าอีกคนจะไม่ได้ยินเลยซักนิด

 

            ทั้งหมดพยายามมองหาร่างสูงและแหวกทางเข้าไปหาแต่ก็ดูเหมือนว่าจะช้าไปเมื่ออีกคนได้หายไปแล้ว

 

            “บ้าจริง!” แบคฮยอนสบถออกมาอย่างหัวเสีย

 

            “แบคฟังซิ ว่าเขาอยู่ที่ไหน” ลู่หานเดินมาตบไหล่ของรุ่นน้อง

 

            “ครับ......มันเงียบมากเลยอย่างกับแผ่นชิพไม่ได้อยู่กับตัว” แบคฮยอนแสดงสีหน้าที่วิตกอย่างชัดเจน

 

            “คุณชานยอลวิ่งออกไปอย่างนั้นก็ต้องมีเสียงขยับหรืออะไรบ้างสิ” จงอินวิ่งเข้ามาสมทบ

 

            “หรือว่า...มันจะหล่น แล้วไอ้เสียงที่ลูกพี่ได้ยินมันคือเสียงของคนที่เหยียบหรือเตะแผ่นชิพหรือเปล่า” จงแดพูดไปตามการคาดเดาของตัวเอง

 

            “มันเป็นไปได้นะแบค” ลู่หานพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

 

            “งั้นก็ไม่มีทางที่ผมจะเจอคุณชานยอลน่ะสิ ผมจะทำไงดีครับพี่!” มือเล็กเอื้อมไปจับที่ต้นแขนของรุ่นพี่แล้วเขย่าไปมา

 

            “นายต้องตั้งสติสิแบค อย่าแพนิค” ลู่หานเรียกสติของรุ่นน้องตัวเอง

 

            “นั่นคุณจื่อเทานี่ เข้าไปถามเขาเถอะ” จงอินวิ่งเข้าไปหาจื่อเทาที่ยืนอยู่ไม่ไกล “คุณจื่อเทาครับ ไม่ทราบว่าเห็นคุณชานยอลมั้ยครับ”

 

            “อ่อ พอดีฉันเห็นว่าวิ่งออกไปทางนู้นน่ะ ไม่รู้ว่าไปไหน”

 

            “แล้วพอจะรู้สาเหตุมั้ยครับ”

 

            แบคฮยอนที่เพิ่งจะมาถึงก็ถามไปบ้าง

 

            “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน พอจบพิธีหมอนั่นก็วิ่งออกไปเลย”

 

            “ขอบคุณมากนะครับ ไปเถอะ”

 

            แล้วทั้งหมดก็วิ่งออกไปโดยไม่สนใจจื่อเทาที่กำลังยืนงงอยู่ที่เดิม

 

 

   ++++++++++++


 

            ~~~~~~~~~~~~~


            เสียงสั่นของโทรศัพท์ผมกำลังสั่นอย่างบ้าคลั่งแต่มันก็ไม่ใช่เวลาที่จะรับสายตอนนี้ ถึงแม้ภายในหอประชุมจะให้พูดคุยกันได้บ้าง แต่ถ้าจะให้คุยโทรศัพท์เลยก็คงดูไม่ดีเช่นกัน ผมจึงปล่อยให้มันสั่นต่อไป


            เสียงของพิธีกรทำให้ผมแอบเบื่อนิดหน่อย และเมื่อประกาศจนถึงลำดับที่สุดท้าย ผมก็นึกดีใจที่จะได้ออกไปซักทีแต่ก็เปล่าเมื่อมันยังคงมีประกาศต่ออีกหน่อย


            รายชื่อต่อไปนี้คือนักศึกษาที่ได้รีบเกียรตินิยมอันดับ1ของแต่ละคณะ


            เหออ มันน่าเบื่อจริงๆ ผมแทบจะเอาหมวกที่สวมอยู่มาปิดตาแล้วหลับลงซะตรงนั้น...ถ้าหากพิธีกรไม่เรียกชื่อของผมเสียก่อน


