เจาะเวลามาเป็นมือปราบ (ตีพิมพ์กับเป็นหนึ่งสำนักพิมพ์)

ตอนที่ 113 : ตอนที่ 55.1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13107
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 214 ครั้ง
    13 ก.ค. 60



บทที่ห้าสิบห้า


 

            พอได้ยินว่าฉางลู่จะไปที่หอตี้ชวน ภรรยาทั้งสองของมันก็รบเร้าขอติดตามไปด้วย อันที่จริงฉางลู่แม้จะบุคลิกห้าวหาญเปิดเผยประหนึ่งเตี่ยวหุ้ยในสามก๊ก ทว่ากลับกลัวภรรยาอยู่หลายส่วน อีกทั้งคำรบเร้าดูไม่คล้ายอ้อนวอนขอติดตามไปด้วย แต่น้ำเสียงอ่อนหวานคล้ายบีบบังคับอีกฝ่ายไปด้วยในที สุดท้ายแล้วดรุณีทั้งสองจึงติดตามฉางลู่มาด้วย ติดตามหลังกลุ่มซามูไรอย่างไม่เร็วไม่ช้ามาจนถึงหน้าหอตี้ชวนพลันพบเห็นรถม้าประทุนสูงเรียบหรูคันหนึ่งควบขับมาจอดเทียบหน้าร้าน สารถี่วางแส้หวดม้าลงข้างตัว ก้าวลงมาหยุดยืนด้านข้างรถม้า ค้อมเอวก้มศีรษะโค้งตัวแล้วกล่าวเสียงดัง


“มาถึงแล้วขอรับใต้เท้า”


            สิ้นคำก็ปรากฏผู้ติดตามในชุดองครักษ์สิบกว่าคนก้าวมาที่ด้านข้างรถ หัวหน้าองครักษ์เดินเข้ามาด้านหน้า เอื้อมมือไปเลิกผ้าม่าน หลิวตง เสนาธิการฝ่ายบู๊ประจำวังอ๋องก้าวออกมาจากห้องด้านใน กระโดดคราเดียวก็ร่อนลงสู่พื้นตัวเบาดุจปุยนุ่น มันยามนี้สวมใส่ชุดผ้าแพรสีเขียวสูงสง่า หว่างเอวยังมัดหยกสีเขียวมรกตเปล่งประกายน้ำดีชิ้นหนึ่ง มันพอหางตาแลเห็นผู้คนเดินมุ่งหน้ามาจึงมองดู ที่แท้เป็นกลุ่มซามูไรเหล่านั้นที่พากันพูดคุยเสียงดังเดินส่ายอาด ๆ เข้าไปในหอตี้ชวน มองดูผู้คนกล่าวภาษาฝูซัง (ญี่ปุ่น) ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนอย่างสนใจใครรู้ ฉับพลันรู้สึกได้ถึงการมาของคนอีกกลุ่มหนึ่ง


“นายท่า....” หลิวตงปราดเข้าไปหาหลี่ซูเหวินตั้งท่าจะคุกเข่ากราบกรานคารวะพลันนึกขึ้นได้ว่าตนเองนำพาคณะผู้ติดตามมาด้วย อีกทั้งฝ่ายหลี่ซูเหวินเองก็พาคนมา เรื่องศักดิ์ฐานะของนายท่านผู้นี้ ไหนเลยเปิดเผยออกไปได้ ดังนั้นจึงกลืนคำเรียก นายท่าน ลงคอไป ชะงักเท้าแล้วสบตากับหลี่ซูเหวินเป็นเชิงขออภัยที่มิอาจกราบกรานคารวะอีกฝ่ายได้อย่างเปิดเผย


