Trip 02 Rot Fai Park
สถานีต่อไปสวนรถไฟชะเอิง เอย....
ไปยังไงอีกหว่า ไปไม่ถูกกันอีกแล้ว นังป้าเลยชวนนั่งรถแท็กซี่ไป(มันจ่าย)ก็เลยไป
แต่พี่(?)คนขับแท็กซี่แกก็บอกไม่เคยไป เออ..ดีจัง เราสองคนก็ไม่เคย
แล้วทำไงล่ะ
พี่แท็กซี่แกเลยชวนไปไหว้พระที่วัดพระแก้วแทน จะบ้าเรอะลุง(?) มันแทนกันได้ตรงไหน
พอบอกไม่ไป แกก็บอกสนใจไปไหว้พระที่อยุธยามั้ย
ลุงขา หน้าหนูสองคนบาปหนากันขนาดนี้ลุงเลิกความพยายามที่จะชักจูงพวกหนูเถอะค่ะ
แต่เปล่าลุงแกบอกสวนรถไฟหายากไม่สนใจไปเที่ยวดรีมเวิด์ลหรอ
เราก็บอกไปจนเบื่อแล้ว ม.ก็อยู่ใกล้ๆดรีมเวิด์ลเนี่ยจะให้ไปทำไม หนูจะไปสวนรถไฟๆๆ
สุดท้ายลุงแกเห็นเราไม่ไปแน่ๆ
แหงสิ ใครมันจะไปวะ ตั้งโปรแกรมว่าจะไปเที่ยวสวนรถไฟจะให้โผล่ไปไหว้พระที่อยุธยา
นมัสการวัดพระแก้ว แล้วเลี้ยวไปไวกิ้งที่ดรีมเวิด์ลเรอะ!
ลุงแกเลยเปิดกระจกหน้าต่างรถ แล้วถีบเรา2คนลง จบทริป!
ไม่ใช่!แกเปิดให้ถามป้าคนกวาดถนนต่างหาก
ซึ่งป้าแกก็ใจดีบอกทางให้ว่าขับเส้นนี้แหละตรงไปเห็น ปตท.แล้วค่อยเลี้ยวขวา
เราก็เออ..ดีใจกรูไม่ต้องไปอยุธยาแล้ว(55+)
เราก็รีบๆขอบคุณป้าด้วยความดีใจสุดฤทธิ์ แต่ลืมยกมือไหว้
ทั้งๆที่มีคนบอกว่าถ้าเราไหว้คนกวาดถนนเราจะโชคดี เสียดายจัง
แท็กซี่ก็พาเราขับรถตรงมาจนเจอ ป้ายปตท. แล้วก็ป้ายสวนวชิรเบญจพิศ ด้วยความโง่สุดๆเราเลยถามเพื่อนว่า...
“ไหนวะ ป้ายสวนรถไฟ ไม่เห็นมีเลยเห็นแต่ป้ายสวนวชิรเบญจพิศ”
มันก็ตอบมาว่า “ก็อีสวนวชิรเบญจพิศเนี่ยแหละสวนรถไฟ”
เพล้ง! เออกรูโง่ กรูลืมไปว่าสวนรถไฟมีชื่อจริง ชิชะ!
