Trip 03 Dear Galileo
หนังเรื่องนี้ตั้งใจว่าจะดูนานแล้วตั้งแต่ยังไม่เข้าโรงเลย
และตั้งใจเหมือนกันว่า..คนที่อยากมาดูด้วยคือ...นังป้าพลอยนี่แหละ
เพราะหนังสนุก ก็ต้องดูกับเพื่อนที่สนิทสิ
และที่สำคัญคือ..ตั้งใจจะไปWork & Travel ด้วยแหละ เลยมาดูไว้เป็นประสบการณ์
โดยส่วนตัวไม่ใช่นักวิจราณ์ภาพยนต์นะ และก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายกับหนังด้วย
คิดแค่ว่า..กรูได้มาดูหนังกับเพื่อนสนิท ได้มาดูหน้าเต้ยกับต่าย
แล้วก็วิวของอังกฤษ ฟรั่งเศส อิตาลี ก็คุ้มแล้วแหละ
เออแล้วไอ้ไตเติ้ลหนังมันถามใช่ป่ะว่า...
ถ้าปล่อยผู้หญิงสอบตก กับผู้หญิงอกหักมาอยู่ด้วยกัน อะไรจะเกิดขึ้น
เราก็แย่งกับนังป้าใหญ่เลยว่าขอเป็นผู้หญิงอกหักเหอะ เพราะอกหักมันยังหาใหม่ได้
แต่สอบตกนี่มันเสียเลยนะ เสียเวลาไหนยังต้องไปเรียใหม่อีก
เราเลยสรุปว่าเป็นผู้หญิงอกหัก2คนไปดูหนังกันแทน อิอิ
ค่าตั๋ว100บาท เพราะได้ส่วนลดจากหนังสือ ซึ่งคิดว่า อ่านหนังสือมาก่อนก็นะ
มันได้ฟีลกว่า และมันได้รู้อะไรที่ลึกกว่านี้อ่ะ ซึ่งในหนังไม่มี
เราเลือกดูรอบ 6โมงเย็น ซึ่งเป็นรอบเร็วที่สุด (ตอนนี้น5โมงครึ่งได้แล้ว)
แต่ตินิดหน่อยอ่ะ พนังงานทำงานกันช้ามาก ไม่น่าทันทำกินหรอกเนี่ย
พอซื้อตั๋วเสร็จก็เดินไปหาที่กดตังส์ของกรุงศรีฯเนื่องจากว่า
ข้าพเจ้าได้ยืมตังส์มันใช้ไปหลายบาทแล้ว
แต่เดินเท่าไหร่ก็ไม่เจอ เลยไปซื้อโดนัทกะเอาไปกินในโรงหนัง
และจะเดินกลับไปกดตังส์ของไทยพานิชย์
แต่บังเอิญโดนซุ้มหมอดูทักก่อน
เห็นป้ายดูลายมือ49บาท เลยให้อีป้ามันเซิร์ฟๆดูก่อน กับป้าผู้หญิง
แล้วทีนี้ลุงหมอดูผู้ชายแกเลยเรียกไปดูบ้าง เราก็เอาวะดูก็ดู
แกก็ทักบอกว่าวาสนาดี (อีกแระ กี่หมอดูก็ทักกรูแบบนี้) บอกว่าหน้าผากกว้าง
(แถวบ้านเรียกเถิก)แสดงว่าโหงวเฮ้งดี
จมูกเสือ คิ้วราชสีห์ ตาเหยี่ยว หรือไรเนี่ยแหละ ฟังไม่ทัน(อีกแล้ว)
แสดงว่าเป็นคนมีอำนาจ แต่หางคิ้วไม่ยาวเท่าที่ควรเลยไม่ค่อยมีคนเกรงใจเท่าที่ควรกัน
พอดูลายมือก็บอกเส้นชีวิตยาวมาก แสดงว่า..อายุยืน(อ้อ..กรูไม่ตายไว)
เส้นสมองก็ข้างนึงขาด แต่อีกข้างนึงยาว แสดงว่าจะโง่เป็นพักๆฉลาดเป็นช่วงๆ(มีงี้ด้วยหรอ)
เวลาสมองแล่นก็ไหลปรื้ด แต่เวลาแป๊กก็คิดยังไงก็ไม่ออก
แล้วก็เส้นนี้นูน เส้นนั้นปูด เส้นตรงนั้นเป็นหลุมเป็นล่อง
เส้นตรงนี้แตกตรงปลายเป็นแฉกเล็กแฉกน้อย(ลายมือหรืองูหว่า)
แล้วก็อีกมากมาย บลาๆๆ
แปลได้ว่า...
