[Produce 101 / Wanna One] Playful Kiss | #แกล้งจุ๊บหลินจิน #หลินจิน

ตอนที่ 1 : Playful Kiss | Chapter 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 548
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    2 พ.ย. 60



Playful Kiss | Chapter 1


"ห๊ะ!! อะไรนะ!! หมั้นเหรอครับ"

เสียงทุ้มตะโกนออกมาด้วยความตกใจกับสิ่งที่แม่ของตัวเองพูดออกมาเมื่อกี้จนเจ้าตัวต้องตบไปที่หน้าตัวเองแรงๆเพื่อให้รู้ว่าตัวเองนั้นไม่ได้ฝันไป

“โอ๊ย! เจ็บชิบ...”

“ก็ต้องเจ็บสิลูกนี้ลูกไม่ได้ฝันไปนะ แม่พูดจริงๆ”

เป็นอีกครั้งที่เจ้าตัวรู้สึกอึ้งอีกครั้งเขานั้นไม่เคยคิดเลยสักครั้งเลยว่าเด็กหนุ่มวัยสิบแปดอย่าง แพ จินยอง จะต้องมาหมั้นในอายุแบบนี้ ทั้งๆที่เขาควรจะตั้งใจเรียนเพื่อให้สอบติดมหาลัยที่ตัวเองอยากเข้าเรียนไม่ใช่มาพูดถึงเรื่องการหมั้นอะไรพวกนี้

“แล้วแม่จะให้ผมหมั้นกับคนที่ผมไม่รักได้ไงอ่ะครับ”

“อยู่ๆไปเดี๋ยวก็รักกันเองล่ะ”

“ห๊ะ...”

จินยองได้แต่ทำหน้าเอื้อมๆกับตกรรกะของแม่ตัวเองก่อนจะสนใจกับเกมส์ในโทรศัทพ์ของตัวเองต่อโดยไม่สนใจคนเป็นแม่

“แต่ยังไม่ได้หมั้นตอนนี้นะลูก”

จินยองเงยหน้ามองคนเป็นแม่ทันทีที่แม่พูดประโยคนั้นเสร็จก่อนจะค่อยๆยิ้มออกมาแต่ยังไม่ไรรอยยิ้มของเจ้าตัวก็ต้องหุบลงทันทีที่แม่ของเขาพูดประโยคถัดไป

“เพราะคู่หมั้นของลูกยังไม่สิบแปด แปลว่าปีหน้าถึงจะหมั้นนะลูก”

“นี้แม่รีบหรอ”

จินยองถอนหายใจออกมาทันทีที่แม่พูดเสร็จเขาก็อุตส่าห์คิดไปว่าเขาจะได้หมั้นตอนเรียนจบแต่กลับหมั้นปีหน้า แต่ถ้าบอกไว้ก่อนเขาก็จะไม่เป็นแบบนี้หรอกแต่กลับพึ่งมาบอกอีก ให้ตายสิแพจินยองคนนี้อยากตายยยยยย

“ก็แม่กับเพื่อนแม่สัญญามากันตั้งนานแล้วล่ะว่าถ้าลูกก็จะเอาลูกมาแต่งงานกัน”

“อื้ม...ผมก็ห้ามอะไรแม่ไม่ได้อยู่แล้วนิ ว่าแต่คู่หมั้น..ของผมเป็นใครอ่ะ”

“อ่อ..คู่หมั้นของลูกนะหรอตอนนี้ยังอยู่ไทเปอยู่นะกำลังลงมา”

“หื้อออ...แล้วอย่างนี้เขาจะพูดภาษาไทยได้หรอ”

“ได้สิก็แม่เขาเป็นคนไทย”

“อ่อครับ... แล้วเขาชื่ออะไรล่ะครับ”

“อื้ม..”

แม่ของจินยองคิดสักพักก่อนจะส่ายหน้าออกมาทำให้จินยองที่กำลังรอฟังอยู่ถอนหายใจออกมาอีกรอบ นี้แม่เขาจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับลูกเพื่อนตัวเองแบบนี้ไม่ได้นะ

“อ้าว..แต่ไม่เป็นไรครับถ้าสวยก็พอทนได้”

“ฮ่าๆๆๆ”

แม่ของจินยองหัวเราะออกมาทันทีที่เขาพูดเสร็จซึ่งนั้นก็ทำให้จินยองได้แต่มองหน้าแม่ของตัวเองอย่างงงๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนจะค่อยๆนึกถึงประโยคที่ตัวเองพูดเมื่อกี้ แต่ก็ไม่มีคำไหนที่เขาพูดผิดแม้แค่คำเดียวหรือว่าจะเป็นคำว่าสวยก็คงไม่ใช่เพราะอย่างน้อยคู่หมั้นของเขาก็ต้องเป็นผู้หญิงอย่างแน่นอน ถ้าจะเป็นผู้ชายก็คงกระไรอยู่ใช่มั้ยล่ะ

“หัวเราะอะไรของแม่เนี่ย ผมพูดอะไรผิดหรอ”

“เปล่าจ๊ะๆ แม่แค่ตลกตัวเองที่ลืมบอกไปว่าคู่หมั้นของลูกอ่ะเป็นผู้ชาย”

“ผู้ชาย!!!

จินยองตะโกนออกมาอีกครั้งประโยคที่แม่ของตัวเองพูดออกมาทำให้จินยองรู้สึกคล้ายจะเป็นลม แพจินยองคนที่เกิดมาสิบแปดปีไม่เคยมีแฟนสักคนแต่กลับมาต้องมาหมั้นตอนอายุสิบเก้าก็ว่าแปลกแล้วแต่กลับมีเรื่องที่แปลกกว่านั้นอีกก็คือการที่คู่หมั้นของเขานั้นดันเป็นผู้ชายที่อายุห่างกันหนึ่งปี มันช่างเป็นอะไรที่ไม่โอเคสำหรับจินยองเอามากๆเลยในตอนนี้ได้โปรดเอาชีวิตธรรมดาๆของเด็กหนุ่มวัยสิบแปดกลับมาแบบเดิมด้วยเถอะ แพจินยองคนนี้รับไม่ด้ายยยยยยย

“ใช่จ๊ะ แม่รู้ว่าลูกอาจจะรับไม่ได้แต่ก็ต้องทำอ่ะเนาะตอนแรกแม่ก็ตกใจอยู่นะตอนที่แม่รู้ว่าลูกของเพื่อนเป็นผู้ชายอ่ะ แต่ยังไงก็เถอะแม่เชื่อว่าลูกจะรักกันได้”

“แม่! แม่ก็รู้ว่าผมมไม่เคยมีแฟนเลยแล้วจู่ๆก็จะให้ผมมาหมั้นกับผู้ชายเนี่ยนะไม่โอเคที่สุดอ่ะแม่”

“แม่รู้ว่าลูกไม่โอเคแต่แม่ขอแค่ปีเดียวได้ไหมลูก ถ้าลูกอยู่ด้วยกันปีเดียวแล้วไม่รู้สึกโอเคเดี๋ยวแม่จะบอกให้เพื่อนแม่เองว่าลูกไม่โอเค”

ปีเดียว...คำๆนี้ลอยวนอยู่ในหัวของจินยองไปมาถึงแม้ความจริงเขาอาจจะไม่ต้องใช้เวลาถึงหนึ่งปีในการอยู่กับคนๆนั้นเขาก็ไม่มีทางที่จะไปชอบผู้ชายได้เด็ดขาด แต่ถ้าเป็นสิ่งที่แม่ต้องการเขาจะขัดอะไรได้ล่ะ

“โอเคครับ ปีเดียวก็ปีเดียว”

“ขอบใจมากนะลูก ดึกแล้วลูกไปนอนเหอะพรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนอยู่”

“ครับ ฝันดีครับแม่”

“ฝันดีจ๊ะ”

จุ๊บ!

แม่ของจินยองก้มลงไปหอมแก้มของเขาก่อนจะเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปซึ่งก็เหลือแต่จินยองเท่านั้นที่นั่งอยู่ในนี้ เขาก็ได้แต่คิดซ้ำไปซ้ำมากับสิ่งที่เขาพูดออกไปนั้นว่ามันจะดีจริงๆงั้นหรือเปล่าหรือมันอาจจะทำให้หลายๆแย่ลง จินยองสะบัดหน้าไปมาเพื่อให้เลิกคิดสิ่งที่พึ่งเกิดไปเมื่อกี้ก่อนจะลุกเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปทันที

 

 

“ตั้งใจนะจ๊ะ”

“ครับ”

จินยองโผกอดคนเป็นแม่ก่อนจะลงจากรถเพื่อไปเรียน ในทุกๆเช้าแม่ของจินยองจะเป็นคนมาส่งเขาที่โรงเรียนเสมอและมาส่งเช้าตลอดซึ่งก็ทำให้เขาสามารถมีเวลาในการกินอาหารเช้าและไปรดน้ำต้นไม้ได้เสมอ แต่ก่อนจินยองจะไปรดน้ำเขานั้นต้องรอเพื่อนของตัวเองก่อนเพื่อจะไปรดน้ำต้นไม้ด้วยกันถ้าถามว่าทำไมต้องไปรดน้ำต้นไม้ก็เพราะชมรมเกี่ยวกับการทำสวนเลยต้องไปรดน้ำในทุกๆเช้าแต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่ต้นไม้เท่านั้นยังมีพวกดอกไม้ต่างๆอีกมากมาย

Rrrrrr

จินยองล่วงกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบเอาโทรศัพท์ของตัวเองออกมาดูว่าใครเป็นคนโทรมาหาเขา เมื่อจินยองเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอสี่เหลี่ยมนั้นก็กดรับสายทันที

“ว่าไงจีฮุน”

จีฮุนหรือ พัค จีฮุน เพื่อนสนิทของจินยองตั้งแต่สมัยประถมจนถึงตอนที่นี้ที่เข้าอยู่มัธยมปลายปีที่สามเขาก็ยังตัวติดกันเสมอและด้วยความที่มีอะไรเหมือนๆกันเลยทำให้สามารถเขากันได้ดี ไม่ว่าจะเป็นเกมส์ที่ชอบ หนังที่ชอบ หรืออะไรหลายๆอย่างก็ชอบเหมือนกันนั้นจึงทำให้เขาอยู่ด้วยกันมาได้นานขนาดนี้

[จินยองไม่วันนี้เราไม่ได้ไปโรงเรียนนะ พอดีเราต้องไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัดอ่ะ]

“โอเคๆ อย่างงี้เราก็ต้องอยู่คนเดียวอ่ะดิ เฮ้อ...เหงาแย่เลย”

จินยองแกล้งทำเสียงหงอยๆออกมาเพราะเขารู้ดีว่าจีฮุนนะไม่ชอบให้เขานั้นเสียใจโดยการบอกว่าจินยองนั้นเป็นคนที่ยิ้มแล้วดูสดใสเอามากๆเลยไม่อยากให้จินยองต้องทำหน้าหงอยๆ และการแกล้งจีฮุนของจินยองนั้นก็เป็นอะไรที่ดีเสมอเพราะไม่ว่าจินยองจะแกล้งอีกฝ่ายเท่าไหร่ก็ไม่มีท่าทีว่าอีกฝ่ายจะโต้ตอบเขาแม้แต่ครั้งเดียว เพราะอย่างนี้ไงจินยองเลยชอบแกล้งจีฮุนอยู่เสมอๆ

[จินยองไม่เอาไม่ทำเสียงอย่างนี้ งื้อออออ ไม่เอานะๆ ไม่เอาไม่เหงาๆยังไงเดี๋ยวเราจะโทรหาจินยองเสมอแหละ โอ๋ๆนะจินยอง]

เห็นไหมล่ะบอกแล้วว่าจีฮุนนะไม่ชอบให้จินยองต้องเหงาเป็นหมาหงอยแบบนี้หรอก

“ถ้าไม่อยากให้เหงาก็มาเรียนสิ”

[ไรอ่ะจินยอง เราบอกแล้วนะว่าไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัด]

“อื้อๆเข้าใจๆ”

[เห็นไหมล่ะจินยองอ่ะน่ารักจะตาย เข้าใจอะไรง่ายแบบนี้เสมอ]

“เข้าใจว่าจีฮุนกำลังทิ้งเราให้เรียนอยู่คนเดียว อื้มๆเข้าใจเรามันเก่าไปแล้วสิ”

[จินย๊องงงงง ไม่เอาไม่พูดแบบนี้สิ งื้อออ เราขอโทษเราไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งจินยองให้เรียนคนเดียวเลยนะ แค่ไปเยี่ยมญาติเฉยๆเดี๋ยวก็กลับแล้วพรุ่งนี้ก็ได้ไปเรียนด้วยกันแล้วไง]

“อื้มๆ เข้าใจๆ”

จินยองยิ้มออกมากับเสียงกระวนกระวายของอีกฝ่ายบอกแล้วจีฮุนนั้นเป็นห่วงจินยองที่สุด

[งื้อออ ตอนนี้จินยองไม่ได้เข้าใจเรา เรารู้นะว่ราจินยองต้องการอะไร]

“ไรเหยออออออ”

[จินยองต้องการให้เราซื้อขนมไปฝากใช่มั้ยล่ะ]

“นอกจากจีฮุนจะเป็นห่วงจินยองที่สุดแล้ว ยังรู้ใจจินยองที่สุดอีกด้วยอ่ะ รักที่สุดเลยยยยย”

[อ่าๆ เราไปก่อนจะอย่าลืมรดน้ำให้ต้นไม่เราด้วยนะ]

“คร้าบบบบบ เดินทางปลอดภัยนะจีฮุน”

[บะบายยย]

         

 

หลังจากที่จินยองกินขาวเสร็จเขาก็เดินมายังสวนของโรงเรียนที่เต็มไปด้วยต้นไม่ต่างๆนานาชนิดและดอกไม้เต็มไปหมด แต่มีสิ่งที่ทำให้ชอบที่สุดก็คือสวนดอกกุหลาบสีขาวที่เป็นดอกไม้ประจำโรงเรียนซึ่งที่แห่งนี้เคยมีคำล่ำลือมาว่าหากใครมาบอกรักกันที่นี้ก็จะสมหวังทุกครั้งแต่จินยองกลับไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่เพราะเขานั้นไม่เคยชอบใครเลยสักคน

จินยองเดินเข้าไปในสวนดอกกุหลาบสีขาวเพื่อเข้าไปรดน้ำทุกครั้งที่มาถึงโรงเรียนในทุกๆเช้าก่อนจะไปรดน้ำต้นไม้ที่ตัวเองต้องรับผิดชอบในชมรมต่อ ถ้าถามเหตุผลว่าทำไมถึงต้องมาอยู่ชมรมนี้เพราะจินยองและจีฮุนชอบอะไรที่มันเย็นๆดูสบายตาเลยเลือกมาอยู่ชมรมนี้เพราะนอกจากจะได้ชื่นชมในความสวยงานของสวนที่โรงเรียนจัดมาอย่างดีแล้วยังได้ดูแลอีกต่างหาก

ซ่า!! ซ่า!!

“เฮ้ย!! ไรว่ะเนี่ย”

ขณะที่จินยองกำลังรดน้ำดอกไม้อยู่ก็ต้องตกใจเมื่อจู่ๆก็มีผู้ชายคนหนึ่งลุกขึ้นนั่งมาทันทีทำให้บัวรดน้ำที่ตัวเองถืออยู่นั้นหลุดมือออกมาไปซึ่งทิศทางที่หลุดไม่ใช่หลุดมือลงพื้นแต่กลับพุ่งไปข้างหน้าทำให้น้ำในบัวรดน้ำนั้นสาดเข้าเต็มๆคนที่อยู่ตรงหน้านั้นเต็มๆ

“แค่กๆ อะไรของนายเนี่ยซุ่มซ่ามชะมัด เปียกแบบนี้จะไปเรียนได้ไงเนี่ย”

ร่างสูงตรงหน้าบ่นออกมาพร้อมกับก้มดูเสื้อนักเรียนของตัวเองที่ตอนนี้เปียกไปหมดแล้วก่อนจะเงยหน้าไปมองคนตรงหน้าที่ตอนนี้กำลังอยู่ในอาการตกใจอยู่

“นี้!! นาย!!

“ห๊ะ!! เฮ้ย..โทษทีๆพอดีเราตกใจนิดหน่อยไม่คิดว่าจะมีคนมานอนอยู่ตรงนี้”

จินยองรีบอ้อมไปหาอีกฝ่ายก่อนจะเห็นเต็มๆอีกครั้งว่าเสื้อของอีกฝ่ายนั้นเปียกไปหมดแล้ว แต่กลับต้องรู้สึกหน้าร้อยขึ้นมาทันทีที่เสื้อสีขาวบางนั้นกำลังแนบลงไปกับหน้าท้องของอีกฝ่ายและเพราะผ้าของเสื้อนักเรียนนั้นเป็นสีขาวและบางมากๆทำให้เวลาที่เปียกน้ำนั้นจึงทำให้เห็นข้างในได้ ซิกแพ็คอ่อนๆที่ตอนนี้กำลังปรากฏขึ้นมาผ่านเสื้อขาวบางนั้นทำให้จินยองต้องก้มลงไปมองที่หน้าท้องของตัวเองที่กลับไม่มีเหมือนอีกฝ่ายทั้งๆที่ตัวเองก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน ไหนจะความสูงของอีกฝ่ายอีกที่สูงกว่าเขาหลายเซนต์

“อะ...เอ่อ... นายไปเปลี่ยนเสื้อก่อนไหมที่ล็อคเกอร์อ่ะ”

จินยองละสายตาจากซิกแพ็คของคนตรงหน้าก่อนจะไปสบตากับอีกฝ่ายอย่างตรงๆ แต่อีกฝ่ายกลับทำหน้างงๆเมื่อเขาพูดถึงล็อคเกอร์

“ล็อคเกอร์ ?”