ค่ารถจนถึงสวนรถไฟ จากพิพิธภัณฑ์เด็กทั้งหมด 43บาท ซึ่งนังป้าเป็นคนจ่าย โฮะๆ
พอไปถึงก็ตื่นเต้นเว่อร์ๆว่าเออ กรูมาถึงสวนรถไฟแล้วนะเว้ย เลยไปถ่ายรูปกับป้ายสวนรถไฟกันคนละแชะ สองแชะ
กลัวคนไม่รู้ว่ากรูมาถึงแล้ว และเช่นกันกลัวใครไม่รู้ว่ากรูบ้านนอก
แต่ก็อย่าได้แคร์ มีใครรู้จักเราหรอ ไม่มี๊..เขาเห็นหน้าเราครั้งเดียวเขาจำเราไม่ได้หรอก
จากนั้นก็ทะเลาะกันนิดหน่อย กรูอยากถ่ายอีกอ่ะ แต่มันบอกไปเช่าจักรยานก่อนค่อยถ่ายก็ได้
เออ..เชื่อมันเลยเดินไปเช่าจักรยานคันละ20บาท 2คัน
แต่อีคุณเพื่อนมันก็เลือกมากอยากได้รถสีแดง ซึ่งไม่มี
แต่ด้วยความว้อนท์จัดของมัน เจ้าของร้ายสมเพศเลยไปยืมร้านข้างๆมาให้
ซึ่งเด็กในร้านแม่งก็โคตรกวนตรีนอ่ะ มีการบอกมีบริการปั่นให้ฟรีสนใจมั้ยครับ
เราก็ปั่นสวยๆ(มั้ง) เชิดๆ ออกไปกัน แบบไม่แคร์สื่อ
ซึ่งพอได้จักรยานแล้วคึกไอ้ตรงที่บอกจะกลับมาถ่าย กรูปั่นลืมกันแบบไม่เหลียวมองเลยแหละ
ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อมาถึงสวนรถไฟสิ่งแรกที่คุณต้องถ่ายรูปด้วยก็คือ...รถไฟยังไงล่ะ!!!!
เราก็เอาเลยครับ จัดไปทุกช็อต ทุกลีลา เท่าที่ป้าแก่ๆ2คนจะสรรหากันมาได้
แต่แล้วเสียง ปรี๊ดๆๆๆ ก็ขัดจังหวะเราขึ้น ไรวะกำลังอยู่ในท่าปีนบนรถไฟเลย อยากได้อีกสักสามสี่แชะ มาเป่าไมวะ
“2คนนั้นน่ะ ขึ้นไปบนนั้นทำไมครับ เข้าห้ามขึ้นไปถ่ายรูปบนรถไฟนะ ลงมาๆเลย”
อ้าว..เวรแล้วไง งานเข้า...
ไหนป้ายวะ ไม่เห็นมี อีสองผัวเมียก่อนหน้ากรูมันปีนนำร่องก่อนนี่หว่า เลยปีนตามกรูผิดหรอ
เราสองคนเลยบ่นๆบอกๆแกไปว่า
“ขอโทษคร่า หนูไม่รู้กันอ่ะ ไหนอ่าป้าย ไม่เห็นมีเลย”
พี่ร.ป.ภ.(ไม่กล้าเรียกยามเดี๋ยวแกโกรธ) แกก็สำรวจความสึกหรอของรถไฟ ตรงที่เราปีนกัน ซึ่งแอบคิดว่ามันจะสึกหรออะไรขนาดนั้น อิชั้นปีนกันไม่กี่วินะคุณพี่ แต่เปล่าหรอก
แกหาป้ายห้ามขึ้นรถไฟอยู่
ซึ่งมีคนชั่วร้าย ซึ่งปีนก่อนเรา แต่เราไม่รู้ว่าใคร มันช่างฉลาด ได้ทำการเอาป้ายซ่อนไว้อย่างดี
ทำให้เราโดนพี่ร.ป.ภ.หมายหัว แงๆๆๆ กรูหมดอารมณ์ถ่ายกับรถไฟทันที
แต่ก็แถมอีก2แชะ(นี่นะหมดของมัน)
แล้วก็ปั่นจักรยานไปถ่ายที่อื่นต่อ เหอๆ มาสังเกตดีๆระหว่างขับรถชมรอบๆสวนรถไฟนะ
ยามที่นี่มีเป็นแสนล้านคนอ่ะ(เปรียบเทียบเฉยๆว่าเยอะเว่อร์)
สงสัยไว้ป้องกันคนมาทำไรกันรึเปล่าหว่า
แต่ฉันยังเห็นคนนั่งสะหวีวีวีกันอยู่นะมะกี้ อ๋อ..รู้แระยามเยอะเพราะอะไร
มาจับกลุ่มคุยกันนี่เองเหอๆ
จะมาเที่ยวสวนรถไฟทั้งที่จะให้ปั่นแบบไม่มีจุดหมายก็กระไรอยู่
แหมๆเราเตรียมแผนมาดีน่า(ถึงจะไม่รู้ทางก็เหอะ)
เราจะไปถ่ายรูปที่อุทยานผีเสื้อกันค่ะ!!!
