Tatsuyoshi No Takaramono (竜芳の宝物)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 51,474 Views

  • 805 Comments

  • 1,667 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    363

    Overall
    51,474

ตอนที่ 14 : บทที่ 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2054
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    2 มิ.ย. 60


บทที่ 12


            ทุกวันช่วง 1 ชั่วโมงก่อนห้างปิดเป็นเวลาลดราคาข้าวกล่อง


            เรื่องนี้นักศึกษารู้ดี หนุ่มสาวออฟฟิศที่ต้องใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือนก็รู้ดี และแม่บ้านก็รู้ดีกว่าใคร อาหารสดหรือข้าวกล่องที่ทำแบบวันต่อวันจะไม่มีการปล่อยให้ค้างคืนเด็ดขาด ดังนั้นก่อนต้องโละทิ้งทั้งชั้น สินค้าเหล่านั้นจะถูกแปะป้ายลดกระหน่ำเพื่อไม่ให้เสียของ


            โยริคาวะ โยชิโกะเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันของวันนี้


            ตำรวจสาวในชุดวอร์มยอมลงทุนออกจากบ้านมาซุ่มรอ บริหารกล้ามเนื้อแขน หมุนข้อเท้าที่เพิ่งหายจากอาการขาแพลงไปมา เตรียมสู้ศึกกับเหล่ามนุษย์ทรัพย์จางทั้งหลายที่เล็งข้าวกล่องราคาพิเศษเหมือนเธอ


            ครั้นเมื่อนาฬิกาบอกเวลา 19.00 . พนักงานก็พุ่งตัวออกมาพร้อมสติ๊กเกอร์นิวะริบิคิ (ลด 20%) แปะป่ายมันด้วยความเร็วแสงลงบนกล่องเนื้อบด เนื้อสด ผลไม้ อาหารทะเล ขนมปัง และชีส ท่ามกลางสายตาหิวกระหายของนักรบทั้งหลาย


            ช่วงเวลานี้ไก่อ่อนมือใหม่จะรีบพุ่งตัวเข้าไปทันทีด้วยความไม่รู้ และนั่นนับเป็นเกือบ 50% ของคนที่อยู่ในสังเวียน ป้ายนิวะริบิคิเป็นแค่การวอร์มมือเท่านั้น การต่อสู้ที่แท้จริงอยู่หลังจากนี้ต่างหาก


โยชิโกะผุดยิ้มมุมปากอย่างผู้เชี่ยวชาญ รายล้อมด้วยเหล่าแม่บ้านเจนสนามที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงเช่นกัน เธอหันไปยิ้ม ยักคิ้วหลิ่วตาให้พวกเขา ส่งสัญญาณอย่างคนที่รู้กันดี


ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง พวกมือใหม่ทั้งหลายก็หอบสินค้าเหล่านั้นไปจ่ายเงิน คนเริ่มบางตาลง และเป็นเวลาที่พนักงานปรากฏตัวอีกครั้ง


คราวนี้มาพร้อมกับสติ๊กเกอร์ฮันงะกุ (ลดครึ่งราคา)


เห็นดังนั้นพวกคนที่เหลืออยู่ก็ตั้งท่าเตรียมพร้อม จ้องเข็มวินาทีสลับกับหน้าพนักงาน เกิดเป็นสงครามประสาทขนาดย่อม และเมื่อเข็มยาวชี้ที่เวลา 19.30 . สมรภูมินรกก็เริ่มขึ้นทันที


ป้ายฮันงะกุถูกแปะทับลงบนป้ายนิวะริบิคิ ทำเอาพวกที่หอบหิ้วสินค้าลด 20% มองตาค้างด้วยความเสียดาย จะสละแถวจ่ายเงินออกมาก็ไม่ทันแล้ว เพราะเหล่าแม่บ้านและผู้เชี่ยวชาญกำลังกรูกันเข้าไปแย่งชิงจนกลายเป็นความชุลมุนขนาดย่อม


หลังโรมรันกันอยู่หลายนาที โยชิโกะก็แทรกตัวผ่านเหล่าแม่บ้านคนอื่นออกมา หอบหิ้วข้าวกล่อง อาหารสดและผลไม้จนเต็มมือ เธอพ่นลมหายใจไล่เส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้า ทำหน้าเหมือนเพิ่งได้รับชัยชนะแล้วเดินเชิดหน้าชูคอไปจ่ายเงิน ภารกิจตุนเสบียงประทังชีวิตของวันนี้เสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี

 

 

 

 

เอาละเรียบร้อย


            โยชิโกะบิดขี้เกียจ ตรวจดูความเรียบร้อยของตู้เย็นที่ถูกอัดแน่นด้วยของลดราคา ไม่ลืมหยิบข้าวกล่องของวันนี้ออกมาตั้งไว้บนโต๊ะ เบียร์หนึ่งกระป๋องถูกหยิบออกมาติดๆ จากนั้นก็ตั้งท่าจะปิดประตูตู้เย็น


            เดี๋ยว

          คุณทัตซึยะจะกินอะไรหรือยังนะ?