            ‘ปาร์ค ชานยอล คณะบริหารธุรกิจ


            แล้วเสียงปรบมือก็ดังลั่นจนผมตื่นเต็มตาแล้วลุกขึ้นเดินไปบนเวทีอย่าง งงๆ ทำไมวันนี้จิตใจผมไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจังนะ ผมรับโล่และถ่ายรูปนิดหน่อยก่อนจะเดินลงมาจากเวทีแล้วกลับไปนั่งที่เดิม


            ผมควรจะดีใจดีมั้ย ก็ในเมื่อในเวลานี้คนในครอบครัวของผมไม่อยู่เลยซักคน ผมควรจะดีใจกับใคร กับไอ้ชายจื่อเหรอ? ช่างมันเถอะ


            ในที่สุดเวลาที่ผมกำลังรอคอยก็สิ้นสุดลง เมื่อพิธีกรบอกว่าพิธีรับปริญญานั้นสิ้นสุดลงแล้ว นักศึกษาคนอื่นๆก็พากันลุกขึ้นและทยอยเดินออกไปข้างนอก ส่วนผมยังคงนั่งอยู่ที่เดิมรอให้คนอื่นๆเดินออกไปก่อน


            เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ ผมล้วงหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาและกดปลดล็อคหน้าจอ เมื่อเห็นว่ามีสายที่ไม่ได้รับหนึ่งสาย ระหว่างที่กำลังจะโทรกลับไปนั้นสายที่ผมไม่ได้รับก็โทรเข้ามาก่อน


            “ครับ?”


            คุณปาร์ค ชานยอล ใช่มั้ยเสียงที่ตอบกลับมานั้นเป็นเสียงผู้ชายที่ผมไม่รู้สึกคุ้นมาก่อน


            “ใช่ครับ ไม่ทราบว่าคุณ...” ไม่ทันที่ผมจะได้ถามอะไรมาก ปลายสายก็พูดแทรกมาก่อน


            ถ้าไม่อยากให้แบคฮยอนเป็นอันตรายล่ะก็มาบนดาดฟ้าของตึกBซะ


            “นี่แกเป็นใคร!” ผมตอบกลับไปด้วยความโมโห นี่มันไม่ตลกเลยนะที่จะเอาเรื่องนี้มาล้อเล่น


            ‘ผมจะให้เวลาอีกแค่10นาที หากคุณไม่อยากจะรับตัวไปแบบไร้วิญญาณอ่ะนะ ฮ่าๆๆ


            ติ๊ด.....ตู๊ดๆๆ


            และปลายสายก็ตัดสายไป ผมควรจะทำยังไงดี ระหว่างตึกBกับหอประชุมก็ไกลพอสมควร กว่าจะไปถึงก็เกือบ10นาทีแล้ว หากยังเอาแต่คิดว่าคนที่โทรมาคือใครคงจะไม่ทันเวลาพอดี ผมจึงตัดสินใจวางใบปริญญาบัตรและหมวกของตัวเองลงบนเก้าอี้แล้ววิ่งออกไปอย่างไม่คิดอะไร


            “ไอ้ชาน! จะไปไหน”


            ผมไม่สนใจเสียงเรียกของจื่อเทาทั้งนั้นผมรู้แค่ว่าผมต้องไปที่หมายให้เร็วที่สุด ผมวิ่งฝ่าฝูงชนที่เดินออกจากหอประชุมแล้วเลี้ยวเข้าตรงมุมเพื่อไปถึงที่หมายให้เร็วที่สุด บ้าจริงนี่มันกี่โมงกันแล้วเนี้ย


            ผมเร่งสปีดฝีเท้าให้เร็วมากขึ้นกว่าเดิม ในใจของผมมันเต้นถี่รัวเพราะความเหนื่อยและความกังวลของตัวเอง ไอ้คนพวกนั้นมันคือพวกไหนกันแล้วมันจะจับแบคฮยอนไปทำไม หรือมันคิดว่าแบคฮยอนคือกุญแจตัวสำคัญที่สามารถเรียกตัวผมให้ไปหาด้วยตัวเอง มันคงคิดถูกแล้วล่ะ