นังป้าบอกที่นั่นสวย แต่ปั่นตั้งนานจนลิ้นกรูห้อยกว่าจะถึง พอเข้าไปข้างในจริงๆ
เออ..มันธรรมดาว่ะ สวนหลวงร.๙แถวบ้านเรายังสวยกว่าอีก
แต่สงสัยมันปิดปรับปรุงมั้ง (อีกแล้ว) วันนี้มันวันซวยค่ะไปกี่ที่ กี่ที่ก็ปิดปรับปรุง เฮ้อ!
แต่เราก็เข้าไปถ่ายรูปในอุทยานผีเสื้อนะ ก่อนเข้ามีให้ลงชื่อเข้าชมด้วย เข้าไปผีเสื้อตัวใหญ่มาก สวยนะ แต่มีไม่กี่ตัว เหอๆ
สงสัยบินไปเดินเล่นออกกำลังกายกันที่อื่นกันหมด
พอออกมาก็ขับวนๆไปเรื่อยๆหาสถานีจราจรจำลอง แต่บังเอิญเจอวัดปราสาททองจำลองกับสะพานอะไรสักอย่างก่อน
เลยแวะลงไปถ่ายรูปเล่นกันสักเหนื่อย และพอขับไปเจอสถานีจราจรจำลองจริงๆ ดันไม่เข้า เพราะมันดูวังเวงได้อีกอ่ะ
สรุปกรูขับเหนื่อยมาเพื่อไรวะ เหอๆเลยตัดสินใจขับกลับ
แต่บังเอิญอีกแล้ว เจอเก้าอี้ที่ถ่ายหนังเรื่อง เฟรนด์ชิพ แต่จากสภาพที่เห็นไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันที่เดียวกัน
มันโทรมชะมัด แต่เราก็ยังถ่ายรูปกันต่อ อิอิ
เลยมาอีกนิด เจอสะพานในหนังซีซั่นเชนจ์ที่พระเอกกับนางเอกนั่งหย่อนขาเล่นที่สะพานกัน
สวย โรแมนติก แต่แค่ในหนังค่ะ ในความเป็นจริงโคตรตรงกันข้ามเลยอ่ะ
สะพานมันดูเก่าๆ เหมือนพร้อมจะพังได้ตลอดเวลา น้ำก็ดูน่ากลัวๆ แถมไคลแม็กซ์อยู่ที่...
ตัววรนุช ว่ายน้ำข้ามฝั่งเล่นอยู่ข้างล่าง
ไอ้เราก็ว่าจะไปถ่ายรูปแล้วใช้มุมกล้องถ่ายให้เหมือนในหนัง
แต่ความเป็นจริงแล้ว
“อีป้า เมิงกล้าไปนั่งที่สะพานนั้นมั้ยว่ะ” เราถาม
มันชัดเจนในตัวเองมากว่า “ไม่! กรูกลัวตัววรนุชกระโดดกัดขา” โห..อิแม่จินตนาการสูง
“แต่ถ้าเมิงอยากนั่ง กรูก็จะถ่ายให้ก็ได้นะ” มันหวังดีเสนอตัวจะเป็นตากล้องให้
เราตอบแบบไม่ทันคิดเลยว่า
“ไม่อ่ะ กรูก็ไม่กล้า กลัวเหมือนเมิง”
สรุป ไม่ได้ถ่าย ปล่อยให้ภาพในหนังอันสวยงาม มันอยู่ในหนังต่อไปอ่ะดีแล้ว เหอๆ
เราจึงปั่นกันต่อไป และไปเจอกับของเล่นเด็ก เราก็ถ่ายๆๆๆ แชะๆๆๆ
ไม่แคร์สายตาเด็กแอนด์ผู้ปกครองเด็กเลยว่ามาแย่งของเล่นลูกเขา
พอถ่ายเสร็จก็ไปปั่นเล่นอีกรอบนึง มีคนมาวิ่งออกกำลังกายด้วย แต่พี่เขาวิ่งไวมากอ่ะ แซงจักรยานของเราสองคนแบบไม่เห็นฝุ่น นี่พี่วิ่งจ๊อกกิ้งกันจริงๆหรอเนี่ย
หรือเป็นเพราะเรา2คนปั่นช้ากันเองก็ไม่รู้
สุดท้ายพอปั่นเหนื่อยแล้วเราก็เอารถจักรยานไปคืน เหมือนจะไม่มีอะไรแล้วใช่ป่ะ!
