Say my name, please - ChanBaek ♥

ตอนที่ 21 : Say my name, please | Eighteenth

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1338
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    26 ก.ค. 59

Say my name, please

So tired .

 

 



หลายวันหลังจากนั้น สิ่งที่เพื่อนในห้องตั้งตารอก็มาถึง นั่นก็คือประกาศกำหนดการเกี่ยวกับวันงานวัฒนธรรมประจำโรงเรียนในปีสุดท้ายของพวกเรา แน่นอนว่าพวกเขาต้องอยากให้ออกมาดูดี ประทับใจ ให้สมกับเป็นความทรงจำในมัธยมปลายปีสุดท้ายนั่นแหละ แต่สำหรับผมแล้ว ไม่ว่าจะปีไหนมันก็คงเหมือนกัน คือทำตัวเป็นฝุ่นผงลอยไปลอยมาอยู่อย่างนั้น และขอสังเกตการเงียบๆ จากมุมใดมุมหนึ่งอย่างไม่กระโตกกระตาก

เหรอ?

ลู่หานเป็นตัวผสานงานเหมือนเดิม กำหนดการของห้องเราออกมาแล้วว่าจะทำคาเฟ่พ่อบ้าน เมนูที่ขายก็จะเป็นพวกชาและขนมชีสเค้กที่ทำง่ายและไม่ต้องลงทุนเยอะ อ่อ แล้วก็มีข่าวร้ายอีกอย่างคือ โรงเรียนของเราจะมีการแสดงที่เวทีกลางอยู่ทุกปี และปีนี้ห้องของผมก็ดันโดนจับฉลากให้เล่นละครเวทีซะด้วย เรียกได้ว่าเราต้องเหนื่อยสองต่อ เมื่อวันก่อนการประชุมจึงเสนอให้ทุกคนแยกทีมกันไปทำงาน โดยลู่หานจะจัดการเรื่องคาเฟ่ ปาร์คชานยอล เอ่อ.. หมอนั่นก็เป็นตัวแทนไปประชุมงานระหว่างสภา ส่วนผม (ที่ตั้งใจว่าจะไม่ออกตัวใดๆ) กับโอเซฮุน ก็ได้คุมเรื่องการแสดงไปโดยปริยาย

ลู่หานให้เหตุผลว่า เพราะผมไม่เคยมีส่วนร่วมในงานเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ถึงเวลาแล้วที่เพื่อนควรจะให้โอกาสนั้นเพื่อผมจะทำอะไรบ้าง (แม้จะไม่ได้ร้องขอก็เถอะ) แถมอีกอย่าง .. ตอนประชุมลู่หานก็อยากให้ผมเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับบทละครที่เราจะแสดง เพราะห้องของเราไม่มีใครอ่านหนังสือเยอะและดูมีเวลาว่างเท่าผมอีกแล้ว (เหรอ?) ผมเลยเสนอให้พวกเขาเล่นเจ้าหญิงนิทรา ไม่ต้องเสียเวลามานั่งแต่งบทใหม่ เพราะเรื่องเจ้าหญิงนิทรา ไม่ต้องนั่งซ้อมมาก ตัวละครก็กำหนดไว้ชัดเจน ในเวลาที่น้อยเช่นนี้ เจ้าหญิงก็หลับไปกว่าครึ่งเรื่อง เจ้าชายก็แค่ต่อสู้กับอุปสรรคเล็กน้อย แล้วทั้งคู่ก็ครองรักก็แบบไม่ยืดเยื้ออะไร

จบ..

“ขอโทษนะจ๊ะ คุณบยอน คือตรงนี้น่ะ..”

สรุปแล้ว ผมเลยต้องมานั่งคุมเพื่อนแสดง พร้อมกับเขียนบทให้ไปในตัว แม้มันจะไม่ได้มีอะไรมาก แต่ก็ต้องคอยรันฉากว่าใครเข้ามาตอนไหน พร้อมกับต้องหาซาวด์ประกอบให้เข้าอีก แม้จะเซ็งอยู่บ้าง แต่ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ในเมื่อทุกคนต่างก็หนีไปทำงานตัวเองกันหมดแล้วแบบนี้

“โทษทีนะ เอาใหม่เลยได้มั้ย ฉันว่าตรงนี้มันขัดๆ” ผมใช้ม้วนกระดาษที่อยู่ในมือชี้ไปยังบริเวณกลางห้องที่เพื่อนซ้อมอยู่ เป็นฉากที่โอเซฮุน (ซึ่งเล่นเป็นเจ้าชาย) และยูริ (เล่นเป็นออโรร่า) เจอกันในป่าเป็นครั้งแรก

“อยากให้เดินออกมาจากตรงนั้นน่ะ..”

