นินทา
เขียนโดย
similun_anda
วะฮ่าๆ
ในที่สุดเราก็ฝึกงานเสร็จจนได้ ก่อนจะได้พักผ่อนหย่อนกายในช่วงปิดเทอมตั้ง 2 อาทิตย์ !!!!!!!!!! ( ถือว่าปิดนานแล้วนะ ขอบอกๆ )
ช่วง 2 เดือนเป็นช่วงที่มีอะไรอยากเล่ามากมาย ถ้าเป็นไปได้นี่อยากเล่าเป็นรายวันเลยด้วยซ้ำ แต่ประทานโทษ.......ต้องเกรงใจความขี้เกียจมันหน่อย แนะ!! โดนความขี้เกียจค้อนให้ขวับๆเลยเนี่ย
ในช่วงเดือนแรกเป็นอะไรค่อนข้างเกือบเครียดนิดหนึ่ง เพราะต้องฝึกงานในโรงพยาบาล สถานที่คือ รพ.ลาดกระบัง ( อย่างที่รู้กันนั่นล่ะ ) และเดือนที่สองเป็นอะไรที่สบายและสนุกสนาน เพราะได้ฝึกออกชุมชน เยี่ยมบ้าน ทำโครงการและ...อะจึ๋ยๆ...ไปจับๆ คลำๆ เต้านมชาวบ้านมาเป็น 100 ( สุขใจจริงหนอ...อะๆ อิจฉากันละซี่...เช็ดน้ำลายหน่อยก็ดีนะ )
แต่ขอโทษใช่ว่าสนุกอย่างเดียว ทุกข์ก็มี แถมไม่รู้ว่าจะมากกว่าหรือเท่ากับสุขก็ไม่แน่ใจ....แต่ที่แน่ๆ ถ้าเลือกได้ก็อยากจะสุขอย่างเดียวก็พอ ก็แหม....จะอะไรซะอีกล่ะ ก็เรื่องเงินๆทองๆ ที่ถึงแม้จะเป็นของนอกกาย แต่ก็นั่นล่ะ ขาดเมื่อไหร่ ตายเมื่อนั้น ฤทธิ์ยิ่งกว่ายากันยุง ฉีดกี่ครั้งก็ยังไม่ตาย (เกินไปแล้วเนี่ย) และเรื่องน้ำหนัก ที่..อ่า...เอ่อ....อื้ม............................
เอาเป็นว่าไม่บอกละกันว่าตอนนี้หนักเท่าไหร่...แต่จะบอกว่า 2 เดือนที่ลาดกระบัง ทำให้เราน้ำหนักขึ้นด้วยความไม่เต็มใจ (แน่เหรอ ? ก็เห็นกินซะ...แทบจะเรียกว่าเลียจาน ) 5 โล !!! อ่านไม่ผิดหรอก เลข 5 จริงๆ 2 เดือน 5 โลนี่....จะภูมิใจดีไหมเนี่ย... เงินที่หมดไปแต่ละวันก็ไม่พ้นเรื่องปากๆท้องๆ ดีนะที่มีกับข้าว อาหาร และน้ำจากชาวบ้านช่วยชีวิตได้ในบางมื้อ หุหุหุ ( เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อันของฟรี ทำให้เกิดความตะกละและความอ้วนจะตามมา )
ไม่พอ....แถมค่าที่พักในการฝึก...ก็รวมรวบยอดไป 8000 กว่าบาท อืม..เฉลี่ยก็คนละ 2000 กว่าบาท ( คิดไปคิดมา นี่บ้านฉันเสกเงินมาใช้ได้เองเลยรึไงฟะ ...)