            ถ้าเป็นแบบนั้นจริงแล้วพวกจงอินกับจงแดล่ะหายไปไหน? หรือจะถูกจัดการหมดแล้ว เพราะหากจะจัดการจับตัวแบคฮยอนไปได้ก็หมายความว่าต้องผ่านสองคนนั้นไปได้แล้ว นั่นล่ะยิ่งทำให้ผมรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก


            ผมวิ่งไปถึงหน้าตึกBที่เงียบสงบมันดูเหมือนไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่แม้แต่นิดเดียว ผมก้าวขาเดินไปตามทางเดินและหยุดลงที่หน้าลิฟต์แต่สิ่งที่ผมเห็นกำลังทำให้ผมประสาทเสียแทบอยากจะตะโกนออกมา


            ทำไมต้องมาปิดปรับปรุงวันนี้วะ!


            ไม่รอช้าผมรีบผลักบานประตูของบันไดหนีไฟให้เปิดออกและออกแรงวิ่งอีกครั้ง ตึกนี้มี5ชั้นซึ่งผมก็ไม่รู้แล้วว่าตอนนี้มันเวลาเท่าไหร่ ผมรู้แค่ว่าผมต้องไปถึงที่นั่นให้เร็วที่สุด


            แฮ่กๆๆ....


            เมื่อบานประตูสุดท้ายเปิดออกผมก็ถลาเข้าหามันทันที ผมใช้มือยันกับหัวเข่าตัวเองแล้วหายใจเข้าออกอย่างเหนื่อยหอบ มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลยที่ต้องใช้พลังงานอย่างต่อเนื่องแบบนี้


            แสงแดดยามเที่ยงที่ส่องมาทำให้ผมต้องหรี่ตาลง ร่างตรงหน้าของผมคือผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนหันหลังให้ผมและเอามือไขว้ไว้ข้างหลัง ราวกับเขากำลังมองทิวทัศน์ของมหาลัยแห่งนี้อยู่ แต่สิ่งที่สะดุดสายตาของผมมากที่สุดคือร่างของคนหนึ่งที่นั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น ใส่ชุดสูทโดนมัดมือไพล่หลังอยู่และหัวก็ถูกสวมด้วยถุงกระดาษ


            ผมตั้งท่าจะวิ่งเข้าไปหาแต่ก็ถูกเสียงหนึ่งขัดเอาไว้ก่อน


            “ถ้าเข้ามาอีกก้าวเดียวผมไม่รับรองความปลอดภัยของเขานะ....”


            คนตรงหน้าค่อยๆหันกลับหลังมาทางผม


            “....ฮยอง”


            “เซฮุน?!


            “ดูเหมือนฮยองจะไม่ค่อยตกใจเท่าไหร่นะ” เซฮุนค่อยย่างก้าวเดินเข้ามาหาเรื่อยๆด้วยท่าทีที่ไม่เดือดร้อนอะไร


            “เรื่องของนายน่ะ ฮยองรู้มาซักพักแล้ว ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะเชื่อแต่ตอนนี้มันชัดเจนหมดแล้ว”


            “เพราะบอดี้การ์ดอะไรนี่ของฮยองใช่มั้ยล่ะ”


            เซฮุนนั่งย่อลงข้างๆกับคนที่ถูกคลุมหัวด้วยถุงกระดาษก่อนจะเอื้อมมือไปกระชากคอเสื้อขึ้นมาอย่างแรง


            “หยุดนะเซฮุน!” ชานยอลตะโกนออกไปด้วยความลืมตัว


            “อ่อ คงจะเป็นห่วงมากสินะ” เซฮุนผลักหัวของคนที่นั่งอยู่จนเซแล้วลุกขึ้นยืน


            “แกต้องการอะไรกันแน่!


