Come Back กลับมาแล้ว..โลกโอโตเมะ

ตอนที่ 3 : Once upon a time, Love is pain.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 287
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    3 ธ.ค. 60


                                                                                                                                                                [CHAPTER   :  III ]


RINDEL

Once upon a time, Love is pain.'

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว….ความรักเป็นเรื่องเจ็บปวด

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

           

                รินเดลมองสองข้างทางสัญจรที่เต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ขายเต็มทางเดิน ดีหน่อยที่ถนนเป็นสองทาง รถม้าสวนกันไปมาหวาดเสียวจะเฉี่ยวกัน ผ้าม่านที่ทำด้วยผ้าโปร่งบางปลิวเล็กน้อยตามแรงลม พอให้เห็นเงาเลือนรางของบุคคลภายในรถม้า ดวงตาสีฟ้ามองตลาดอย่างสนใจ เมื่อไม่มีอะไรน่าสนใจจึงหลุบตาต่ำมองสำรวจรถม้าแทน


            เป็นจังหวะที่ลมปริศนาพัดจนผ้าม่านปลิว ผมปลิว ดวงตาสีฟ้ามองออกไปพอดี เพียงแค่ชั่วขณะก็ทำให้ใครหลายคนหยุดหายใจไปช่วงหนึ่งโดยเฉพาะคนที่เฝ้ารออยู่ รินเดลหันกลับมาสำรวจรถต่อผ้าม่านร่วงหล่นกลับตามเดิม


            “ยัยรินเดลหรอ?”ชายหนุ่มสองคนที่พยายามแอบตามรถมาเพื่อจะดูว่าสาวงามใดที่อยู่ภายในรถม้า เพราะเมื่อเห็นแค่แวบๆยังสวยเพื่อนและเขาเลยสุมหัวกันใช้เวทย์เปิดผ้าม่านนั้น


            เส้นผมสีชมพูปลิวเล็กน้อยอย่างคนหัวฟูง่าย ดวงเนตรสีฟ้าสดเรียบนิ่งราวกระจกที่หลุบตามองเมื่อครู่ บรรยากาศผ่อนคลายเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ที่มองไปยังเนตรสีนภา แพขนตายาวกระพริบทำให้คันยุบยินในใจเล็กน้อย


            “ไม่มีทางๆๆ”เพื่อนอีกคนส่ายหัวคอแทบหัก จากผลสรุปแล้วไม่มีใครคิดว่าคนที่อยู่ในรถม้าเป็นรินเดลแต่เป็นใครสังคนที่บังเอิญเหมือนรินเดลเท่านั้น..


            ทางรอบด้านเงียบลงเมื่อพ้นเขตตลาด รถม้าหักเลี้ยวซ้ายจนเธอตัวโคลงเล็กน้อยอย่างไม่ได้ตั้งตัว ฝั่งขวาน่าจะเป็นทางไปโรงเรียนเวทมนตร์ บ้านเรือนแออัดไม่น้อย มีร้านค้า ร้านหนังสือครบครัน ไม่นานนักเธอก็ถึงรั้ววัง ที่มีทหารยืนอยู่นอกรั้วกำแพงเรียงยาว วังตั้งอยู่บนเนินเขาทำให้ดูเด่นไม่น้อย


            ตัววังประดับด้วยกระจกและกระจกสี ทำให้ดูสวยงามไม่น้อย ประดับด้วยรูปปั้นทวยเทพชี้ดาบประสานกัน ในความคิดรินเดลมันก็สวยแต่สวยสู้ในโลกนู้นไม่ได้  รินรดาเป็นเด็กร่ำรวยเคยเข้าชมวังหลายแห่งที่เขาอนุญาตให้เข้าชม


            ความตื่นตะลึงหรือตาพร่าจึงไม่ปรากฏเท่าใดนัก รถม้าหยุดลงอัศวินทางวังเปิดประตูรถม้าให้เธอ รินเดลดึงกระโปรงขึ้นเล็กน้อยเพราะกลัวเหยียบจนเสียหลัก น่าแปลกที่อัศวินยื่นมือมาให้ ไม่รู้ฤทธิ์ของรินเดลคนเก่าหรือไง?