คุณเป็นคนวาสนาดี แต่เสียที่เป็นคนอารมณ์ร้อน หัวดื้อ แต่อนาคตจะรวยแน่ๆ
จะมีบ้านหลายหลัง มีรถหลายคัน
เรื่องความรักจะเป็นปัญหาที่สุด จะมีคนเข้ามาหาเยอะจนเลือกไม่ถูก
(จริงหรอ ทำไมที่ผ่านมาไม่มีใครเลยหว่า)
หมอแกก็บอกว่าเดี๋ยวก็เข้ามา ตอนนั้นเราจะเป็นฝ่ายบอกเลิกตลอด ไม่มีโอกาสถูกบอกเลิกหรอก
เรื่องการเดินทาง จะได้เดินทางไกลบ่อย จะได้ไปต่างประเทศแน่นอน100%
อนาคตจะเจริญจะร่ำรวยด้วยมือของตนเอง แต่ว่าในชีวิตต้องมีการล้มก่อนครั้งนึง
ซึ่งรุนแรงมากเหมือนกัน
แต่หลังจากนั้นก็จะดีแต่บริวารจะนำความเดือดร้อนมาให้นะ
และมักจะทำคุณกับคนไม่ขึ้นให้ระวัง
แต่ถ้าสนใจจะดูวันเกิดต่อเนี่ยจะสามารถบอกได้ทุกเรื่องเลยจะได้ระวังตัวถูก
สนใจมั้ย แค่300เองถ้าดูกับหมอลักษณ์หมอหยองนี่ตั้ง3000-5000เลยนะ
เราก็เลยตะโกนถามนังป้าว่า ทำไรอยู่ มันก็บอกดูดวงอยู่ มันเสีย300ไปแล้วไง
เราเลยบอกหมอว่ายังไม่ได้กดตังส์เลย
แล้วเสือกบังเอิญตรงนั้นมีตู้ธนาคารธนชาติอยู่พอดีด้วยนะ เลยจำใจไปกด
ไอ้ตัวเราไม่ค่อยอยากดูหรอก
แต่เห็นนังป้ามันดู
แต่พอกดเสร็จอีป้ามันก็ลุกออกมาก่อน เราเลยถามมันว่า..เสร็จแล้วหรอ มันก็บอกว่ายังหรอก
ฝากให้เขาดูดวงไว้ก่อน ไปดูหนังก่อน ค่อยกลับมาดู
แล้วลุงหมอดูที่ดูให้เราก็บอกว่าให้ฝากตังส์ค่าขึ้นครูไว้ก่อนเดี๋ยวออกมาค่อยมาดูต่อ
คือเราเขียนชื่อกับวันเดือนปีเกิดให้หมอดูไปแล้วไง แล้วเราก็ยังไม่เคยดูดวงวันเกิดด้วย
เลยให้ตังส์ไป500บาท
แล้วหมอก็ทอนมา200เราก็คืนหนีที่ติดอีป้าพอดี หมดตัว แล้วจะกลับบ้านไงวะเนี่ย
เราก็บอกหมอดูว่าเดี๋ยวดูหนังเสร็จจะกลับมาดูต่อนะ
หมอก็ถามว่าหนังเสร็จกี่ทุ่มอ่ะ เราก็บอกประมาณ2ทุ่ม รอได้ป่ะ
หมอก็รับปากเดี๋ยวรอๆ
เราก็รีบขึ้นไปดูหนัง แต่ในใจอ่ะมันก็กังวลลึกๆนะ ทำให้ความสนุกของหนังลดลงไปนิดนึงเลยอ่ะ
เราไม่รู้ว่าเราให้ตังส์เขาไปทำไมอ่ะ เราน่าจะบอกว่าเดี๋ยวออกมาดู