แต่เปล่าเลย จุดสำคัญมันอยู่ต่อจากนี้ต่างหากล่ะ
เราไม่รู้ว่าจะไปทางไหนต่อ เพราะตั้งใจจะไปดูหนังต่อที่โลตัสตรงข้ามเดอะมอลล์บางกะปิ
เนื่องจากเราซื้อการ์ตูนหนีตามกาลิเลโอมาอ่านกัน มันแถมบัตรส่วนลดหนัง20บาท
ที่อีจีวีและเมเจอร์
เราเลยต้องกลับไปที่เดอะมอลล์ แต่เราไม่รู้ว่าจะออกจากสวนรถไฟยังไงดี!!!
และทันใดนั้น
ลุงๆวินมอเตอร์ไซก็ทักพวกเราว่า..จะไปไหน นั่งวินมั้ย
เราก็บอกจะต่อรถไปลงเดอะมอลล์บางกะปิ
ลุงเขาก็บอก ได้ๆ เดี๋ยวนั่งวินไปลงตรงแยกบลาๆไรสักอย่างฟังไม่ทัน
เราก็เออๆไปก็ได้วะ 10 บาทเอง
เราก็นึกว่า..คนขับวินมันจะแก่ๆใช่ป่ะ หรอไม่ก็หน้าเหียกๆ
แต่เปล่าเลย!!!
ตอนแรกมีรถขับออกมาก่อนคันนึงสีแดง ไม่ได้มองอะไรมากมองคนขับแว๊บๆ
เออ..หน้าตาโอนะ ผ่านๆ ขึ้นคันนี้แหละวะ เผื่อโดนฉุดไปข่มขืนอย่างน้อยคนนี้มันก็ยังหน้าตาดีหน่อยก็เลยขึ้น555+
ส่วนนังป้าเพื่อนรัก เราไล่มันไปนั่งพี่วินที่ขับFinoสีชมพู คนขับใส่หมวกกันน็อคไม่ได้มองหน้าอ่ะ
พี่วิน(ของเรา)เขาขับรถนุ่มมากอ่ะ เข้าไปส่งเราตรงแยกที่เขาบอกอ่ะ
แล้วนังป้าก็หาเศษตังส์ไปจ่ายเงินเขา แต่มันมีแบงค์ร้อยพี่เขาเลยหาทอนนานหน่อย
เขาเลยคุยกับเพื่อนเขาคนที่มาส่งนังป้ามัน
เราแอบมองคนที่มาส่งนังป้าอ่า กรี๊ดดดดด แอบกรีดร้องในใจว่าทำไมกรูไม่นั่งฟีโน่
ทำมายกรูม่ายน้างฟีโนนนน
คนขับหุ่นดีอ่ะ สูง ขาว ตรงสเปคชิบหายเลย แงๆ เสียดายว่ะ อิจฉานังป้าก็อิจฉาที่มันได้ซ้อนท้าย
แต่ฮือๆทำตัวเองอ่ะ เป็นคนไล่มันไปนั่งเองแท้ๆ
แล้วพอจะเดินไป พี่วินคนที่ขับรถมาส่งเราก็มองหน้าเรา เราก็เลยมองหน้าพี่เขาบ้าง
เออ! แต่พี่วินของกรู(หรอ?) ก็หน้าตาดีอยู่เหมือนกันนะ
เราเลยทำหน้างงใส่เขาซะเลย 555+ เราทำหน้าแบบประมาณ แล้วกรูจะไปทางไหนต่อวะเนี่ย?