“อื้ม..ล็อคเกอร์ไง หรือว่านายไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน”

อีกฝ่ายพยักหน้าเบาๆทำให้จินยองได้แต่ตอบอ่ออยู่ในใจก่อนจะเดินออกมาซึ่งก็ทำให้อีกฝ่ายงงว่าเขาจะไปไหน

“อ้าว...ตามมาสิจะพาไปล็อคเกอร์”

จินยองพูดเสร็จก็เดินนำอีกฝ่ายออกมาทันทีทำให้อีกฝ่ายต้องรีบเดินตามอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าตัวเองนั้นจะหลง

 

 

ตลอดทางที่เดินออกจากสวนมาทั้งคู่ก็ไม่มีใครพูดออกมาเลยสักคนจึงทำให้จินยองที่ตอนนี้กำลังสงสัยอะไรบ้างต้องหยุดเดินและหันหลังเพื่อไปถามในสิ่งที่ตัวเองสงสัยกับอีกฝ่าย

ตุ๊บ!

จังหวะที่จินยองหันหลังไปทำให้ใบหน้าของเจ้าตัวนั้นชนเข้ากับหน้าอกของคนที่เดินตามมาเข้าเต็มๆ

“โอ๊ย!!

“เฮ้ย! เป็นไรมากป่ะเนี่ย”

ร่างสูงรีบสำรวจใบหน้าเล็กของจินยองอย่างทันทีโดยเฉพาะที่จมูกของอีกฝ่ายที่ดูเหมือนว่าจะชนเข้าอกของเขาเต็มๆ

“แล้วจะหยุดทำไมล่ะเนี่ย เอามือออกดิจะดูว่าเลือดกำเดาไหลเปล่า”

จินยองเอามือออกจากจมูกแต่ยังไม่ลืมตาเพราะยังรู้สึกเจ็บๆจมูกอยู่และก็เริ่มรู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือดทำให้เจ้าตัวเดาได้เลยว่าตอนนี้เลือดกำเดาของตัวเองกำลังไหลออมาแน่

!!!!”

ในขณะที่จินยองกำลังลืมตาก็ต้องตกใจเมื่อใบหน้าของอีกฝ่ายนั้นอยู่ใกล้กับตัวเองเอามากๆ ทำให้จินยองพลักอีกฝ่ายออกมาไปอย่างแรง

“อะไรเนี่ยพลักออกทำไมนะ... ฮะ..เฮ้ย!! เลือดกำเลาไหล!!

จินยองเอามือแตะที่จมูกตัวเองก่อนจะรู้สึกว่าตอนนี้กำลังมีน้ำไหลออกมาจากจมูกของตัวเองบวกกับกลิ่นคาวเลือดที่เจ้าตัวได้กลิ่นเมื่อกี้อีกทำให้หลายๆอย่างมันสามารถบอกได้เลยว่าตอนนี้เลือดกำเดาของจินยองกำลังไหลอยู่นั้นเอง จินยองจึงทำได้แต่เงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เลือดกำเดามันไหลลงมาเลอะเสื้อของตัวเอง

“อ่ะ เอานี้ไป”

ร่างสูงตรงหน้าของจินยองยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้เขา เจ้าตัวจึงรีบหยิบมาและเอามาปิดจมูกของตังเองทันที

“ขอบใจนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เอามาคืนให้ขอเอาไปซักก่อน”

“อื้อ แล้วเมื่อกี้หยุดทำไม”

“อ่อ จะถามว่าพึ่งย้ายมาใหม่หรอไม่เห็นคุ้นหน้า”

“อื้อ พึ่งย้ายมาจากไทเป”

“อ่อ.. งั้นรีบไปเปลี่ยนเสื้อดีกว่าเดี๋ยวไปเรียนไม่ทัน”

 

 

“นายอยู่ปีไหนล่ะ”

จินยองถามขึ้นทันทีที่มาถึงห้องล็อคเกอร์ ห้องๆนี้เต็มไปด้วยล็อคเกอร์ต่างสีที่บ่งบอกได้ว่าแต่ล่ะชั้นปีนั้นแบ่งตามสีที่แยกเอาไว้

“ปีสอง”

จินยองพยักหน้าก่อนจะเดินนำร่างสูงไปที่ห้องล็อคเกอร์ของปีสอง ล็อคเกอร์ของปีสองนั้นเป็นสีส้ม ส่วนปีหนึ่งเป็นสีเหลืองและปีสามเป็นสีแดงที่แบ่งแบบนี้ไว้ก็เพราะว่ามันจะง่ายต่อการหาล็อคเกอร์ของตัวเองดีกว่าเป็นสีเดียวกันหมด

“เอากุญแจมาสิ”

จินยองยื่นไปข้างหน้าของอีกฝ่ายเพื่อรอรับกุญแจล็อคเกอร์ ร่างสูงก็ล่วงเข้าไปที่กระเป๋ากางเกงของตัวเองก่อนจะหยิบออกมาแล้วส่งไปให้จินยอง

B… นายอยู่ห้องบีงั้นหรอ”

“อื้อ ทำไมหรอ”

“ไม่มีไรอ่ะ ถึงแหละนายก็รีบๆเปลี่ยนเสื้อซะล่ะอีกชั่วโมงก็จะเข้าคาบโฮมรูมแหละ”

“อื้อ ขอบใจนะ นาย..”