            เธอนิ่งคิด เกือบลืมไปแล้วว่าไม่ได้อยู่ที่นี่เพียงลำพังอีกต่อไป ตั้งแต่เมื่อวานชายหนุ่มบ้านอิวาคุระก็ขนข้าวของซึ่งมีเพียงกระเป๋าหนึ่งใบเข้ามา เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่เห็นเขาในฐานะเพื่อนร่วมชายคาเดียวกัน


            เพราะจริงอย่างที่ชายหนุ่มเคยว่าไว้ บ้านหลังนี้แบ่งการใช้สอยออกเป็นสองส่วนได้อย่างแยบยล ไม่มีความจำเป็นจะต้องมาใช้ของส่วนกลางร่วมกันเลย ดังนั้นเธอแทบไม่ได้เห็นหน้าเขา เพราะตัวเองก็หมกตัวอุดอู้อยู่ในห้องทั้งวันไม่ต่างกัน


            อยู่ไหนนะ? ออกไปข้างนอกหรือเปล่า


            หญิงสาวนิ่งคิด ในที่สุดก็พ่ายแพ้ความสงสัย จึงล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าเสื้อวอร์มแล้วกดโทรออกหาอีกฝ่าย


อิวาคุระครับ


            เขารับคำสั้นๆ หลังเสียงรอสายดังเพียงไม่กี่วินาที


สวัสดีค่ะ ตอนนี้คุณทัตซึยะอยู่ไหนเหรอ


ตอนนี้? อยู่ที่บ้านครับ


อ๊ะ ฉันก็อยู่ที่บ้านค่ะ คุณอยู่ตรงไหนล่ะ


ห้องเก็บของครับ


ทานอะไรหรือยังคะ


“…อ่ายังครับ


งั้นมาเจอฉันที่ห้องรับแขกฝั่งตะวันออกนะคะ


            พูดจบหญิงสาวก็กดตัดสายโดยไม่รอคำตอบรับ ถือเป็นการมัดมือชกกลายๆ เธอเดินฮัมเพลงเบาๆ เปิดประตูตู้เย็นอีกรอบแล้วหยิบของที่ซื้อไว้ออกมาอีก 2-3 อย่าง เอามันไปอุ่นด้วยไมโครเวฟในห้องครัวแล้วเดินกลับเข้ามา ทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะไม้ตัวเตี้ย เท้าคางรอเพื่อนร่วมทานข้าวที่กำลังเดินทางมา ถึงจะไม่ค่อยมีเงิน แต่ถ้ามีโอกาสเอาใจผู้ชายหน้าตาดีๆ ก็ไม่ควรปล่อยผ่านไปง่ายๆ สายเปย์ทุกคนรู้กันดี


            ไม่กี่อึดใจเขาก็ปรากฏตัว


            ทัตซึยะเลื่อนเปิดประตู เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นอาหารมากมายบนโต๊ะ วันนี้เขาไม่มีธุระที่ไหน เลยใช้เวลาตั้งแต่ช่วงเช้าขลุกตัวอยู่ในห้องเก็บของ ตรวจสอบวัตถุปลอมแปลงทุกชิ้นเพื่อหาเบาะแสว่าอะไรเป็นสิ่งที่นำศัตรูมายังบ้านหลังนี้ กระนั้นจนแล้วจนรอดก็ไม่พบอะไรสักอย่าง


นั่งก่อนสิคะ มาทานข้าวด้วยกัน


            ตำรวจสาวกวักมือเรียก ลอบมองชายหนุ่มที่วันนี้แต่งตัวแตกต่างไปจากเดิม เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน ปลดกระดุมคอในท่าทางสบายๆ และพับแขนขึ้นทั้งสองข้าง กางเกงขายาวสีครีมมีรอยเปื้อนฝุ่นเล็กน้อย กระนั้นก็ยังดูเหมือนหลุดมาจากนิตยสารอยู่ดี แค่เปลี่ยนจากหัวธุรกิจเป็นหัวแฟชั่นเรื่องชายหนุ่มที่เหมาะสำหรับพาไปเดทในวันอาทิตย์


สวัสดีครับ ซื้อมาเยอะแยะเลยนะครับนี่


            ทัตซึยะทักทาย ไม่ทันได้สังเกตว่าตัวเองกำลังถูกจ้องเพราะมัวแต่จดจ่ออยู่กับอาหารบนโต๊ะ จะว่าไปวันนี้เขาก็ทานไปแค่ข้าวเช้าเท่านั้น ซึ่งก็ผ่านมาเกือบ 12 ชั่วโมงแล้ว


ของลดราคาน่ะค่ะ ทานได้ใช่มั้ยคะ


ได้สิครับ ขอบคุณโยริคาวะซัง…”


            พูดได้แค่นั้นก็ชะงัก เพราะเห็นสายตาคมกริบจ้องมองมา เลยรีบกระแอมคอแล้วแก้ไข


“…คุณโยชิโกะมากนะครับ


            ตำรวจสาวที่รอฟังอยู่ยิ้มรับด้วยสีหน้าชื่นบาน เธอเลื่อนกล่องข้าวไปให้เขา ก่อนหันมาจัดการกับกล่องข้าวของตัวเอง มือฉีกตะเกียบ มองกระป๋องเบียร์ที่มีไอเย็นเกาะแล้วถามขึ้นลอยๆ


ดื่มเบียร์มั้ยคะ


            ถามไปอย่างนั้น เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายคงปฏิเสธอีกตามเคย


เบียร์ก็ดีนะครับ


            แต่คำตอบที่ได้ยินผิดจากที่คาดทีเดียว


โอ้ วันนี้ยอมดื่มแล้วเหรอคะ


            โยชิโกะหัวเราะเบาๆ อิวาคุระ ทัตซึยะเวอร์ชั่นอยู่บ้านและไม่เป็นทางการทำให้เธอประหลาดใจไม่น้อย จึงรีบลุกไปหยิบเบียร์ออกมาจากตู้เย็นอีกกระป๋องก่อนเขาจะเปลี่ยนใจ ครั้นเมื่อเห็นชายหนุ่มค้อมตัวเบาๆ แสดงความขอบคุณแล้วรับไป เธอก็อมยิ้มแล้วกลับมานั่งทานข้าวกล่องของตัวเองต่อ


จริงสิคะ ฉันสงสัยมานานแล้วค่ะ


            จู่ๆ ตำรวจสาวก็โพล่งขึ้น ชายหนุ่มที่กำลังจะคีบข้าวเข้าปากเลยชะงักมือไว้


คุณทัตซึยะไม่ใช่คนคันไซเหรอคะ


            เธอเอียงคอถาม


ถ้าอิงตามที่เกิดก็ใช่นะครับ เกิดที่เกียวโตน่ะ


เห? แต่พูดจาไม่เหมือนคนคันไซเลยนะคะ สำเนียงเหมือนฝั่งคันโตมากกว่า ฉันนึกว่ามาจากโตเกียวซะอีก


            หญิงสาวพูดตามที่คิด เพราะรูปร่างหน้าตาและการแต่งกายของเขาก็ดูเหมือนคนเมืองหลวง พวกการใช้คำท้องถิ่นหรือสำเนียงเหน่อๆ แบบที่คนโอซากะหรือคนคันไซพูดติดปากก็ไม่เคยหลุดมาให้ได้ยิน


อืมคงเพราะไปเรียนที่โตเกียวมาหลายปีมั้งครับ แล้วงานที่ทำก็ใช้ภาษาทางการบ่อยด้วย


            เขาตอบ หันไปเปิดกระป๋องเบียร์แล้วยกขึ้นดื่ม เหลือบมองคู่สนทนาที่ดูจะสนใจในหัวข้อนี้เป็นพิเศษ เพราะเธอวางตะเกียบลง เท้าคางแล้วต่อประเด็นด้วยความกระตือรือร้น


เรียนที่โตเกียวเหรอคะ?


ครับ


ให้เดานะคะ จบโทได[1]แน่ๆ


อ่าครับ รู้ด้วยเหรอ


ดูออกง่ายจะตายไปค่ะ ก็เป็นหนุ่มกินพืชนี่นา


            โยชิโกะหัวเราะเบาๆ ดื่มเบียร์ของตัวเองแล้วเสริมต่อ


ฉันเองก็ไปเรียนที่โตเกียวหลายปีนะคะ เคไดน่ะ


หมายถึงเคซัทสึไดกักโค[2]เหรอครับ


ใช่ค่ะ แปลกนะคะที่ไม่เคยเจอกันเลย


            เธอทำหน้าเสียดาย ส่วนคนฟังขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วแอบค้านในใจ


            ถ้าเจอกันสิครับถึงจะแปลก โตเกียวกว้างจะตายไป


แล้ววันนี้ไม่ออกไปไหนเหรอคะ


            จู่ๆ หญิงสาวก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนากะทันหัน เอาแน่เอานอนไม่ได้เช่นเคย


ไม่ครับ วันนี้ได้พัก ก็เลยลองลงไปตรวจสอบห้องเก็บของดูสักหน่อย


แล้วเจออะไรมั้ยคะ


ไม่เลยครับ


            ทัตซึยะถอนหายใจ ความเคร่งเครียดผสมปนเปกับความรู้สึกผิด ตราบใดที่ยังไม่รู้ว่าเป้าหมายของศัตรูคืออะไร เขาก็คงวางแผนรับมือหรือตอบโต้ไม่ได้ คงสืบหาจุดประสงค์ของพินัยกรรมคุณย่าไม่ได้ แล้วคนที่อาศัยอยู่บ้านนี้ก็คงไม่สามารถอยู่อย่างสงบได้สักที


            ตำรวจสาวเหลือบมอง รู้สึกไม่สบายใจเท่าไหร่ที่ยกเรื่องนี้ขึ้นมาจนทำให้เกิดบรรยากาศกดดัน เธอเม้มริมฝีปาก รีบคิดหาหัวข้ออื่นเพื่อเบี่ยงประเด็น


นี่คุณทัตซึยะบอกว่าในห้องนั้นมีแต่พวกสมบัติปลอมแปลงใช่มั้ยคะ


ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอทำหน้าเครียดเลยรีบกลบเกลื่อนด้วยการพยักหน้า


ใช่ครับ


โอ้ แล้วรู้ได้ยังไงเหรอคะว่าอันไหนของแท้ อันไหนของปลอม มีวิธีแยกยังไงเหรอ


            โยชิโกะทำหน้าสนอกสนใจ พบว่ามันได้ผลทีเดียว เพราะพอเป็นเรื่องวิชาการขึ้นมา คู่สนทนาของเธอก็ดูจะผ่อนคลายลงมาก


อืมก็มีวิธีแยกแยะหลายแบบนะครับ แต่สำคัญสุดก็คือต้องรู้ก่อนว่าของจริงเป็นยังไง ถ้าจำพวกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้ทั้งหมด เวลาเจอของปลอมก็จะบอกได้ทันทีเลย


