about that
ดู Blog ทั้งหมด

ความจริงของคิมฮยอนจุง

เขียนโดย about that

ความจริงของคิมฮยอนจุง

**รวบรวมและแปลไทยโดย @Maryeo_ok**

ประวัติ

ชื่อ : คิมฮยอนจุง (Kim Hyun Joong) (김현중)
ฉายา : ลีดเดอร์, ชิลลาง(เจ้าบ่าว) 4D , ผู้ชายสวย (Pretty boy), เด็กหนุ่ม 4D, เจ้าชาย 4D, เจ้าบ่าวเด็ก/เจ้าบ่าวน้อย
วันเกิด : 6 มิถุนายน 1986 ราศี : เมถุน (Gemini)
ส่วนสูง : 180 ซม. น้ำหนัก : 68 กก.
กรุ๊ปเลือด : B
การศึกษา : เรียนจบจากโรงเรียนมัธยมฮันยาง อินดัสเทรียล, มหาวิทยาลัยคยองกิ
ครอบครัว : มีพี่ชาย 1 คน , คุณพ่อ , คุณแม่ และตัวเอง บ้านเกิด : กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ไอดอล : ลีฮโยรี
งานอดิเรก : ว่ายน้ำ, ยกน้ำหนัก, บาสเกตบอล, ฟุตบอล
ความสามารถพิเศษ : เล่นกีตาร์, เปียโน, เต้น, การแสดง อาชีพ : นักแสดง, นักร้อง, นายแบบ, แดนเซอร์
คติ : Life in one strike

คิมฮยอนจุงเริ่มต้นกับการแสดงในเรื่อง “Can we be in love?” ละครซิทคอมที่ออกอากาศทุกวัน หลังจากเรื่อง “Old Miss Dairy” เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับความรัก การงานและชีวิตประจำวันของพี่ น้องสาวๆ 3คน ซึ่งเค้าเล่นเป็นโปรกอล์ฟที่เป็นอัจฉริยะ แต่โชคไม่ดี และนอกจากนี้ยังเคยทำหน้าที่เป็นพิธีกรรายการ Show! Music Core คู่กับ Brian จาก Fly to the Sky ด้วย

ผลงานละคร

- Nonstop5 (MBC,2005)
- Can Love Be Refilled? (KBS,2005)
- Hotelier (TV Asahi, 2007)
- Spotlight (MBC, 2008)
- Boys Before Flowers หรือ f4 เกาหลี (KBS, 2009)

รางวัล
– Most Popular Icon for Style Icon Awards 2009 (11 พฤศจิกายน 2009)
– Best Actor for Seoul’s International Drama Awards (11 กันยายน 2009)
– Popularity Award for Television on KBS2′s Boys Over Flowers (The 45th PaekSang Arts Awards, เดือนกุมภาพันธ์ 2009)[2]
– Best Couple Award on MBC’s We Got Married with Hwang Bo (MBC Awards 28 ธันวาคม 2008)

***************************************************************

คิมฮยอนจุงและไข้หวัดหมู (ไวรัส H1N1)

คิมฮยอนจุงได้ถูกวินิจฉันว่าติดเชื้อไข้หวัดหมู ในขณะที่เขาอยู่ในญี่ปุ่นเพื่อโปรโมทละคร ตั้งแต่วันที่ 5 – 6 กันยายน ในระหว่างช่วงโปรโมท เขาได้มีไข้และปวดหัว ซึ่งทำให้เขาต้องยกเลิกกิจกรรมในวันที่ 6 ไป

ตัวแทนจาก DSP Media ได้เผยว่า “ตามตาราง ไฟลท์ของเขาคือ เวลา 12pm ของวันที่ 7 กันยายน เขาได้ผ่านสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมาได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ แต่หลังจากนั้นในตอนบ่าย เนื่องจากร่างกายของเขามีการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน เขาจึงถูกส่งห้องฉุกเฉินทันที”

ในขณะอยู่ในห้องฉุกเฉิน เขาก็ถูกตรวจพบว่า ติดเชื้อไข้หวัดหมู และตัวแทนได้ออกมาเผยว่า ฮยอนจุงกำลังรับการรักษาอยู่ แต่ยังคอรอดูอาการอยู่ ดังนั้น ทำให้เขายังต้องอยู่ที่ญี่ปุ่น ผู้จัดการของฮยอนจุงบอกว่า ฮยอนจุงถูกส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจดูว่าเป็นอะไร และจะประกาศให้ทราบพร้อมกับรายละเอียดทั้งหมด

เขาหายจากโรค H1N1 และออกจากโรงพยาบาลในวันที่ 15 กันยายน 2009

****************************************************************

Kim Hyun Joong – เรื่องเล่าจากแม่

Credit: doubleskhj + hyunjoongchina + (English translation) ss501ufo.blogspot.com

Thai Translation : leenongkan@kimhyunjoongthailand.com

เราอาจจะเคยได้เห็นได้ยินข้อความเหล่านี้มาแล้วสำหรับ Kim Hyun Joong แต่ทุกครั้งที่อ่านก็จะรู้สึกประทับใจทุกครั้ง อยากจะบอกว่า ขอขอบคุณคุณแม่และครอบครัวของน้องที่ทำให้มีน้องในวันนี้ ขอบคุณ คิมฮยอนจุง สำหรับความกล้าหาญและจิตใจที่เด็ดเดี่ยว ขอบคุณสำหรับรอยยิ้มที่ทำให้พวกเรามีความสุข

********************************************************************

ช่วงระหว่างอายุ 1-4 ขวบ ฮยอนจุงชอบหายไปในสวนสาธารณะ เป็นเพราะว่าเขาวิ่งไปที่เวทีแสดงดนตรี

Big_127915729478

ตั้งแต่ฮยอนจุงเกิด เขาก็เป็นที่รักและมีชื่อเสียงในระแวกเพื่อนบ้าน เพราะเขามีดวงตาที่โต เป็นคนที่ฉลาดและคล่องแคล่ว
วัน หนึ่ง ในความฝันของฉัน ฉันฝันว่ามีรถบรรทุกหัวไชเวิ่งผ่านฉันไป มีหัวไชเท้าขนาดเท่ารถบรรทุก ฉันมีผ้ากันเปื้อน ฉันมวิ่งตามรถบรรทุกไปพยายามจะจับหัวไชเท้านั่น หัวไชเท้าก็ตกลงมาที่ผ้ากันเปื้อนของฉัน และฉันก็ล้มลงกับพื้น มันเป็นหัวไชเท้าที่ใหญ่ที่สุดที่ฉันเคยพบในชีวิตของฉัน ฉันแปลกใจมาก ฉันพยายามจะยกหัวไชเท้าเพื่อดูมันแล้วฉันก็ตื่นจากความฝัน ฉันแปลกใจมากว่านี่เป็นลางว่าฉันจะท้องหรือเปล่า? ดังนั้น ฉันจึงไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจ และหมอก็บอกกับฉันว่า “ ขอแสดงความยินดีด้วย” ฉันตั้งท้อง
ฮยอนจุงเริ่มเดินเมื่อเขาอายุได้ 9 เดือน ก่อนหน้านี้ ถึงแม้ว่าเขาสามารถนั่งคนเดียวได้ แต่เขายังปีนไม่ได้ ทุกคนในครอบครัวเป็นห่วงว่าเขาอาจเริ่มเรียนรู้การเดินช้า แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ข้ามขั้นการปีนเป็นการเดิน ทุกๆคนในครอบครัวต่างก็ตกใจ

ระหว่าง วันเกิดครบรอบ 1 ขวบ เขาก็เอาเค็กข้าวให้กับแขกที่มาร่วมงานกิน ระหว่างพิธี Toljabee จะต้องให้เขาเลือกดินสอและหนังสือ สมาชิกในครอบครัวก็เอาของทั้งสองอย่างวางหน้าเขา แต่แล้วเขาเลือกแปรงที่อยู่ข้างๆ แทน ฮยอนจุงเริ่มพูดและนับสิ่งต่างๆได้เร็วมาก แต่สิ่งที่เขาสนใจที่สุดคือ การร้องเพลง เต้น และเล่นเกมส์
(หมายเหตุ Tolijabee คืองพิธีที่ใช้เพื่อทำนายอนาคตของเด็ก ในกรณีนี้ ฮยอนจุงเลือกแปรงซึ่งหมายความว่าเขาจะเป็นนักวิชาการ)

ตั้งแต่ แต่งงานจนถึงปัจจุบัน ครอบครัวของเราอาศัยอยู่ที่ข้าง SongpaGu Olympic park ทุกๆ วันสุดสัปดาห์ จะมีการแสดงดนตรีที่นั่น ตอนที่พาฮยอนจุงและพี่ชายที่อายุแก่กว่าเขา 1 ปี ไปที่สวนสาธารณะ เด็กทั้งสองคนมีความสุขมาก

ฮยอนจุงหายไปหลายครั้ง ฉันเป็นกังวลมากและตามหาเขาทั่วทั้งสวน และในที่สุดก็มักจะไปเจอเขาที่เวทีที่นักร้องกำลังแสดงดนตรีอยู่

มี อยู่ครั้งหนึ่ง กลุ่มศิลปินนักร้อง Seo Tai Ji and boys กำลังร้องพลง I Know อยู่ในสวน ฮยอนจุงก็วิ่งขึ้นไปเต้นบนเวที เขาร่วมเล่นเกมส์กับนักร้องคนอื่นอีกหลายคนบนเวทีและหัวเราะอย่างมีความสุข ฮยอนจุงเป็นคนที่มีผลการเรียนยอดเยี่ยม มันไม่เคยอยู่ในความคิดของฉันเลยว่าเขาจะกลายเป็นศิลปิน แต่ว่าตอนนี่ฉันก็เริ่มคิด เขาดูเหมือนจะแตกต่างกับเด็กคนอื่นๆ ตั้งแต่ตอนเขาเด็ก

ช่วง 5-9 ขวบ ชีวิตในวัยเด็กของ คิม ฮยอน จุง

เริ่มจากอนุบาล ฮยอนจุง ได้แสดงความสามารถของเขาในหลายๆด้าน แก้โจทย์คณิตศาสตร์ได้เร็วและวาดภาพเก่ง เรียนรู้การพูดและจำคำศัพท์ต่างๆได้เร็วมาก พี่ชายของเขาที่อายุแก่กว่าเขา 1 ปี มักจะนั่งเรียนอย่างเดียว แต่ว่าฮยอนจุงเป็นเด็กที่เล่นตลอดเวลา แต่ยก็สามารถเรียนรู้ได้ดีในเวลาเดียวกัน

พวกเราเป็นกังวลว่าเด็กทั้งสอง คนจะรู้สึกกดดันจากการเรียน ดังนั้นพวกเราจะให้พวกเขาสัมผัสกับธรรมชาติบ่อยๆ ช่วงการฉลองเริ่มต้นชีวิตในการเรียนในชั้นประถม ครอบครัวของพวกเราได้ไปเที่ยวที เกาะเชจู ระหว่างนั้น ฮยอนจุงได้ขี่ม้าซึ่งตัวสูงกว่าเขาหลายเท่าและไม่ยอมลงมา คนแถวๆนั้นต่างชมเชยเขา ที่เขาทำอย่างนั้นได้ ระหว่างวันหยุด พวกเรามักจะพาเด็กๆ ไปตกปลา นี่คิอเหตุผลว่าทำไม จนถึงเวลานี้ ถ้าเขารู้สึกเครียดจากงานเพลงของเขา ฮยอนจุงก็จะไปตกปลาอยู่คนเดียว

เริ่ม จากชั้น ป 2 ฮยอนจุงก็เป็นตัวแทนของห้อง เขามักจะทำอะไรๆ ด้วยตัวเองเสมอ ตื่นนอนหลังจากที่นาฬิกาอันเล็กของเขาปลุก เวลา 6 โมงในตอนเช้า ทำการบ้านด้วยตัวเองคนเดียวจนเสร็จ เมื่อพวกเราไปเยี่ยมที่โรงเรียน คุณครูประจำชั้นมักชมเขาบ่อยๆ ฮยอนจุงเรียนรู้ได้เร็วมาก เขาไม่มีปัญหาแน่ถ้าจะเข้าเรียนที่ Seoul University
ในเวลานั้น พวกเราคิดว่า ฮยอนจุงควรจะใช้ความสามารถในการเรียนของเขาเพื่อประสบความสำเร็จในอาชีพของ เขา พวกเราไม่เคยคิดเลยว่า เขาจะกลายมาเป็นศิลปิน

ที่จริงแล้ว ตอนที่อยู่ ประถมปีที่ 2 ถึง ชั้นประถมปีที่ 4 ฮยอนจุงได้เข้าร่วมในการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิคโลก และเขาก็ชนะได้เหรียญทอง เขาก็ชนะในการแข่งขันประกวดศิลปะด้วย เหรียญรางวัลของเขามีมากจนเต็มกล่อง ผลงานของเขามักจะเป็นอันดับ 1 ในชั้นเรียนและมักจะติดอันดับ 1 หรือ 2 ของโรงเรียน

เพื่อเป็นการ ป้องกันการที่จะต้องดูแตกต่างไปจากเพื่อน พวกเราจึงส่งเขาไปเรียนเพิ่มเติมเพื่อเรียนการเขียนตัวอักษร Hanja แม้แต่ในที่เรียนพิเศษ เขาก็มักจะได้อันดับสูงสุดของห้อง เมื่อตอนเรียนชั้นประถมตอนต้น ฮยอนจุงก็ได้ประกาศนียบัตรระดับ 3 ในการสอบการเขียนตัวอักษร HANJA คุณครูที่โรงเรียนสอนพิเศษได้ชมเขาว่า ฮยอนจุงผ่านการทดสอบที่ยากที่เด็กเรียนชั้นต่ำกว่าชั้นมัธยมต้นจะผ่าน ทุกคนครอบครัวของเราต่างตกใจ

ในการทดสอบเข้าเรียนชั้นมัธยมปลาย เขาก็ได้เป็นอันดับที่ 4 ที่มีคะแนนสูงสุดในการสอบเข้าของโรงเรียน มันเป็นตอนที่เขาอยู่ชั้นปีที่ 3 ที่เขาบอกว่าเขาต้องการจะเป็นศิลปิน เพราะว่าพ่อของเขาเป็นห่วงว่าเขาหมกมุ่นในการเรียนเกินไป พ่อของเขาจึงซื้อกีตาร์ให้เขา เพื่อพักผ่อนสมอง และนี่เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับเขาของการเป็นศิลปิน

ฮยอนจุนเริ่ม หมกมุ่นกับการเล่นกีตาร์ คุณครูที่สอนกีตาร์พูดว่า เขามีพรสวรรค์ บางอย่างต้องใช้เวลาเรียนถึง 3 ปี แต่เขาสามารถเรียนรู้ได้ภายใน 3 เดือน คุณครูยังได้แนะนำพ่อของเขาว่า น่าจะปล่อยให้ฮยอนจุงได้แสดงความสามารถของเขาในเรื่องดนตรี แต่พ่อของเขาไม่เห็นด้วยอย่างมาก

หลังจากนั้น ฮยอนจุงก็ตั้งวงขึ้นมา ทำงานนอกเวลา และแสดงดนตรี มีอยู่ครั้งหนึ่งเพื่อนบ้านพูดว่า เมื่อวันก่อน มีเด็กที่ในบ้านได้ไปส่งไก่ทอด ทำให้ทางครอบครัวรู้ว่าเขาทำงานพาสทามในร้านขายไก่ทอด พวกเรารู้สึกว่า ในฐานะที่เป็นเด็กผู้ชายจะต้องเป็นตัวของตัวเอง มันถูกแล้วที่จะต้องฝ่าฟันอุปสรรค ดังนั้นพวกเราจึงไม่ห้ามเขาให้ทำงานฮยอนจุงพูดว่า ผมตามใจพ่อแม่ที่หวังจะให้เรียนศิลปะในโรงเรียนมัธยมปลาย แต่ผมจะขอตัดสินใจในอนาคตของผมเอง หลังจากที่เรียนไปได้ 1 ปี เขาก็สมัครใจที่จะหยุดเรียนออกจากโรงเรียน พ่อของเขาและฉันพูดว่า การหยุดเรียนมันเป็นทางเลือกของเธอ เธอจะต้องรับผิดชอบตัวเองในการตัดสินใจของเธอเอง ดังนั้นเขาจึงได้เงินแค่ 10,000 วอน (ประมาณ 7.90 ดอลลาร์) ทุกเดือนเป็นค่าขนม
เนื่องจากวิกฤต เศรษกิจทางด้านการเงิน กิจการของเราก็โดนผลกระทบ พวกเราเริ่มขายเสื้อผ้าในดองเดนัม พวกเราต้องทำงานจนถึง 11.00 น. ทุกวัน หลังจากทำงานเสร็จ ฉันมักจะไปที่ร้านอาหาร TGI ที่ลูกชายทำงานอยู่ ไปแอบดูอย่างเงียบๆ ประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนกลับบ้าน

ในช่วงฤดูหนาว ระหว่างที่รอลูกกลับบ้าน ฉันจ้องมองดูเขาที่ข้างนอกจากหน้าต่าง ประมาณ ตี 1 กำลังมองลูกชายพยายามกำลังเดินท่ามกลางหิมะที่สูงเกือบเข่า ฉันรู้สึกเจ็บปวดมาก ฉันไม่อยากจะให้เขาเห็นว่าฉันเสียใจ ฉันมักจะปิดไฟทำเป็นเหมือนว่าทุกคนนอนหลับแล้วหลังจากที่ผ่านการสัมภาษณ์ เป็นนักร้องฝึกหัด ลูกของฉันจะกลับมาบ้านตอนที่หยุดพักเท่านั้น ตอนที่เป็นนักร้องฝึกหัด เงินในกระเป๋าของเขามักจะไม่พอ บ่อยครั้งที่เขากลับบ้านด้วยความหิวด้วยรถบัสสาธารณะ มีหลายๆครั้งที่เขาไม่มีแม้กระทั่งค่ารถกลับบ้านและต้องเดินกลับบ้าน แต่กระนั้น ฮยอนจุงไม่เคยที่จะขอเงินจากพวกเราเลย
ความรักของเขาที่มีต่อ สมาชิกของครอบครัวมันช่างลึกซึ้งมาก เมื่อพี่ชายของเขาเรียนที่อเมริกาตัดสินใจที่จะหยุดเรียนจากมหาวิทยาลัย เนื่องจากไม่มีค่าเทอม ฮยอนจุงก็บอกพี่ว่า “พี่ อ่านหนังสือนี่ซิ “และมอบหนังสือเป็นของขวัญเมื่อพี่ชายของเขาเปิดหนังสือออกเพื่อจะอ่าน เขาก็เห็นเงินเช็คเงิน 300 ล้านวอนซ่อนอยู่ในหนังสือ พี่ของเขาโทรหาพ่อของเขาและพูดว่าไม่น่าเชิ่อว่าจะเป็นเงินจำนวนนั้น มันเกินเหนือความคาดหมาย ในช่วงระหว่างที่เป็นนักร้องฝึกหัด ที่เขาสามารถเก็บเงินได้มากขนาดนั้น เขาได้เข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย (Kyonggi University Digital Music faculty) พวกเราไม่เคยต้องเป็นห่วงเขาเลย

พวกเราทั้งสองคนมักจะบอกกับเขาว่า ให้สวดมนต์ก่อนที่จะทำอะไร ฮยอนจุงพูดว่า ตอนนี้พี่ชายกำลังรับใช้กองทัพอยู่ พ่อกับแม่ต้องอยู่กับเขา ดังนั้น ในอนาคตห้ามทำงานที่ดองเดนัมอีกเด็ดขาด พวกเราหวังว่าไม่ใช่เฉพาะเขาจะสามารถเป็นได้แค่นักร้อง แต่เขาต้องสามารถสร้างครอบครัวของเขา และมีรับผิดชอบ ด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงไม่ความหวังอะไรอีกแล้ว

credit byhttp://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=leenongkan&month=06-2010&date=30&group=10&gblog=51

*********************************************************************************************************************

ความจริงอื่นๆของคิมฮยอนจุง (แรนดอม)

ฮยอนจุงชอบอาหารรสจัด

ฮยอนจุงมีพี่ชายหนึ่งคน ชื่อ ‘คิม ยองจุง’

ฮยอนจุงกลัวปลาฉลาม

แม่ของฮยอนจุงมีร้านขายเสื้อผ้าที่ตลาดทงแดมุน

ฮยอนจุงสามารถเลียนเสียงอันเดร คิม (แฟชั่นดีไซเนอร์ของเกาหลี) ได้ดีมากๆ #iloveSS501