เรามาเริ่มกันที่เดือนแรกกันก่อนละกันนะ เดือนแรกนี่เราต้องฝึกบนโรงพยาบาล ที่ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน ( ห้อง ER ) และห้องตรวจโรคทั่วไป อืม....มันจะไม่มีอะไรน่านินทา หากว่าเราไม่เจอกรณีเหล่านี้
ที่ห้อง ER ก็ตามชื่อคือ อุบัติเหตุฉุกเฉิน ((คำเตือนสำหรับท่านที่เห็นเลือดไม่ได้...เป็นต้องวิ่งเข้าใส่ด้วยความหิวกระหาย (เฮ้ยยยย ไม่ใช่แล้ว ...) ) ก็จะมีเรื่องที่ชวนตื่นเต้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการนองเลือดเหมือนเพิ่งผ่านศึกสงครามสมัยกรุงศรี มีหมวกกันน๊อคติดมือมาเป็นโล่เกราะกำบัง มองปรู๊ดเดียวรู้เลย ไอ้นี่...!!!...ต้องเป็นพรีเซนเตอร์ของรัฐบาลในการรณรงค์เรื่องให้ใส่หมวกกันน๊อคแน่เลย เห็นมะ ขนาดรถล้ม กระดูกโผล่ เลือดพุ่งกระจาย แต่สมองเขากลับไม่กระจุย หุหุหุ ( ว่าไปนั่น )
แล้วพอเขามาก็แน่ล่ะ เรา...ซึ่งเป็นพยาบาล......(แต่ยังไม่จบ) ก็ต้องเก็บ Case และก็ไม่พ้นการเย็บแผล....เรื่องฮาๆได้เกิดกับทุก Case ที่นักเรียนนิสิตพยาบาลอย่างพวกเราต้องเย็บแผล....เพราะอย่างที่บอก เป็นพยาบาล (แต่ยังเรียนไม่จบ แถมยังไม่มีความรู้ติดหัวอีกตะหาก .... เวรกำ ) กับชาวบ้านตาดำๆที่เคราะห์ร้ายจากอุบัติเหตุไม่พอ ยังต้องมาเจอเรื่องซวยเข้าให้ ประมาณว่าพอรู้ว่านักเรียนจะเย็บแผลให้ เขาก็รีบหันหน้าและส่งสายตาไปยังหมอทันที (คุณหมอครับ ผมไม่เย็บไม่ได้เหรอครับ , คุณหมอครับ ผมเย็บเองจะดีกว่า , คุณหมอครับ ผมยอมตายถวายชีวิต ดีกว่าจะมาให้เด็กพวกนี้ทรมาน ..... ฯลฯ ประมาณนั้น) ท่างด้านนักเรียนเองก็ไม่น้อยหน้า...(พี่พยาบาลคะ ....คือ...หนู...คือ.....เย็บแผลทำไงค่ะ ...แป่ววววววว ...เออ...พอกันทั้งคู่ )
แล้วการเย็บแผลก็ดำเนินไปท่ามกลางความไม่มั่นใจของทุกฝ่าย ( จะรอดมั้ยว๊า ? )
นั่นแค่การเย็บแผล ยังไม่รวมถึงพวกช่วยฟื้นคืนชีพอีก....โอย นักเรียนพบาบาลวิ่งหัวแทบชนกัน (วิ่งหลบทางให้พี่) มิหนำซ้ำ...เกะกะพวกพี่ๆเขาเปล่าๆ ในที่สุดก็.......ผู้สังเกตการณ์..(เฮ้อ...)
พอมาที่ห้องตรวจโรคทั่วไปก็....เหอๆๆๆ หน้าแตกได้ทุกวี่ทุกวัน ( ยังคิดว่าจะกลับฝึกที่ห้อง ER อีกครั้งเพื่อเรียนรู้วิธีการเย็บหน้าตัวเอง .... ) การฝึกคือการที่ต้องวินิจฉัยโรคของคนไข้ว่าเป็นอะไรมา....ก่อนจะส่งให้หมอตัดสินว่าเราวินิจฉัยถูกมั้ย ซึ่งเป็นอะไรที่ลุ้นสุดๆว่า....เราวินิฉัยโรคได้ถูกมั้ย ..ซึ่งก็แน่ล่ะว่า......ผิดตลอด!!! ( สงสารคนไข้ และตัวเองจัง ...แต่ก็ไม่ได้ผิดเสมอหรอก ถูกก็มี ชิ...) อ้าว...ก็นะ โรคมีเป็นร้อยมีเป็นพัน แต่เราต้องเลือกมาโรคเดียวให้คนไข้...เหอๆๆ..ที่เคยวินิจฉัยถูกก็มีพวก...ท้องเสีย....ไมเกรน...ไข้.....