เห? แล้วถ้าบังเอิญไปเจอของปลอมที่เหมือนของแท้เป๊ะๆ 100 เปอร์เซ็นต์ล่ะคะ


            ถึงตรงนี้ทัตซึยะก็ยิ้มบางๆ ดวงตาเป็นประกายเหมือนเขามีความสุขที่ได้พูดถึงเรื่องนี้ เป็นสีหน้าใหม่ที่ตำรวจสาวไม่เคยเห็นมาก่อน ทำเอาไขว้เขวจนเกือบลืมไปแล้วว่ากำลังคุยเรื่องอะไรอยู่


ไม่มีของปลอมที่เหมือนของแท้ 100 เปอร์เซ็นต์หรอกครับ ต่อให้คนทำของต้นแบบมาลงมือทำอีกรอบก็ยังทำให้เหมือนเก่าไม่ได้เลย ของพวกนี้ก็เลยมีค่า เพราะมันมีแค่ชิ้นเดียวในโลกไงครับ


            แล้วเขาก็ปิดท้ายด้วยการยกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่มด้วยท่าทางน่ามอง หว่านเสน่ห์ได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่รู้ตัว ส่วนโยชิโกะที่เป็นผู้รับเคราะห์ทำได้เพียงแค่นยิ้ม สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วขอบคุณคนออกแบบบ้านนี้ที่ทำให้ไม่ต้องเจอหน้ากันทั้งวัน


            ขอย้ายไปอยู่กับซายากะทันมั้ยเนี่ย?

          หนุ่มกินพืชนี่อันตรายกว่าที่ฉันคิดเยอะเลย


คุณโยชิโกะอยากลองมั้ยครับ


            ตำรวจสาวที่กำลังซดเบียร์ข่มสติสำลักเบาๆ


ลองอะไรคะ


ลองแยกของจริงกับของเลียนแบบออกจากกันไงครับ ผมมีตัวอย่างอยู่


อ๋อเรื่องนี้นี่เอง


คนคิดไม่ซื่อหัวเราะแก้เก้อ จากนั้นก็พยักหน้ารับโดยไม่เสียเวลาคิด ทัตซึยะจึงลุกขึ้น เดินออกไปจากห้องรับแขก ดูเหมือนเขาจะตรงไปที่ห้องนอนของตัวเอง รออยู่ครู่หนึ่งชายหนุ่มก็กลับมาพร้อมกล่องกำมะหยี่สีแดงสด


มันคืออะไรเหรอคะ


เหรียญ 10 เยนที่ผลิตในปีเมจิที่ 13 ครับ อายุก็ราวๆ 130 กว่าปี


            โยชิโกะทำตาโต โน้มหน้าไปดูเหรียญทรงกลมสีทองสลักลายมังกรขดตัวที่วางอยู่ในกล่องใกล้ๆ ไม่อยากเชื่อสายตาว่าเจ้าวัตถุเล็กๆ นี่จะมีอายุหลักร้อยปี


สุดยอดเลย คุณทัตซึยะไปเอามาจากไหนคะนี่


            เธอยิงคำถามด้วยความตื่นเต้น นอกจากคันโนะซังที่เป็นคุณยายอายุเกือบร้อยปีเจ้าของสูตรโอเด้งสุดอร่อยหน้าปากซอย เธอก็คิดว่าเจ้านี่น่าจะเป็นของเก่าแก่ที่สุดที่เคยเห็นในระยะ 1 เมตร


เป็นสมบัติตกทอดจากบรรพบุรุษน่ะครับ


            เขายิ้มบาง เพราะเป็นตระกูลเก่าแก่ที่ทำงานด้านนี้มานาน การเก็บสะสมสิ่งของต่างๆ จึงเป็นนิสัยที่มีติดตัวกันแทบทุกคน ข้าวของธรรมดาในยุคนั้นนานเข้าก็กลายเป็นของทรงคุณค่าขึ้นมา ถือเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตระกูลอิวาคุระมั่งคั่งแม้ไม่ได้ประกอบธุรกิจอย่างอิจิโจหรือฟุชิมิ


เก่าขนาดนี้ถ้าเอาไปขายต่อจะได้ราคาเท่าไหร่คะเนี่ย


            ถึงมูลค่าตั้งต้นในยุคนั้นจะแค่ 10 เยน แต่ผ่านมาร้อยกว่าปีต้องแพงขึ้นอยู่แล้ว ตำรวจสาวเลยชักอยากจะรู้ว่ามันจะแพงไปได้ถึงไหน


อืมเท่าที่เคยเห็นราคาประมูลในอินเตอร์เน็ตก็ประมาณ 2 แสนนะครับ


“2 แสนเยนเลยเหรอคะ


เปล่าครับ ดอลล่าร์สหรัฐ


            โยชิโกะขมวดคิ้ว บวกลบคูณหารเทียบค่าเงินในใจ ทันใดนั้นก็อ้าปากค้างด้วยความตกใจ


นั่นมันประมาณ 22 ล้านเยนเลยไม่ใช่เหรอคะ!?”