ฮยอนจุงกับฮยองจุนกลัวแมลงจริงๆนะ #iloveSS501

ฮยอนจุงไม่ชอบกินกาแฟ #iloveSS501

ฮยอนจุงไม่ชอบใส่เสื้อคู่ ถ้าเขามีแฟน เพราะเขาไม่ใช่คนที่โรแมนติก #iloveSS501

ฮยอนจุงเชื่อว่าเอเลี่ยนมีจริง และอยากจะแสดงให้พวกเอเลี่ยนดูที่นอกโลก *0* #iloveSS501

นักกีฬาที่ฮยอนจุงชอบ คือ คิมยูนา นักสเก็ตทีมชาติเกาหลี #iloveSS501

สีที่ฮยอนจุงชอบคือ สีดำ #iloveSS501

ฮยอนจุงอธิบายจองมินว่า โหด! (wild) #iloveSS501

ฮยอนจุงอธิบายคยูจงว่า ไร้เดียงสา #iloveSS501

ฮยอนจุงชอบที่จะใส่จุดหลายๆจุดในข้อความของเขา………. #iloveSS501

ฮยอนจุงวางแผนจะแต่งงานก่อนอายุ 30 ปี และมีลูกชาย 2 คน ลูกสาว 2 คน #iloveSS501

******************************************************************

• สมาชิกที่อายุเยอะที่สุดในวงและเป็นหัวหน้าวง SS501
• 4 มิติ (แปลก หรือ บ้า อยู่ในโลกของเขา)
• เขาเป็นคนที่หลับลึก
• เขาไม่ชอบพูดภาษาอังกฤษ เพราะว่าเขาออกเสียงแปลกๆ

• เป็นหัวหน้าที่มีเสน่ห์และเป็นพี่ชายของน้องๆในวง

• ได้รับฉายาว่า คิม สุนัขวัว เพราะว่าเขามีตาเหมือนวัวและมีใบหน้าเหมือนลูกสุนัข
• เขาอยากจะดูแลแฟนสาวของเขาเหมือนกับเพื่อนผู้ชาย (เดินไปโดยที่เอาแขนพาดไหล่ของเธอ และทักทายเธอว่า “เฮ้”)
• เขาไม่ใช่คนที่ตกใจง่ายๆ
• เขาเป็นเพื่อนสนิทของแจจุงและยูชอน วงดงบังชินกิ

