กมลรวีร์ (end)

ตอนที่ 5 : บทที่ ๔ - แว่วเสียงฝน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,882
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 342 ครั้ง
    19 ก.ค. 61



บทที่ ๔  – แว่วเสียงฝน

 

 

 

 

 

บ้านศุภกิจโสภณปลายเดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๓

 

 

 

          ฤดูฝนนลินทร์เกิดในช่วงเวลาของฤดูนี้ ชุ่มชโลมดั่งสายฝนที่หยาดหยดลงบนผืนป่า แต่ใช่ว่าเขาจะชอบใจมันนัก อากาศดูท่าจะสบาย แต่ถึงกระนั้นหยาดละอองน้ำเย็นฉ่ำก็พาลทำให้รู้สึกร้อนๆหนาวๆไม่สบายตัวได้ง่ายอยู่ดี หากไม่มีธุระอันใดก็ไม่คิดอยากออกไปไหนสักเท่าไหร่ จึงเลือกที่จะหาอะไรทำในวันว่างยามฝนปรอยลงมาตั้งแต่เมื่อรุ่งสางเช่นนี้

 

 

          เสียงแกรนด์เปียโนหลังใหญ่ดังแว่วกังวานไปทั่วบริเวณกว้าง ขับขานเสียงหวานนุ่มออกมาเป็นจังหวะยามชายหนุ่มบรรจงกรีดเรียวนิ้วลงไป บทเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๙ — เทวาพาคู่ฝัน นลินทร์ได้มีโอกาสทดลองเล่นเมื่อชั่วโมงก่อน นึกอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากภาพหนังสือกองโตเป็นการเล่นดนตรีเสียบ้าง หลังจากห่างเหินจากเปียโนคู่ใจไปนาน หมกตัวอยู่ในเรือนรับรองส่วนตัวที่แยกออกมาจากตัวบ้านได้ไม่ไกลนักตั้งแต่เช้าตรู่

 

 

ช่างงามทัศน์ทิวเขตคามงดงามน่าดู

ทั้งมวลล้วนมีเป็นคู่ชิดชูเชยชมรมย์รื่น

แต่ฉันดวงใจผูกพันใฝ่ฝันทุกคืน

เฝ้าปองเคียงครองคู่ชื่นให้รื่นเริงใจ

 

โลกนั้นดังเมืองสวรรค์เทวัญสร้างไว้

พิศดูเป็นคู่ทุกสิ่ง ล้วนมีรักจริงยิ่งใหญ่ อันธรรมชาติไซร้

ใช้แรงความรักความใคร่ ย้อมชีวิตให้ยืนยง

 

อยู่เดียวเปลี่ยวใจหทัยใฝ่ฝัน

เดชกามเทพพันผูกใจให้หลง

แม้เคยทำคุณบุญส่ง ฟ้าคงปรานีดีอยู่

โปรดจงประทานความเอ็นดู

ให้มียอดชู้เป็นคู่ชูใจ

 

 

          กวาดสายตาไล่ผ่านตัวโน้ตมากมายตรงหน้า ความยาวราว ๙๖ ห้อง ชำเลืองมองเนื้อเพลงใกล้ๆกันแม้มือเรียวสวยจะยังไม่หยุดเคลื่อนไหวสร้างสรรค์เสียงละมุน บทเพลงที่ถูกประพันธ์เรียงร้อยขึ้นช่างไพเราะสละสลวย หวานล้ำละมุนละไม อมยิ้มเบาบางปรากฏขึ้นอย่างไร้เหตุผล ก่อนตั้งอกตั้งใจบรรเลงบทเพลงอันแสนอบอุ่นให้จบ ราวกับจะส่งท่วงทำนองรักหวานซึ้งแอบแฝงความเว้าวอนอันสูงส่งฝากไปยังแดนใดสักแห่งหน

 

 

จวบวันทิวาเฉิดฉันตะวันสดใส

ฟ้าดลบันดาลรักให้ สมดังดวงใจมุ่งมั่น

เฝ้าวอนพระทรงเสกพรไหว้วอนทุกวัน

โศกทรวงดวงใจอัดอั้นตื้นตันอุรา

จวบวันราตรีเฉิดฉันดวงจันทร์แจ่มฟ้า

 