แต่ฟีลนั้นมันแบบเหมือนมีอะไรมาดึงดูดใจเราว่า เพื่อนเรามันก็ดูอ่ะ เสียตังส์ไปแล้วด้วย
เราเองก็เขียนชื่อให้หมอไปแล้วด้วยไรแบบนี้ เราเลยให้ไปอ่ะ
แต่พอเข้าไปในโรงหนังอ่ะ เราก็กังวลใจ
คิดว่ากว่าจะออกไปเขาต้องไม่รอเราแน่ๆเลยไรแบบเนี้ยอ่ะ
ประมาณว่าเราเสียดายตังส์ มันใช่ว่าเรามีเงินเหลือเฟือนนะที่เราไปดู เราดูไปเราก็หมดตัวเลยนะ
ตังส์ก็คงต้องยืมไอ้ป้ากลับบ้านแน่ๆ
แล้วแบบยิ่งคิดว่ากว่าพ่อจะหาตังส์มาได้พ่อต้องลำบากแค่ไหนเราก็ยิ่งรู้สึกแย่แล้วอ่ะ
ก็แบบปลอบใจตัวเองว่าดูครั้งนี้แล้วจะไม่ดูอีกตลอดชีวิต แต่แหม..มันไม่จริงหรอก
ดูแล้วก็ดูอีก ผู้หญิงกับดวงมันเป็นของคู่กันอยู่แล้ว
เข้าไปในโรงหนังแต่ก็ยังไม่ได้ดูหนังเลยนะต้องดูโฆษณาหนังใหม่ก่อน
แล้วไตเติ้ลโฆษณาหนังใหม่นานมากอ่ะ ถ้าเราดูดวงต่อป่านนี้คงจบไปแล้วอ่ะ
คงไม่ค้างคาใจแบบนี้หรอก
แต่เราก็พยายามดึงอารมณ์กลับมาหาหนังให้มากที่สุดอ่ะ
จะได้สนุกกับมันจะได้ไม่เครียด
แล้วแบบหนังมันก็บีบคั้นอารมณ์เราสุดๆ เราเป็นคนแคร์เพื่อน แคร์ครอบครัว
แล้วก็แคร์ตัวเองมากอ่ะ
ซึ่งหนังมันให้เราได้ทุกรสเลย
เราดูไปได้ประมาณต่ายกับเต้ยกำลังทะเลาะกัน แล้วแม่ก็โทรมาพอดีว่าอยู่ไหน
แล้วก็ด่าๆว่าเราชอบไปเที่ยวไปแรด คิดว่าโตแล้วใช่มั้ยจะทำอะไรก็ได้ใช่มั้ย
วันๆขอแต่ตังส์หาแต่เรื่องเสียเงิน
แล้วแบบเรารู้สึกแย่มากอ่ะเราก็เงียบ แม่ก็เลยว่างหูไป ตอนนั้นมันประมาณทุ่มครึ่งได้แล้ว
ซึ่งมันก็ดึกแล้วนะ
แล้วกว่าหนังจะจบอีก คือแบบอีกนานเลย
เราก็รู้สึกไม่ดีมากๆเลย กลัวกลับไปแล้วโดนด่าอ่ะ
แต่เราก็ดูหนังจนจบนะ แม้จะสนุกบ้างไม่สนุกบ้างเพราะใจเรามันไม่สงบ
แต่โดยรวมเราว่าหนังมันให้แง่คิดดีอ่ะ เสียอย่างเดียวว่ามันจบไม่เคลียร์ไปหน่อย
เรายังรู้สึกคาใจอ่ะ
ประมาณว่า เมิงจบแบบนี้เลยหรอ กรูไม่เข้าใจ กรูไม่เคลียร์นะเนี่ย
แต่เหมือนหนังมันไปจบให้คิดมากกว่าว่ามันเป็นยังไงต่อไปไรแบบนี้
แล้วข้อคิดที่สำคัญเลยนะเราว่า...
ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ ซึ่งวิธีแก้มันก็เป็นสิ่งง่ายๆใกล้ตัวซึ่งเราไม่เห็นมันเอง
นั่นคือ..การยอมรับผิด และขอโทษ!!
แค่เพียงเราไม่คิดเข้าข้างตัวเอง และยึดมั่นในกฏเรื่องผิดพลาดหลายอย่างมันคงไม่เกิดขึ้น
กฏ คือ ความจริงที่เป็นจริงเสมอ ไม่มีอะไรมาหักล้างได้
ซึ่งถ้าต่าย หรือเชอร์รี่ในเรื่อง ไม่แหกกฏที่ตั้งไว้ เรื่องแย่ๆหลายเรื่องมันคงไม่เกิดขึ้น
ถ้าเชอร์รี่ไม่ปลอมลายเซนต์อาจารย์ก็คงไม่ติดเอฟ และต้องพักการเรียน
ถ้าเชอร์รี่ไม่หยุดงานโดยไม่บอกเหตุผลก็คงไม่โดนไล่ออกจากร้านอาหารที่ทำอยู่
ถ้าเชอร์รี่ไม่โกงค่าตัวรถไฟและทำให้นุ่น(เต้ย)ต้องเลียนแบบและพลอยเดือดร้อนไปด้วย
ถ้าเชอร์รี่ไม่โกงร้านอาหารที่ไปทำที่อิตาลี โดยให้นุ่นช่วย นุ่นก็คงไม่ถูกจับและส่งตัวกลับเมืองไทย
ไม่ทำให้กฏที่สัญญากันไว้ว่า เราจะไม่ทิ้งกัน ต้องพังลงไป
และเช่นกัน
ถ้านุ่นไม่เอาแต่ใจตัวเองและไม่ล้ำเส้นเข้าไปในวงกลมของชีวิตตั้มมากเกินไปนุ่นกับตั้มคงไม่ต้องเลิกกัน
และวงกลมสองวงก็คงยังอยู่ด้วยกันตลอดไป
ถ้านุ่นไม่ตามเพื่อน ไม่เลียนแบบทำตามในสิ่งที่ไม่ดีของเชอร์รี่นุ่นก็คง...
ไม่ต้องถูกไล่ออกจากร้านอาหาร
ไม่ต้องวิ่งหนีตำรวจเรื่องโกงตั๋วรถไฟ
ไม่ต้องถูกตำรวจอิตาลีจับส่งตัวกลับประเทศ
แค่เพียงนุ่นมีความกล้าพอที่จะไม่เอนเอียงตามเพื่อนในสิ่งที่ผิด
เมื่อนั้นกฏที่สัญญากันไว้คงไม่ถูกทำลาย
นั่นคือสิ่งที่หนังอยากบอกเราว่า...