            หลี่ซูเหวินก็ส่งสายตาเป็นเชิงบอกให้อีกฝ่ายทำทีเป็นไม่รู้จักตนเอง หลิวตงจึงคลายใจลง ไม่ช้าที่ด้านหลังปรากฏขบวนรถม้าอีกหลายคันหลั่งไหลแล่นเข้ามาไม่หยุด รถม้าประทุนสูงขนาดใหญ่คันหนึ่งจอดต่อท้ายหลังรถม้าของหลิวตงตามติดด้วยผู้ติดตามสองนายที่แท้แล้วเป็นผู้ฝึกยุทธ์ของหอต้าหลี่ที่ตระกูลหลี่จ้างวานให้มาคุ้มกันคนสำคัญของตระกูล เจ้าของรถม้าหลังใหญ่หลังนั้นก้าวจากด้านในรถออกมายืนบิดตัวอย่างเกียจคร้านกลับเป็นหลี่เซียวซินบุตรชายคนเล็กของเซียวซีผู้เฒ่า หลี่เซียวซินสวมใส่ผ้าแพรเนื้อต่วนเดินทอง มือถือพัดฝูซัง (ญี่ปุ่น) ลวดลายป่าไผ่โบกสะบัดพัดไปมา ใบหน้าเปล่งปลั่งสดใส ดวงตาเรียวรีทว่าหางตากลับมีริ้วรอยเหี่ยวย่นสมอายุ


            ผู้ติดตามทั้งสองคนช่วยกันประคองร่างหลี่เซียวซินลงจากรถม้า จากนั้นสบตากับหลิวตงวูบหนึ่ง สายตาก็เหลือบมองหลี่ซูเหวินแล้วใช้เวลาที่ผู้คนมิทันสังเกตก้มศีรษะคารวะอีกฝ่ายหนึ่งเงียบ ๆ ซูเหวินก็ผงกศีรษะรับ ขณะจะเดินเข้าด้านในก็แลเห็นหลิวตงยืนอยู่เบื้องหน้า จดจำได้ว่าคนหนุ่มผู้นี้เป็นเสนาธิการฝ่ายบู๊จึงฉีกยิ้มอย่างประจบเอาใจเดินก้าวอาด ๆ เข้ามาประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม


“ผู้น้อยหลี่เซียวซิน บุตรชายผู้นำตระกูลเซียวซีผู้เฒ่า คารวะใต้เท้าเสนาธิการบู๊”


            หลี่ซูเหวินได้ยินก็เลิกคิ้วสูง มองดูผู้ติดตามทั้งสองที่เป็นคนของหอต้าหลี่อีกครั้งหนึ่ง ก่อนหน้านี้หลิวตงพูดถึงคนของหอต้าหลี่ที่พวกตระกูลหลี่จ้างวานเอาไว้ใช้สอย ที่แท้ก็หมายถึงสองคนนี้อย่างนั้นหรือ ส่วนชายวัยห้าสิบผู้นี้มีนามว่าหลี่เซียวซิน ทั้งยังเป็นบุตรชายของผู้นำตระกูลหลี่ เดาว่าหากมิใช่บิดาของหลี่ซูมู่ก็ต้องเป็นพี่น้องสายบิดา ด้วยเพราะเค้าโครงรูปหน้าคล้ายคลึงกันยิ่ง


            ซูเหวินมิได้สนใจจะหยุดยืนฟังสืบต่อ เพียงก้าวเท้ายาว ๆ นำฉางลู่สามสามีภรรยาเข้าไปในหอตี้ชวน ครั้นเมื่อเข้ามาแล้วกวาดสายตามองสำรวจดูโดยรอบ หอตี้ชวนหลังนี้เป็นตึกสูงสี่ชั้น ขนาดกว้างขวางใหญ่โต บนชั้นสอง สาม และสี่ล้วนเป็นห้องส่วนตัวสำหรับพักแรมหรือรับประทานอาหาร ส่วนชั้นหนึ่งเป็นห้องโถงกว้าง ตรงกลางจัดสร้างเวทีไม้เอาไว้สำหรับรองรับการประมูล ยังมีโต๊ะจีนวางเรียงเป็นแถวอยู่หลายแถว ซูเหวินช้อนสายตาขึ้นมองดูที่ระเบียงชั้นสอง เห็นกลุ่มซามูไรผลักประตูเข้าไปในห้องส่วนตัวห้องหนึ่ง