พบความรักดังใจมั่นเหมือนเดือนตะวันกลางหล้า

สมพรจากฟ้า

พระทรงประทานปวงข้าชีวิตในหล้ายืนยง

 

 

          เสียงปรบมือเปาะแปะดังขึ้นยามเสียงเปียโนหยุดลง หลังม่านโปร่งแสงหน้าทางเข้าเรือนนั้น ปรากฏชายหนุ่มเจ้าสำอางคุ้นตาผู้หนึ่ง ในอุ้งมือนั้นถือร่มไว้เพียงหนึ่งคัน สะบัดผมไปมาเร็วๆอย่างต้องการขจัดน้ำฝนที่หยดพรมลงบนศีรษะ

 

 

          “ไง อะไรทำให้เสือยิ้มยากนอกเวลางานอย่างนลินทร์ ศุภกิจโสภณ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มีอารมณ์อยากเล่นเปียโนในเรือนเล็กขึ้นมากัน

 

 

          และไม่ผิดจากที่คิด นายหมอขี้เล่นผู้นั้นนั่นแล

 

 

          “เห็นว่าช่วงนี้เสร็จงานก็รีบกลับ เหมือนนินจาไม่ผิด นายนลินบ้างานผู้นั้นหายไปไหนหรือครับ...กระหม่อม” ชายผู้มากับฝนพูดคำราชาศัพท์ต่อท้ายมั่วซั่วไร้หลักการอย่างล้อเลียน ไม่ต้องถามก็รู้ว่ามาหาเนื่องในโอกาสใด ในเมื่อคำพูดคำจาก็ปูทางบอกใบ้มาเสียขนาดนี้แล้ว

 

 

          “พูดอะไรของนายวะไอ้หมอ มั่วซั่ว

 

 

          “ใครจะไปพูดถูกต้องเหมือนเตรียมตัวมาอย่างดีแบบคุณล่ะครับผม เอ้า! ทำเป็นเปลี่ยนเรื่องครับไอ้ขี้เต๊ะ ได้ยินมาว่าเดี๋ยวนี้ธุรกิจรัดตัวนัก สาวที่กระทรวงมองตามหาตาละห้อย คอเคล็ดกันหมดแล้ว

 

 

          “แล้ววันนี้มาได้หรือ ไม่เข้าเวรหรือไง” นลินทร์ยังคงเลี่ยงการตอบคำถามอยากรู้อยากเห็นเหล่านั้น ส่ายหน้าไปมา ก่อนเท้าแขนเข้ากับเปียโนไม้สีอ่อนหลังใหญ่ตรงหน้า

 

 

          “แน่นอนว่าเช้านี้ไม่มีครับผม ถ้าเช่นนั้นจะถ่อมาหาถึงบ้านทำไมเล่า แล้วนี่อย่าเปลี่ยนเรื่องซี่ บอกมาเลยนะไอ้คุณนักการทูต

 

 

          “ไม่มีอะไรทั้งนั้น

 

 

          “จะไม่มีอะไรได้อย่างไรเล่า นั่นหม่อมราชวงศ์จิรวีร์เลยนะครับคุณ ฉันเห็นของฉันมานาน แต่นายมาครั้งนั้นเพียงครั้งเดียว รวมๆแล้วเจอคุณชายมากกว่าฉันในรอบสิบปีเสียอีก” คุณหมอโวยขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำตอบปัดๆ อวัศย์จะเคยได้เชยชมสักกี่ครั้งเชียว อย่างมากก็สามสี่ครั้งในเวลาที่คุณพ่อมีโอกาสเข้าพบท่านชายภาสโดยมีเขาติดตามไปด้วย ไม่ยุติธรรมเลยสักนิดเดียวเมื่อเทียบกับเพื่อนขี้เก็กตรงหน้านี้

 

 

          “แหล่งข่าวจากไหนกัน ใครบอกมานี่

 

 

          “ปัดโธ่เอ๊ยไม่ยากเลยสำหรับนายม่านหมอกคนนี้” หลับตาพริ้มทุบอกสองสามครั้งอย่างโอ้อวด คิดบ้างหรือไม่ว่าสายข่าวเขามีเยอะจนสาธยายไม่หมด

 

 