( โอ้จอร์ท เธอเก่งมาก ส่วนไอ้พวกโรคหัวใจ โรคนั้นโรคนี้นี่ ไม่เคยถูกเล้ยยยยยย.....ต้องโดนหมอเทศน์ตลอด ) หมอก็ดี๊ดี...ดีจริงๆนะ สอนเราตลอด ( แต่เรามันชั่วเอง เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา บางคนไม่เข้าซักหูด้วยซ้ำ ) คนไข้เองก็งงนะ ว่าตกลงฉันเป็นโรคอะไรกันแน่ ไอ้เด็กพวกนี้บอกฉันเป็นไข้ธรรมดา หมอบอกว่าฉันเป็นอย่างอื่น....( ก็ถ้าตัวร้อนมีไข้ เราก็ให้เป็นไข้หมดแหละ ไม่แปลกถ้าจะผิดตลอด หุหุหุ ) ฝึกจบจาก ห้องตรวจโรคทั่วไปแล้วก็....ความรู้ยังคงไม่ได้เท่าเดิม แต่ที่เพิ่มคือ ความหน้าแตก อิอิ
มาต่อกันด้วยการฝึกชุมชนเยี่ยมบ้าน ซึ่งเป็นอะไรที่เราชอบมาก อย่างว่า คนมันชอบเที่ยวอ่ะนะ ออกเดินตามบ้านตัวดำไม่เคยสน ที่สนคือ......ไปให้ทันข้าวเที่ยงของชาวบ้าน 55555+ ..........ชาวบ้านก็ใจดี๊ดี.....เลี้ยงข้าวเที่ยงพวกเราทุกวัน ไอ้เราก็ไม่อยากให้เขาเสียน้ำใจ เขาเลี้ยงเราก็กินดิ...เรื่องไรต้องไปเสียตังค์กินเอง หุหุหุ....ไม่ได้หรอก ที่บ้านไม่ได้ผลิตเงินใช้เองนี่....จนกระทั่งมารู้ตัวทีหลังว่าเราควรเกรงใจเขาก็ต่อเมื่อ น้ำหนักมันทะลุ 5 โลอย่างที่บอก ...( สายไปเสียแล้ว..) ออกเยี่ยมบ้านแล้วเราก็ทำโครงการให้เขา โครงการของพวกเราคือ ตรวจมะเร้งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก...หุหุหุ...งานนี้มีจับๆ คลำๆ....สนองตัณหา เอ้ย !!!! สนองนโยบายโครงการคือ คัดกรองผู้ที่เสี่ยงจะเป็นมะเร็ง....หุหุหุ ( แอบภูมิใจว่า....100 คน ผ่านมือพยาบาลสาวแสนหื่น เอ้ย แสนสวยคนนี้มาหมดแล้ว โฮะๆๆๆ) .....ก็สนุกดี ชาวบ้านจะรักพวกเรามาก เอนดูขนาดจะยกลูกชายให้....(อนุบาลเนี่ยนะป้า...หนูยังไม่อยากเลี้ยงต้อย กับโดนข้อหาพรากผู้เยาว์อ่ะนะ )....
ไม่พอ เพราะนอกจากเราจะมีอาหารท้องแล้ว เรายังมีอาหารหู อาหารตา และอาหารใจ ไว้พอให้น้ำลายสอ ก็แหม....สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระยังอยู่ติดชิดสนิทแค่นั้น...โฮะๆๆๆๆๆๆ รู้นะว่ามีคนบางคนอิจฉา...........ว่าจะเอามาฝากแล้วล่ะ ติดแต่ว่าไม่มีเหยือติดกับเลยซักราย แต่ว....(ความจริงติดนะ แต่ไม่ผ่านเกณฑ์ คุณภาพไม่ดี เลยไม่กล้าเอามาฝาก เพราะรักหรอกนะถึงต้องคัดกรองให้ก่อนน่ะ เอาไว้หาดีๆได้จะส่งไปให้ละกัน ...อิอิ....ตอนนี้ขอทำหน้าที่คัดกรองดีๆให้ต่อก่อนดีกว่า 555+ )
ก็ในที่สุดก็เสร็จสิ้นภาระกิจที่แสน.............นี้ไปด้วยความ..............แต่เราเชื่อว่าภาระกิจของเรายังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ เพราะตราบใดที่เราเดินบนเส้นทางนี้แล้ว ภาระกิจเราจะมีอยู่เรียงรายไปตลอดเส้นทางเลยแหละ แต่ที่แน่ๆ ภาระกิจแรกของเราในตอนนี้คือ.............การลดน้ำหนัก.........
เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะ
อันดามัน
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
22 ก.ย. 49
165
12
ความคิดเห็น
แอบไปจับนมคนอื่นมารึ ฮึ่มๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เดี๋ยวก็ได้ลดน้ำหนักสมใจหรอก ฮึ่มๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
อาหารหู อาหารตา อาหารใจ
*
*
*
เดี๋ยวได้นองเลือดหรอกอันดา
ฮึ่มๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
อยากจะหัวเราะให้ ฟันล้นปากเลย อิอิอิ ไม่ใช่ แบบว่าอันเล่ามาเนี่ยท่าทางสนุกนะคะ แต่แบบว่าป่าวเลย เพราะ ไอ้ห้อง ER หนะ ตอนที่พี่ไปเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาลหนะ พอดี มันช่วงค่ำแบบว่าไม่ค่อยมีคน เรื่องมันก็เกิดขึ้น เกิดอุบัติเหตุรถชนกันคะ อะไรมันจะบังเอิญอย่างนี้ พี่ลงมาข้างล่างผ่านห้องเค้ากำลังทำแผลพอดี ด้วยความเป็นคนดี รู้จักกับพี่พยายบาลที่นั่น เค้าจะให้ช่วย เราก็เต้มใจยิ่ง เดินเข้าไป เท่านั้นหละคะ พอเห็นคนเจ็บแค่นั้นหละคะ เป็ฯลมเลย เป็นลมจริงๆๆนะคะ พี่หนะเป็นลมเลย 555555555+ ตกใจคะ แบบว่าเลือด เลือดทั้งนั้นเลย เลือดที่เราต้องการ เอา ไม่ใช่ พี่กลัวเลือดคะ มันเยอะมาก พอเห็นปุ๊บ ตาลายคะ วิงเวียนศรีษะ คล้ายจะเป็นลม แต่ไม่ได้คล้ายนะ เป็นจริงๆๆๆเอาเป็นว่าเราไปเพิ่มงานให้พยาบาล โดยไม่รู้ตัว (พยาบาลยิ่งน้อยๆๆ)55555555และอีกอย่าง อยากไปตรวจมะเร็งเต้านมกับอัน มั่งงะ คงจะแปลกดีนะอิอิอิอิอิอิอิอิอิ
ให้กำลังใจอันดาคะ สู้ๆๆๆน้อง อาทิตย์เดียวลดได้ 5 โลเอง
อันเอาพวกยังไม่เข้าโรงเรียน555+
ส่วนเรื่องผู้ชายนี่ไม่ต้องอ้างว่ากรองหรอก แอบกินคนเดียวหมดแล้วหล่ะซี่
ดูสิเนี่ยปูลมอดอยากเป็นแถวๆ 555+
ส่วนเรื่องน้ำหนัก จะลดทำไมยังไงก็ไม่ผอมขึ้นหรอก5555+
(หาเรื่องตายจริงๆตู)
คนๆนี้มีไว้ให้ใจฉันรัก!!!
เมื่อไม่รักก็แค่บอกลา....ไม่ต้องมาเห็นใจ....
โปรดอย่าถาม... วันนี้ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ใช่ไหม!!!
เพื่อนกับแฟนมันแทนกันไม่ได้!!!
ฉันรับมันไม่ไหวเธอ.....
ไม่มีไรหรอก วันนี้ร้องคาราโอเกะมาก55555+
ร้องเพลิน คิดถึงเน้อ ไว้คุยกัน ฝันดีงับ^^
เฮียเดียร์
ที่พูดนะ แน่ใจว่าปากเหรอ ?
เดี๋ยวเจอฝ่ามือร้อยเต้า ( มีคนแนะนำชื่อนี้มาให้อ่ะ)หรอก แง่มๆๆ
จับนม
ของพวกยายๆละสิ
แล้วเฮียเดียร์มีพาดพิงถึงปูลม
เดี๋ยวเหอะ
ดูถ้าพี่อันจะไม่รอดพ้นน้ำมือพี่พัตนะ
ทวดกลัวเลือดเหรอ?
ดี
เอาไว้แกล้ง
อิอิ
มาเยี่ยมบ้านเรามั่งน่ะ
เพิ่งหัดทำอ่ะช่วยดูให้หน่อจจิว่าดีเปล่า
ยังไม่มีใครมาประเดิมเม้นต์เลยน่ะ
เข้าเม้นต์ให้หน่อยน่ะ
ไดน่ารักจัง
เทคแคร์จ้า
ไม่ใช่ปากหรอกอัน ปากมันพิมพ์ได้ซะที่ไหนเล่า
มือดีๆนี่แหล่ะ555
คิดถึงคับ
เล่าแต่เรื่องตรวจมะเร้งเต้านมไปลูบๆคลำๆ จนได้ ฉายาฝ่ามือร้อยเต้า
แล้ว มะเร็งปากมดลูก ล่ะไม่เห็นเล่าให้ฟังเลยว่าได้ลูบๆคลำๆ สนองตัณหารึป่าว
แหม... เก็บเงียบเชียวนะ กลัวได้ฉายารึไงจ๊ะศิษย์พี่ 5555555
(อย่างงี้ต้องฟ้องเจ๊น้ำปลาหวานดองเค็ม โทษฐานเก็บฉากไคลร์แม็กซ์ไว้คนเดียว)
คิดถึงหรอกจึงหยอกเล่น
ไอ้ที่ว่าจะเก็บอาหารตามาฝากแล้วไม่มีฝากเนี่ย ได้ข่าวว่าแทะเนื้อหนังมังสาจนเกลี้ยงไม่เหลือถึงเพื่อนผองน้องผู้หิวโหยทางนี้เลยตะหาก ไม่ต้องมาแก้ตัวจนดูเป้นคนดีเลยย่ะ
ยัยเพื่อนรักแอบย่องมาอ่านตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ?