เมื่อวาน วันที่ 6 มิถุนายน 2579
ได้มีโอกาสไปดูการซ้อมขบวนเรือพระราชพิธีมา มันเป็นอะไรที่ยากจะบรรยายมาก เลยเอารูปมาฝากแทน
แต่อย่างว่า อะไรๆก็ต้องมีอุปสรรคกันเป็นธรรมดา อย่างเช่นข้าน้อยและผองเพื่อน
ไม่ใช่อุปสรรคเล็กๆ แต่มันเป็นอุปสรรคโค-ตะ-ระ อุปสรรคเลย
เริ่มจาก
พอรู้ว่าจะได้มาดูพิธีซ้อมก็ดีใจจนเนื้อเต้น (เวอร์แล้ว)
แต่ติดที่ว่าต้องไปร่วมการพรีเซ้นส์งานนวัตกรรม สัมมนา และวิจัยอีก กำหนดเลิกเที่ยง แต่ก็ดันกินเวลาเป็นบ่าย !!
พอเลิกพรีเซนต์ก็ดิ่งไปแถวๆท่าน้ำที่ขบวนเรือจะผ่านเพื่อจับจองพื้นที่ในการชม พวกเราดิ่งไปที่ท่าน้ำชื่อ ท่าพระจันทร์เพื่อจองที่ แต่อุปสรรคือ มันไม่มีที่!!! ไม่ใช่ว่าคนเต็มอะไรหรอกนะ เพราะเวลานั้นเวลา 14.00 น. คนยังไม่ค่อยมา จะมาตอน 4 โมงเย็น ช่วงเรือออก แต่คนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ทำตัวเหมือนพวกบ้านนอกเข้ากรุง ก็แห่กันไปซะตั้งแต่บ่าย 2 ถึงขนาดนั้นที่นั่งก็ไม่มีให้ เพราะเขา( ใครไม่รู้)เอาเก้าอี้มาวางไว้ แล้วบอกว่า เสียค่าที่นั่ง 300 บาท อ้าว!!มีงี้ด้วยแฮะ ถ้าน้ำก็ส่วนของหลวง แล้วใครมันเป็นคนเก็บเงิน จะว่าหลวงก็ไม่ใช่แน่ เพราะงานนี้มันเป็นงานชาตินะ จะมาเก็บตังค์ชาวประชาตาดำๆได้อย่างไร
แล้วก็คิดว่าเรื่องอะไรจะให้โดนหลอกล่ะ ตรงนี้ไม่มีที่ ก็หาที่ใหม่ก็ได้ ว่าแล้วนั่งเรือข้ามฟากไปฝั่งโรงพยาบาลศิริราช (จำชื่อท่าเรือไม่ได้อ่ะ ) พอไปก็พบว่า โอ้จอร์ท มันไม่ได้แตกต่างกันเลยนะ เก็บตังค์เหมือนกันหมด อะไรฟะ!!! คิดไปคิดมาก็ว่าจะเข้าไปดูที่หลัง รพ. เพราะอย่างน้อยมันก็สถานที่ราชการ น่าจะไม่มีการเก็บเงิน คณะขบวนพวกเราก็เดินเบียดคนที่เริ่มหนาตาขึ้น ลัดออกไปยังที่หมาย แล้วก็โอ้แม่เจ้า !!! เขาก็เก็บต้งค์ ( ฮ่วย อะไรกันนักกันหนาวะ) พอดีมีคนเขาบอกว่าให้ไปดูตรงแถววัดอรุณ จะเป็นจุดที่สวยที่สุด รอช้าไม่ ก็รีบวิ่งผ่านคนที่ใกล้เคียงปลากระป๋องไปยังวัดอรุณ ที่อยู่ไม่ไกลกันมากนัก ( ถ้าไม่ติดคนเยอะอ่ะนะ แป๊บเดียวก็เดินถึง แต่นี้ ทั้งเยอะทั้งเบียด กว่าจะไปถึงก็ลิ้นห้อย แถมหมดเงินไปกับอาหารริมทางไปไม่ใช่น้อย)