          “ถ้าเช่นนั้นคงเป็นตามที่นายได้ยินมา

 

 

          “แหม แต่ก็ไม่เบาเลยนา ไปมาหาสู่เกือบทุกเมื่อเชื่อวันราวกับเป็นว่าที่คู่หมั้—

 

 

          “ไม่มีอะไรก็คือไม่มี ทุกอย่างเป็นเพียงแค่หน้าที่เท่านั้น

 

 

          เสียงเข้มหนักแน่นขึ้นยามเปล่งคำพูด ความจริงจังที่ถูกแทรกเข้ามาส่งให้หมอหมอกที่ยังคงล้อเลียนเพื่อนเงียบไป รีบเอ่ยปากบอกเป็นแค่เพียงการหยอกล้อเท่านั้น นลินทร์ไม่ถือสานัก ทอดสายตามองผ่านกระจกบานใสรอบตัวเรือน ฝนเริ่มซาลงแล้ว คงถึงเวลาที่ต้องออกไปเสียที

 

 

          และไม่ทันได้พูดได้จากันมากนัก นลินทร์เอ่ยขอตัวออกมาจากเพื่อนตัวดี ปล่อยให้บุคคลที่มาเสียเที่ยวร้องโอดครวญตัดพ้อตามหลังมา ด้วยเหตุที่ธุระของชายหนุ่มมันสำคัญกว่าเพื่อนสนิทเพียงหนึ่งเดียวได้อย่างไร

 

 

          ไปตลาด? อย่างนลินทร์น่ะหรือจะไปตลาด อวัศย์ไม่เชื่อหรอก ข้ออ้างชัดๆ!

 



 


          ความวุ่นวายหมุนวนรอบกายนลินทร์ทันทีที่ย่างก้าวเข้าเขตวังปดิศยกุล เหล่าคนรับใช้นับสิบเดินสวนทางเข้าออกกันอลหม่าน ไม่มีใครหยุดพูดคุยกัน ได้แต่มองตามไปอย่างสงสัย ตั้งใจมาชิมชาฝีมือคุณชายคนเล็ก พร้อมของฝากที่ติดมาเล็กๆน้อยๆ หากแต่ก็ไร้เงาของบุคคลที่นึกถึง   

 

 

          เกิดอะไรขึ้นกัน

 

 

          “คุณนลินเชิญด้านในก่อนนะคะ ตอนนี้ยังวุ่นวายกันอยู่มาก ต้องขอโทษด้วยค่ะ” ไม่ต้องสงสัยนาน แม่อุ่นหรือหัวหน้าคนรับใช้ระดับอาวุโสได้ออกมารับหน้าไว้ก่อน เหมือนอย่างทุกครา ทว่าสีหน้าติดกังวลนั้นพลอยทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจตามไปด้วย

 

 

          “มีอะไรกันหรือครับ

 

 

          “คุณชายรวีเธอป่วยกะทันหันค่ะ ถ้าอย่างไร รบกวนรอสักครู่นะคะ” คนสูงวัยพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงอย่างมาก หลบตาก่อนจะรีบเดินหายลับขึ้นชั้นสองไป เหลือเพียงตัวเขาเท่านั้นที่ยืนมึนงงอยู่อย่างตั้งตัวไม่ทัน

 

 

          ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นห่วงเป็นใยอย่างปิดบังไม่มิด เขาไม่เห็นวี่แววถึงสาเหตุการป่วยครั้งนี้ ก็ในเมื่อวันก่อนยังดูสดใสมีแรงวิ่งเล่นไปมาเลยเสียด้วยซ้ำ ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ข่มใจให้นิ่ง ยืนรออยู่นานแค่ไหน ตัวเขาเองก็ลืมไปเสียสนิท

 

 

          "คุณนลิน"

 

 

          สุรเสียงที่ไม่เคยคุ้นชินเรียกเขาจากทางด้านหลัง เป็นท่านชายหมอวิษของคุณชายตัวเล็ก หากได้สังเกต พักตร์งามนั้นดูเหนื่อยล้าคล้ายมิได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ หัตถ์ทั้งสองกอบกุมเครื่องมือทางการแพทย์พร้อมกับหยูกยาพะรุงพะรังเต็มไปเสียหมด ท่านชายอยู่ตรงหน้าของเขาแล้ว เนตรเรียวทรงเสน่ห์ที่เคยมีแววขี้เล่นอ่อนโยนกับน้องชายเหมือนในทุกครั้งหายลับไป เหลือเพียงการสบตาด้วยความจริงจังที่อัดแน่นเต็มที่อย่างเห็นได้ชัด