ทั้งยูริและเซฮุน ต่างก็พยักหน้ารับด้วยความเข้าใจ พวกเขาดูเกร็งกับผมค่อนข้างมาก ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม อาจจะเป็นเพราะผมไม่เคยคุยกับเพื่อนในห้องเท่าไหร่ พวกเขาก็เลยมองว่าผมเป็นมนุษย์ต่างดาวไปซะล่ะมั้ง..

ตั้งแต่ที่งานโรงเรียนเริ่มรันไปตามกำหนดการของห้อง บอกตามตรงว่าผมก็ไม่ค่อยได้เห็นหน้าปาร์คชานยอลสักเท่าไหร่ เพราะอย่างที่บอก.. หมอนั่นมีหน้าที่ต้องไปประชุมที่ห้องสภานักเรียนเพื่อดูกำหนดการในแต่ละวัน อีกอย่างก็ต้องนำงบในห้องไปส่งเพื่อสรุปยอดโดยรวมของการใช้จ่ายของงานวัฒนธรรมในปีนี้ด้วย แปลกเนอะ? พอมาคิดดูแล้ว คนอย่างหมอนั่นก็ไม่น่าจะทำงานยุ่งยากอะไรแบบนี้ได้เลย แต่หมอนั่นก็อาสาว่าอยากจะทำเอง แต่ดูท่าทางมันก็ไม่ได้หนักหนาอะไร บางทีผมก็เห็นหมอนั่นวิ่งเทียวไปเทียวมาบทตึกนี่แหละ ไม่เห็นจะทำอะไรเลย

คนอย่างเขาน่ะ เห่ยจะตาย..

“โฮ่ย ไอ้ชาน”

คิมจงอินส่งเสียงเรียกเพื่อนของเขาจากหน้าห้องเรียน เลยทำให้ผมอดที่จะมองตามเสียงไปไม่ได้ อ่า.. นั่นไง หมอนั่นวิ่งมานู่นแล้ว ปาร์คชานยอลกึ่งเดินกึ่งวิ่ง จนผมของเขาสยายไปตามแรงลม เขาไม่ได้สนใจจะมองคิมจงอิน หรือมองผ่านเข้ามาในห้องแม้แต่น้อย นั่นยิ่งทำให้ผมสงสัยว่าเขาเหม่อมองอะไรข้างหน้า

“คุณบยอนจ๊ะ พวกเราขอพักสักสิบนาทีได้มั้ย” แล้วเสียงเรียกของเพื่อนที่ฝึกซ้อมก็ทำให้ผมตื่นขึ้นจากภวังค์

“อ๋อ อืม เอาสิ”

“เดี๋ยวพวกเราจะรีบขึ้นมา คุณบยอนอยากได้น้ำดื่ม หรืออะไรมั้ยจ๊ะ”

“ไม่ล่ะ ขอบคุณ”

ผมบอกตอบพวกเธอด้วยน้ำเสียงเรียบ กว่าจะรู้ตัวผมก็ยืนขึ้นแล้ว และเดินตรงไปยังประตูหลังห้องเรียน.. ปาร์คชานยอลเพิ่งวิ่งผ่านไปเมื่อไม่กี่อึดใจ ผมหวังอยู่ลึกๆ ว่าจะยังมองตามแผ่นหลังเขาทัน

เมื่อหยุดมองอยู่บริเวณนั้นแล้วหันซ้ายหันขวา ผมก็เห็นเขาจริงๆ หมอนั่นยืนทำอะไรบางอย่างอยู่ตรงระเบียงบันได ผมยังไม่ทันมอง.. แต่ดูเหมือนเขาน่าจะคุยอยู่กับใครบางคน เห็นไหม.. บอกแล้วว่าปาร์คชานยอลน่ะ ไม่ทำอะไรหรอก แล้วผมเคยเดาพลาดซะทีไหน แบบนี้ต้องเดินไปว่าซะให้เข็ด

กึก..

“ฮ่ะๆ จริงเหรอ..”