“แพ จินยองอยู่มัธยมปลายปีสาม เป็นพี่นาย”

ร่างสูงตรงหน้าจินยองยิ้มขึ้นมาเมื่อเขาบอกชื่อตัวเอง ซึ่งรอยยิ้มนั้นมันกับแปลกสำหรับจินยองเป็นที่สุด

“ขอบคุณนะครับพี่จินยองที่พาผมมาที่ล็อคเกอร์”

พรึบ!!!

!!!!”

จู่ๆร่างสูงตรงหน้าก็ถอดเสื้อของตัวเองถอดทันทีทำให้จินยองที่ยังไม่ทันตั้งตัวก็ตกใจขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับสายตาที่ค่อยๆเลื่อนลงต่ำไปเรื่อยๆจนไปหยุดอยู่ที่ซิกแพ็คของอีกฝ่ายที่ตอนนี้ไม่ได้มีอะไรปิดกั้นเอาไว้ทำให้ภาพแรกที่เห็นว่าเป็นซิกแพ็คที่อ่อนๆกับกลายเป็นซิกแพ็คที่เป็นลอนชัดเจนยิ่งขึ้นบวกกับช่วงวีเชฟอ่อนๆตรงหน้าท้องนั้นอีกซึ่งสามารถบ่งบอกได้ว่าอีกฝ่ายนั้นออกกำลังกายบ่อยขนาดไหน

“อึก!!

จินยองค่อยๆกลืนน้ำลายลงคออย่างช้าๆแต่ก็ต้องตกใจขึ้นมาอีกรอบกับพฤติกรรมของตัวเองที่จู่ๆก็กลืนน้ำลาย เจ้าตัวรีบส่ายหน้าแรงๆเพื่อเรียกสติของตัวเองก่อนจะทำท่าทีมองไปที่อื่น

“พี่จินยองครับ”

“หะ...ห๊ะ”

“เลือดกำเดาพี่ไหลอีกแล้วอ่ะครับ”

“ห๊ะ!! เชี่ย!!”

จินยองรีบเอาผ้าเช็ดหน้าที่ร่างสูงเอามาให้เช็ดทันที ร่างสูงตรงหน้าที่เห็นท่าทีโก๊ะๆของจินยองก็ต้องหลุดหัวเราะออกมาเลยทำให้ได้รับสายตามองค้อนของจินยองกลับไปแทน

“เสร็จแล้วครับ ไปกันเถอะครับ”

“อะ...อื้อ เดี๋ยว”

ขณะที่ร่างสูงกำลังจะเดินออกไปก็ต้องหยุดตามเสียงเรียกของจินยองก่อนจะค่อยๆหันหลังไปมองอีกฝ่าย

“ครับ?”

“นายชื่ออะไร”

“ทำไมครับ”

“ก็จะเอาผ้าเช็ดหน้าไปคืนไง ถ้าไม่บอกชื่อก็จะรู้หรอ”

“ไม่ต้องคืนก็ได้ครับยังไงเดี๋ยวเราก็จะได้เจอกัน”

ร่างสูงตรงหน้ายิ้มขึ้นก่อนจะหันหลังและเดินออกไปปล่อยให้จินยองได้แต่ทำหน้างงๆให้กับอีกฝ่ายก่อนจะเดินตามไป

 

 

“กลับบ้านแล้วครับ”

จินยองเปิดประตูเข้ามาในบ้านก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนั้งเล่นก็ต้องตกใจที่จู่ๆก็มีแขกอยู่ในบ้านเพิ่มมาอีกคน

“มาพอดีเลยลูก นี้เพื่อนแม่เองลูก”

“สวัสดีครับ”

“สวัสดีจ๊ะ แหมะ..น่ารักจริงๆเลยอย่างนี้น้องต้องชอบแน่ๆ”

“อะ..เอ่อ.. ครับ ฮ่ะๆ”

จินยองได้แต่หัวเราะออกมาเบาๆกับคำว่าน่ารักของอีกฝ่ายซึ่งเขารู้สึกไม่โอเคกับนี้สุดๆเขาเป็นผู้ชายเขาต้องคู่ควรกับคำว่าหล่อมากกว่าคำว่าน่ารักสิ!!

“แล้ว..น้องไปไหนอ่ะครับ”

“อ่อ ไปเข้าห้องน้ำนะจ๊ะ โอ๊ะ! นั้นไงมาพอดีเลย”

!!!!