 

 

          "ผมมีคนไข้กะทันหัน ดังนั้น จึงขอฝากคุณชายจิรวีร์ของผมไว้กับคุณสักครู่นะครับ"

 

 

          มีเพียงความเงียบและเสียงลมหายใจเข้าออกที่ตอบรับความประสงค์ของท่านชายผู้นี้ เพียงเสี้ยววิที่ดวงตาคมกริบเผยแววบางอย่างที่ไม่อาจคาดเดาได้ พลันเมื่อกะพริบตาก็หายวับไป แม้ไม่ได้เอื้อนเอ่ย หากแต่ก็ค้อมตัวรับคำทั้งหมดไว้ ไม่เคยมีคำปฏิเสธอยู่แล้วสำหรับนลินทร์ เบือนหน้าไปทางชั้นสองอย่างใช้ความคิด เหมาะสมหรือไม่ หากบังอาจรุกล้ำขึ้นไปโดยไม่ได้บอกกล่าวเช่นนี้

 

 

          "ไม่ต้องกังวล ผมได้บอกแม่อุ่นไว้แล้ว ถ้าเช่นนั้นคงต้องขอตัวก่อนนะครับ"

 

 

...

 

 

          กลิ่นหอมอ่อนละมุนประจำกายของบุคคลที่เขาคุ้นเคยมาร่วมเดือนลอยฟุ้งทั่วในอากาศโดยรอบ เข้มข้นมากกว่าครั้งใดยามที่เข้ามาอยู่ในอาณาเขตของคนผู้นั้นอย่างแท้จริง แต่จะรู้สึกดีกว่านี้หากไร้ซึ่งกลิ่นยาหลายขนานที่ถูกเจือจางอยู่ในความหอมเหล่านั้นด้วย

 

 

          ใจกลางห้องที่นลินทร์ย่างก้าวเข้ามา เผยเตียงใหญ่สีฟ้าอ่อนตัดขาวให้ได้เห็น รอบๆห้องถูกตกแต่งด้วยเครื่องเรือนสีอ่อนโทนเย็น อย่างที่เจ้าตัวชอบหนักชอบหนา หน้าต่างนับสิบถูกปิดไว้เสียสนิททุกบาน เขาเคยคาดเดาว่าจะต้องมีดอกไม้ประดับประดาไว้ทั่ว หากแต่ผิดคาด ไม่มีเสียได้อย่างไรนะ

 

 

          เดินเข้าไปใกล้อีกสักนิด จึงพบกับร่างใต้ผ้าแพรที่เริ่มขยับเคลื่อนไหวขยุกขยิก เปิดเผยใบหน้าขึ้นสีด้วยเหตุจากพิษไข้ให้ได้เห็น เปลือกตาสีอ่อนที่เคยหลับสนิทกลับเคลื่อนไหว แก้มใสราวกระเบื้องเคลือบและปลายจมูกรั้นขึ้นสีแดงระเรื่อ สูดฟุดฟิดไปมาอย่างหายใจไม่คล่อง ริมฝีปากฉ่ำเรียกร้องเพียงประโยคหนึ่งขึ้นมา

 

 

          “พี่ชายวิษหรือครับ

 

 

          เพียงคำพูดเดียวที่ทำเอานลินทร์อยากหันหลังกลับไปทางประตูบานใหญ่ให้รู้แล้วรู้รอด หากแต่ก็ไม่ทันการเสียแล้ว ผู้ป่วยบนเตียงนั้นหันหน้ากลับมา เสื้อผ้าสีอ่อนที่อยู่บนตัวอยู่ในสภาพที่ไม่ค่อยเรียบร้อยดีนัก  อีกทั้งดวงตาฉ่ำน้ำหวานเยิ้มที่ปรือมอง ทำเอาเขาเผลอชะงักไปอย่างฉับพลัน แววตาติดจะออดอ้อนเล็กน้อย แต่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ก็เปลี่ยนไปแทบจะทันทีเมื่อพบว่าแท้จริงแล้วมิใช่ผู้ที่ตนกล่าวถึงเพียงสักนิดเลย ดวงหน้าจิ้มลิ้มแม้จะงุนงงการมาของอีกฝ่าย หากแต่ก็ต้อนรับนลินทร์เหมือนอย่างเคย