“คุณชายท่านนี้มิทราบว่ามาเพื่อเข้าร่วมงานประมูลด้วยใช่หรือไม่ ?” แม่เล้าประจำหอตี้ชวนเดินบิดเอวชดช้อยเข้ามาถึงเบื้องหน้าก็ย่อกายคารวะต่อหลี่ซูเหวิน สายตาสอดส่ายมองดูวุ่นวาย บุรุษผู้นี้ใบหน้าหล่อเหลาเกลี้ยงเกลากลับมิเคยพบเห็นมาก่อน รูปร่างกำยำสูงใหญ่ได้รูปกลับน่ามองกว่าฉางลู่ที่ยืนเป็นยักษ์กล้ามโตอยู่ด้านหลัง อาภรณ์ที่หลี่ซูเหวินสวมใส่ก็มิธรรมดา ท่าทางคล้ายบุตรหลานตระกูลใหญ่ผู้หนึ่ง

“ใช่แล้ว ข้ามาเพื่อเข้าร่วมงานประมูลด้วย ไม่ทราบว่าพอจะมีห้องส่วนตัวว่างสักห้องหรือไม่ หากเป็นไปได้ข้าอยากจับจองห้องนั้น” หลี่ซูเหวินชี้นิ้วขึ้นไปบนระเบียงชั้นสอง เป็นห้องติดกันกับห้องของซามูไรกลุ่มนั้น แม่เล้ามองตามนิ้วที่ชี้สูงของหลี่ซูเหวินไปพลันหันกลับมาด้วยสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย

“เฮ้อ...คุณชายมาช้าไปเสียแล้ว ห้องทุกห้องของหอตี้ชวนถูกผู้คนจับจองเอาไว้จนหมดแล้ว” แม่เล้ากล่าวจบก็เห็นหลี่ซูเหวินทำท่าจะเปิดปากพูด นางคาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายต้องการบอกกล่าวอันใดจึงรีบพูดแทรกขึ้นทันควัน “ห้องทั้งหมดล้วนจับจองโดยเหล่าใต้เท้าหรือไม่ก็เป็นตระกูลใหญ่ในกวางโจว ต่อให้ใช้เงินมากมายก็มิสามารถนำห้องมามอบให้คุณชายได้เจ้าค่ะ”


            หลี่ซูเหวินร้องคำ อ่า ขึ้นมาคำหนึ่ง จากที่ได้ฟังแล้วดูเหมือนจะไม่มีโอกาสดักฟังซามูไรพวกนั้นพูดคุยกันเสียแล้ว


“เช่นนั้นช่วยจัดหาที่ให้กับพวกเราสักที่เถอะ”

“ถ้าเช่นนั้นติดตามข้าน้อยมาเลยเจ้าค่ะ” พูดจบก็หมุนตัวเดินบิดเอวชดช้อยนำหน้าหลี่ซูเหวินไปที่โต๊ะจีนตัวหนึ่งด้านข้างเวทีดูลับตาผู้คนอยู่ไม่น้อย จากการตระเตรียมให้พวกตนนั่งตรงนี้ แสดงว่าโต๊ะจีนด้านหน้าเวทีหรือบริเวณใกล้เวทีเองก็คงจะถูกผู้คนจับจองเอาไว้ก่อนแล้วเป็นแน่ เมื่อทั้งหมดหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ แม่เล้าก็ยืนบิดผ้าเช็ดหน้าไปมาพลันเอ่ยว่า

“ค่าเข้าร่วมการประมูลเป็นเงินห้าตำลึง ค่าอาหารอีกห้าตำลึงเจ้าค่ะ”

“สิบตำลึง!” ฉางลู่ปากอ้าตาค้าง ด้วยตำแหน่งมือปราบที่มันรั้งอยู่ เงินเดือนเดือนหนึ่งยังมิถึงหนึ่งตำลึง ไฉนราคาถึงแพงเช่นนี้ กระทั่งภรรยาทั้งสองของมันเองก็ยกมือปิดปากร้องอุทานออกมาคำหนึ่ง ซูเหวินผงกศีรษะล้วงหยิบเอาเงินตำลึงขาวออกมาก้อนหนึ่งโยนให้แม่เล้า นางรับมันมาแล้วก็ชั่งน้ำหนักกับมือตนเองพอหยั่งได้ราคาพอดีก็ยิ้มจนตาหยีหันไปทางหน้าประตูห้องครัว ตะโกนเสียงดังว่า “ยกอาหาร”