ก็ตั้งใจว่าอย่างนั้น.. ล่ะนะ

เสียงแว่วของหมอนั่นทำเอาผมรู้สึกหมั่นไส้จนอยากเดินเข้าไปถีบแรงๆ สักที แต่ขาของผมก็หยุดชะงักโดยอัตโนมัติ ปกติแล้ว.. ปาร์คชานยอลมักจะทำหน้าแบบนั้น ยิ้มแบบนั้น พูดจาแบบนั้นเวลาอยู่กับผู้หญิงกระดิ่งกระพรวนของเขา รวมถึงกับยูมิ เอมิ อะไรนั่นด้วย .. แต่ผมคงไม่ได้รู้สึกไปเองหรอก ว่าเขากับผู้หญิงคนนั้น มันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ผม ไม่กล้าที่จะเดินเข้าไป หรือแม้แต่บังคับใจตัวเองไม่ให้สั่น

“อ๋อ ฮายองน่ะ”

“...” ผมตกใจเมื่อได้ยินเสียงซ้อนจากด้านหลัง เลยเหลือบตาไปมองแวบหนึ่งแล้วก็รู้ว่าเป็นโอเซฮุน ผมไม่ได้พูดอะไรตอบ แต่ก็งงนิดหน่อยที่จู่ๆ เขาก็โผล่มาแบบไม่ให้สุ่มให้เสียง แถมยังพูดอะไรขึ้นมาลอยๆ ในสิ่งที่ผมไม่ได้ถามอีกต่างหาก

“เหรอ”

“แฟนเก่าชานยอลมันน่ะ”

“อืม..” ผมครางในลำคอแล้วยืนมองหนุ่มสาวสนทนากันต่อไปอย่างเงียบๆ พร้อมกับโอเซฮุน ที่เอ่อ.. โผล่มาเพื่อมองเหมือนกัน.. มั้ง? “ก็ไม่แปลกอะไรนี่”

“เหรอ แต่ฉันว่ามันยังไงอยู่นะ” โอเซฮุนอมยิ้มแบบที่ถ้าสาวน้อยเห็นก็คงกรี๊ดเกรียวกันยกใหญ่ แต่ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกว่าเขาจะยิ้มทำไม แล้วที่ว่ามันยังไง..คือมันยังไงล่ะ? ทำไมแก๊งนี้ชอบพูดจาอึมครึมกันจัง ฟังยากเป็นบ้า

“จะยังไงก็ช่างเถอะ กลับเข้าห้องกันดีกว่า”

 

 

12:35 PM

ก็เพราะแบคฮยอนเป็นแบบนั้นน่ะแหละ เลยทำให้ใครต่อใครแปลกใจในตัวเขาอยู่เสมอ ไม่เว้นแม้กระทั่งโอเซฮุนในยามนี้เช่นกัน เขายอมรับว่าที่พูดไปเมื่อกี้น่ะ เขาไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ก็แค่จิตใต้สำนึกลึกๆ มันบอกให้เขาพูดโพร่งออกไปก็เท่านั้นเอง ใจนึงเขาก็อยากเห็นแบคฮยอนทำหน้าเศร้า หรือลอบน้อยใจปาร์คชานยอลอยู่บ้าง จะได้วัดกันไปเลย ว่าคนตัวเล็กคิดอะไรกับเพื่อนของเขารึเปล่า

แต่..

ใบหน้าที่ราบเรียบราวกับเห็นหมา แมว นั้นไม่ได้ทำให้โอเซฮุนพบคำตอบอะไร สายตาที่ติดจะเนือยนาย และเบื่อหน่ายของแบคฮยอนยังฉายแววออกมาอย่างชัดเจน พร้อมกับริมฝีปากที่เหยียดตรงเป็นเส้น ค้ลายกับในใจของเขากำลังบ่นปาร์คชานยอลในใจอุบอิบมากกว่าจะนึกอิจฉาหรือว่าอะไร

แม้ความจริงแล้วจะไม่มีใครเข้าใจความคิดของแบคฮยอนก็เถอะ เอาเป็นว่า เจ้าตัวไม่รู้ตัวจริงๆ นั่นแหละว่ากำลังเกิดความปวดแปลบขึ้นในใจ ราวกับคลื่นใต้น้ำที่ก่อตัวเงียบงัน แต่ความรู้สึกนึงที่ชัดเจนในใจของแบคฮยอนเลยก็คือ ความหงุดหงิดที่แทบจะรั้งเอาไว้ไม่อยู่ แค่เห็นใบหน้าเอ้อระเหยของปาร์คชานยอลแบบนั้นก็อยากจะเดินเข้าไปใช้สันมือแสกเข้ากลางหน้าให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

“ว่าแต่ ไม่ลงไปทานอะไรเหรอ?” เซฮุนเอ่ยขึ้นเรียบๆ เมื่อเดินตามคนตัวเล็กเข้ามาในห้องตามคำสั่งของเจ้าตัวในตอนแรก