 

 

          แผ่นหลังบอบบางพยายามพยุงทรงตัวขึ้นเป็นท่านั่ง หากแต่เขาก็ปรามไว้ได้ทัน ไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกไป เพียงนั่งลงบนเก้าอี้หวายสานตัวเล็กข้างเตียง คุณชายทำหน้าสงสัยคล้ายจะพูดอะไรออกมา หากแต่เขาได้ส่ายหน้าปฏิเสธคำถามใดทั้งสิ้น ก็รู้ว่าจะถามเรื่องอะไร

 

 

          “ท่านชายดวิษทรงติดภารกิจครับ ผมเลยมาช่วยเฝ้าคุณชายให้สักครู่หนึ่ง

 

 

          “…เกรงใจเสียจริง ขอโทษด้วยที่ต้องมาเห็นเราในสภาพนี้ แถมยังดูเป็นภาระอีกแล้วเชียวหลบตาเขาเพียงชั่วครู่ ก่อนเสียงติดแหบพร่าจะกล่าวขึ้นกระท่อนกระแท่น ใบหน้านวลแสดงความเสียใจอย่างลุแก่โทษ ทั้งที่ความจริงแล้ว นลินทร์ไม่ได้คิดลำบากใจแต่อย่างใด

 

 

          “ไม่เป็นไรครับ ทุกอย่างที่เป็นเรื่องคุณชาย ผมเต็มใจ

 

 

          คำพูดนั้นทำเอาเงียบกริบไปทั่วทั้งบริเวณ ไม่รู้นับเป็นโชคดีหรือไม่ที่ไม่มีผู้ใดอยู่ด้วยเลย มีเพียงเราทั้งสองคนเพียงลำพังเท่านั้น แลกสายตากันไปมาอย่างทำอะไรไม่ถูก จะว่าอึดอัดก็ไม่เชิงเนื่องด้วยก็รู้จักกันมาประมาณหนึ่งแล้วในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้ เสมือนมีบางสิ่งที่ตกตะกอนอยู่ภายในใจของทั้งคู่ บางสิ่ง ที่ไม่มีใครได้รับรู้มัน

 

 

          หรือแม้กระทั่งเจ้าของความคิดนั้นเอง

 

 

          นัยน์ตาสีอ่อนที่เคยสุกสกาวเลือกที่จะหลับพริ้มลงอย่างเหนื่อยอ่อน ถอนหายใจพรูใหญ่ การป่วยมันช่างลำบาก เหมือนอย่างทุกครั้ง ถึงอย่างไรเขาก็ได้ชื่อว่าเป็นลูกผู้ชาย จึงควรจะต้องเข้มแข็งให้ได้สักครึ่งของเหล่าพี่ชายเสียบ้าง หากจะมีสิ่งใดที่นึกเกลียด หนึ่งในนั้นคงเป็นการเจ็บป่วยกระมัง ตั้งแต่ยังเล็ก เขาควรจะคุ้นเคยกับมัน แต่ก็ยังไม่ชอบใจในทุกครั้งที่ต้องนอนเฉยๆเช่นนี้ ครั้นได้มีโอกาสนอนพัก ในหัวก็คิดอะไรวุ่นวายไปเสียหมด

 

 

          กับชายหนุ่มตัวสูงโย่งข้างกายนี้นั้น แม้จะรู้จักกันในระดับหนึ่งแล้ว ทว่าดั่งมีเส้นใยบางๆที่มองไม่เห็นขวางกั้นระหว่างเรา ไม่รู้ว่าเจ้าของปราการล่องหนนั้นคือใคร เป็นเขา หรืออีกคนกันแน่

 

 