            “ชีวิตไงล่ะ” เซฮุนเหยียดยิ้มที่มุมปาก


            “แกทำไปเพื่ออะไร มันจะทำให้อะไรดีขึ้น!” ชานยอลกำหมัดแน่นขึ้นเพื่อข่มอารมณ์ตัวเองในตอนนี้


            “ถ้าไม่มีบริษัทของพ่อฮยอง ครอบครัวของผมคงไม่ล้มละลายแบบนี้! พ่อเกือบจะฆ่าตัวตายหลายครั้งแล้วเพราะหนี้สินที่มันท่วมหัวจนหาทางออกไม่เจอไง!


            “มันไม่ใช่สาเหตุหลักที่แกต้องทำแบบนี้เซฮุน!


            “ฮยองไม่เคยรู้หรอก เพราะครอบครัวของฮยองมันสมบูรณ์แบบไงล่ะ! พ่อต้องค้าอาวุธเถื่อนเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ ชีวิตของผมมันต้องลำบากเพราะแบบนี้ไงล่ะ” เซฮุนก้มหน้านิ่ง


            “....”


            “ฉะนั้นให้บริษัทของพ่อฮยองมันจบลงแค่ตรงนี้แล้วกัน” เซฮุนชักปืนที่เหน็บอยู่ข้างหลังมาจ่อไว้ตรงหน้าของชานยอล “โดยไม่มีผู้สืบทอดกิจการ....” นิ้วยาวเหนี่ยวไปปืนเล็งไปที่คนตรงหน้า


            “พอแค่ตรงนั้นแหละคุณเซฮุน!” 


            เสียงตึกตักจากการวิ่งของ3-4คนดังขึ้นมาบนดาดฟ้าและแต่ละคนก็ยังถือปืนเตรียมพร้อมคนละกระบอกอีกด้วย


            “แบคฮยอน?!” เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองถ้านี่คือแบคฮยอนแล้วคนที่นั่งคุกเข่าอยู่คือใครล่ะ


            “ฮ่าๆๆ งงเป็นไก่ตาแตกแล้วล่ะสิ” เซฮุนลดปืนลงก่อนจะเดินไปจับแขนของคนที่นั่งอยู่ให้ลุกขึ้นตาม “สงสัยกันใช่มั้ยล่ะ ว่านี่คือใคร” เอื้อมมือไปดึงถุงกระดาษให้หลุดออกแล้วใช้ปืนจ่อไปที่ขมับแทน


            “นัม จองอิน?”


            ใบหน้าของหญิงสาวตอนนี้เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ และมีเลือดไหลออกมาจากมุมปาก และหน้าผากมุมขวาของเธอยังเลือดไหลออกมาเพราะมันแตกด้วย


            “ใช่ ยัยนี่คิดจะหักหลัง ฉันเลยต้องทำแบบนี้ไงล่ะ” ในตอนนี้เซฮุนกำลังอยู่ในความกดดันของทั้งหมด


            “ปล่อยเธอไปซะ เธอไม่เกี่ยวอะไรด้วย” ชานยอลพยายามทำให้เซฮุนยอมปล่อยจองอินไป


            “ไม่เกี่ยวงั้นเรอะ? เหอะ เกี่ยวเต็มๆเลยล่ะ” เซฮุนกระชากตัวจองอินเข้ามาใกล้มากขึ้น “เธอนี่แหละเป็นสายให้ แต่เพราะอะไรกันถึงทำให้เธอเปลี่ยนความคิดนี้”


            “ชานยอล...” เธอส่งเสียงแผ่วเบาออกมา


            “ใช่! เพราะฮยองไงล่ะ เพราะฮยองมาเปลี่ยนความคิดของเธอ เธอเลยมาต่อต้านฉันงั้นสิ”


            “หยุดพล่ามได้แล้วเซฮุน! นายทำให้คนอื่นต้องตายมากไปแล้วนะ!” ชานยอลอารมณ์เดือดถึงขั้นสุด เขาไม่คิดเลยว่ารุ่นน้องที่เป็นที่รักของทุกคนจะมีด้านที่ชั่วร้ายถึงเพียงนี้