“ไม่ล่ะ”

“งั้นตอนแรกที่เดินไปนั่น ตั้งใจว่าจะไปไหนล่ะ” เขาไม่ยอมเลิกรา ยังยิงคำถามใส่อีกคนจนได้ แต่เซฮุนก็ฉลาดเกินกว่าจะทำอะไรกระโตกกระตากมากไปกว่านั้น เพราะน้ำเสียงและสีหน้าของเขาก็ยังคงวางเฉย ต่อให้อยากจะจับผิดก็มองไม่มีทางออก

“...” แบคฮยอนหยุดนิ่ง เขาชะงักนิดหนึ่ง เพื่อคิดว่าก่อนหน้านี้เขาเดินไปตรงนั้นก็เพื่อ.. อ่อ ใช่ เขาตั้งใจว่าจะมองหาปาร์คชานยอลเท่านั้น ไม่ได้อยากเข้าไปคุยหรืออะไรเป็นพิเศษหรอก “ตั้งใจว่าจะเดินไปดูปาร์คชานยอลสักหน่อยน่ะ”

“...”

“มีอะไรงั้นเหรอ”

“เปล่าหรอก”

“ตอนแรกก็นึกกังวลว่าหมอนั่นจะโง่เง่าทำได้สักแค่ไหน แต่เห็นทำหน้าระรื่นแบบนั้นก็หายห่วงแล้วล่ะ”

จริงอยู่ที่ว่าหน้าของแบคฮยอนเรียบนิ่งเหมือนกับพูดเรื่องปกติทั่วไป แต่คำพูดที่ตรงไปตรงมา กับสายตาที่ตอบเขาอย่างจริงจัง ไม่คิดจะหลบไปไหน ทำเอาเซฮุนรู้สึกสั่นไหวอยู่ภายใน นั่นแหละ.. เสน่ห์ของแบคฮยอน เขาเป็นคนแบบนั้น ที่มักจะทำอะไรชัดเจนอยู่เสมอ มันทำให้โอเซฮุนได้ตระหนักขึ้นมานิดนึงแล้วว่า การจะหวังคำตอบที่เขาอยากได้ยินจากแบคฮยอนนั้น มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

 

 

...

 

ตามจริงแล้ว .. วันนี้ตอนเย็นจะใช้เวลาซ้อมละครกันจนกว่าจะถึงหกโมง แล้วถึงคนถึงจะแยกย้ายกันกลับ แต่เนื่องจากผมยังไม่พร้อมที่จะต้องใช้เวลามากมายขนาดนั้น ทุ่มเททำอะไรสักอย่างที่ผมไม่เคยแม้แต่คิดมาก่อนว่าจะได้ทำ เลยต้องขอเวลาเพื่อนไปเป็นวันพรุ่งนี้ค่อยเริ่มต้นซ้อมตอนเย็น

ผมเหม่อมองออกไปยังหน้าต่างที่เปิดคาเอาไว้เป็นบางบาน แล้วก็รู้สึกอดที่จะใจหายไม่ได้ เมื่อรู้สึกได้ว่าเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แดดยังออกจ้าจนแสบตาอยู่เลยแท้ๆ แต่ตอนนี้เมฆฝนก็พากันก่อตัวอย่างรวดเร็ว พาลเอาผมต้องพิจารณากับตัวเองว่าหยิบร่มติดมือมาด้วยรึเปล่าแล้วก็ค้นพบว่า .. ไม่  วันนี้ผมลืมหยิบร่มติดมาด้วย =_=

บริเวณทางเดินของตึก ยังคงมีเสียงหึ่งๆ อยู่บ้าง ปะปนไปกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งบ้าง เดินบ้าง ผมก็คงต้องรีบกลับบ้านบ้างแล้ว ไม่งั้นฝนก็อาจจะตกได้

ผมสาวเท้ารวดเร็วลงไปตามบันไดเพื่อลงไปชั้นล่าง และเมื่อมาถึงชั้นล่างแล้วก็เอาแต่ระแวดระวังว่าฝนจะตกลงมารึยัง ผมรีบเดินไปเปิดล็อกเกอร์เพื่อเปลี่ยนรองเท้า เมื่อเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้วก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาหน้าตึก แต่ในระหว่างที่กำลังแลซ้ายมองขวานั้น ผมก็ดันมองเห็นปาร์คชานยอลกับเพื่อนสาวคนนั้นของเขาเข้าพอดี

