
สำหรับเรื่องกบฎรักจอมแผ่นดิน พอรู้ว่า นิยายวายประวัติศาสตร์ก็ไอ้เราหูผึ่ง....
เริ่มต้นจากการเห็นรูปตัวละครในเน็ต พอเห็นว่านายเอกสวย....
เจ๊เลโอก็เริ่มทำการตามหาข้อมูลทั้งเรื่องย่อ บทวิจารณ์
แล้วก็ตามไล่ดู คลิปวีดีโอในเน็ต สุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จ
เพราะในเน็ตเล่นพ่นภาษาเกาหลีทั้งเรื่อง เล่นเอาไอ้เราเอ๋อไปพักนึง
พยายามเดาว่าพูดอะไรกันอยู่ก็เดาไม่ออก
(ขนาด พีชเมคเกอร์ที่พล่ามภาษาอังกฤษทั้งเรื่อง
กว่าจะเข้าใจก็เต็มกลืน นังเลโอมันไม่เก่งภาษานี่หว่า )
ก็เลยเริ่มเปลี่ยนแผนไปหาดูที่ร้านเช่าวีดีโอ จะหาพาทย์ไทยมาดูให้ได้
ก็ยังก็หาดูไม่ได้แถมไปร้านซื้อก็ยังหาไม่เจอ ดันไปเจอหนังโป๊แทน วางเกือบไม่ทัน =_=”
นังเลโอก็เลยยอมสะบัดธงขาว ท่าจะหาดูไม่ได้จริงๆ
ไปๆมาๆ เมื่อคืนไปแวะเช่าการ์ตูน เดินไปเดินมา ดันมาเจอฉบับการ์ตูนเข้าจนได้
แหม่...ชีวิตเรานี่มันพัวพันกับการ์ตูนแล้วก็นิยายเทือกนี้จริงๆแฮะ
หาหนังไม่เจอดันมาเจอการ์ตูนแทน
เป็นการ์ตูนที่วาดตามภาพยนตร์ แต่ถ้าดูในหนังดูเหมือนจะละเอียดกว่า
(จะเอาอะไรมาก ก็เล่มเดียวจบนี่หว่า)
โหย....พอได้อ่านเล่นเอาน้ำซึม เรื่องมันลึกซึ้งน่าดูเลย
เป็นรักแบบบริสุทธิ์ รักที่หัวใจไม่มีเรื่องร่างกายเข้ามาเกี่ยวข้อง ที่เหมือนจะไม่วายแต่ก็วาย (วุ้ย)
คนหนึ่งยอมทำทุกอย่าง เพื่อปกป้องคนที่ตัวเองรัก (รึเปล่า)
คนหนึ่งมีทุกสิ่งทุกอย่าง แต่กลับไม่มีความสุข ต้องใช้ชีวิตกับโศกนาฏกรรมที่ไม่อาจลืมเลือน
อีกคนหนึ่ง ขอแค่ให้เขามีความสุข ยิ้มได้อีกครั้ง
กองกิล กับ จางซัง หนีหัวซุกหัวซุนจะคณะละครหลังจากพลั้งมือก่อเหตุฆาตกรรมเมื่อกองกิลถูกขายร่างกายให้ขุนนาง มาแสดงตลกล้อเลียนพระราชาที่หลงมัวเมาในสตรี จนโด่งดังเลื่องลือ ได้ฉายาว่า “ราชานักแสดง”
แหม...แต่เอาของสูงมาเล่นอย่างนี้จะได้ลอยหน้าลอยตานานเรอะ ไม่นานคณะตลกของทั้งสองก็โดนจับข้อหาหมิ่นเบื้องสูง จางซังจึงต่อรองว่าถ้าเขาเล่นตลกให้พระราชาที่ไม่เคยหัวเราะ ให้หัวเราะได้ ก็ขอให้ถือว่าพวกเขาไม่ผิด
แต่เล่นตลกแบบนั้น มันจะทำให้คนที่ถูกดูหมิ่นมีความสุขได้ยังไงกันล่ะเนอะ ไอ้พวกลูกน้องเลยพากันมือไม้สั่น ทำอะไรไม่ถูก ให้จางซังที่พอตั้งสติได้เล่นงกๆเงินๆอยู่คนเดียว จนกระทั่งกองกิลต่อมุขได้ ละครของพวกเขาประสบความสำเร็จ