ครับ ประมาณนั้น ตอนนี้น่าจะแพงขึ้นแล้วด้วย


            หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ มองเหรียญทองในกล่องสลับกับหน้าหล่อๆ ของเจ้าของ


แล้วคุณทัตซึยะก็พกมันติดตัวไปไหนมาไหนด้วยเนี่ยนะ


ปกติก็ทิ้งไว้ที่แมนชั่นครับ แต่พอย้ายมาอยู่ที่นี่เลยเอามาด้วย


ไม่กลัวโดนปล้นเหรอคะ


ใครจะปล้นล่ะครับ ไม่ใช่ของที่มองแปปเดียวจะรู้ว่ามีมูลค่าสักหน่อย ตกอยู่ข้างถนนยังไม่รู้จะมีคนเก็บมั้ย


            เขาพูดด้วยท่าทีสบายๆ แต่คนฟังคัดค้านหัวชนฝา


            ฉันคนนึงละที่เก็บแน่ๆ


            แล้วก็แอบคิดต่อว่าถ้าเธอเอาเหรียญ 10 เยนที่มีอยู่ไปขอแลกจะได้รึเปล่า


ส่วนอันนี้คือของปลอมครับ


            ทัตซึยะพูดต่อ หยิบเหรียญทองที่เหมือนกันเป๊ะทุกระเบียดนิ้วออกมาจากกระเป๋า ลอบมองคู่สนทนาที่หรี่ตาจ้องมันด้วยความสนใจเป็นระยะ


อืมเหมือนกันจนแยกไม่ออกเลยแฮะ


            เธอพึมพำแผ่วเบา คล้ายจะพูดกับตัวเองเสียมากกว่า เห็นดังนั้นชายหนุ่มจึงขยับยิ้ม หยิบเหรียญที่วางอยู่ในกล่องออกมา วางมันไว้บนมืออีกข้างแล้วเริ่มเล่นเกม


มาลองทายมั้ยครับว่าอันไหนของจริง อันไหนของปลอม


            แล้วเขาก็ประกบมือเข้าด้วยกัน ผสมเหรียญทั้งสองก่อนแบมือออกอีกครั้ง แต่คราวนี้โยชิโกะไม่รู้แล้วว่ามือข้างไหนกันแน่ที่มีของจริงวางอยู่


ยากจังเลยค่ะ


            เธอเม้มริมฝีปาก ขมวดคิ้วนิ่วหน้า งานละเอียดไม่ใช่สไตล์จริงๆ


ส่วนใหญ่ก็ตอบกันไม่ถูกหรอกครับ เดาเอาก็ได้


            ทัตซึยะท้าทาย ท่าทางจริงจังของหญิงสาวทำให้เขารู้สึกขบขันนิดหน่อย


อืมก็คงต้องเดาแล้วละค่ะ เอาเป็นว่าซ้ายละกัน


            กลายเป็นชายหนุ่มที่เป็นฝ่ายเซอร์ไพรส์บ้าง


ซ้ายถูกครับ


            แน่นอนว่าเจ้าของคำตอบยิ้มร่าทันที เห็นดังนั้นเขาจึงอยากลองภูมิเธออีกรอบ ในเมื่อโอกาสมี 50 : 50 ก็เป็นไปได้ว่ารอบแรกเธอแค่ฟลุ๊กเดาถูกเท่านั้น


เอาใหม่นะครับ


            เขากระแอมคอ กำมือแล้วสลับเหรียญทั้งสองไปมาให้เร็วกว่าเดิม มั่นใจว่าคราวนี้หญิงสาวต้องตอบผิดแน่ๆ จากนั้นจึงแบมือให้เธอทายอีกครั้ง


            โยชิโกะใช้นิ้วลูบคางอย่างใช้ความคิด ตัดสินใจอยู่ประมาณ 10 วินาทีแล้วตอบ


รอบนี้ก็ซ้ายค่ะ


            คนฟังหรี่ตา ประหลาดใจเมื่อพบว่าเธอตอบถูกอีกแล้ว


เอาใหม่นะครับ


            ทัตซึยะไม่ยอมแพ้ อยู่ดีๆ เกมเล็กๆ นี้ก็กลายเป็นการประชันกัน ในฐานะคนที่ใช้เวลาศึกษาเรื่องนี้มานาน เขาไม่เชื่อว่าเธอจะใช้เวลามองแค่ปราดเดียวแล้วแยกแยะได้


ทว่าเหมือนวันนี้จะไม่ใช่วันของเขา


ขวาค่ะ


“…ถูกครับ เอาใหม่นะ


ซ้ายค่ะ


“…ครับ เอาใหม่นะ


ขวาค่ะ


ทำไมตอบถูกหมดเลยล่ะครับ


            ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ยอมรับว่ารู้สึกทึ่งพอสมควร ในขณะเดียวกันก็รู้สึกพ่ายแพ้ด้วย ไม่แน่ว่าบางทีตำรวจสาวคนนี้อาจจะมีพรสวรรค์เรื่องนี้แฝงอยู่โดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้


            แต่ข้อสันนิษฐานนั้นก็ถูกขจัดสิ้นเมื่อเธอเริ่มส่งเสียงหัวเราะ


ถ้าให้มองเฉพาะเหรียญก็ไม่รู้หรอกค่ะ แต่พออ่านสีหน้าคุณทัตซึยะก็รู้เลย


อ่านสีหน้า?