เอ.. ชื่ออะไรนะ

ผมพยายามนึก เพราะจำได้ว่าตอนกลางวันโอเซฮุนเคยเอ่ยชื่อของเธอออกมาครั้งหนึ่ง ชื่อ ฮา.. อะไรฮาๆ นี่แหละ สักอย่าง ดูท่าทางเธอจะสนิทกับปาร์คชานยอลอยู่มากทีเดียว ทั้งสองดูมีความเป็นธรรมชาติเมื่ออยู่ใกล้กัน ไม่รู้สิ .. ผมคิดว่าอย่างน้อยเธอก็ดูดีกว่า ยูมิ เอมี อะไรนั่นเยอะ

สองเท้าของผมที่ตั้งใจจะก้าวเท้าออกไป และบอกตัวเองว่าอย่าไปใส่ใจอะไรเลย มันทำงานตรงกันข้ามกันโดยสิ้นเชิง ผมไม่เคยรู้สึกว่าร่างกายตัวเองทำงานได้ดื้อด้านขนาดนี้มาก่อน สมองมันอยากจะก้าวออกไป แต่ใจลึกๆ ก็ยังยืนลังเล รออะไรบางอย่าง.. คล้ายกับจะรอให้ปาร์คชานยอลเงยหน้าขึ้นมาเห็นผมที่ยืนเป็นหมาโง่อยู่ตรงนี้

โอ่ย.. หงุดหงิด

ช่วงนี้ฉันกำลังมีปัญหาเรื่องความรัก

นี่มันละครหลังข่าวไปอีกอะ เพราะเสียงของหมอนั่นในคืนนั้นจู่ๆ ก็แล่นเข้ามาในหัวผม มันโยงกันอย่างรวดเร็วจนไปจับกับใบหน้าของเธอ ต่อจากนั้นภาพของทั้งคู่ที่อยู่ด้วยกลางวัน และในตอนนี้มันก็ทำให้ผมสรุปคำตอบออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

อ๋อ คนนี้นี่เอง ที่ปาร์คชานยอลว่ากำลังมีปัญหา

ผมพยักหน้ากับตัวเองหงึกหงัก เหมือนเข้าใจหลังคณิตศาสตร์บางอย่างที่เฝ้าหาคำตอบมาสักพัก ถ้าเป็นอย่างที่เข้าใจ งั้นปาร์คชานยอลก็ไม่ผิดอะไรหรอกที่เขาจะชอบผู้หญิงที่สวย และดูดีขนาดนั้น อีกอย่าง .. ส่วนสูงของเธอ เมื่อยืนข้างๆ เขามันก็ดูเข้ากันอย่างประหลาด

“จะกลับบ้านแล้วเหรอ”

เสียงที่ทักขึ้นแล่นปราดเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว เมื่อประมวลผลออกมาอย่างรวดเร็วแล้วหันขวับกลับไปมอง ก่อนจะพยักหน้าตอบเขาไปรวดเร็ว “อ้อ เอ่อ ใช่”

“งั้นรอแปปนะ” ชานยอลพยักหน้าตอบกลับมา ไม่วายเขายังทำหน้ายิ้มกรุ้มกริ่มที่ชวนกระชากใจสาวๆ อีกด้วย แต่ขอโทษเถอะ ฉันเป็นผู้ชายนะ -_-

และยังไม่ทันให้ผมได้ตอบอะไร เขาก็ส่งวิ้งค์มาให้พร้อมกับทำไม้ทำมือก่อนจะวิ่งขึ้นไปบนตึกอย่างรวดเร็ว เมื่อมองไปยังบริเวณก่อนหน้าที่เขากับผู้หญิงคนนั้นเดินคุยกันอยู่มันก็ว่างเปล่าไปเสียแล้ว นี่เริ่มหลอนแล้วนะ หรือว่าผมจะเห็นภาพหลอน?

เสียงฟ้าร้องหึ่มๆ ส่งเป็นสัญญาณเตือนมาแล้วแต่ไกล ซึ่งผมก็ได้แต่ลอบมองอย่างปะหลับปะเหลือบ แล้วก็ถอนหายใจกับตัวเองเบาๆ มันช่วยไม่ได้ นี่ถ้าผมจะต้องเปียกฝนกลับบ้านกับปาร์คชานยอลอีกสักวันนึงก็สุดแท้แต่ฟ้าจะประทานละกัน

“โทษที รอนานมั้ย”

เขาวิ่งฉิวลงมาพร้อมกับกระเป๋าเบาหวิวของตัวเอง

“จะนานหรืออะไรก็ช่างเถอะ ตอนนี้เห็นไหมว่าฟ้าร้อง” ผมพูด

“เห็น” แต่เขาก็ยิ้ม

“เออ งั้นเราก็ควรจะรีบออกจากที่นี่สักที เพราะฉันไม่อยากตากฝนเป็นรอบที่สอง เอ้อ ไม่สิอาจจะสาม เพราะนายนั่นแหละ”