            เธอได้ยินเสียงหายใจเขาหยุดชะงักเล็กน้อยอย่างประหม่าเมื่อเธอมองมือเขานานไป ก็ตามภาษาอัศวินมือต้องกร้านเพราะจับดาบ ถ้าเป็นเธอคนเก่าคงตีมือข้างนี้เป็นแน่แล้วด่าว่าสกปรก เพราะเธอไม่ได้ใส่ถุงมือ มือจึงต้องสัมผัสกับอีกฝ่ายโดยตรง


            ในจังหวะที่เขาชักมือกลับแต่เธอกลับเร็วกว่าเธอจับมือเขาแล้วพยุงตัวเองออกจากรถม้า มือของเขาชื้นเหงื่อเล็กน้อยเพราะต้องยืนอยู่กลางแดดเพราะเธอ โดยไม่คาดคิดว่าการกระทำทั่วไปทำให้ใจอัศวินหนุ่มกระตุกเบาๆ ไม่รู้ว่าเพราะตกใจหรืออะไร เมื่อเธอลงได้ไม่นานเขาก็พยุงเธอออกห่างจากรถม้าเพื่อจะเอารถไปเก็บ


            เมื่อตั้งหลักได้จึงละมือออก มาจับกระโปรง ก่อนยกขึ้นแล้วย่อตัวลงเล็กน้อย ทุกการกระทำสง่างามสร้างความประทับใจให้อัศวินแถวนั้นไม่น้อย โดยเฉพาะอัศวินหนุมตรงหน้า


            “ขอบคุณ ท่านอัศวิน อภัยให้เราด้วย เมื่อครู่เราเหม่อไปหน่อยเท่านั้น อับอายท่านแล้ว”ร่างเล็กยิ้มเล็กน้อยก่อนก้มหัวอย่างง่ายดายเพื่อขอโทษอัศวินตรงหน้า ที่ตอนนี้โบกมือเป็นพัลวัน

           

            “เอ่อ ไม่เป็นไรขอรับ ท่านหญิงรินเดล”อัศวินน้อยเชื้อเชิญอีกฝ่ายไปยังสถานที่นัดหมาย รินเดลค่อนข้างสนใจดอกไม้ใบหญ้าจึงเดินค่อนข้างช้าและออกจะเหม่อไปบ้าง การเดินค่อนข้างเอื่อยเฉื่อย ตามคนนำทางไปเรื่อยๆ


            รินเดลไม่ค่อยเข้ามายังทางนี้มานัก มันเป็นสวนกระจกพืชพรรณหายาก ที่ทางวังค่อนข้างหวงแหนไม่สิต้องบอกว่าพระราชาค่อนข้างหวงมันมากกว่าลูกชายเสียอีก พระราชามีราชินีสองคน คนแรกเสียไปแล้ว มีฝาแฝดคู่หนึ่ง ส่วนราชินีคนที่สองยังไม่ตาย มีอัลเฟรดให้


            ทางเข้าสวนกระจกก็เต็มไปด้วยพืชพรรณหายากมากมายจนบ้างครั้งเธอหยุดอย่างสนใจ จนลืมไปว่าคนที่นัดพบคือพระราชา เลยพยายามเร่งฝีเท้าเพื่อให้ทันเวลา จนมาต้องชะงักเมื่อเจอทางแยกแต่ไม่ใช่เพราะสับสนแต่เพราะดอกไม้ที่ตั้งกลางทางแยก


            มันคือดอกนาร์ซีซัส ดอกไม้ที่แสดงถึงการเกิดใหม่และการเริ่มต้น..


            ร่างเล็กหลุบตาต่ำอย่างเผลอตัว ความคิดฟุ้งซ่านถึงโลกเดิมที่เธอรัก เพื่อนที่แสนดีและครอบครัวอบอุ่น ความรู้สึกเศร้าจู่โจมมาอีกระลอกเมื่อคิดถึงที่โลกเก่าแต่ก็รีบปล่อยผ่านโดยเร็ว อัศวินหนุ่มหันมาเล็กน้อยอย่างจับความรู้สึกได้ สายตาประสานกันแต่เธอไม่ได้หลบอย่างเลดี้ทั่วไป มองกลับอย่างสงสัย


              อัศวินหนุ่มน้อยหันกลับจนมีเสียง ขวับ เบาๆ เสียงขออภัยก็เบาตามเช่นกัน นางร้ายอย่างหล่อนหลุดหัวเราะเสียงเบาด้วยความเอ็นดู(?)เมื่อเห็นเสี้ยวหน้าคมแดงเรื่อๆเหมือนสาวน้อย


            สวนกระจกปรากฏอยู่ตรงหน้าของรินเดลจากเล็กก็ค่อยขยายเรื่อยๆเมื่อเธอเข้าใกล้มัน แค่เพียงกระจกใสก็ทำให้เธอเห็นดอกไม้ที่หายากมากมายและพรรณพืชที่ควรสูญพันธ์มารวมกันอยู่ที่เดียว


            อัศวินเข้าไปรายงานข้างในก่อนจะเปิดประตูให้เธอเข้าไป ภาพตรงหน้าค่อนข้างเปล่งประกายชวนแสบตา เมื่อพระราชาแผ่รอยยิ้มโง่ๆออกมา หากเป็นคนอื่นคงมีเสี้ยวของความดูถูกแต่เธอไม่ ยังคงเคารพด้วยสายตาสงบนิ่ง


            พระราชาค่อนข้างหน้าอ่อนกว่าที่เธอคิดมาก เค้าไม่มีออร่าพระราชาเลย เส้นผมสีทองถูกรวบด้วยริ้บบิ้นสีเดียวกันกับดวงตา ง่ายๆคือคนตรงหน้าทองทั้งตัวยกเว้นผิวที่ขาวอยู่ ดีหน่อยเธอจะได้ไม่แสบตามากนัก หากเธอยังมีโอกาสเข้าพบเขาอีกเธอจใส่แว่นดำมา


            ใบหน้านั้นค่อนข้างหล่อเหลา ถ้าเครื่องหน้าไม่คมมันจะดูสำอางมาก มันจะดีกว่านี้ถ้าเขาไม่ทองทั้งตัว ค่อนข้างที่จะคล้ายอัลเฟรดหลายส่วน ยกเว้นสีตาที่ออกสีน้ำเงินจากราชินี เขาลุกขึ้นมาขยับเก้าอี้ให้เรานั่ง พร้อมรินชาอย่างกับเมด


            เขากำลังทดสอบเธอ..


             “เจ้ามาก็ดีแล้ว มาเล่นกับเราหน่อย”ราชาอเล็กซ์บุ้ยปากไปยังหมากรุก เธอตอบรับคำหนึ่งก่อนนั่งลงไป โดยที่พระราชาให้เธอเริ่มก่อน


               “ที่พลัดตกบันไดนั้น แผลเป็นอย่างไรบ้าง ยังเจ็บอยู่ไหม”การถามกะทันหันทำเอาเธอที่สติอยู่กับเกมดึงกลับแทบไม่ทันแต่ยังไม่ลืมตอบกลับ


               “หม่อมฉันดีขึ้นแล้วเพคะ”ก่อนมือจะลงขยับตัวหมากไปส่งๆ


               “เจ้าสนใจพนันไปกับเราไหม รินเดล ถ้าเจ้าชนะเราจะให้เจ้าร้องขออะไรก็ได้ ดีไหม”น้ำเสียงโง่เง่ายังคงดำเนินไปเรื่อยๆท่าทางสนุกมาก


              “หม่อมฉันอยากรู้เพคะ พระองค์จะได้อะไรจากหม่อมฉันกัน?”มือยังขยับส่งๆไปอีกครั้ง ก่อนดวงเนตรสีนภาจะสบตาราชาที่หน้าตาอ่อนกว่าวัย แววตาเธอนั้นสั่นไหวจนอีกฝ่ายก็ยังรู้สึกตัว