บุคคลตรงหน้าทำให้จินยองรู้สึกตกใจเป็นอย่างยิ่งเพราะเขาไม่คิดว่าโลกใบนี้มันจะกลมได้ขนาดนี้

“นี้ไงจ๊ะคู่หมั้นลูกชื่ออะไรนะ”

ไล ควานลินครับ”

“จ๊ะ ส่วนนี้..”

“พี่จินยองครับ”

ควานลินตอบแทรกขึ้นมาทันทีที่แม่ของจินยองกำลังจะแนะนำตัวเขาให้รู้จัก

“อ้าว รู้จักกันแล้วหรอจ๊ะ”

แม่ของทั้งสองฝ่ายต่างมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจกับสถานการณ์ในตอนนี้สักเท่าไหร่

“ครับ พึ่งรู้จักกันตอนเช้าแต่เป็นการรู้จักที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่หรอกครับ”

ควานลินพูดเสร็จก็เหลือบไปมองจินยองที่ตอนนี้ก็ยังอยู่ในอาการอึ้งอยู่ยังไม่หาย

“ยังไงจ๊ะควานลิน”

“แม่ลองถามพี่จินยองดูสิครับว่าไม่ดียังไง”

“จินยองลูก ไปทำอะไรน้องเขากัน”

“...”

“จินยอง”

“ห๊ะ..ครับ”

“แม่ถามว่าไปทำอะไรให้น้องเขาหรือเกปล่า ทำไมน้องเขาถึงบอกว่าเป็นการเจอกันที่ไม่ดี”

“ก็ผมกำลังรดน้ำดอกไม้อยู่แล้วมัน..ควานลินนอนอยู่ตรงนั้นเลยก็เลยตกใจแล้วเผลอทำให้ควานลินเปียก”

“โธ่ๆ น่าสงสารจริงๆ เอ่อ..จินยองจ๊ะ”

“ครับแม่”

“พาน้องเขาไปที่ห้องสิ วันนี้น้องเขาจะมานอนมาเรา”

“ห๊ะ!!

จินยองได้แต่มองหน้าของแม่ตัวเองและเพื่อนแม่สลับกันไปมาก่อนจะหันไปมองนายของควานลินที่ตอนนี้กำลังนั่งส่งยิ้มมาให้เขายังไม่พอกลับยักคิ้วส่งมาให้เขาอีก ทำให้จินยองได้แต่มองค้อนกลับไปให้อีกฝ่ายแต่ฝ่ายนั้นกับหัวเราะออกมาอย่างนั้น

“ควานลินจ๊ะ”

“ครับแม่”

“อยู่บ้านเขาก็เป็นเด็กดีนะจ๊ะ แม่ไปก่อนนะ”

“ครับแม่ บ๊ายบาย”

ควานลินกอดลาแม่ของตัวเองก่อนจะเดินไปส่งที่หน้าประตูบ้าน

“จินยองพาน้องเขาไปที่ห้อง”

“ครับ”

จินยองลุกขึ้นก่อนจะเดินนำควานลินให้เดินตามตัวเองขึ้นห้องมา

“ผมบอกแล้วไงว่ายังไงเราก็จะได้เจอกันอีก”

เมื่อทั้งคู่เข้ามาในห้องเสร็จควานลินก็พูดขึ้นมาทำให้จินยองที่กำลังเคลียร์พื้นที่อยู่ก็ต้องหันมามองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย

“นี้นายรู้หรอว่าฉันเป็นคู่หมั้นนาย”

“รู้ครับ อย่าบอกนะว่าพี่ไม่รู้”

“รู้ว่าได้หมั้นกับลูกเพื่อน แต่ไม่รู้ว่าชื่ออะไร”

“อ่อ”

“เอาของมาเก็บสิจะถือไว้ทำไม”

ควานลินเดินเข้าไปหาจินยองก่อนจะนำเสื้อผ้าไปเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าและจัดแจ้งของใช้ต่างๆ

“พี่จินยองครับ”

“มีไร”

“คือผมอยากมีกฎในการอยู่ห้องนี้นะครับ”

จินยองได้แต่ทำหน้างงๆไปให้อีกฝ่าย ตั้งกฎทั้งๆที่ห้องที่ตัวเองอยู่ห้องคนอื่นเนี่ยนะ

“กฎอะไรของนายนี้ห้องฉัน ฉันก็ต้องตั้งกฎสิ”

“เป็นกฎที่กระชับความสัมพันธ์นะครับ”

“กฎอะไรของนาย”

“ก็...”

“...”