            แม่เล้าวัยกลางคนเห็นฉางลู่นำสตรีมาด้วยสองนาง ด้วยสายตาที่เจนจัดคาดเดาออกว่าดรุณีทั้งสองนางนี้มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับบุรุษหนุ่มรูปงามผู้นี้ จึงคิดเสนอหญิงสาวจากหอห้องของตนเองให้คิดทำกำไรเสียหน่อย


“มิทราบว่าคุณชายต้องการหญิงสาวแบบไหนหรือเจ้าคะ ?”

“ไม่ล่ะ” หลี่ซูเหวินปฏิเสธยิ้ม ๆ “ข้าเพียงมาร่วมงานประมูลอย่างเดียวเท่านั้น”


            เห็นอีกฝ่ายปฏิเสธเสียงเนิบช้าทั้งยังสุภาพก็ดูท่าว่าต่อให้เกลี้ยกล่อมอันใดคงไม่สำเร็จ จึงส่งยิ้มตอบกลับแล้วล่าถอยออกไป ฉางลู่นั่งรออาหารอยู่เพียงครู่ก็รู้สึกคล้ายปวดเบาขึ้นมาจึงขอตัวลุกออกไปปลดทุกข์ ประจวบเหมาะกับที่มันออกพ้นประตูด้านข้างของหอตี้ชวนไป ที่ด้านหน้าหลิวตงกับหลี่เซียวซินก็ก้าวเข้ามาพร้อมกัน แม่เล้าเดินบิดเอวส่ายสะโพกเข้าไปรับหน้า ระหว่างพูดคุยหลี่เซียวซินกวาดตามองโดยรอบ เห็นมีโต๊ะของหลี่ซูเหวินมีผู้คนนั่งอยู่เพียงโต๊ะเดียวจึงรั้งสายตามองดู พอเห็นหลี่ซูเหวินนั่งอยู่ก็สะท้านวาบ


            มันไฉนเหมือนกับหลี่เซียวเหยาวัยหนุ่มถึงเพียงนี้....หลี่เซียวซินขบคิด จากนั้นกวาดมองดูดรุณีสาวที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่กับมัน ใบหน้าแม้สะอาดสะอ้านไม่ขี้ริ้วแต่ก็จัดเป็นเพียงหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาหาได้มีความสง่างามของสตรีในหอห้อง หลี่เซียวซินแค่นเสียงหัวเราะ นี่เรียกว่าพยัคฆ์ไม่ออกลูกเป็นสุนัขโดยแท้ (มีความหมายคล้ายลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น) บิดาเป็นเยี่ยงไร ลูกก็เป็นเยี่ยงนั้น กลับตบแต่งเอาหญิงชาวบ้านธรรมดา ๆ เป็นภรรยา ช่างประเสริฐนัก..


“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” หลิวตงเอ่ยขณะจะเดินตามเสี่ยวเอ้อของหอตี้ชวนไปที่ห้องที่ตนเองจับจองเอาไว้ หลี่เซียวซินละสายตาจากหลี่ซูเหวินและภรรยาของฉางลู่ทั้งสองนางกลับมา ค้อมตัวก้มศีรษะประสานมือกล่าวอย่างประจบเอาใจ

“น้อมส่งใต้เท้าเสนาธิการ”