“โถ่ ตะพาบ ช่วยแหกตามองมือฉันด้วยได้มั้ย เห็นมะ ว่าถืออะไรอยู่”

ผมมองบนแปปนึงเมื่อเขาดันปากดีสวนกลับ แต่แล้วก็ต้องเหล่มองที่มือของเขาที่ขนาบอยู่ข้างลำตัว ก่อนจะต้องแปลกใจเมื่อเห็นบางสิ่งที่ไม่คิดว่าปาร์คชานยอลจะมี "ร่มหนิ นายมีร่ม"

“ก็ร่มนายที่ให้ฉันเมื่อคราวก่อนนั่นแหละ”

“รู้น่า ของของฉัน ทำไมจะจำไม่ได้”

อย่างน้อยปาร์คชานยอลก็พอมีประโชยน์อะไรบ้างล่ะนะ ไม่เสียทีจริงๆ ที่ให้ร่มเข้าเอาไว้

ผมฉวยร่มในมือใหญ่ของคนตรงหน้ามากาง มองหนทางข้างหน้าด้วยความสดใสขึ้นเป็นกอง แต่ก็ต้องสลดใจอีกครั้งเมื่อนึกขึ้นได้ว่าไม่ใช่ผมคนเดียวที่จะใช้ร่มนี้ เพราะ.. เราจะต้องเบียดกันไป .. เหมือนเหตุการณ์นี้มันคุ้นๆ นะว่ามั้ย =_=

“ไปเหอะ” ผมเอ่ยชวนแล้วออกไปยังนอกตึก กางร่มไว้ แล้วเรียกหมอนั่นที่ยืนเก๊กให้เข้ามาในร่มด้วยกัน เอ้อ.. ผมไม่ได้อยากชวนเท่าไหร่หรอก แค่ผมยกร่มนี้ให้เขาไปแล้ว เขาก็ควรที่จะต้องได้ใช้มันเหมือนกัน จริงมั้ย?

“อ้อ หรือนายจะกลับกับเธอคนนั้นก็ได้นะ ฉันไปล่ะ” ผมพูดตัดบทไปทันที เมื่อเห็นว่าเขายังยืนทำท่าเต๊ะ

“เห้ย เดี๋ยวดิ รอด้วย!

“บอกให้รีบเข้ามาด้วยกันก็ไม่เชื่อ”

“ทำไมใจร้ายนักนะ”

“เห้อ..”

ผมได้แต่หลุบตาลงต่ำแต่ส่ายหน้าน้อยๆ เขายังมีหน้ามาพูดอีกเรอะ? ว่าผมใจร้าย นี่ไม่ได้แหกตาดูเลยสิ ว่าร่มที่กางอยู่ด้วยกันนี่เป็นของใคร บุญเท่าไหร่แล้วที่ผมทนอยู่กับเขาได้จนถึงตอนนี้น่ะ

“เอ้อ ว่าแต่เมื่อกี้เห็นด้วยเหรอ” เขาเอ่ยขึ้น

“อะไร”

“ก็ฉันกับฮายองไง”

“อ้อ” ผมครางในคอ “ก็เห็น .. แต่ก็ไม่ได้มองนานอะไรหรอก ตั้งใจว่ากำลังจะกลับบ้านพอดี”

“เหรอ แล้วยืนเหม่ออะไรอยู่ซะนาน”

“เรื่อง..” กำลังจะต่อไปเชียวว่าเรื่องนายนั่นแหละ โชคดีที่ผมยั้งปากทันเลยได้แต่กระพริบตาปริบๆ เปลี่ยนเรื่อง เพราะเขาเองก็กำลังจ้องหน้าผมอยู่ด้วยสิ “เอ้อ ก็เรื่อง..ซ้อมตอนเย็นวันพรุ่งนี้น่ะ คืนนี้ฉันต้องส่งบทที่แต่งเสร็จทั้งหมดให้เซฮุนกับยูริด้วย”

“อืม”

“แล้วนายล่ะ เป็นยังไง”

หมายถึงว่า.. ทำไมถึงได้ไปเดินกับเธอตรงนั้น ยังไม่กลับบ้านสักที

ขอโทษนะ ฉันแค่ถามในใจ ไม่ได้ยินก็ไม่เป็นไร เหอะ..