“ทุกๆเช้า กลางวันและเย็นพี่ต้องจูบกับผม”

ประโยคเมื่อกี้ของควานลินทำให้จินยองในตอนนี้ตกอยู่ในอาการตกใจขึ้นมาในทันที จูบงั้นหรอไอ้บ้า!! แพจินยองที่ไม่เคยมีแฟนจะเสียจูบแรกกับคนที่ไม่รักไปไม่ได้!!

“แล้วก็..ทุกครั้งที่พี่ทำให้ทำโกรธพี่ต้องง้อผมด้วยการจูบ โอเคมั้ยครับ

“โอเคกับผีอ่ะสิ นายเอาอะไรคิดกฎบ้าๆพวกนี้เนี่ยแล้วใครบอกว่าการกระชับความสัมพันธ์ต้องทำด้วยการจูบอย่างอื่นก็มีไหมล่ะ”

“ก็ในเมื่อตอนนี้เราเป็นคู่หมั้นกันเราก็ต้องทำถูกไหม เดี๋ยวมันก็ชินเองล่ะ”

ควานลินส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้จินยองก่อนจะเดินไปที่โต๊ะทำงานของจินยองแล้วหยิบโน๊ตบุ๊คของตัวเองขึ้นมาเล่นโดยไม่สนใจอีกคนว่ากำลังเดือเป็นฝีนไปไฟขนาดไหน

“ชินบ้าชินบออะไร ฉันจะบอกไว้ตอนนี้เลยนะไม่ว่ะกี่เดือนกี่ปีฉันก็จะไม่มีทางจะไปหมั้นกับนายเด็ดขาด เพราะฉันไม่ได้ชอบผู้ชายตจำไว้ฉันไม่ได้ชอบ...”

ขณะที่จินยองกำลังพุดอยู่นั้นควานลินก็ลุกขึ้นมาพร้อมกับเดินเข้ามาหาจินยองก่อนจะประกบจูบลงไปที่ริมฝีปากบางของอีกฝ่ายทันที จินยองที่ตอนนี้กำลังตกอยู่ในอาการตกใจอยูจึงทำให้ร่างกายตอนนี้นิ่งไปสักครู่ ควานลินที่เห็นว่าจินยองนิ่งไปก็ถอนจูบออกมาก่อนจะเดินไปที่โต๊ะทำงานเช่นเดิม

“ถ้าคราวหลังพี่พูดมากแบบนี้อีกพี่ก็จะเจอแบบนี้”

“...”

“อีกอย่างถึงพี่จะบอกว่าไม่ได้ชอบผู้ชายและไม่มีทางที่จะชอบผู้ชายยังไงก็ช่าง แต่ผมจะทำให้พี่นั้นชอบผู้ชายให้ได้”




--- #แกล้งจุ๊บหลินจิน ---



-  talk with writer -

สวัสดีครับรีดเดอร์ทุกคน ยังไงก็ขอฝากเรื่องนี้ไว้ด้วยนะครับชอบไม่ชอบยังไงก็บอกกันได้นะครับ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะครับ  

ถ้าอยากตามไรท์ให้มาอัพก็ตามมาได้ที่ #แกล้งจุ๊บหลินจิน หรือ twitter @uniqonz_ นะครับ

Enjoy Reading  <3


B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #6 Minsuper (@Minsuper) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 06:59
    ควานลินอย่างกร๊าววววใจ แกล้งจินยองอ่ะ
    #6
    0
  2. #5 เจ้าหนูบ (@nan1710) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 10:55
    งุ้ยยยยยยยย น่าร้ากกกก
    เจ้าหลินไปแกล้งเจ้าแพอ่าาา อยากจูบพี่เขาบ่อยๆล่ะซี่~~
    #5
    0
  3. #4 namiesname (@namiesname) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 23:58
    โอยยยยยย น้องควานลินนนนน เด็กขี้แกล้งงงงง อย่าแกล้งพี่จินยองซี่~~~ 555

    โอยยยย จูบเช้ากลางวันเย็น ตายตายตาย คนอ่านเขินม้วนแล้วเนี่ยยย ฮืออออ

    มีย้ายมาอยู่ด้วยกันแบบนี้ มีเรื่องให้ต้องอ่านแล้วจิกหมอนแน่ๆ งือออ

    รอตอนต่อไปด้วยใจจดจ่อนะคะ

    ฝากไรท์เตอร์ รักคู่นี้ไปนานนานน้าาาา งืออออ
    #4
    0
  4. #3 Nokyuung97 (@Nokyuung19) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 17:16
    ชอบๆๆพี่ชอบน้องหลินเองงงง ไรท์มาต่ออีกนะคะๆๆๆรอคะๆๆๆ
    #3
    0