          หรือความจริงจะเป็นตัวคุณชายจิรวีร์เสียเอง ที่เลือกสร้างกำแพงกับคนแปลกหน้ามาโดยตลอด แม้กระทั่งกับนักการทูตหน้านิ่งผู้นี้ ท่าทางไม่ยินดียินร้ายสลับแปรเปลี่ยนกับคำพูดคำจาที่ล้ำลึก ด้วยช่องว่างระหว่างวัยที่มีอยู่มาก ทำให้คาดเดาความรู้สึกภายในของบุคคลตรงหน้าไม่ถูก สิ่งนี้ปั่นป่วนจิตใจของเขามาสักระยะ สับสนอยู่พักใหญ่



          หรือมันถึงเวลา ที่เขาควรจะทลายกำแพงนี้ เพื่อให้เราได้ใกล้ชิดกันอีกสักนิด

 

 

          เสียงฝนเทลงมาเรียกความสนใจของปดิศยกุลคนสุดท้องได้อีกครั้ง หยดน้ำใสหลั่งรินกระทบบานกระจกที่กรุอยู่โดยรอบ ฟังเพลินๆคงเหมือนเพลงกล่อมนอน พาจะเคลิ้มหลับเอาได้ง่าย หันกลับไปมองบุคคลที่ยังคงนั่งนิ่งสงบเสงี่ยมหลังเหยียดตรง นัยน์ตาเรียบสงบดั่งผืนน้ำทะเลที่หยุดนิ่งคู่เดิมมองตรงไปทางหน้าต่าง ดูสุขุม นุ่มลึก บุคลิกดีชั้นยอด ชวนฝันอยู่มิใช่น้อย คิดบางสิ่งเพียงชั่วครู่ก่อนเอ่ยความปรารถนาออกมา

 

 

          เช่นนั้น ช่วยอยู่เฝ้าเราจนกว่าจะหลับไป ได้ไหมครับ

 

 

          ไม่รู้ว่าติดนิสัยขี้อ้อนในทุกครั้งที่เจ็บไข้มาจนลืมตัวไปหรือไม่ หากแต่ เขาได้เอ่ยปากขอไปแล้ว เหมือนอย่างที่เคยขอคนในครอบครัวจนชินตั้งแต่สมัยเด็ก ยากที่จะทราบได้ว่าคนตรงหน้าคิดเช่นไร จะเหมือนเด็กไม่โตเกินไปหรือเปล่านะ

 

 

          “ครับ ไม่มีคำพูดปฏิเสธอีกเช่นเคย แม้จะเป็นเพียงคำตอบรับสั้นๆที่ถูกส่งกลับมา คุณชายจิรวีร์กลับรู้สึกใจชื้นมากขึ้นยามมีอีกฝ่ายอยู่ข้างกายเช่นนี้ หลับตาลงอย่างอุ่นใจ

 

 

 

          สายฝนตกกระทบเอื่อยๆไม่มีทีท่าจะหยุดมาสักพัก เพียงชั่วครู่ที่คุณชายรวีได้ตัดสินใจอะไรบางอย่างในใจ ดวงตากลมหวานลืมขึ้นอีกครั้งพร้อมคำพูดหนึ่งที่เพียรคิดอยู่นานก่อนจะกล่าวออกไป

 

 

          “คุณนลินครับ

 

          “…”

 

          เรื่องราวของเรา คุณอยากฟังมันไหม

 

 

          คำถามที่ถูกเปล่งออกมา เรียกให้คิ้วเรียวของนลินทร์เลิกขึ้นสูง ฉงนใจกับสิ่งที่คนตัวเล็กตรงหน้าจะสื่อถึง ในเมื่อคุณชายจิรวีร์ไม่เคยคิดจะพูดเรื่องส่วนตัวกับเขามาก่อน และไม่ทันได้ถามอะไร คนป่วยบนเตียงก็พูดต่อก่อนเปลือกตาสีนวลจะหลับสนิทลงอีกครั้ง

 

 

          ถ้าคุณอยากฟัง ได้โปรดอย่าเพิ่งกลับก่อน อยู่รอเราตื่นก่อนนะ

 

 