ค่ะ ก็เวลาฉันมองเหรียญที่ถูกทีไร คุณทัตซึยะจะทำหน้าตกใจทุกที ไม่เคยฝึกเล่นโป๊กเกอร์เลยใช่มั้ยคะ


โยชิโกะกลั้นขำ พยายามจะทำตัวสุขุมแต่ก็ช่างยากเย็นเมื่อเห็นหน้าตาใสซื่อของอีกฝ่าย


แปลว่าไม่ได้ทายถูกเพราะแยกได้ แต่ทายถูกเพราะอ่านพิรุธเอาใช่มั้ยครับ


ค่ะ


อย่างนี้นี่เองแต่แบบนี้มันค่อนข้างจะผิดวัตถุประสงค์การเรียนรู้นะครับ


            ทัตซึยะท้วงติง กระนั้นคนฟังกลับยิ้มกว้างเหมือนไม่สำนึกผิดเท่าไหร่


แหม เรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลานี่คะ จะมาให้เรียนรู้ภายในวันเดียวทำไม่ได้หรอก ฉันเลยต้องหาทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน เป็นพวกไม่ชอบความพ่ายแพ้น่ะค่ะ


            ตำรวจสาวไหวไหล่ หยิบกระป๋องเบียร์มาดื่มจนหมด ถึงจะพูดแบบนั้น แต่เธอมันเป็นคนประเภทหยาบด้าน ให้มานั่งประณีตตรวจสอบรายละเอียดยิบย่อยคงไม่ใช่ทางสักเท่าไหร่ ต่อให้ฝึกเป็นสิบปียี่สิบปีก็มั่นใจว่าทำไม่ได้แน่นอน


แล้วไม่อยากศึกษาดูหน่อยเหรอครับ คุณโยชิโกะเป็นคนเก่ง อาจจะทำได้ดีก็ได้


            ชายหนุ่มพูดพลางเก็บเหรียญทองมูลค่ายี่สิบล้านลงกล่อง ลึกๆ แล้วเขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าเธอจะทำได้หรือเปล่า แม้เจ้าตัวจะออกตัวว่าไม่สนใจเท่าไหร่ แต่ก็พอจะบอกได้ว่าเป็นคนเซนส์ดีทีเดียว


            ทว่าหญิงสาวไม่ตอบคำถาม อันที่จริงต้องเรียกว่าไม่ได้ฟัง เพราะใจย้ายไปจดจ่อกับประโยคอื่นมากกว่า


คุณทัตซึยะคิดว่าฉันเก่งเหรอคะ


ครับ


แบบว่ามีความสามารถ แล้วก็หน้าตาดีด้วย อะไรแบบนั้นใช่มั้ยคะ


“…เอ่อครับ


            ทัตซึยะขมวดคิ้ว ตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ แม้ค่อนข้างมั่นใจว่าคำชมในประโยคหลังไม่ได้หลุดออกมาจากปากเขาก็ตาม


แหม ชมกันถึงขนาดนี้ ฟังแล้วอยากลาออกไปทำงานด้วยเลยค่ะ


อย่าเลยครับ เป็นตำรวจต่อไปเถอะ


            ชายหนุ่มรีบค้าน แค่นึกภาพเธอขนข้าวของทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์มาใช้งานแบบแปลกๆ ก็ขนลุกแล้ว อย่าว่าแต่มาทำงานด้านนี้เลย ผู้หญิงสกุลโยริคาวะคนนี้เป็นคนที่ควรถูกแบนห้ามเข้าพิพิธภัณฑ์ด้วยซ้ำ


ปฏิเสธเร็วไปนะคะ


อ่าเร็วไปสินะ


ค่ะ อย่างน้อยก็ควรแกล้งทำเป็นคิดก่อนสิ


ขอโทษครับมันตอบออกมาเองแบบอัตโนมัติน่ะ


            โยชิโกะส่ายหน้า หัวเราะเบาๆ ในลำคอ จริงใจเกินไปแล้ว เธอคิด


แล้ววันนี้คุณโยชิโกะไม่ได้ออกไปไหนเหรอครับ


            ชายหนุ่มเปิดประเด็นใหม่ แม้รู้ว่าเธอไม่คิดจะมาทำงานกับเขาจริงๆ แต่เปลี่ยนหัวข้อไปเลยน่าจะปลอดภัยต่อประเทศชาติที่สุด


ถ้าไม่นับออกไปซื้อข้าวก็ไม่ได้ไปไหนค่ะ ทำงานอยู่ในห้องอย่างเดียวเลย


ทำงาน? ไม่ใช่ว่าโดนพักงานอยู่เหรอครับ


            สายตาคมกริบตวัดมามองทันควัน ทัตซึยะถึงรู้ว่าตัวเองพูดมากเกินไปแล้ว


ซายากะซังเล่าให้ฟังน่ะครับ


            อธิบายเสียงค่อย เห็นคนฟังทำหน้าเบื่อโลกขึ้นมาทันใด


ยัยนั่นยุ่มย่ามไม่เข้าเรื่องจริงๆ อย่าไปสนิทสนมกันลับหลังฉันสิคะ


            ตำรวจสาวบ่นพึมพำ แฉเรื่องน่าขายหน้ายังไม่เท่าไหร่ แต่แอบมาตีซี้เพื่อนร่วมบ้านของเธอนี่คงต้องเรียกตัวมาปรับทัศนคติสักหน่อยแล้ว


            ครั้นเมื่อใจเย็นลงก็เริ่มอธิบายต่อ


พวกงานเอกสารน่ะค่ะ เคยรับปากไว้ว่าจะช่วยทำ


            เธอเท้าคางเข้ากับโต๊ะ ก่อนจะเด้งตัวขึ้นมาอีกครั้งเมื่อมีบางอย่างสะกิดใจ


คุณทัตซึยะทำงานเกี่ยวข้องกับพวกพิพิธภัณฑ์ใช่มั้ยคะ


            คนถูกถามเลิกคิ้วขึ้น พยักหน้ารับ


พอรู้อะไรเกี่ยวกับการบุกรุกในช่วงนี้มั้ยคะ


บุกรุกเหรอครับ?