*********************************

- ฮยอนจุงชอบสะสมกีตาร์ ซึ่งมีทั้งที่เขาซื้อเองและได้รับจากแฟนๆ
– สิ่งแรกที่ฮยอนจุงทำหลังจากตื่นนอน คือ เช็คมือถือของเขาว่ามีคนโทรมาหรือเปล่า
– ฮยอนจุงเก็บเงินได้ถึง 100 ล้านวอน จากการทำงานทั้งหมดของเขา ($72,000)
– ฮยอนจุงฟังเพลงดังมาก จนกระทั่งเพื่อนบ้านของเขาต้องมาบอกให้พวกเขา (SS501) ย้ายออกไป
– ฮยอนจุงตั้งชื่อสุนัขของเขาว่า จักซาลี (Jaksalie)
– ฮยอนจุงเป็นพนักงานส่งไก่ ตั้งแต่อยู่เกรด 7 (ได้ค่าแรงชั่วโมงละ 2500 วอน)
– เมื่อเขาหนีออกจากบ้าน ฮยอนจุงก็อยู่ที่บ้านเพื่อนของเขาและที่สปาอาบน้ำ!
– ฮยอนจุงเคยสั่งอาหารจากร้านอาหาร กินจนหมดและวิ่งหนีออกไป โดยไม่จ่ายเงิน
– เขาส่งพิซซ่า, หนังสือพิมพ์ และไก่ และเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหาร
– เขาทำให้พ่อแม่ของเขาต้องโทรหาตำรวจหลายครั้ง
– เมื่อไม่นานมานี้ คิมฮยอนจุงได้ห่อข้าวกลางวัน (กับซอสมะเขือเทศและน้ำราด)
– คิมฮยอนจุงได้เปิดร้านขายไก่กับเพื่อนสมัยประถมของเขา
– เขาเกือบจะถูกตีจนตายโดยผู้ชายที่เมาสองคน
– เมื่อไม่นานมานี้ คิมฮยอนจุงเกือบจะหิวตาย เพราะเขาไม่ได้กินข้าวมาหลายวัน!
– ในการสัมภาษณ์ครั้งหนึ่ง ฮยอนจุงบอกว่า มันคงจะดีที่มีแฟนที่มีอายุมากกว่าเขา 14 ปี
– ฮยอนจุงได้ทำเลสิก เพราะก่อนหน้านี้ ตาของเขาสั้นถึง 400 (ขอบคุณพี่เอิร์นมากค่า ^^)
– แทนที่จะใช้เพชร ฮยอนจุงได้ให้สร้อยคอที่ทำจากถั่วกับฮวางโบในรายการ We Got Married
– ฮยอนจุงมีวงดนตรีในโรงเรียนมัธยม โดยเขาเป็นมือกีตาร์
– เมื่อฮยอนจุงยังถ่ายรายการ we got married กับฮวางโบอยู่นั้น พวกเขาก็ถูกเรียกว่าเป็น คู่รักผักกาดหอม
– ฮยอนจุงออกเสียงคำว่า ผักกาดหอม ในภาษาเกาหลีในแบบน่ารักมากๆ
– ฮยอนจุงสามารถหลับได้ทุกที่และทุกเวลา
– ฮยอนจุงเป็นอัจฉริยะทางด้านคณิตศาสตร์ แต่เขาชอบดนตรีมากกว่า
– ฮยอนจุงบอกว่า เมื่อเป็นเรื่องของความรัก ภาษาก็ไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป
– ฮยอนจุงชอบผู้หญิงที่ใส่กระโปรงกับรองเท้าผ้าใบ!
– นอกจากกะโหลกแล้ว ฮยอนจุงยังชอบเอลโม! เขามีรองเท้าแตะเอลโม และชุดนอนเอลโมด้วย!
– ผู้หญิงในอุดมคติของฮยอนจุงนั้นจะต้องเป็นเพื่อนเขาได้ และต้องไม่คาดหวังจะให้เขาทำสิ่งต่างๆที่เหมือนกันมากเกินไปด้วย (อย่างเช่นเสื้อคู่เป็นต้นค่า ^^)
– วงดนตรีวงนึงที่ฮยอนจุงชอบคือ Metallica
– ฮยอนจุงบอกว่า ‘ผมได้เข้าวง SS และเพิ่งจะเข้ามาในวงการเพลง แต่จากนั้น ผมก็เห็นว่า เพลงของเรามีความหมายบางอย่างกับคนอื่น ดังนั้น ตอนนี้ ผมรู้สึกติดมันแล้วล่ะครับ’
– ฮยอนจุงสามารถเล่นตะเกียบบนเปียโนได้เร็วมากๆๆ เขาบอกว่า เขาเป็นคนที่เล่นได้เร็วที่สุด
– ฮยอนจุงเคยอยู่กับคุณยาย และเขาชอบเธอมากๆ
– หลายคนอาจรู้แล้วว่า ฮยอนจุงจะไม่ใส่อะไรนอน
– ฮยอนจุงชอบปลามาก!! แต่อย่าบอกให้เขาจับปลาไหลนะ
– รถของฮยอนจุง คือ Porsche Cayenne GTS
– ฮยอนจุงมักจะเหยียบโดนอึของสุนัข เมื่อไหร่ก็ตามที่มีลีฮโยรีอยู่แถวนั้น