            รอจนขบวนติดตามของหลิวตงเดินขึ้นไปบนชั้นสองแล้วผลักประตูทยอยกันเข้าไป หลี่เซียวซินจึงค่อยติดตามแม่เล้าไปยังห้องหับอีกห้องหนึ่งซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันกับห้องของหลิวตง รอคอยราวชั่วจิบน้ำชาจอกหนึ่ง ฉางลู่จึงค่อยเดินกลับมาร่วมโต๊ะ พอดีอาหารถูกยกมาไว้เบื้องหน้าแล้ว แม้พึ่งจะรับประทานบะหมี่มาก่อน แต่ฉางลู่กับภรรยาทั้งสองยากจะมีโอกาสได้รับประทานอาหารเลิศรสที่จับจ่ายไปตั้งหลายตำลึง จึงยังเหลือกระเพาะพอให้รับประทานลงไป


            ช่วงระหว่างนั้นมีแขกเรื่อทยอยตบเท้าเข้ามาที่หอตี้ชวนไม่ขาดสาย เพียงไม่นานที่นั่งโต๊ะจีนที่โถงห้องก็เนืองแน่น ห้องรับรองส่วนตัวชั้นสอง สาม และสี่ล้วนบรรจุผู้คนจนครบถ้วน ซูเหวินเพิ่งสังเกตเห็นว่าที่ระเบียงห้องส่วนตัวยังจัดวางชุดโต๊ะเก้าอี้อย่างดีเอาไว้หลายชุด คาดเดาว่าพอการประมูลเริ่มต้นขึ้น เหล่าผู้มีอำนาจในเมืองกวางโจวที่จับจ่ายจองห้องส่วนตัวเอาไว้จะพากันออกมานั่งร่วมชมสินค้าประมูลด้วย ซูเหวินปากพูดคุยเรื่องเปื่อยกับฉางลู่สามสามีภรรยา สายตาลอบมองประตูไม้ของห้องส่วนตัวที่พวกซามูไรสุมหัวกันอยู่นานแล้วไม่มีใครผละออกมาเข้าห้องสุขาเลยแม้แต่น้อย



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 214 ครั้ง

18,266 ความคิดเห็น

  1. #14237 ครีมชีส (@neafong) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 14:45

    ปัญหาใหม่มาอีกล่ะ ถามถึงมีอี้กับหมิงเลี่ยนหน่อย หลังจากไปทำภารกิจกับสถาณศึกษาก็หายไปเลยเป็นยังไงกันบ้างแล้ว เจียวอวี่ อีกคนเวลาผ่านไปนานขนาดนี้ไม่โดนจับกลับวังไปแล้วรึทั่น

    #14237
    0
  2. #7398 ningthanaporn (@ningthanaporn) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 20:05
    คนตระกูลหลี่มัน
    #7398
    0
  3. #7386 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 10:36
    ขอบคุณครับสนุกมาก เป็นกำลังใจให้ไรท์
    #7386
    0
  4. #7384 แกะดำเอาเเต่ใจ (@black_sheep) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 10:17
    -ตระกูลหลี่แม่งน่าโดนซักทีจริงๆ!! หยามกันยุได้
    #7384
    0
  5. #7370 Ijmobile09 (@Ijmobile09) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 09:00
    สารถี กับ แส้หวดม้านะ ถ้าตีพิมพ์ไปใช้ สารถี่ กับแซ่หวดม้ามันดูไม่ดีนะ
    #7370
    1
    • #7370-1 Ijmobile09 (@Ijmobile09) (จากตอนที่ 113)
      13 กรกฎาคม 2560 / 09:09
      แล้วก็มืออยู่ไม่สุก ต้องเปนสุข ตอน 114
      #7370-1
  6. #6060 M@o@M (@034287162) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 08:09
    ตัวร้ายเพียบเลย
    #6060
    0
  7. #6052 siney (@asakurayo2004) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 07:35
    นึกว่าเฮียไปอยู่ประตูเมือง
    #6052
    0
  8. วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 01:03
    ขอบคุณครับ
    #6035
    0
  9. #6032 Rinray (@rinray0) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 00:55
    นึกถึง สิงโตดำ Dyaus pita ใน God Eater ดี หากพระเอกปั้นออกมาคงสยองน่าดุ = =
    #6032
    0
  10. #6027 สูรย์ (@chamoisee) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 00:38
    ขอบคุณมากค่ะ
    #6027
    0