            “พวกมันก็แค่ขยะสังคม ตายๆไปก็ไม่มีใครเขาจดจำหรอก”


            “คุณคิดผิดคุณเซฮุน...” แบคฮยอนที่ถือปืนอยู่เริ่มมีอาการสั่นไหวเล็กน้อย “ชีวิตคนน่ะ...มีค่ากันทุกคนแหละ มันแล้วแต่ว่าคนที่รอเขาอยู่ที่บ้านน่ะจะรอเขากลับมาอย่างมีความหวังมากแค่ไหน...”


            ฉันไม่มีทางเลือกแล้ว ลาก่อน.....


          เขายังจำมันได้ดีแม้ว่าเหตุการณ์นี้จะผ่านไปนานแล้วก็ตาม วันที่เขาได้เจอกับแจอุคที่ไม่เจอกันนาน3ปี แต่พอเจอกลับต้องมาเห็นจุดจบของอีกคนต่อหน้าตัวเอง


            “คุณทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือก...จิตใจของคุณมันไม่ใช่คน...”


            “ฉันเริ่มจะรำคาญเสียงของนายแล้วรู้มั้ย? ฉันน่าจะจัดการนายตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่ต้องรำพึงรำพันอยู่แบบนี้”


            “คุณก็ไม่สมควรที่จะอยู่ต่อเหมือนกัน!” แบคฮยอนเหนี่ยวไกปืนเล็งไปที่คนตรงหน้า


            “โว้วๆ จะให้5รุม1แบบนี้มันก็เสียเปรียบน่ะสิ ฉันยิ่งไม่ค่อยชอบแบบนี้เลย” เซฮุนก้าวถอยหลังโดนลากร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของจองอินมาบังไว้ข้างหน้า


            ตึก ตึก ตึก


            เสียงลงเท้าหนักดังมาจากบริเวณรอบข้าง จนฝั่งของชานยอลเริ่มสังเกตอย่างระแวดระวัง ทั้งหมดค่อยๆขยับเข้ามาหาจนเป็นวงกลมโดยหันหลังชิดกัน เตรียมตั้งรับกับสิ่งที่กำลังจะมา แบคฮยอนยื่นปืนที่ตัวเองพกไว้กับตัวเองอีกอันส่งให้ชานยอล


            ประตูดาดฟ้าถูกเปิดออกพร้อมกับเหล่าชายฉกรรจ์มากมายที่วิ่งออกมาจากประตูก่อนจะล้อมรอบฝั่งชานยอล โดยให้ยืนอยู่ตรงกลางวง


            ทุกคนมีปืนอยู่กับตัวเองทุกคน ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้ฝั่งที่เสียเปรียบอยู่ก็คือฝั่งของชานยอล


            “ปาร์ตี้มันเพิ่งจะเริ่มต่างหาก....”

 

 


 

 







 


 

 แกมันโหดร้ายเซฮุนนนนน ทำไมทำเยี่ยงนี้

ปาร์ตี้ของเซฮุนนี่มันยังไงทำไมน่ากลัว

จะบอกว่าฟิคเราจะจบแล้วน้า อาจจะอีก2-3ตอน

ปิดเทอมแล้วก็มาอัพนี่แหละเนอะ

 

#บอดี้การ์ดบยอน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

1,221 ความคิดเห็น

  1. #1095 Nook Kra (@nongnookpoohza) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 25 มีนาคม 2559 / 19:50
    เซฮุน แกนี่ทันน่าตบซ้าย ตบขวา
    #1095
    0
  2. #999 Jammie-Lee (@Jammie-Lee) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 01:51
    โหยยยย อย่ามีใครเป็นไรนะะะะะะ
    #999
    0
  3. #933 0506_B (@19920506b) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 13:59
    น้องฮุนโหดร้ายยย
    #933
    0
  4. #902 ploy yo yo (@ploypapup) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 18:45
    นังฮุน..