            เสี้ยวหน้านั้นคล้ายคนที่รินเดลรักแต่ไม่อาจครอบครองได้..เดลหลุบตาต่ำ


            “ความลับ”ขยิบตาอย่างน่ารักทีหนึ่ง ก่อนจะจริงจังกับเกม เมื่ออีกฝ่ายตอบรับ


            “พระองค์คิดอย่างไรเกี่ยวกับการหมั้นของหม่อมฉันเพคะ?”ร่างเล็กถามขึ้นเบาๆเพราะการหมั้นหมายนี้ทำให้ดูเหมือนเธอขอเจ้าชายหมั้นเพราะมันจะทำให้ตระกูลพินนาถูกลดชื่อเสียงลงจากเธอ


            “เราเห็นแค่สองคนรักกันเราจึงหมั้นให้”รินเดลเผลอเบ้ปากในใจ ราชาอเล็กซ์ไม่มีทางโลกสวยแน่ๆ แต่อีกฝ่ายกลับแสดงมันได้อย่างดีจนคิดว่าเขาเชื่อในความรัก


            “หม่อมฉันรักเจ้าชายอัลเฟรดนั้นคือสิ่งที่หม่อมฉันมีมัน แต่เจ้าชายอัลเฟรดไม่ได้มีมันให้คนอย่างหม่อมฉัน”ถึงมันจะคำว่ารักของเธอจะเจือจางก็ตาม แต่มันก็ยังรู้สึกได้ถึงความหน่วงของหัวใจ ครั้งนี้เธอไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำแต่มันออกมาจากใจเธอจริงๆ


            “จะรู้ได้อย่างไร อัลเฟรดนั้นเพียงแค่แสดงออกไม่เก่งเท่านั้นเอง”ราชาอเล็กซ์ยังคงพูดต่อไป สายตาบอกให้เธอเชื่อมั่นว่ามันเป็นจริง


            กับผีนะสิ ฝ่าบาท!


            “ท่านคงยังไม่รับรู้ ตั้งแต่โรงเรียนเปิดมา ผู้คนมากมายได้รู้จักกับเจ้าชายอัลเฟรดอย่างลึกซึ้ง หนึ่งในนั้นคือเด็กสาวผู้หนึ่ง เขาทำร้ายเราเพื่อนาง นั้นแสดงว่าเขารักเราอย่างนั้นหรือ หม่อมฉันมีความรักและหม่อมฉันดูออกว่าใครกำลังมีความรักอยู่อย่างง่ายดาย เพราะสายตาของหม่อมฉันมีเพียงเจ้าชายอัลเฟรด หม่อมฉันจึงรู้ดีเพคะ ว่าเขากำลังรักใครพูดไปก็เจ็บเพราะมันถักทอมาจากความรู้สึกเธอจริงๆเมื่อเธอพูดถึงร่างเล็กก็ห่อลงอัตโนมัติ มือทาบที่อกซ้ายที่บีบรัดหนักหน่วงหวังเพียงบรรเทาเท่านั้น


            “พระองค์คงทราบดี การที่อยู่กับคนที่ไม่ได้รักถึงได้ครอบครองเป็นเจ้าของอย่างถูกต้องตามประเพณี แต่สายตาของเขาคงไม่มีทางมีหม่อมฉันหรอกเพคะ”เธอยิ้มแผ่วเบา มันไม่ใช่แค่นยิ้ม แต่ยิ้มนี้มันแสดงถึงความเหนื่อยล้าของหัวใจ ความเงียบเข้าครอบคลุม


            “หากการพนันครั้งนี้จะทำให้หัวใจหม่อมฉันเป็นอิสระได้ ไม่ว่าอย่างไรหม่อมฉันก็ยอมเพคะ”ดวงเนตรสีฟ้าสิ้นหวังอย่างเศ้ราสลดเมื่อถูกขนาบข้างในเกม


            “เรารู้ แต่ไม่อาจทำได้เช่นกัน หากเจ้าชนะเราจะให้ทองเจ้าอีกร้อยแท่ง”ราชาอเล็กซ์เบี่ยงไปอีกเรื่อง นั้นทำให้เธอแค่นยิ้มในใจ ดวงตาแสนเศร้ามีประกายเพ้อฝันอย่างเห็นได้ชัด