ใช่ค่ะ เป็นคดีใหญ่ที่ตำรวจกำลังตามสืบอยู่


            โยชิโกะกล่าวเสริม แล้วก็เล่าข้อมูลที่พอจะมีจากการฟังซายากะเล่าประกอบกับข้อมูลในแฟ้มคดีความ ส่วนคนฟังก็ทำหน้าประหลาดใจ เพราะเขาไม่ได้ข่าวอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ช่วงนี้ก็มัวแต่วุ่นวายอยู่กับพวกงานสัมมนาทางวิชาการและการสืบเรื่องคุณย่า แถมยังไม่เคยเห็นข่าวนี้ในโทรทัศน์หรือหนังสือพิมพ์เลยด้วย


คงจะปิดข่าวกันไว้แล้วสืบเงียบๆ มั้งคะ


            ตำรวจสาวลองสรุป นี่เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของรัฐโดยตรง และไม่ใช่คดีที่ส่งผลกระทบในวงกว้างหรือก่อความเสียหายแก่ประชาชน บางครั้งก็จะถูกปิดข่าวเอาไว้จนกว่าจะได้เบาะแสเพิ่มเติมที่พร้อมจะนำออกประกาศสู่สาธารณะ


ครับน่าจะเป็นอย่างนั้น


            ทัตซึยะรับคำเสียงเรียบ เห็นพ้องด้วยในเรื่องนี้ แม้จะแปลกใจอยู่สักหน่อยว่าทำไมเรื่องนี้ไม่มาถึงหูเขา ถึงจะไม่ได้รับหน้าที่ดูแลพิพิธภัณฑ์โดยตรง เพราะหน้าที่หลักคือการตรวจสอบและส่งมอบ แต่ก็รู้จักคนมากมายในวงการนี้ พวกภัณฑารักษ์ก็เคยทานข้าวร่วมโต๊ะกับเขามาหมดแล้วทั้งนั้น


            แปลกคุณพ่อจะรู้เรื่องนี้มั้ยนะ?  


          ไม่ใช่เรื่องนี้เท่านั้นที่แปลก จากคำบอกเล่าของหญิงสาว ยังมีอีกสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจเขา


คุณโยชิโกะบอกว่ามีการบุกรุก แต่ไม่มีอะไรหายไปเลยหรือครับ


ใช่ค่ะ แปลกใช่มั้ย ฉันเองก็ติดใจเรื่องนี้เหมือนกัน


            เธอพยักหน้ารับ ลองอ่านทบทวนแฟ้มคดีดูหลายรอบแล้ว ทั้งจากคำให้การของผู้จัดการพิพิธภัณฑ์ และภาพถ่ายสมบัติทุกชิ้นในที่เกิดเหตุ ก็พบว่าทุกอย่างยังอยู่ครบ ไม่มีอะไรขาดหายไปแม้แต่ชิ้นเดียวไม่ว่าจะมูลค่าเท่าไหร่ก็ตาม


ถ้าเป็นไปได้อยากขอดูภาพถ่ายในแฟ้มคดีหน่อยจะได้มั้ยครับ


         จู่ๆ ชายหนุ่มก็ส่งคำขอมาให้ เขาทำหน้าครุ่นคิด และมีร่องรอยแห่งความวิตกกังวลแทรกตัวอยู่อย่างเห็นได้ชัด


            เห็นดังนั้นตำรวจสาวจึงชั่งใจ ถ้าโดนจับได้ว่าเอาคดีสำคัญมาปรึกษาคนนอกคงโดนโทษหนักไม่ใช่น้อย แถมยังเป็นคดีที่ไม่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบอย่างถูกต้องตามขั้นตอนด้วย


          กระนั้นก็พยักหน้ารับ บางทีความเห็นจากคนนอกที่เชี่ยวชาญมากกว่าเธออาจเป็นสิ่งที่คดีนี้กำลังต้องการก็ได้


รอแปปนะคะ


            โยชิโกะลุกขึ้น วิ่งข้ามห้องไปหยิบแฟ้มที่วางกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะในห้องนอน กลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมกระดาษปึกหนา ก่อนดวงตาจะเบิกกว้างขึ้น ฝีเท้าสะดุดกึกเมื่อพบสิ่งที่รออยู่ในนั้น


            มะเมะงาเนะดันชิ[3]!

          พลังทำลายล้างเลเวล 99 เลยด้วย!


กลับมาแล้วเหรอครับ


            ทัตซึยะเงยหน้าขึ้น  ใช้นิ้วขยับแว่นบนดั้งจมูกแล้วส่งยิ้ม แม้สายตาจะไม่ได้สั้นขนาดต้องสวมแว่นตลอดเวลาเพื่อใช้ชีวิต แต่เวลาต้องทำงานที่มีความละเอียดลออก็ต้องหยิบมาใช้บ้างเหมือนกัน


ขอดูหน่อยนะครับ


            เขาส่งสัญญาณขออนุญาต ยื่นมือไปด้านหน้าเพื่อรับเอกสารเหล่านั้น ส่วนโยชิโกะก็ลอบกลืนน้ำลาย พยายามส่งต่อของในมือไปให้ด้วยท่าทางสงบนิ่งที่สุด เคล็ดวิชาหน้าตายที่เรียกว่าโป๊กเกอร์เฟซถูกหยิบมาใช้โดยอัตโนมัติ


หนุ่มกินพืชเป็นไทป์ที่น่าสนใจ แต่หนุ่มกินพืชที่ใส่แว่นเป็นอันตรายต่อชีวิต


            อยู่ไม่ได้แล้วบ้านนี้

          น่ากลัว น่ากลัวเกินไปแล้ว


            เธอสูดลมหายใจเข้า สงสัยว่าอาจจะต้องกลับไปพิจารณาเรื่องย้ายไปอยู่กับซายากะชั่วคราวอย่างจริงจัง โจรบุกบ้านยังไม่น่ากลัวเท่ามีอิวาคุระ ทัตซึยะย้ายมาอยู่ด้วยเลย


นี่เป็นภาพถ่ายจากพิพิธภัณฑ์หลังโดนบุกรุกใช่มั้ยครับ


“…”


คุณโยชิโกะ?