พระราชาหัวเราะจนได้
ในขณะเดียวกันกองกิลก็รู้สึกว่ารอยยิ้มของพระราชางดงามเหลือเกิน อยากทำให้เขามีรอยยิ้มที่สดใสอย่างนั้นตลอดไป ( มั้ง )

ในที่สุดคณะละครเร่ได้เป็นตลกหลวงในวัง และ พระราชาก็โปรดกองกิลมาก เรียกมาเล่นด้วยทุกคืน ( อย่าเพิ่งจิ้น เรื่องนี้มันบริสุทธิ์) จนจางซังเริ่มตงิดใจ
แต่แล้วโศกนาฎกรรมก็เริ่มขึ้น เมื่อจางซังได้รับการว่าจ้างจะขุนนางที่ภักดีต่อองค์กษัตริย์ ให้แสดงละครล้อเลียนขุนนางที่ทำการฉ้อราษฎ์บังหลวง และยิ่งเมื่อเหตุการณ์ในละครเกี่ยวข้องกับการตายของพระมารดา ก็ทำให้ทุกๆครั้งที่มีการแสดงละครจะมีคนตายอยู่เรื่อยไป

เมื่อเห็นเช่นนั้นจางซังจึงชวนกองกิลให้หนีออกไปจากราชังที่กรุ่นไปด้วยความบ้าคลั่งนี้ แต่กองกิลไม่อาจละทิ้งพระราชาที่จมปลักอยู่กับความโศกเศร้าได้จึงตัดสินใจอยู่ต่อ
แต่แล้วกองกิลกลับถูกใส่ร้ายป้ายสีว่าเป็นผู้ต่อต้านพระราชา (มั้ง) จางซังจึงออกตัวรับแทนกองกิลเอง และถูกตัดสินโทษให้ประหารชีวิต โดยที่กองกิลไม่อาจทำอะไรเพื่อช่วยเขาได้เลย
แต่จางซังได้รับการช่วยเหลือให้หนีออกจากคุกไปจากขุนนางคนหนึ่ง แต่แทนที่จะหนี เขากันกลับไปที่วังอีกครั้ง (เพื่ออะไรฟะ....เพื่อกลับไปหากองกิลอีกครั้งมั้ง) ไปเล่นตลกต่อหน้าพระพักตร์อีกครั้ง ตอนแรกก็ดีๆ พระราชายิ้มๆคล้ายว่าพึงพอใจ แต่ดันไปเล่นแทงใจดำตรงที่
“แต่สุดท้ายก็เบื่อเล่นกับสตรีเพศ เรียกได้ว่าคราวนี้หันไปสนใจบุรุษเพศแทน”