            “หากหม่อมฉันชนะได้ หม่อมฉันคงต้องถูกติฉิน นินทา ชีวิตหม่อมฉันคงตายทั้งเป็น คงไม่มีใครกล้าสู่ขอหม่อมฉัน หม่อมฉันจะอยู่อย่างไรต่อไปดี ทำอย่างไรดี”ราชาเปลี่ยนอารมณ์ไม่ทันก่อนมองว่าอีกฝ่ายคล้ายเด็กไม่รู้เรื่องคิดจะชักจูงเขา แต่ก็อดเห็นใจไม่ได้


            “เจ้าอยากได้อะไรบอกมาเถิด ถ้ามันเกิดขึ้นจริง”มันจะไม่มีวันเกิดขึ้นหรอก เด็กน้อย ราชาลอบยิ้มในใจเพราะอย่างไรงานแต่งก็ต้องมีขึ้นอยู่แล้ว หากได้อำนาจของตระกูลพินนามาอีกหนึ่ง ไม่สิ อีกไม่นานเราก็จะได้มันมาแล้ว พระราชาก็เอ่ยขึ้นอย่างใจดี


“คฤหาสน์ที่ชานเมือง หม่อมฉันเห็นตอนเด็กๆแล้วอดประทับใจไม่ได้เลยเพคะ”ถ้าทางเพ้อฝันน่าตลกของเด็กสาว ทำให้พระราชาอดลอบดูถูกไม่ได้


“เด็กน้อย ได้สิ”ก่อนที่ดวงตาจะมีประกายฉุนเฉียวเมื่ออีกฝ่ายท้วงว่าหากนางชนะจริงจะไม่มีหลักฐาน จะกลายเป็นว่าราชารังแกประชาชนของพระองค์ พระองค์ส่งเสียงขึ้นลำคออย่างกรุ่นโกรธแต่พยายามตั้งสติ กระดาษเวทย์ปรากฏขึ้นจากกระเป๋ามิติส่วนตัว ร่างสัญญาเรียบร้อยจึงส่งให้อีกฝ่ายเซ็น เขาประทับตราของคัวแทนราชาลงไปเพื่อให้ความเพ้อฝันของเด็กน้อยไม่แตกสายนัก


กระดาษสัญญามีสองฉบับของเธอและเขาเมื่อรินเดลได้มันมาเธอกอดมันเล็กน้อยอย่างเพ้อฝัน ท่าทางน่าตลกก่อนเธอจะรีบเก็บมันลงกระเป๋ามิติ


กระดาษเวทย์นี้เป็นเวทย์บังคับ บังคับทั้งเธอและราชา ถ้าเธอแพ้เสร็จตานี้เธอจะต้องเข้าพิธีแต่งงานทันทีเมื่อจบการศึกษา


ส่วนของฝั่งราชาจะต้องเสียทองร้อยแท่ง คฤหาสน์จะเปลี่ยนชื่อมาเป็นนามของเธอทันทีและโฉนดและทองจะวาปมาที่กระเป๋ามิติอัตโนมัติไม่สามารถแก้ไขได้ และสัญญาหมั้นหากเธอชนะเขาต้องตอบตกลงแทนอัลเฟรดไม่ว่าตอนไหนหรือที่ใด เขาบอกว่าจะอัดเสียงเวทย์ให้


การถอนหมั้น จะเป็นเธอหรือเจ้าชายอัลเฟรด หรือพ่อแม่แทนก็ได้การถอนหมั้นจึงมีผล แค่เพียงคืนเลือดให้กันเท่านั้น การหมั้นแค่เป็นการแลกเลือดหนึ่งหยดของกันและกันเท่านั้น


เธอยิ้มกว้างเมื่อมันเข้าสู่ที่ปลอดภัยแล้ว ดวงเนตรสีนภากลายเป็นสงบนิ่งจนพระองค์แปลกใจ ยิ่งรินเดลวางหมากมากเท่าไหร่ เขายิ่งสีหน้าย่ำแย่ลงเท่านั้น!