คะ? อ๋อ ใช่ค่ะ ใช่แล้ว


            ตำรวจสาวกระแอมคอ สะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านแล้วทรุดตัวลงนั่ง ลอบมองอีกฝ่ายที่กำลังพิจารณารูปถ่ายแต่ละใบด้วยสีหน้าครุ่นคิด


ถ้าเป็นรูปถ่ายหลังเกิดเหตุจริงๆ ก็แย่หน่อยนะครับ


            เสียงทุ้มพึมพำ ดูเคร่งเครียด กระชากคนที่กำลังคิดเพ้อเจ้อให้กลับมาสู่โหมดเป็นการเป็นงานอัตโนมัติ


หมายความว่าไงคะ


            โยชิโกะขมวดคิ้ว หยิบรูปถ่ายเหล่านั้นที่เธอเพ่งแล้วเพ่งอีกมาหลายชั่วโมงแต่ไม่พบความผิดปกติมาดูบ้าง


ก็ของที่อยู่ในรูปพวกนี้…”


            ทัตซึยะถอนหายใจ ใช้นิ้วนวดขมับด้วยความวิตกกังวล


เป็นของปลอมทั้งหมดเลยครับ

 

           


[1] โทได หรือ โตเกียวไดกาคุ (東京大学) :มหาวิทยาลัยโตเกียว

[2] เคซัทสึไดกักโค (警察大学校) : วิทยาลัยตำรวจญี่ปุ่น

[3] เมะงะเนะดันชิ (メガネ男子) หนุ่มแว่น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #113 xiangyan (@xiangyan) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 16:24
    มาต่อไวๆนะคะ รออย่างใจจดจ่อเลยค่ะ
    #113
    0
  2. #112 แว่นพลาสติก (@pimpabb) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 14:52
    หนุ่มแว่นนนน โอ๊ยยยชอบสำนวนมากเลยค่ะ รออัพนะคะ
    #112
    0
  3. #111 Gin& ToniC (@onihana) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 12:29
    สำนวนสนุกน่าติดตามค่ะ
    #111
    0
  4. #110 cinqième (@odysseus) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 20:29
    เฮ้ยยย ติด อ่านรวดเดียวเลย รอตอนต่อไปนะคะ
    #110
    0
  5. #109 Xiujing (@xiu-jing) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 00:52
    สัมผัสได้ถึงความต่างของคู่นี้อย่างชัดเจนเลยค่ะ 555 แต่ก็เหมือนจะลงตัว
    #109
    0
  6. #107 SweetozzAui (@SweetozzAui) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 21:08
    ตามอ่านค่ะ อ่านที่เดียวรวดเลย ติดงอมแงมสุดๆค่ะ
    #107
    0
  7. #106 FiNNy (@ovabe) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 17:23
    หนุ่มแว่นอันตรายต่อหัวใจสินะ
    #106
    0
  8. วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 09:03
    น่ากลัวเกินไปเเล้ว.... ไรต์ ตัดแบบนี้ ทำกันได้นะคะ
    #105
    0
  9. #104 viruscode (@viruscode) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 01:09
    ช่วงแย่งซื้อข้าวลดราคาเนี่ย ถ้ามีฉายาของแต่ละคนผมนึกว่า Ben-to เลยนะเนี่ย จะฆ่ากันตายเพราะข้าวกล่องลดราคา 55555+
    #104
    0
  10. #103 vongolaice (@--i-c-e--) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 00:02
    คู่พระนางก็น่าลุ้น เนื้อเรื่องก็ตื่นเต้น ฮืออออ ชอบเรื่องนี้จังเลย อ่านแล้วอยากตามล่าหนุ่มกินพืชหล่อๆมาเป็นของตัวเองบ้าง
    #103
    0
  11. #102 Sachitae (@Sachitae) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 23:43
    อ่านไรท์แต่งละสุขใจทุกทีเลย รู้สึกน้อยเรื่องมากที่จะเจองานเขียนดีๆ ละมุนๆ เนื้อหาแน่นๆ แบบนี้

    ปล. ขอฉากสวีทในเอริกะเยอะๆ ขึ้นด้วยน้าา555
    #102
    0
  12. #101 Ampchom Chomphoonut (@ampchom) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 23:42
    มีความฮาแทรกอยู่ตลอดๆ555
    #101
    0
  13. #100 snowpaper (@snowpaper) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 23:36
    ชอบการดำเนินเรื่องมากเลยย มีปมปนเรื่องความสัมพันธ์ที่ค่อยๆพัฒนา รอค่าา สนุกมาก
    #100
    0
  14. #99 ar5516610515 (@ar5516610515) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 23:33
    อยากกินพืชชชชชช
    #99
    0