“อือ..” เขายังคงครางรับในลำคอต่อเนื่อง ไม่ได้พูดตอบอะไรเป็นพิเศษ ผมเลยไม่ได้คาดคั้นอะไร เพราะคิดว่าบางทีเขาอาจจะกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ จริงสิ.. ไม่แน่ว่าเขาอาจจะกำลังคิดถึงเธอคนนั้นก็ได้

ฟึบ

“ฮะ โฮ่ย”

“เหนื่อย..”

ปาร์คชานยอลเอ่ยขึ้นเสียงแผ่วเหมือนคนอดหลับอดนอนมาจากไหน เขาเอนตัวลงมาพิงข้างตัวผม ใช้มือข้างที่ว่างอ้อมมาโอบไหล่ผมไว้ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการเกยหน้าไว้บนหน้าผากผมนิดๆ อิริยาบทนั้นทำเอาผมต้องหยุดเดินไปดื้อๆ เพราะถ้าเรายังดันทุนรังเดินกันต่อในสภาพนี้ มีหวังได้ลมครืนแน่

“อ่า..” ผมรับ แล้วร่างทั้งร่างก็ทื่อไปโดยอัตโนมัติ ไม่รู้ว่าหมอนี่กำลังคิดอะไร แต่ตอนนี้เหมือนเรามายืนกอดกันกลางแจ้งมากกว่าจะให้เขาพิงพักเหนื่อย ไม่สิ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม หัวใจผมก็เริ่มเต้นแรงขึ้น แรงขั้น เหมือนกับระดับความร้อนในน้ำที่กำลังค่อยๆ เดือด มากขึ้นๆ

“หน้านายร้อนจัง ตัวก็สั่นด้วย.. จะเป็นไข้รึเปล่าเนี่ย” เขาผละตัวออกไปเพียงนิดหนึ่ง พร้อมกับประโยคหลังที่หลี่เสียงลงจนแทบจะเป็นเบา เขาลอบมองใบหน้าของผมแล้วพยายามจะโน้มหน้ามาอีกครั้งเพื่อวัดไข้ด้วยหน้าผากแนบหน้าผาก

“อะไรเนี่ยตะพาบ คนเค้าอุส่าห์เป็นห่วงแล้วไหงทำหน้าแบบนั้น”

ชานยอลเริ่มโวยเมื่อผมเบือนหน้าหนี แล้วก็เริ่มผละออกจากพันธนาการประหลาดๆ นี่อย่างช้าๆ ก่อนจะเริ่มออกเดินไปข้างหน้าอีกครั้ง และครั้งนี้อะไรบางอย่างก็รูดซิบปากผมไว้ซะแน่นสนิท จนมันไม่สามารถจะเอ่ยอะไรออกมาได้อีก และคงเป็นแบบนั้นไปอีกสักพัก โดยที่ปาร์คชานยอลคงไม่รู้เลยว่าที่ผมทำแบบนั้นก็เพราะหัวสมองของผม..