พอไปถึง ถึงอยากจะกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด ออกมาดังๆว่า อะไร งานนี้มันงานชาตินะ ทำไมสถานที่ที่ไม่ใช่ส่วนบุคคลถึงได้เก็บตังค์อย่างฉวยโอกาสกันอย่างนี้ คงรู้นะว่าเรากำลังจะบอกอะไร ใช่แล้ว มันก็เหมือนกับที่ผ่านมาเลย คือไม่มีที่จะยืนนั่นเอง ( ความจริงที่ยืนม้นก็มีนะ แต่มันมองไม่เห็นนี่สิ ปัญหา)
เพื่อนๆถึงกับท้อ เดินมาจนเหนื่อย แต่ก็ยังหาที่ดูไม่ได้ซะที ต้ดสินใจโทรหาเพื่อนที่อยู่อีกกลุ่ม ซึ่งพวกเขาก็แยกไปหาที่เหมือนกัน โทรไปพบว่าพวกนั้นกำลังอยู่ที่ท่าน้ำธรรมศาสตร์ โล่ง กว้าง คนน้อย ก็เลยตัดสินใจเฮโลกันข้ามฟากกลับไปฟากเดิมอีกครั้งด้วยเรือข้ามฟากรอบสุดท้ายของแม่น้ำ ก่อนที่เขาจะปิดไม่ให้มีการข้ามฟากอีกต่อไป
พอขึ้นฝั่งที่ท่าช้างได้ ก็รีบจ้ำอ้าวเดินกลับไปยังม.ธรรมศาสตร์ แต่พอเดินผ่านสถานที่แห่งหนึ่ง เราก็เห็นว่า เฮ้ย!!! มันมีท่าติดน้ำ แต่ทำไมไม่คน ? สงสัยมาก เลยเดินไปถามสห.(สารวัตรทหาร) เขาบอกว่า
เปิดให้เข้าชมฟรี !!! เย้!!!!!!!!!! ในที่สุดก็เจอ......
แต่เปิดให้เข้า 5 โมงเย็น..!! แป่ว !!! เอ่อ คือ เรือเริ่มตอน 4 โมง แล้วเปิดให้เข้าตอน 5 โมงนี่ จะให้ดูหางเรือเร๊อะ !!!
ก็อ้อน ก็ถามลุงสห. แต่ไม่ได้ผล เลยต้องนั่งรออยู่แถวนั้นตั้งแต่บ่าย 3 โมง ขณะนั้นคนก็เริ่มทยอยเข้ามา แต่ก็ออกันเหมือนพวกเรา เราบอกเพื่อนๆว่า 5 โมงเมื่อไหร่ให้ใส่ตืนหมาวิ่งไปจองที่ด้านหน้าเอาไว้เลยนะ ซึ่งคนอื่นก็อาจคิดเหมือนกันคือ ใส่ตีนหมาเวลา 5 โมง
แต่พลังมหาชนก็เอาชนะ สห.ได้ เหอๆ พวกเราได้เข้าไปดูตอน 4 โมงกว่าๆหน่อย โดยใส่ตีนหมา จับจองที่ได้สมใจ
เฮ้อ สิ้นสุดอุปสรรคกันเสียที
แต่ ยัง ยัง ยังก่อน จะดูของดี มันต้องมีอุปสรรค เมื่อขณะที่รอเกิด..ฝนตก อ้าว เวรกำเลยงานนี้ ดี ที่เพื่อนเรามีร่มมา อัดกันในร่ม 1 คัน ต่อ 4 คน มีกัน 5 คน อีกคนถูกถีบไปอยู่ร่มคนอื่น ( ใครก็ไม่รู้)
ฝนตกนานมาก แรงมากด้วย จนเริ่มคิดว่า ฝนตกอย่างนี้ พวกขบวนเรือจะพายกันอย่างไร คงไม่เลิกพิธีซ้อมกันหรอกนะ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นมันจะเป็นอะไรที่แย่มากๆ และดูท่าว่าจะจริง เพราะ 5 โมงกว่าแล้ว เรือก็ยังไม่มาซะที ฝนก็ยังตกปอยๆอยู่ จะหาข่าวยืนยันว่าเขายกเลิกหรือไม่ก็ไม่ได้ เพราะไม่มีโทรทัศน์หรือใครรู้
พอดีว่าเพื่อนโทรไปหาเพื่อนที่อยู่ที่ท่าน้ำธรรมศาสตร์ พวกนั้นบอกว่า เห็นหัวขบวนเรือแล้ว เท่านั้นล่ะ เฮกันลั่นเลย และก็อดใจรอกันต่อไปด้วยความตื่นเต้น