ให้แยกให้ได้ว่าอะไรถูก อะไรผิด และเมื่อผิดก็ต้องยอมรับผิด และไม่ทำผิดพลาดอีก
อืม..พอออกจากโรงหนังเราก็คิดได้อ่ะว่าเราผิด ที่ออกมาเที่ยวดึกเกินไป
ถึงแม้เราจะโตแล้ว ถึงแม้ว่าเพื่อนจะเที่ยวได้โดยที่แม่มันไม่ว่า
แต่ไม่ได้แปลว่าครอบครัวเราจะต้องเหมือนกับมัน
เราเลยตัดสินใจว่าจะโทรไปขอโทษแม่
แต่ทีนี้เราก็แวะไปดูซุ้มที่หมอดูเขาดูดวง เหอะๆ อย่างที่คิด ปิดร้าน หายต๋อมกันไปหมด
เราเสียดายเงินว่ะ แต่มันก็เพราะเราโง่เองอ่ะ
เราก็จะจำกันไว้เป็นบทเรียนว่าครั้งนี้เราโง่แล้ว ครั้งหน้าเราจะต้องไม่โง่อีก
คิดซะว่ามันเป็นการเสียค่าโง่ราคา300บาทวะ
แต่เราก็ยังลองสอดโน๊ตไว้หน้าร้านนะว่าเรา2คนที่มาดูดวงไว้ แต่หนังมันเลิกดึก
ออกมาร้านมันปิดพอดี
ยังไงช่วยติดต่อกลับที่เบอร์นี้ๆๆด้วยนะ
เราสองคนก็ให้เบอร์ไป เราไม่รู้ว่าเขาจะโทรมามั้ย แต่อยากน้อยเราก็ได้ลองทำอะไรดูบ้าง
ก็แค่ลองใจคนว่าจะเป็นยังไง
ถ้าเขาเชิดเงินเรา เราว่าคนแบบนี้ชีวิตคงไม่เจริญหรอก
แต่ถ้าไม่ คือเขาโทรมาเราก็เออ..จะคิดว่าเขาเป็นหมอดูที่ดีคนนึงนะ
เราก็จะไม่อาฆาตไม่อะไรต่อหรอก
แต่ลึกๆกลัวมันไม่ใช่อย่างงั้นอ่ะ มันเสียดายตังส์
เหมือนครั้งโดนโน้มน้าวใจให้ซื้อครีมอะไรไม่รู้ที่ซีคอน แพงชิบหาย
แล้วตอนนั้นสั่งไรไปไม่รู้ประมาณ500กว่าบาท
แต่บอกว่าไม่มีตังส์ขอวางมัดจำไว้ร้อยนึง
แต่กลับบ้านมาคิด
เลยกะว่าไม่เอาแล้วครีมยอมเสียค่าโง่ไปร้อยนึงดีกว่าซื้อครีมอะไรไม่รู้ตั้งห้าร้อยมาใช้
นี่ก็คงเหมือนกันอ่ะ แต่กว่าจะทำใจได้ก็นานอยู่นะ
เฮ้อ!!
พอเห็นร้านมันปิดแล้วเซ็งตับจับใจ
กะจะกลับบ้านแต่อีป้าต้องไปซื้อโทรศัพท์ให้แม่มัน ไอ้ใจเราก็ไม่อยากทิ้งเพื่อนเลย
ไม่อยากเป็นเหมือนในหนัง
แต่แม่อ่ะก็รออยู่ที่บ้าน
แล้วป้ามันเลยให้ตังส์มา40ค่ารถ เราก็รับๆตังส์มา แล้วกะจะไปซื้อโทรศัพท์เป็นเพื่อนมัน
แต่พอคิดว่ามันดึกแล้ว และก็เป็นห่วงแม่มากกว่าเลยขอตัวกลับบ้านดีกว่า
สุดท้ายแล้ว...เรารู้สึกว่าตัวเองไม่ต่างอะไรกับเชอร์รี่เลยที่เห็นแก่ตัวเองจนทิ้งเพื่อน
แต่ใจเราตอนนี้มันคิดถึงครอบครัว
ระหว่างทางก็รีบวิ่งไปขึ้นรถตู้ ไม่รู้สินาทีนั้นมันกังวลใจอ่ะ
เลยโทรไปหาแม่ แม่ก็ถามว่ามีอะไร เราก็บอกเพิ่งดูหนังเสร็จนะ กำลังจะขึ้นรถกลับบ้าน