    #902
    0
  5. #871 fernn14 (@fernn1404) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2558 / 04:20
    อิฮุนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
    #871
    0
  6. #870 Wawanitip (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2558 / 07:40
    เซฮุนนน แกโหดร้ายไปมั้ยเนี่ยย 😂
    #870
    0
  7. #869 ploysweetpink (@ploysweettypinky) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2558 / 14:16
    โอ้ยยยยยยย อิฮุนนนน คนใจร้ายย
    #869
    0
  8. #866 Bow Keswaree (@kkbow) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 22:51
    ฮุนค่ะ จะชั่วไปไหน ลุ้นๆๆๆ ลืมไมานะไรท์รอ
    นี้พุ้งนี้สอบแต่ใจดีมาอ่านฟิค 55555
    #866
    0
  9. วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 21:26
    นังฮุน เมื่อแกจะโดนพี่ลู่กำราบซะที ฮึ่ย!!
    #865
    0
  10. #864 yellowooh! (@nubajijk) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 21:26
    นังเซฮุนนนน แกมันใจร้ายกาจ อย่าให้มีใครบาดเจ็บนะไรท์;-;
    #864
    0
  11. #863 Ploy Thanaporn (@baekhyun_ploy) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 21:15
    เกลียดฮุนนนนน*0*
    #863
    0
  12. #862 giant87891 (@giant87891) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 21:09
    กรี้ดดดอิเซ
    #862
    0
  13. #861 BACON_BAEK (@khainoy) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 20:57
    เซฮุนหมาหมู่เหรอ
    #861
    0
  14. #860 meenny1407 (@meenny1414) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 20:38
    เซฮุนแกมันร้ายกาจจจ สู้นะชานแบค สู้ววว
    #860
    0
  15. #859 newByun (@nongnew1711) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 20:37
    โอ้ยย งานนี่ต้องบู๊แหลกคะ น้องเเบคโชว์แมนไปเลยลูกกกก 55555555
    #859
    0
  16. #858 Pliw Onanong (@pliw77) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 20:00
    ตายซะเซฮุน
    ทูนหัวของบ่าวช่างร้ายกาจ
    #858
    0
  17. #857 Siriwan Samniangdee (@aongina) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 19:09
    จะจบแล้วเหรอ...ตายสิทีนี้ชานแบคจะทำยังไงเนี่ย แบคมีแผนใช่ไหม
    #857
    0
  18. #856 JoobJang Phaninat (@jcb009) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 19:03
    ไรท์อ่ะ ทำให้ฮุนโหดร้าย
    #856
    0
  19. #855 kaminuki (@piyamapor) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 19:02
    เซฮุนแม่งร้ายมากอ่ะ
    #855
    0
  20. #854 bam15243 (@bambyfamily) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 12:21
    ชานยอลวิ่งไปไหนนอ่ะะ
    #854
    0
  21. #853 bam15243 (@bambyfamily) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 12:20
    ชานยอลวิ่งไหนอะะ โอ้ยยย ค้างมากเลยอ่ะไรท์ ต่อเร็วน้ะค้าา
    #853
    0
  22. #852 Kadiismine (@mayihu1346) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 20:45
    วิ่งไปไหนอ่ะ แม่มาหรืออะไรรรรรร
    #852
    0
  23. #851 Wawanitip (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 05:22
    รออยู่น้าไรท์😋😋
    #851
    0
  24. #850 Siriwan Samniangdee (@aongina) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 28 กันยายน 2558 / 23:31
    อ้ากกกก!!ไม่ใช่ว่าวิ่งไปตายนะชานยอล แบคตามไปเร็ว ปล.มาเม้นท์แล้วนะไรต์ สู้ๆค่ะ
    #850
    0
  25. #849 ploysweetpink (@ploysweettypinky) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 28 กันยายน 2558 / 21:49
    รีบมาต่อน้าาา ตัดตอนได้เหมาะมากอะไรท์5555555555555555555555
    #849
    0