พระองค์เคยจัดงานแข่งขันหมากรุกมาแล้วและพระองค์ก็ชนะทุกปีด้วยความสามารถของตัวเองถึงจะต้องปลอมตัวเข้าสมัครเป็นคนธรรมดาก็ตาม


แล้วทำไมรินเดลถึงเหนือกว่าเขา..เขาประมาทอีกฝ่ายไปแล้ว..หมากสีดำของพระองค์เริ่มล้างแค้น เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังนิ่งสงบ เขาก็ยิ่งร้อนใจ จากหมากสีขาวที่เคยรุกไล่พระองค์กลับจนตรอก


“คิก”เสียงหัวเราะเล็กๆหลุดออกมาจากปากเล็กสีพีช ทำให้พระองค์ต้องเงยมองอย่างงุนงง “พระองค์ทรงลืมไปแล้วหรือเพคะ?ว่านี้คือการเล่นหมากรุกมิใช่การฆ่าฟันกันเสียหน่อย เหตุใดจึงเครียดเช่นนั้น ไม่ว่าหม่อมฉันจะแต่งหรือไม่แต่งกับเจ้าชายอัลเฟรด พระองค์ก็จะได้ตระกูลพินนาอยู่ดี”เธอหลุดยิ้ม ดวงเนตรสีนภาเปล่งประกายราวอัญมณีแม้ไม่งดงาม


 แต่พระองค์กลับทรงหลุดยิ้มเช่นกัน..แต่ต้องบูดบึ้งทันทีเมื่ออีกฝ่ายส่งเสียงหวานแผ่วดังในหูของเขา


 “รุกฆาตเพคะ”พระองค์บู้ปากอย่างบูดบึ้งคล้ายหลุด ก่อนจะเอามือเท้าตางกับโต๊ะก่อนวางโครงหน้าหล่อเหลาบนมือที่ประสาน บรรยากาศกลับแปรเปลี่ยนเป็นอึดอัดอย่างรวดเร็วหวังข่มอีกฝ่ายไม่ให้ได้ใจจนเกินไป


แต่อีกฝ่ายกลับสงบนิ่งแต่แววตามีประกายของความสุขเล็กน้อยไม่ได้สนใจต่อบรรยากาศอันน่าอึดอัดที่ขนาดราชินียังต้องคุกเข่าขอโทษทั้งที่ตัวเองไม่ได้ทำผิดอะไร


เขาผ่อนลมหายใจ เด็กคนนี้ค่อนข้างน่าสนใจไม่น้อยถ้าได้เป็นมเหสีคงดีน่าดู คงคุยกันง่ายหน่อย อีกฝ่ายคงฉลาดกว่าคู่ชีวิตคนปัจจุบันเป็นไหนๆ แต่เอ๊ะหรือราชินีของเขาเห็นความสามารถของเด็กคนนี้จึงจะเก็บเป็นราชินีคนต่อไป?ต้องสำรวจราชินีของเขาใหม่ซะแล้วแหะ


“เจ้าสนใจเป็นราชินีหรือเปล่า?”ถามหน้าด้านๆเกิดขึ้น จนรินเดลสำลักลมหายใจอยู่ครู่หนึ่งมองหน้าคนขอแต่งงาน เมื่อกี้พึ่งหลุดพ้นจากคนลูก ที่นี้เป็นคนพ่อหรอ?


“พระองค์ก็ทรงถามหม่อมฉันรักเจ้าชายอัลเฟรดมากขนาดถึงกล้าขอหมั้น..”เธอยกยิ้มข่าวที่เธอขอเจ้าชายหมั้นก็เป็นคนตรงหน้าแหละที่ปล่อยมา เธอจึงสวนกลับด้วยข่าวเดิม


“ข้าหล่อน้อยกว่าลูกชายตรงไหน?ข้าเป็นต้นแบบความหล่อเหลาของเขาเชียวนะ”พระองค์ดีดดิ้นคล้ายเด็กเอาแต่ใจคนหนึ่ง


“หม่อมฉันยังไม่สนเพคะ”ดวงตาสองสีมองอย่างประเมิน “หม่อมฉันเกือบแพ้พระองค์ไปแล้วและหม่อมฉันไม่คิดว่าบุรุษที่พาประเทศก้าวหน้าอย่างพระองค์จะมีท่าทีเช่นนั้น การเดินหมากสามารถแสดงความอัจฉริยภาพของพระองค์ได้อย่างชัดเจน และไม่คิดว่าพระองค์จะยอมให้ใครเชิดง่ายๆโดยไม่ซ้อนแผนกลับ พระองค์ทรงเก่งกาจจริงๆเพคะ”สายตารู้ทันและชื่นชมมองตรงไปยังผู้นำพาประเทศสู่ความเจริญอย่างจริงใจ 


