คุณคิดว่า...ในหนึ่งวัน คนเราจะสามารถทำอะไรได้มากเท่าไหร่กัน?
คุณคิดว่า...ในหนึ่งวัน คนเราจะเจอะเจอกับกี่ความรู้สึกกัน?
ในทุกๆวัน ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีชีวิตที่น่าเบื่อ
วันที่มีเรียน(จันทร์ อังคาร พุธ) ฉันตื่นมา8โมงเช้า อาบน้ำ แต่งตัว รอเพื่อนกรีดอาย แต่งหน้า เป่าผม หนีบผม
เดินเอื่อยๆไปขึ้นรถเพื่อไปเรียนทั้งๆที่9โมงกว่าแล้ว จากนั้นพอใกล้ห้องเรียนเริ่มรู้สึกว่าตัวเองสายแล้ว ก็รีบๆวิ่งไปเรียน
ก็ทันบ้าง ไม่ทันบ้างในบางวัน บางวันไปทัน แต่ขี้เกียจเรียนก็โดด กลับห้องก็มานอน จากนั้นสัก2-3ทุ่มก็เล่นเน็ตจนดึกดื่นบางวันก็เล่นจนเช้า ทั้งๆที่ก็ไม่ได้มีอะไรให้เล่นมากมาย แต่ก็เล่นมันทุกคืน บ้าบอนะคนเรา
แต่วันนี้ 31กรกฎาคม 2552
07.22 น. ตื่นนอน เพราะเพื่อนโทรมาปลุกบอกให้ลุกไปอาบน้ำได้แล้ว เลยลุกไปอาบน้ำ
07.45 น. อาบน้ำเสร็จเริ่ม แต่งตัว แต่งหน้า จากนั้นก็ไปกรอกน้ำ ล้างจานเพื่อว่ากลับมาบ้านจะได้ไม่โดนด่าว่าไม่ทำอะไร
08.44 น. ออกจากบ้าน
09.23 น.เดินทางมาถึงหน้าห้างเดอะมอลล์บางกะปิ สถานที่นัดพบ
09.51 น. นังป้าเดินทางมาถึง ไม่น่ารีบออกมาเลยกรู ต้องมานั่งรอมันตั้งนาน จากนั้นก็ไปกินข้าวเติมพลังงานก่อนจะไปเผาผลาญอย่างสุดโหดในวันนี้
เป็นอันว่าเริ่มต้นทริปหนีตามกาลิเลโอ(เวอร์ชั่น ทัวร์กรุงเทพฯ)ของเราขึ้น
Trip 01 Children discovery museum
สถานที่แรกที่เราไปกันคือพิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร นี่คือชื่อเต็มๆของมัน(ยาวว่ะ=_=;;)
ไม่ได้จะมาแอ๊บแบ๊วอยากจะเป็นเด็กอะไร หรือว่าพาลูกมาเที่ยวเล่นนะคะ
พระสวามียังหาไม่ได้เลยค่ะจะมีลูกได้ไงล่ะ วู้!
ที่มาเพราะว่า...แท่ม แทม แท๊น (ดนตรีประกอบ จินตนาการว่าเหมือนอ่ะนะ)
พาอีป้ามันมาทำรายงานค่ะ
ใช่แล้ว!แก่ป่านนี้ยังจะต้องทำรายงานอีก กรูซึ่งเป็นเพื่อนช่างเซ็งกับคุณมันจริงๆ
ไอ้เรามันก็เป็นคนดีนี่วะ ถึงหน้าไม่ให้ก็เหอะ กรูก็มาเป็นเพื่อนมันจนได้ค่ะ
ไอ้พิพิธภัณฑ์ที่ว่าข้าพเจ้าอยู่กรุงเทพฯเมืองหลวงของประเทศไทยมา กว่าค่อนชีวิต
(ได้ข่าวว่าสิบกว่าปีเองนะ)
เพิ่งรู้ว่ามันมีสถานที่แบบนี้ด้วยหรอวะ เมิงก็ช่างสรรหาเจอเนอะ(แอบด่ามันในใจ)
สงสัยจิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่ของความอยากเป็นครูเด็กอนุบาลของมัน
จะมีแรงศรัทธาที่แก่กล้ามาก โอเค!กรูเว่อร์เองแหละ
ความจริงพิพิธภัณฑ์นี้มันก็ไม่ได้อยู่ลึกลับอะไรหรอก เพียงแต่คนเราไม่สนใจจะมองมันมากกว่า
เพราะ เอิ่ม...เลือกสถานที่ตั้งได้แบบใกล้แหล่งละลายทรัพย์ของเหล่าปุถุชนสตรีไทยนี่หว่า
ทั้งJJ Mall ทั้งจุตจักร เดินมั่วๆมึนๆมาถึงได้นี่โดยไม่แวะนี่ก็เก่งสุดแล้ว
กับไอ้แผนที่ ที่นังคุณเพื่อนมันปริ๊นมาก็พอช่วยได้อยู่ ในที่สุดก็เราหาเจอกันจนได้
โดยไม่ต้องเดินรอบจตุจักรก่อน สักรอบสองรอบไม่งั้นคงได้หมดตัวกันก่อนแน่ๆ 555+
เราสองคนเดินเข้าไปข้างในกันโดยมารู้ทีหลังว่านั่นคือประตู2
ส่วนประตู1จะอยู่ข้างๆสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
ตามปกติแล้วจะต้องซื้อตัวที่ประตู1
แต่ว่าเนื่องจากพิพิธภัณฑ์ปิดปรับปรุงประตู1หรือว่าปิดถาวรไม่รู้
เขาให้เข้าทางประตู2ค่ะ ค่าเข้าก็เด็ก50บาท ผู้ใหญ่ 70 บาท โดยส่วนตัวถือว่าแพงนะ
เพราะเข้าไปข้างในก็ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่เลย หรือเพราะเราโตกันเกินไปรึเปล่าหว่า
แต่คิดว่าไม่นะ
เพราะของเล่นเด็กก็มีไม่เยอะ แต่มีตึกเดียวที่จัดว่าเข้าไปแล้วคุ้ม คือตึกวิทยาศาสตร์
เพราะตึกนี้มีอะไรให้เล่นเยอะสุดแล้ว
นอกจากนั้นก็บลาๆๆ ไม่มีไรแล้ว นอกจากห้องน้ำสวยดี
เราสองคนก็ถ่ายๆๆ ถ่ายรูปนะ ไม่ใช่อย่างอื่น แหะๆ แล้วก็จดๆๆ แล้วก็เล่นๆๆเครื่องเล่นเด็ก
วันนี้มีเด็กมาทัศนะศึกษากันเยอะด้วย ดิชั้นก็ไม่แคร์สื่อกัน แย่งเด็กเล่นอย่างไม่อายฟ้าดิน (อิพวกชั่ว)
จากนั้นก็บ่นๆๆ แม่งร้อนว่ะ ไม่มีไรแล้วเนี่ยกลับเหอะ
(นึกในใจเหมือนกันว่ามันจะทำรายงานยังไงวะ)
ตึกแม่งก็มีอยู่แค่เนี้ย 3 ตึก อันนึงก็ปิดปรับปรุงด้วย อีกอันก็เหมือนรณรงค์ลดโลกร้อน
แต่ก็แฝงโฆษณายางรถยี่ห้อหนึ่งซึ่งมันดังๆ ไอ้เราก็คิด
แหม..ประชาสัมพันธ์ปลูกฝังล้างสมองเด็กตั้งแต่ละอ่อนเลยเนอะ
โอเค!แต่มานึกไปนึกมา กรูคิดชั่วไปเองรึเปล่าหว่า
เขาอาจจะอยากปลูกฝังเด็กไทยให้ใส่ใจโลกร้อนตั้งแต่ยังเป็นวัยละอ่อนอยู่ก็ได้นะเว้ย!
เมิงจะไปคิดใส่ร้ายเขาทำไมวะ อิแอนน์ อิชั่ว!