ปากบอนเป็นเรื่องสิทีนี้ ปลาหมอตายพระปากแท้ๆ พระราชาเลยตัดสินให้เอาไฟจี้ตาเสีย เพื่อให้จางซังสูญเสียทุกอย่างไป เพราะเหตุการณ์กองกิลถึงกับกรีดข้อมือฆ่าตัวตายพลางเล่นตุ๊กตาหุ่นถ่ายทอดความรู้สึกของจางซังให้พระราชาฟัง (ชอบฉากนี้ทั้งในหนังทั้งในการ์ตูนเลย สะใจดีพิลึก)
แต่นายเอกเรายังไม่ถึงคราวตาย พระราชาช่วยเอาไว้ก่อนที่จะได้ตายสมใจ
และในขณะนั้นก็มีการก่อกบฏเพื่อล้มล้างพระราชาและคณะตลกขึ้น....
วันที่กบฏบุกเข้าไปในวังเป็นวันที่จางซังกับกองกิลเล่นละครครั้งสุดท้ายต่อหน้าพระพักตร์ ทั้งสองคนไต้ขึ้นบนเชือกสูง กึ่งกลางระหว่างผืนดินกัน ผืนฟ้า
“ถ้าเกิดใหม่ท่านอยากเป็นอะไร จางซัง .....ขุนนางรึ” กองกิลถามทั้งน้ำตา
“ไม่”
“กษัตริย์งั้นรึ”
“นั่นก็ไม่ใช่
.ข้าอยากเกิดเป็นนักแสดงอีก”
“โง่จริง ทั้งๆที่การเป็นนักแสดงต้องทำให้ท่านทุกข์ทรมานถึงเพียงนี้”
“แล้วเจ้าอยากเป็นอะไรล่ะ กองกิล”
“ข้า...ก็อยากเกิดเป็นนักแสดงเช่นกัน”
แล้วร่างของทั้งสองก็ร่วงลงสู่ผืนดิน
โอ้ย....ซึ้งโว้ยยยยยยยยย!!! ขนาดการ์ตูนยังซึ้งขนาดนี้ ในหนังจะขนาดไหนเนี่ย ( แต่คงไม่ซึ้งมั้ง เพราะฟังไม่รู้เรื่อง) แต่อดคิดไม่ได้ว่าในการ์ตูนวาดออกมาสวยกว่าในหนัง พระเอกหล่อ รอยยิ้มของพระราชาดูบริสุทธิ์จริงๆ แต่กองกิลวาดออกมากึ่งๆของผู้ชายกับผู้หญิงเลย คือไม่เหมือนผู้ชาย แต่ก็ไม่ใช่ว่าสวยเลิศเลอ อยากมีเครื่องแสกนจังจะเก็บเอาไว้ดูเล่น

วันนี้จะเช่าเรื่องอะไรมาดูดีหว่า.....
เอ้าไหนๆก็ไหนๆ ขอพูดถึงการ์ตูนอีกเรื่องที่เช่ามาแล้วกัน เรื่องนี้เรื่อง อุซางิ นินจาสาว
แค่ชื่อเรื่องก็คงไม่อยากอ่านแล้วล่ะสิ ไม่มีอะไรโดดเด่นเลย ทั้งสีปก ลายเส้น ยันชื่อเรื่อง แต่นังแจมกลับมีเกือบครบทุกเล่ม
เรื่องนี้ซื้อครั้งแรก ก็ตอนที่เล่ม 1 มันโละขายเล่มละ 8 บาท พอได้อ่านก็ เออ....สนุกดีนี่หว่า ติดงอมแงมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เรื่องนี้เป็นการ์ตูนที่เกือบเรทในช่วงกลางๆแต่ก็ไม่เรท นางเอกติงต๊อกเหมือนการ์ตูนรักหวานแหววไร้แก่นสารเรื่องอื่นๆ แต่ที่ต่างออกมาคือนางเอกจะค่อยๆเติบโตขึ้นเรื่อยเมื่อพบแต่ละเหตุการณ์ พอมาอ่านถึงเล่ม 13 แม่นางเอกจะแต่งงานกับพ่อหน้าเคะโว้ยยยย!!
ผู้ชายอะไรวะ สวยที่สุดในเรื่อง ( ยกเว้นแม่หญิงซากุระ เจ๊แกสวยกว่านิดหน่อย ) อ่อนหวานทั้งนิสัยทั้งหน้าตา จนนางเอกแทบจะเป็นเมะแทน เป็นคู่ที่ให้ความรู้สึก Yuri แทนที่จะเป็นคู่ชาย-หญิงธรรมดา ( ไปคู่กับโกเอมอนไป๊ ตรูไม่เชียร์ Yuri ตรูเชียร์ Yaoi ) แถมยิ่งตอนเฮียแกยั่วยังเซ็กซี่ซะไม่มี เล่นเอาคนอ่านเลือดกำเดาจะหก
แต่ถึงจะสวยแค่นั้น นางเอกก็ดันไปรักมั่นกับพระเอก จนต้องอกหักดังเป๊าะระลอกสอง
ให้โกเอมอนดามหัวใจดีกว่าหนู หรือไม่ก็แย่งพระเอกจากนางเอกแมร่งเล้ย ป้าเชียร์สุดใจ โฮะๆๆ
ความคิดเห็น
อยากอ่านอ่า
เปิดเทอมเอามาให้เราอ่านด้วยนะ
จุฟๆ