 ดีนะที่เคยศึกษากลยุทธ์อยู่บ้าง..ร่างบางหลุบตาต่ำไม่ทันเห็นฉากเด็ดของผู้นำประเทศ บุคคลผู้ที่คุ้นเคยแต่การหลอกลวงพอเจออย่างนี้เข้าก็หันหลบแกล้งไออย่างเก้อเขิน


“การพนันเสร็จสิ้นแล้ว การแข่งขันวันนี้ประทับใจหม่อมฉันมากเลยเพคะ ขอบคุณมากเพคะ หม่อมฉันขอทูลลา”เธอลุกขึ้นอีกฝ่ายสะดุ้งเล็กน้อย ปรากฏแววเสียดายคู่แข่งที่ฝีมือทัดเทียมกันค่อนข้างที่จะหายาก


ท่านหญิงรินเดลขอรับ....”อัศวินมองไปยังหญิงสาวที่ไม่ได้เดินตามมา แตะที่แขนเรียวสีขาวซีดก่อนช่วยพยุง อีกฝ่ายคงจะเจอเรื่องหนักมาไม่น้อย


แม้อีกฝ่ายเข้าใจผิดแต่ดีต่อรินเดลไม่น้อยเพราะเธอก็ไม่มีแรงเช่นกัน ระหว่างที่เหม่ออยู่ทำให้เธอไม่ได้ยินเสียงเรียกของเขา“


ค่ะ!คะ?เอ่อ ขอบคุณค่ะ ท่านอัศวิน”ท่าทีเบลอๆของเธอทำให้อัศวินยกยิ้มจนเห็นเขี้ยวอย่างน่ารัก


“พารันครับ  ถ้าไม่รังเกียจก็เรียกชื่อผมเถอะครับ ที่จริงผมเป็นอัศวินฝึกหัดครับ ที่มาฝึกงานที่นี้ครับ”พารันอธิบาย เดลฟังอย่างสนใจเนื่องจากอีกฝ่ายอยู่โรงเรียนเวทมนตร์ อีกฝ่ายคงไม่ได้รู้จักเธอสินะ?


“ฝึกงานหรือคะ? ยังเรียนอยู่หรือคะ”ดวงตาสีฟ้าทอประกายสงสัยแม้ตัวเองจะรู้ก็ตาม


มีฝึกงานที่วังด้วยหรอวะ?


“ผมมีเส้นสายดีนะครับ ผมอยู่ปีสาม สาขาอัศวิน ที่โรงเรียนเวทมนตร์นะครับ”ว่าแล้วก็ขยิบตาให้ที 


อ่า แสบตาจริงๆเลย ตาพร่าเหลือเกิน


“แสดงว่าคุณเป็นรุ่นพี่ รุ่นพี่พารัน ขอบคุณที่มาส่งนะคะ”เดลย่อตัวก่อนจะขึ้นรถม้า จากไปโดยที่ตัวเองก็ทำดาเมจไม่แพ้กัน อัศวินหนุ่มยังคงมองรถม้าจนลับสายตา  จนรู้สึกหนักๆที่ไหล่ ก่อนจะมองเพื่อนอย่างมีคำถาม


            “ไม่เห็นเหมือนที่ได้ยินมาเลยวะ?ไหนว่าขี้วีนวะ น่ารักฉิบหาย ตกหลุมรักหรือไง”อีกฝ่ายเลิ้กคิ้วเชิงสังเกตเมื่อเพื่อนหนุ่มสาขาเดียวกันหลบตา ก็ยิ้มอย่างรู้ทัน

            .

            .

            .

ก็เพิ่งรู้ว่าผู้หญิงตัวเล็กเมื่อครู่นี้ก็ขุดหลุมก็ได้แฮะ..

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #13 EveiI_retasia (@EveiI_retasia) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 00:05
    งืออออ น่ารักกก
    #13
    0