พี่เขาเลยถาม...แล้วรู้มั้ยว่าจะไปทางไหนต่อ
เราก็บอก...ไม่รู้ง่า(ทำหน้าอึนๆสุดพลัง)
พี่เขาก็เลยชี้บอก เนี่ยๆเราข้ามสะพานลอยตรงนี้ไปนะ แล้วก็เลี้ยวขวาแล้วเดินตรงไปลัดสวนตรงนั้นก็จะเจอป้ายรถเมล์
เราก็ขึ้น92หรือสาย8ต่อไปได้เลย
เราก็..อ๋อๆค่ะๆขอบคุณมากค่ะ แล้วก็ส่งยิ้ม1ที แล้วก็มองหน้าพี่เขาส่งท้าย แอบจุ๊บๆในใจ
แล้วพอลับหลังพี่เขาเท่านั้นแหละ เรากับนังป้าก็กรี๊ดขึ้นมาทันทีเหมือนโดนผีเข้า
“กรี๊ดดดด เมิงคิดเหมือนกรูมั้ย วินมอร์ไซที่นี่แม่งหน้าตาดีว่ะ” < - - -นังป้า
“เออๆเหมือนกันเลย กรูชอบคนที่เมิงซ้อนมาอ่ะ สเปคกรูเลย” < - - - นังแอนน์
“หรอๆ แต่กรูชอบคนที่เมิงซ้อนมามากกว่า คนอะไรหน้าตาก็ดี
แถมยังใจดีบอกทางเราด้วย” < - - -นังป้า
“ใช่ๆเมิง วินที่นี่แม่งคัดหน้าตาหรอวะ น่ารักสัสๆ” < - - - นังแอนน์
“เออ กรูจะจารึกไว้เลยว่าวินมอ'ไซที่สวนรถไฟหล่อ” < - - -นังป้า
“อ๊าย กรูด้วยๆ พูดแล้วอยากกลับไปอีกรอบ” < - - - นังแอนน์
“เขาเป็นคุณชายตกอับเลยมาขับวินป่าววะเนี่ย” < - - -นังป้าเริ่มเพ้อเจ้อ
“เออ..อาจจะเป็นลูกคนรวยที่เจ้าคุณพ่อใช้ให้ปลอมตัวมาทดลองงานก็ได้กรี๊ดดด” < - - - นังแอนน์
เริ่มสติแตกและแต่งเรื่องเป็นตุเป็นตะ
“พอเหอะกรูว่าเมิงชักเยอะแระ” < - - -นังป้าเริ่มได้สติคนแรก
“กรูก็ว่างั้นแหละ แต่แหม..ขอกรูฝันสักนิดสักหน่อยเหอะ ก็พี่เขาน่ารักจริง อะไรจริงนี่หว่า”
จากนั้นเราก็กรี๊ดกร๊าดในใจต่ออีกสองนาที
มาคิดเหมือนกันนะสงสัยวิญญานสก๊อยในตัวมันจะแรงจัด
ที่อีนังคุณมิ้นท์(รูมเมท)บอกว่าถ่ายรูปออกมาแล้วหน้าเหมือนสก๊อยนี่ก็คงจะ
เพราะมันอยู่ในสายเลือดล่ะมั้ง
ถ้างั้นก็ขอตั้งทริปนี้ว่า.
... หลงรักไอ้หนุ่มมอเตอร์ไซวิน...
แล้วกันเนอะ555+
ความคิดเห็น