ต้องบอกว่าเป็นพื้น กระพี้ เปลือก ของธรรมะเท่านั้นเอง ที่หาใช่แก่นไม่ แต่ต้องการสื่อให้กับสมาชิกได้ทราบบ้าง ถ้าใครมีข้อติชมก็ขอช่วยบอกกล่าวด้วยครับ จักขอบคุณยิ่ง
เรื่องเล่า (จากการฟังวิทยรัฐสภา) เกี่ยวกับการทำบุญและความกตัญญู ที่จะนำไปสู่ความร่ำรวย เจริญรุ่งเรืองที่น่าสนใจมาก มีหนังสือเกี่ยวกับการทำบุญ ไหว้พระ (ประทานโทษที่จำชื่อคนแต่งไม่ได้) แล้วจะทำให้ชีวิตรุ่งเรือง และร่ำรวย เป็นวิธีการทำบุญที่ง่ายและได้อานิสส์ ผู้เขียนได้บอกว่ามีคุณยายเป็นผู้อบรมขัดเกลา เรื่องเข้าวัดใส่บาตรทำบุญมาตั้งแต่เริ่มจำความได้ พี่ ๆ น้อง ๆ ของท่านรวมไปถึงญาติ ๆ ซึ่งเป็นลูกหลานเหลนคุญยาย มีแต่ความสุขสงบในการดำเนินชีวิตไม่มีปัญหา เหมือนอย่างวัยรุ่นที่ชวนปวดเศียรเวียนเกล้าอยู่ทุกวันนี้ และที่น่าอัศจรรย์ กลุ่มเด็ก ๆ เหล่านี้ถ้ามีเวลาว่างเมื่อไรก็จะชักชวนกันไปปฏิบัติธรรม ใช้เวลาสั้นบ้าง ยาวบ้างแล้วแต่โอกาส ผู้เขียนจงเลิญชวนให้คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายพาลูกหลานเข้าวัดตั้งแต่จำความได้เลย จะได้มีภูมิคุ้มกันความชั่วต่าง ๆ ได้ อย่างวิเศษสุด อานิสงค์อีกยอ่างคือ การทำบุญใส่บาตรทุกวัน ท่านอย่าเพิ่งร้อยยี้ ใครจะทำได้ตื่นมาก็ตะลีตะลานแทบไม่ทันงานทันส่งลูกส่งเต้าอยู่แล้ว ไม่เป็นไร ผู้เขียนหนังสือแนะนำว่าหาบาตรเล็ก ๆ ไว้สักอันในบ้านแล้วหย่อนเงินลงไปในบาตรทุกวันวันละเท่าไหรก็ได้สมมติใส่ตั้งแต่วันจันทร์จนถึงวันศุกร์ พอวันเสาร์ท่านมีเวลาพอที่จะไปตักบาตรได้ก็ให้เอาเงินในบาตรออกมารวมซื้อเครื่องเคราที่จะไปทำบุญวันนั้น เท่านี้แหละ ก็เท่ากับได้ทำบุญตักบาตรทุกวันแล้ว เรามาคิดว่า ดีจังเลย ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องอยากใส่บาตรทุกวัน แต่วันเวลาไม่อำนวยอย่างที่ว่าได้ชะงัดจริง ๆ ขออีกเรื่องก็คือ การไหว้พระก่อนนอน ส่วนใหญ่เราจะคุ้นเคยกับการกราบพระ ๓ ครั้ง ผู้เขียนแนะนำให้กราบ ๕ ครั้ง สั้น ๆ แต่ได้อานิสงส์ คือ กราบครั้งที่ ๑ กราบพระพุทธ ซึ่งเป็ศาสนดาของพระพุทธศาสนา กราบครั้งที่ ๒ กราบพระธรรม ซึ่งเป็นคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ กราบครั้งที่ ๓ กราบพระสงฆ์ ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ กราบครั้งที่ ๔ กราบบิดามารดา ผู้ให้กำเนิด และเลี้ยดู กราบครั้งที่ ๕ กราบครูบาอาจารย์ ผู้ประสิทธิประสาท ความรู้และสติปัญญา เห็นหรือยังว่าการกราบง่าย ๆ แค่นี้แต่ปลูกฝังจิตใจทั้งตัวเราและลูกหลานได้มากมายเพียงใด ผู้เขียนยังบอกอีกว่า น้องชายของท่านจะกอดและกราบคุณแม่ทุกวันเช่นนี้ตั้งแต่เป็นเด็กจนโต แม้ทุกวันนี้ก็ยังทำอยู่ ปัจจุบันน้องชายท่านมีกิจการมั่นคงและมีเงินเป็นพันล้านแล้ว ในยุคเศรษฐกิจพอเพียงเราก็คงไม่ได้หวังจะมีเงินเป็นพันล้านเช่นนั้นดอก แต่เชื่อว่าคงให้ความสุขทางใจที่แท้จริงได้ และภูมิคุ้มกันความชั่วต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี นั่นต่างหากที่เป็นสุดยอดปรารถนาของพวกเราทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ และได้อยู่ในเมืองที่มีพระพุทธศาสนา
ที่มา WWW.med.cmu.ac.th/pr/news |
ที่มา : ณรงค์ กองปัญญา |
ความคิดเห็น
1.ทาน (ทานํ) หมายถึงการให้ การเสียสละ นอกจากเสียสละทรัพย์สิ่งของแล้ว ยังหมายถึงการให้น้ำใจแก่ผู้อื่นด้วย
2.ศีล (ศีลํ) คือความประพฤติที่ดีงาม ทั้ง กาย วาจา และใจ ให้ปราศจากโทษ ทั้งในการปกครอง อันได้แก่ กฎหมายและนิติราชประเพณี และในทางศาสนา
3.บริจาค (ปริจาคํ) คือ การเสียสละความสุขส่วนตน เพื่อความสุขส่วนรวม
4.ความซื่อตรง (อาชชวํ) คือ ความซื่อตรงในฐานะที่เป็นผู้ปกครอง ดำรงอยู่ในสัตย์สุจริต
5.ความอ่อนโยน (มัททวํ) คือ การมีความอ่อนโยน มีสัมมาคารวะต่อผู้อาวุโสและอ่อนโยนต่อบุคคลที่ เสมอกันและต่ำกว่า
6.ความเพียร (ตปํ) คือ มีความอุตสาหะในการปฏิบัติงาน โดยปราศจากความเกียจคร้าน
7.ความไม่โกรธ (อกฺโกธ) คือ ความไม่แสดงความโกรธให้ปรากฏเห็นเช่นทำร้ายผู้อื่นแม้จะลงโทษผู้ทำผิดก็ทำตามเหตุผล
8.ความไม่เบียดเบียน (อวิหิงสา) คือ การไม่เบียดเบียน หรือบีบคั้น ไม่ก่อทุกข์หรือเบียดเบียนผู้อื่น
9.ความอดทน (ขันติ) คือ การมีความอดทนต่อสิ่งทั้งปวง รักษาอาการ กาย วาจา ใจให้เรียบร้อย
10.ความเที่ยงธรรม (อวิโรธนํ) คือ ความหนักแน่น ถือความถูกต้อง เที่ยงธรรมเป็นหลัก ไม่เอนเอียงหวั่นไหวด้วยคำพูด อารมณ์ หรือลาภสักการะใดๆ
ประเทศจึงมีความสงบสุข และ ชาวไทยได้ร่มเย็นเสมอมา
Gangkaitia "รักในหลวง"