– ฮยอนจุงมีนิสัยที่ 4D
– ฮยอนจุงชอบพี่ฮโยรีจริงๆ
– ฮยอนจุงชอบเล่นฟุตบอลกับเพื่อนบ้านของเขา
– ฮยอนจุงชอบทุกอย่างที่เกี่ยวกับรูปหัวกะโหลก
– ฮยอนจุงไม่กลัวผี! แต่เขายังด่าพวกมันด้วย
– ยองแซงเป็นคนแนะนำแจจุง (ดงบังชินกิ) ให้กับฮยอนจุง
– ฮยอนจุงถูกจับคู่กับฮวางโบหัวหน้าวง Chakra ในรายการเรียลลิตี้ We Got Married (ตอน 9-38) ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงธันวาคม 2008
– ฮยอนจุงแพ้ฮยองจุนในเรื่องการฝึกสุนัข
– มันยากที่จะปลุกฮยอนจุงให้ตื่น
– ฮยอนจุงมีพี่ชายคนหนึ่ง! เขาเก็บเงินและนำไปให้กับพี่ของเขา ดังนั้น พี่เขาจะสามารถเรียนต่อไปได้^^
– ฮยอนจุงมีแผลเป็นเล็กๆตรงแขนขวาของเขา
– ฮยอนจุงเล่นไวโอลินไม่ได้ แต่เขาเล่นกีตาร์ได้ (แต่หลังจากเล่นเรื่อง BOF เขาก็เล่นไวโอลินได้บ้าง)
– ฮยอนจุงชอบตาของเขามากที่สุด
– ฮยอนจุงจบจากมหาวิทยาลัยคยองกิ ในสาขา Electronic Digital Music
– ฮยอนจุงบอกในรายการ WGM ว่า เขาได้ฆ่ายุงไปหลายตัว ดังนั้น เขาสามารถปกป้องครอบครัวของเขาได้
– ฮยอนจุงจะรู้สึกอึดอัดเมื่ออยู่กับคนไม่รู้จัก โดยเฉพาะคนที่อายุมากกว่า
– ฮยอนจุงไม่ใช่คนที่เปิดเผย ดังนั้น เขามักจะเก็บเรื่องราวต่างๆไว้คนเดียว และจะร้องไห้ออกมาเมื่อถูกกดดันมากเกินไป หลังจากที่สมาชิกคนอื่นๆนอนหลับกันหมดแล้ว
– ฮยอนจุงเคยพูดครั้งหนึ่งว่า เมื่อเขามีเงินเยอะๆ เขาอยากจะจัดคอนเสิร์ตที่ให้เข้าชมฟรีสำหรับแฟนๆของเขา
– ฮยอนจุงเป็นคนที่กระโดดขึ้นมาและทำท่าหัวใจ เมื่อ SS501 คัมแบ็คในเพลง “love like this”
– ฮยอนจุงไม่ได้รับเงินช่วยเหลือใดๆ และเขาต้องทำงานอย่างหนักเพื่อได้มาซึ่งเงินสำหรับใช้จ่าย ตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก
– ฮยอนจุงได้ให้เงินพ่อแม่ของเขาในการจ่ายค่ายาต่างๆและชำระหนี้ทั้งหมด
– ฮยอนจุงอาจจะหยาบคายและดุไปบ้าง แต่เขาก็ให้ความเคารพกับผู้ที่อาวุโสกว่า
– ฮยอนจุงภูมิใจกับตาโตๆของเขามาก
– เมื่อฮยอนจุงเกิดมา เขาได้รับความนิยมในหมู่เพื่อนบ้านมาก เพราะว่าเขามีดวงตาที่โต แถมยังเป็นเด็กที่ฉลาดด้วย
– มีรายงานข่าวว่า ในช่วงวิกฤตการเงินในเอเชีย พ่อแม่ของฮยอนจุงได้เริ่มขายเสื้อผ้าในตลาด
– ฮยอนจุงได้ร้องเพลง Falling Slowly ในวันเกิดของฮวางโบ ในรายการ WGM ซึ่งเพลงนี้เขียนและร้องโดย Glen Hansard และ Markéta Irglová

HJL: เมืองไทยร้อนมากๆ ผมใส่เสื้อแขนยาว ผมคิดว่า ผมกำลังจะตายแล้ว!| Leeteuk: ทำไมคุณถึงเสื้อใส่แขนยาวล่ะ -__- #funnymoment

******************************************************************

Kim Hyun Joong SS501

Kim Hyun Joong SS501

Kim Hyun Joong SS501

Kim Hyun Joong SS501

Kim Hyun Joong SS501

Kim Hyun Joong SS501

Kim Hyun Joong SS501

Kim Hyun Joong SS501

Kim Hyun Joong SS501

Kim Hyun Joong SS501

Kim Hyun Joong SS501

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น