พอออกจากตึกยางพี่มิช เราสองคนก็เดินเข้าตึกยูนิลิเว่อร์
(แม่งโฆษณาอีกแระ พีอาร์สมัยนี้มันฉลาดจริงเว้ย)
ตึกมันสวยด้วย สีออกชมพูอ่อนๆ ทรงปราสาทสโนไวท์หรือดิสนีย์นี่แหละ
พอเข้าไปพี่คนที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กกรุ๊ปที่มาทัศนศึกษาก็ทักก่อนเลย “ห้องน้ำอยู่ข้างในครับ”
ไอ้เราสองคนก็งงๆ มาบอกกรูไมวะ กรูยังไม่ได้ปวดไรสักหน่อย
หรือมันแสดงออกทางสีหน้าหว่าว่ากรูปวดอุนจิ อยากไปส่งแฟกซ์กัน
แต่พอเดินเข้าไปข้างใน เอ่อ...แม่งปราสาทร้างป่าววะ
สงสัยอิสโนไวท์มันแดกแอ๊ปเปิ้ลพิษตายห่าไปแล้วมั้ง
ปราสาทถึงได้ดูผีสิงชิบหายวายป่วงแบบนี้
ดูดีสุดคือ..ห้องน้ำเนี่ยแหละ มีทั้งห้องน้ำชาย หญิง และห้องน้ำรวมของเด็ก
มิน่า...อีตาคุณครูพี่เลี้ยงแกถึงทักเรื่องส้วมก่อนเลย สรุปเราเลยเข้ามาปราสาทเพื่อเข้าห้องน้ำกัน เหอๆ
พิพิธภัณฑ์นี้ขึ้นชื่อเรื่องส้วมสวยจริง อะไรจริงมาก ส้วมพี่แกปูหินอ่อนรอบทิศอ่ะ
สีสวยด้วยนะ ของผู้หญิงสีชมพู ผู้ชายสีฟ้า แต่แอบๆไปชะโงกดูห้องน้ำชายด้วยแหละ
เผื่อจะมีหนุ่มน้อยโชคร้ายบังเอิญเข้าห้องน้ำคนเดียว จะได้จับปล้ำ ว้าย!ไม่ใช่ๆหนูล้อเล่น อิอิ
แอบดูเฉยๆ ว่ามันต่างกันมั้ย แต่เออ..มันต่างว่ะ สงสัยอิสถาปนิกมันจะเป็นเกย์รึป่าววะ
ทำไมห้องน้ำชายมันมีต้นไม้มีอะไร สวยกว่าห้องน้ำผู้หญิงตั้งเยอะ ชิๆๆ
ด้วยความเซ็งจิตในอารมณ์ และกลัวผีนังสโนไวท์มันจะใช้คนแคระทั้ง 7 มาบีบคอ
เอาแอ๊ปเปิ้ลพิษกรอกปากให้ไปอยู่เป็นเพื่อนมันในปราสาทร้าง
น้องแอนน์กับนังป้าพลอยจึงรีบเดินจรลีออกมาจากปราสาทผีสิงเป็นการด่วน
เราจึงเดินตะล็อกต๊อกแต๊กออกมาถึงทางออกพอดี เพราะมันอยู่ข้างๆอีปราสาทผีสิงนั่นแหละ
และก็เป็นทางเดียวกับที่ดิชั้นและนังป้าซื้อตั๋วเข้ามากัน
แต่บังเอิญข้างๆมันมีห้องดิสคัฟเวอรี่อยู่ ซึ่งเรายังไม่ได้เข้ากัน
สันดานอยากรู้อยากเห็น+คิดได้ว่ากรูยังไม่คุ้มตัง70บาทเล่ยนี่หว่า เป็นตัวฉุดดึงเราสองคนเข้าไป
แต่ข้างในอะไรไม่รู้มึนๆอ่ะ ห้องมันมืดๆ ก็มีหน้าลิง(ไปถ่ายรูปคู่มาแล้ว)
และก็ของเล่นอะไรไม่รู้ ไม่เข้าใจ สงสัยมันใช้พัฒนาสมองเด็ก
(แต่ไม่ได้บอกว่าจะพัฒนาสมองป้าแก่ๆสองคน)
เราเลยตัดสินใจ พอเถอะกรูเหนื่อยแล้ว และก็เดินออกมานั่งพักเหนื่อยกินน้ำหน้าลานจอดรถ
และแอบถามทางเจ้าของร้าน แต่ก็ไม่ได้ความคิดเห็นอะไรมากมายหรอก เพราะแกคนในพื้นที่บอกด้วนศัพท์สถานที่แบบคนในพื้นที่อ่ะ ประมาณเข้าทางประตู1ไม่ได้ ไปทางประตู2ดีกว่า
แล้วก็เดินวนๆ ลัดๆเลาะๆ (ไรว่ะ)
เอาเป็นว่ากรูก็งงกันอีกรอบจนได้แหะๆ
แต่ก็ขอบคุณพี่เจ้าของร้านสองคนมากทีพยายามบอกทางเรา
พี่เขาใจดีนะว่างๆผ่านไปก็ไปอุดหนุดพี่เขาแล้วกัน
เป็นอันจบทริปแรกที่น้ำส้มผสมมะนาวปั่นของร้านพี่ขายน้ำแล้วกัน
ความคิดเห็น