          คล้ายห้วงภวังค์สะกดความคิดของชายหนุ่มไว้ชั่วขณะ รู้อีกทีก็ในตอนที่มือเล็กกระจ้อยร่อยของคนที่หลับสนิทไปแล้วเผลอปัดพาดผ่านมือของเขาที่วางไว้บนเตียงบริเวณใกล้ๆกัน มองพินิจอย่างชั่งใจอยู่เพียงครู่เดียว ก่อนคิดอาจเอื้อมเข้ากอบกุมมือน้อยข้างนั้นอย่างแผ่วเบา ถือวิสาสะเกลี่ยไล้หลังมือเล็กไปมาอย่างทะนุถนอม และเกินความคาดหมายของนักการทูตหนุ่ม สัมผัสที่ตอบรับกลับมาอย่างเผลอไผลส่งให้นลินทร์กลั้นยิ้มไว้ไม่ไหวอีกต่อไป

 

 

          หากสามารถเว้าวอนขอพรจากฟ้าได้เพียงหนึ่ง

 

 

          ขอจงอย่าเพิ่งพรากช่วงเวลาดั่งฝันนี้ให้จางหายไปจากกระผมเร็วนักเลย




#กมลรวีร์

๒๔.๐๖.๑๘

Talk :

          ในช่วงต้นของตอน เป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 นั่นเองค่ะ มีโอกาสได้ฟังดีๆเมื่อสองปีก่อนแล้วก็พบว่าชอบที่สุดเลย ทรงคุณค่าและพาเคลิ้มมากจริงๆ ลองฟังเพลินๆตามที่คุณนลินทร์เขาได้บรรเลงไว้ได้นะคะ เวอร์ชั่นนี้เลยย  >> เพลงพระราชนิพนธ์ - เทวาพาคู่ฝัน (Dream of Love Dream of You)

 

          มีอีกประเด็นที่เราทิ้งไว้คือเรื่องของคู่หมั้นหรือความรักระหว่างเพศเดียวกัน ในเรื่องนี้เราออกแบบมาให้สมัยสังคมในเรื่องมีความเท่าเทียมกันค่ะ ทั้งเพศสภาพและความรักที่ไม่จำเป็นต้องแบ่งแยกชายหญิง ตามที่ได้มีคำเกริ่นไว้ในบทนำ ซึ่งเป็นสิ่งที่นอกเหนือและแตกต่างจากสังคมไทยในอดีตเลยค่ะ 55555555 จึงถือว่าข้ามพ้นอุปสรรคในด้านนี้ไปนะคะ

 

     ฝากติดตามและคอมเม้นท์หรือจะติดแท็กในทวิตก็ได้เหมือนเดิมเลยน้า ขอบคุณมากๆสำหรับทุกความเห็นนะคะ คือกำลังใจทั้งหมดจริงๆ ฮือ ซึ้งใจมากจริงๆค่ะ