ประมาณ 3 นาทีหลังวางโทรศัพท์ พวกเราทุกคนก็ได้ยินเสียงเห่เรือนำมาก่อน แล้วประมาณ2 นาทีถัดมา เรือนำขบวนก็มาให้เห็น
ยิ่งใหญ่ อลังการมาก การพายด้วยจังหวะที่พร้อมเพียงกันทำให้ขนลุก เสียงเห่ที่ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกเหมือนน่าเกรงขาม ขบวนเรือนำที่พายมานั้นดูสวยงามวิจิตร ดังนั้น ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าจะมีเสียงกดชัตเตอร์กันอย่างรัว เร็ว เพื่อบันทึกภาพ
ที่อลังการและยิ่งใหญ่ที่สุดคือเรือสุพรรณหงส์ หรืออนัตนาคราช ไม่แน่ใจนะ มาอย่างยิ่งใหญ่ สวยงาม และเรียกเสียงฮือฮาได้มากที่สุด สวยจริงๆ จนไม่รู้จะอธิบายอย่างไรได้ คงต้องรอชมภาพกันเองนะคะ
จบจากการดูพิธีซ้อม ก็ต้องกลับบ้าน อุปสรรคยังไม่หมดแค่นั้น เพราะ ฝนที่เพิ่งหยุด คนที่เพิ่งดูการซ้อมเสร็จ มันทำให้รถติด ..อ่านะ คิดดูละกัน ออกจากสนามหลวงตอน 6.00 น.. ถึงบ้าน 3 ทุ่มกว่าเกือบ 4 ทุ่ม...อา...นี่ล่ะ อุปสรรคส่งท้าย
แต่มันก็คุ้มค่ากับที่ได้ไปดูอย่างหาที่เปรียบไม่ได้เลยล่ะ
ได้ดูวันนี้ วันจริงจะได้ไปหรือไม่ยังไม่รู้ ถ้าได้ไปก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ไปก็ไม่เสียดายมาก เพราะอย่างน้อยเราก็ได้มีโอกาสได้เห็นการซ้อมแล้ว
เกิดเป็นคนไทยนี่ช่างโชคดีอะไรอย่างนี้นะ
มีประเทศที่ใครๆก็อิจฉา ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว มีกษัตริย์ที่รักพวกเรา ดังลูกหลาน อะไรที่พวกเราตอบแทนพระองค์ได้ ก็จะตอบแทนท่านด้วยชีวิตและจิตใจทั้งหมดที่มีอยู่
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
เป็นคนไทย ครั้งหนึ่งที่ได้เห็นเป็นบุญตา
เขียนโดย
similun_anda
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
7 มิ.ย. 49
163
5
ความคิดเห็น
พี่ก็ว่างั้นหละ ไม่มีประเทศไหน ที่น่าอยู่เท่าประเทศ ไทยอีกแล้ว(อยากไปดูมั่งงะ)
หุๆ ตามมาอ่าน อืม อิจฉาคนกรุงจริงๆแฮะT^T
ปล.แค่ผ่านมา.....
โอ้วไดงามมากๆๆ
ฝากไปติชมไดอ้อมบ้างน้า
รักในหลวงเหมือนกันค่ะ
http://my.dek-d.com/minami_aom/diary/?day=2006-06-10
จิ้มๆๆ
O_o
อ่านไปอ่านมาแล้วมาเจอ
ปิศาจ!!!
โฮะๆๆๆ
สวยค่ะ(หมายถึงขบวนเรือนะ ไม่ใช่ปิศาจ)
ได้ดูวันจริง แต่เป็นถ่ายทอดสด
ไม่ได้ดูที่จริง
ก็เรามันอยู่ชนอ่ะ
ชนบทนะ