น็อตหลุดไปแล้ว





จะเอายังไง ลองคบกันดูหน่อยเป็นไร

อาจจะรู้ว่าถูกใจ หรือดีกว่าใครๆ ที่เธอเคยเจอ

*ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะคะ

#FicSayByun


 © themy butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

1,199 ความคิดเห็น

  1. #1049 WANBABE (@yoky_yosita) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 11:48
    ทำขนาดนี้ไม่ใช่เพื่อนกันแล้ววว เพื่อนที่ไหนจะหวานจ๊ะจ๋าขนาดนี้
    #1049
    0
  2. #945 nsjcbw. (@ginne) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 07:30
    หว่ายๆ คุณบยอนมีหึงเบาๆนะนั่นน
    #945
    0
  3. #848 KAKARN_MATO (@kakarn00) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 18:31
    พี่ชานอย่าออกนอกทางเชียวนะ เซฮุนขอได้ไหมไม่เกเรเนอะ ให้เค้ารักกันดีๆ
    #848
    0
  4. #695 Nursery*purr-fect (@NurseryAha) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 00:43
    หึงเล็กน้อยถึงปานกลางเนอะแบค มีการกลับบ้านพร้อมกันอีกแล้ว สนิทกันมากสิ? >.<
    #695
    0
  5. #669 xxxpcyck (@pockky_ty) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 23:08
    น่ารัก อะไรยังไง 555555
    #669
    0
  6. #650 pxxmch (@paiminnnn) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 16:05
    อะไรยังไงๆๆ ฮุนก็งง ชานยอล กับฮายอง ก็ งง ตายแล้วว ต้องรีบมาต่อเน้อ
    #650
    0
  7. #645 NANOI•★•My Kwon♥ (@noina-g-yongyong) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 10:02
    เหยยย มีความหึง
    #645
    0
  8. #644 อิ อิ (@fds_513) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 09:59
    สรุปชานยอลนี่ยังไงกับฮายองอ่ะ คงจะแค่แกล้งให้แบคแสดงอาการอะไรใช่มั้ย แต่แบคแสดงออกมาได้นิ่งมากอ่ะ ยอมใจ 5555
    #644
    0
  9. #643 cblyx (@tenly0627) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 03:42
    ทำไมชานไปอ้อร้อกับฮายองได้อะ อยากให้แบคออกอาการหึงหวงชานยอลบ้างอะ นี่แบบจะนิ่งไปไหนเซฮุนยังยอม555555555
    #643
    0
  10. #642 phoupee (@phoupee) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 16:33
    เห้ยๆ ชานยอลกับฮายองนี่ยังไงห๊ะๆๆ ตะงุนชอบนุ้งแบคหย๋อออออ
    #642
    0
  11. #641 BaBaekCon (@babaek) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 14:42
    ไม่ชัดเจนสักทีเซฮุนมาเครียสิ
    #641
    0
  12. #640 wchry (@ningingkai) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 11:08
    เซฮุน ไปชอบลูลู่เถอะ
    #640
    0
  13. #639 iipoppyz (@lipoppyz) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 00:53
    มึนๆซึนๆกันไป55555 ทำไมแบคฮยอนชอบคิดไปเอง
    #639
    0
  14. #638 nanny7 (@nanny7) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 00:17
    ยังยืนยันคำเดิม แบค อย่าพูดมากได้ม้าเยย
    #638
    0
  15. #637 p3a9n3g8 (@pang3938) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 23:10
    ฉลาดทุกเรื่องง ยกเว้นเรื่องนี้555
    #637
    0
  16. วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 21:08
    แหมะ นี่ยังไม่รู้ตัว55555555
    #636
    0
  17. #634 pearr-i (@pearr-i) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 20:06
    ปาร์คชานยอลอย่าทำตะพาบน้อยสับสนสิ เซฮุนด้วย
    #634
    0
  18. #630 fahpsk (@fahpsk) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 18:46
    แบคฮยอนนิ่งๆอ่ะ ดูมึนๆดี555 ชานยอลจะรีเทิร์นแฟนเก่าอ่อ? รู้มั้ยว่าแบคแอบหวง !??
    #630
    0
  19. #629 chompoochi (@chompoochi) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 17:57
    ฮึ่มๆๆ ชอบคาแรกเตอร์แบคฮยอนดูชัดเจนแบบไม่เหมือนใครดี 555555 มีความตึงๆนะเรารู้สึก เหมือนมันกำลังจะมาถึงจุดเปลี่ยนที่ตัดสินใจให้ดีว่าจะไปทางไหนเพราะว่ามันมีโอกาสที่กลายเป็นทั้งดีหนือไม่ดีได้ทั้งนั้น
    จะว่าแบคมึนก็ไม่ใช่นะ คือเรียกว่าแบค้ป็นเด็กนักเรียนธรรมดาที่ไม่ได้มีประสบการณ์หรือสนใจเรื่องความรักเท่าไรเลยอาจจะรู้ไม่ทันความรู้สึกเท่านั้นเอง
    #629
    0
  20. #627 บีม บี้ (@abc00) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 17:31
    เกี่ยวไรกับฮายองอ่ะพี่ปาร์คคคคคคค
    #627
    0
  21. #626 ❤ Little "B" ❤ (@khainoy) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 17:17
    ชอบก็บอก ไม่บอกเขาไม่รู้หรอกนะพี่ปาร์ค
    #626
    0
  22. #625 BloodBeer (@cnbeer) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 16:32
    เนียนนะปาร์ค
    #625
    0
  23. #624 Ppp (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 16:31
    ตายแระ ชานยอล มาทำแบคหึงได้ไง มาเคลียร์เลย

    แบคหึงได้ซึนมาก 55555555

    ละพอตกเย็น ก็มา ทำแบคเขินอีก หัวใจนางจะวายมั้ย 555555555555

    ตกลงจะเอาไง สองคนนี้นิ เซฮุนช่วยหน่อย 555555555
    #624
    0
  24. #623 jjluhan (@juneexo12) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 16:02
    ใจร้ายย
    #623
    0
  25. #622 Kunggg (@kimkung-0606) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 15:52
    หมันชานยอลลลล
    #622
    0