B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 342 ครั้ง

864 ความคิดเห็น

  1. #861 PeachieKim (@PeachieKim) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 16:58
    ละมุนละไมเหลือเกิน ><|
    #861
    0
  2. #853 KJ2033 (@Haebelle0315) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 11:06
    น้องเจออะไรมานะ
    #853
    0
  3. #847 fridaymoonlight (@fridaymoonlight) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 17:21
    ฮื้อ ดีมาก;-;
    #847
    0
  4. #797 Ammiee_Ammiee (@Ammiee_Ammiee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 11:09
    เขินนนน
    #797
    0
  5. #794 Fxssoh (@Finzerhun) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 23:33
    ภาษาสวยมากเลยค่ะ
    #794
    0
  6. #787 maleexlion (@alpaca_chan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 13:50
    ฮื่อ เขิน TT ทำไมน้องป่วยแล้วขี้อ้อนขนาดนี้ อุแง มันมีความอบอุ่น มู้ดที่อ่านแลเวหังใจพองโตเคล้ากับเสียงเพลงและเสียงฝน TT
    #787
    0
  7. #779 __cnl (@s26860) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 16:05
    ฮืออออออเขินเหลือเกินเจ้าค่ะ แง้งงงง
    #779
    0
  8. #743 BlackFight (@BlackFight) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 09:55
    ดีเหลือเกิน
    #743
    0
  9. #705 `โรฮันลัสกี้★ (@oam-kus40) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 10:24
    แงน้อนนนน อ้อนพี่เขาซะด้วย ????
    #705
    0
  10. วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 13:01
    จับมือกันนนนนนนนนน
    จับมือกันแล้วละมุนมากแม่ส่วนคุณหมอดวิษฉันสัมผัสได้ว่าคุณมีซัมติงหรือฉันคิดมากไป
    #680
    0
  11. #657 ploythanaa (@ploythanaa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 10:07
    งุ้ยๆๆๆๆๆๆๆ เนียนได้จับมืออละนะคุณ เหมือนตัวจริงที่เนียนจับพี่เค้าตลอดดด วุ้ยเขิน
    #657
    0
  12. #626 แตมิรี่ (@taemaypa2) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 02:33
    คุณหมอดวิษนี่ยังไงกันคะ ไม่ได้มีซัมติงอะไรในกอไผ่ใช่หรือไม่!!
    #626
    0
  13. #546 pparpbebi。 (@pukpuii-1999) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 20:35
    คุณหมอนี่หวังอะไรใช่มั้ยนะ คำพูดเหมือนหวงก้างเลยค่ะ พี่นลินคนเก่งงแงง้น้แงจะยอมเปิดให้พี่นลินเข้าไปในโลกแล้วนะคะ
    #546
    0
  14. #460 Yu_ai (@Semina_) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 01:41
    จับมือละนะ&#8203; ต่อไปรอจับใจ555
    #460
    0
  15. #388 Nanahpus.s (@Toeiii7) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 02:36
    จับมือกันแล้วอ่ะฮือ ถึงไม่รู้ว่าคุณชายรวีจะรู้ไหมก็เถอะ เอาเป็นว่าเรารู้ๆกันนะคะ555 เราไปฟังแล้วนะคะเพราะมากเลยค่ะ ส่วนตัวไม่เคยฟังเลยค่ะ เพลงดีมาก

    ปล.สู้ๆนะคะคุณไรท์เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #388
    0
  16. #336 Jhh (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 16:48

    เขินเปงบ้าา กลั้นยิ้มจนตะหมูกบานหมดแน้วคับ แงง ☺️

    #336
    0
  17. #325 ntw96 (@paninfinitekiml) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 15:23
    เขิลลบบล้าววว
    #325
    0
  18. #273 YaySIB (@tuapuan33) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 22:45
    จับมือกันแล้วน้า....
    #273
    0
  19. #222 Minhwanpanwink (@itisnan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 16:17
    อยากรู้เลยน้องเคยเจออะไรมาในอดีต มันเหมือนมีปมหรือเปล่านะ ส่วนตอนท้ายก็กลั้นเขินค่ะเขาจับมือกันแน้ว
    #222
    0
  20. #194 OrangeTurtle (@tatpicha5469) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 10:09
    นี่มันคนซึนนี่นา
    #194
    0
  21. #170 skyoflove8894 (@skyoflove8894) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 05:54
    โคตรละมุน ภาษาสวยมากเลยค่า ชอบฟิคแนวนี้ ฮือ
    #170
    0
  22. #124 AnyJinie (@minny-kyu) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 22:11
    พี่นลินคือแบบดีเว่อ เก่ง พูดได้หลายภาษา เล่นดนตรีได้ด้วย
    น้องจะยอมเล่าเรื่องตัวเองให้ฟังแล้ว ตื่นเต้นอ่ะ นี่ก็อยากรู้เหมือนกันว่ามีปมอะไรน้องถึงค่อนข้างกลัวคนไม่รู้จัก แล้วตอนป่วยคือขี้อ้อนจัง ฮื่อ
    #124
    0
  23. #114 realLKLPJH (@realLKLPJH) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 18:23
    ละมุนละไมอะไรขนาดนั้นคะ คุณนลิน
    #114
    0
  24. #95 Pattho (@patthrakul) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 16:20
    ฮัลโหลววว พี่นลินยังไหวมั้ยคะเจอน้องโหมดอ้อนเข้าไปขนาดนั้น พี่เขาให้ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจมากๆเลย
    #95
    0
  25. #77 ftothefaiy (@narue12) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 12:13
    รักพี่วิษ แล้วยิ่งถ้าตอนจีบกันหนักๆคนทางนี้ไม่ตายเลยหรอคะฮือ ภาษาสวยอีกแล้วเหมือนโดนดึงเข้าไปในสมัยนั้นจริงๆ
    #77
    0