แม่ก็ด่าๆมา เราก็บอกขอโทษทีกลับดึก ก็หนังมันเลิกช้า ที่ดูก็เพราะมันได้บัตรลดมา ไรแบบนี้
แล้วแม่ก็ด่ามาอีกว่า ให้รีบๆกลับมาเลยนะ เราก็รีบขึ้นรถตู้กลับบ้านทันที
พอถึงบ้านก็เห็นประตูบ้านเปิดอยู่ พอเดินเข้าไปในบ้านก็เห็นแม่ยืนดูหนังอยู่
เหมือนกับแม่ยืนรอเรา เราก็รู้สึกว่าเราเถลไถลมากเลยนี่มัน4ทุ่มแล้วอ่ะ
พอมาถึงเราก็ยืนถอดรองเท้าใจคอไม่ดีเลยทำไมแม่ไม่พูดอะไรเลยอ่า
แม่จ๋า...ด่าหนูหน่อยเถอะ เผื่อหนูจะรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
พอหนังจบ แม่ก็หันมามองหน้าแล้วก็บอกประมาณคาดโทษว่า ..ระวังตัวไว้นะ
เดี๋ยวหนีชอบหนีไปแรดหรอไรแบบนี้
เราก็เออ..รู้สึกโลกอกมานิดนึงว่าอย่างน้อยแม่ก็ยังพูดกับเรา
เพราะเรารู้ว่าแม้เป็นคนนิสัยเหมือนเรา คือชอบปากแข็ง
ห่วงนะ แต่ไม่พูดตรงๆหรอก
คือเราแบบไปดูหนังแล้วรู้สึกเข้าใจแม่มากขึ้นอ่ะ
ว่าที่ท่านด่า ที่ท่านดุอ่ะ ก็เพราะท่านเป็นห่วงเรานะ
เราเข้าไปในครัว เราก็เจอกับข้าววางอยู่ แม่ทำกับข้าวที่เราชอบพอดี
เพราะรู้ว่าวันนี้เรากลับมาหลังจากไม่กลับมาตั้งเกือบเดือน
ทั้งๆที่เราควรจะได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน
ในครอบครัว แต่เรากลับไปเที่ยวข้างนอกแทน เรารู้สึกแย่ว่ะ
ที่ปล่อยให้พ่อแม่ต้องรอเรา
วันนี้แม่ชื้อผลไม้ มีมะขาว มะม่วง เงาะ ลำไย มาด้วยเพราะรู้ว่าเราชอบกินผลไม้
แล้วไปอยู่หอเราไม่ได้กินเลย เพราะเราไม่ชอบไปตลาด เราขี้เกียจไปซื้อ
ซึ่งแม่เข้าใจว่าแถวหอเราหากินได้ยาก
แล้วแบบพอนึกย้อนในอดีตเราเคยทำไม่ดีกับแม่กับพ่อไปหลายอย่างมาก
เพราะความอารมณ์ร้อนหัวดื้อ
เอาแต่ใจ ไม่ยอมคนของเรา ทำไมเราไม่คิดได้ก่อนหน้านี้นะ เราจะได้ไม่ทำให้พ่อแม่เสียใจ
ซึ่งการไปเที่ยวในวันนี้สอนอะไรเราได้หลายอย่างมาก
มันมีค่ายิ่งกว่าการนอนหายใจทิ้งไปวันๆของเรา การเล่นเน็ตอย่างไร้สาระเป็นไหนๆ
แล้ววันนี้มันคงไม่สายไปใช่มั้ยที่เราจะปรับปรุงตัวเอง
จะเป็นลูกที่ดี จะใจเย็นกว่านี้ จะเชื่อฟังพ่อแม่ จะไม่เถียงพ่อกับแม่อีก จะเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียนมากกว่านี้
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
ความคิดเห็น
น่ารักดีนะ เป็นห่วงแม่ด้วย แต่เรื่องใจอ่อนจนโดนหลอกนิ
ต้องปรับปรุง นะจ๊ะ^^