ไม่มีอะไรมาก
แค่อยากถอนหายใจ
เอาคาร์บอนไอออกไซด์ออก แลกออกซิเจนเข้าปอด
เฮ้อออออออออออออออออออออออออ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ช่วงนี้วุ่นตลอด ทั้งเรียน ทั้งเล่น หุหุ แต่ช่างเถอะ ชินแล้ว เฉยๆ ไม่อยากคิดอะไรมาก
คิดมากไป แล้วเดี๋ยวจะกลายเป็นว่า "บ้า" คนเดียว
จากที่เคยเป็นที่พึ่งจะกลายเป็นผู้ต้องพึ่งล่ะจะยุ่ง ยังมีความสุขกับตัวเองที่เป็นอยู่ทุกวันอย่างนี้ล่ะ มีความสุขที่ได้ฟัง ได้คิด ได้ให้ มีความสุขกับสิ่งตอบแทนที่ได้คือ.....รอยยิ้มและเสียงหัวเราะแห่งความสุขของทุกคน
สายลมโชยเอื่อย ระเรื่อยไล้ผิว พัดผ่อนผ่านพลิ้ว พัดปลิวผ่านไป........
ลมที่พัดผ่าน แผ่วพลิ้วปลิวไหว แม้จับต้องไม่ได้ แต่เรารู้สึกได้ถึงความอบอุ่น อ่อนโยน ที่รายล้อมอยู่รอบๆตัวเรา
ลมที่พัดผ่าน ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่เคยมีวันไหนที่ลมจะหยุดนิ่ง แต่ความไม่หยุดนิ่งของลมมันได้ช่วยพัดพาสิ่งต่างๆให้ปลิวไปกับสายลมพัด อาจพัดเอาความทุกข์ให้จากไป เหลือไว้แต่ความเย็นสบายของสายลมโชยอ่อนอ่อนที่เราสัมผัสกับมันได้ หรืออาจพัดเอาความสุขให้ผ่านไป เหลือไว้แต่ความว่างเปล่า
ลม...อย่างไรก็คือลม วันหนึ่งลมอาจพัด แผ่วพลิ้วเพียงผ่านให้รู้สึกอบอุ่น เย็นสบาย วันหนึ่งลมก็อาจกลายเป็นพายุ ที่พัดกระหน่ำ ทำลายทุกสิ่งให้พังพาบ แต่อย่างไรมันก็คือลม ขึ้นอยู่กับหลายๆอย่างที่กำหนดให้ลมเป็น เปลี่ยน และไป ลมอาจเต็มใจ หรือ ไม่ได้ตั้งใจ จงใจ หรือไม่เจตนาได้ แต่ทว่า....ลมพูดไม่ได้ หน้าที่ของลมคือ สื่อให้รู้สึก หน้าที่ของลมคือ พัดมาและผ่านเลยไป
อาจเป็นเพียงสายลมแห่งจินตนาการ ที่พัดผ่านอย่างแผ่วเบา
ขอเป็นสายลมแห่งจินตนาการ ที่แม้จะพูดไม่ได้ แต่จินตนาการได้ อยากเป็น อยากทำ อยากคิด ก็เพียงแค่ใช้จินตนาการ โลกแห่งจินตนาการน่าจะเหมาะกับสายลม ที่ไม่อยากมีหน้าที่แค่พัดผ่านไปอย่างไรความรู้สึก แต่ทว่า จิตนาการกับความจริง มันสวนทางกัน จิตนาการเราได้แค่ฝัน ถ้าตื่นขึ้นมา เราก็อยู่ในโลกแห่งความจริง แม้ในฝันแห่งจินตนาการเราจะมีความสุขแค่ไหน แต่เราต้องตื่นขึ้นมาพบกับความจริง อยู่ในโลกที่มีสายลมพัดผ่านอย่างแผ่วเบา .............................
อาจเป็นเพียงสายลมแห่งความหวัง
มอบพลังชุบชีวาหวนมาใหม่
เพียงแผ่วพลิ้วให้ผ่อนคลายในจิตใจ
ลมอาจผ่านแต่หัวใจยังได้ยืน
อาจเป็นเพียงสายลมแห่งความรัก
พัดผ่านแผ่วเพื่อรู้จักความแช่มชื่น
มอบความชุ่มฉ่ำหวานเพียงชั่วคืน
แล้วผ่านไปไม่ยั่งยืนเพียงข้ามวัน
อาจเป็นเพียงสายลมแห่งความคิด
พัดผ่านจิตเพียงแผ่วเบาราวกับฝัน
ให้นิทราราตรีเราใต้เงาจันทร์
ได้สุขสันต์แม้เพียงเสี้ยวจิตนาการ
เป็นสายลมที่พัดผ่านยามใจเหงา
เพียงแผ่วเบาโชยบางอย่างอ่อนหวาน
ให้หัวใจชุ่มชื่นเพียงวันวาน
แต่ไม่นานสายลมผ่านพัดเลยไป
ยิ่งพูดก็ยิ่งล่องลอย เหมือนลมเลยแฮะ !!!!
ก็ที่พล่ามมาเสียยืดยาวทั้งหมดน่ะ อยากให้เข้าใจจัง แต่เราก็สื่อออกมาได้เพียงเท่านั้นจริงๆ
ไม่สามารถสื่อได้มากไปกว่านี้แล้วล่ะ เพราะหากมากไป ลมอาจกลายเป็นพายุในความหมายและสายตาของผู้ถูกลมพัดผ่าน ทั้งๆที่ลมก็คือลม พัดผ่านอย่างแผ่วพลิ้วปลิวเบา โอบล้อมด้วยไออุ่นแห่งความหวังดี
อยากภาวนาเหลือเกินว่า ขออย่าให้ลมในสายตาใครต่อใคร กลับกลายเป็นพายุที่โหดร้าย พัดพรากความสุข ตอกย้ำความเศร้าให้กับใครคนหนึ่งเลย
แค่อยากเป็นสายลม ผิดตรงไหน ?
แค่อยากโอบล้อมเธอไว้ ผิดอย่างไร ?
แค่อยากพัดผ่านไปอย่างแผ่วเบา ผิดด้วยหรือ ?
ถ้าจะผิด ก็ขอให้ผิดตรงที่อยากเป็นแค่สายลม ที่ไม่มีจินตนาการ
.................................................................................................................................................................
โอะ !! ข้างบนนั่น มันอะไรกัน รู้สึกจะรั่วเกินไปเสียแล้ว แง่มๆ
มาหักมุมอารมณ์กันดีกว่า โดยคำถามที่ว่า
คุณรู้จักต้นไม้มั้ย ? ไม้ยืนต้น ที่หยั่งรากฝั่งลึก และแผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา ยืนค้ำฟ้าตากฝนทนแดดทานหนาว อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ต้นไม้ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยๆจริงเหรอ ? ถ้าไม่จริง แล้วเวลาต้นไม้เหนื่อย ต้นไม้เมื่อย จะทำอย่างไร ?
- ย่อต้นนั่งพัก ( เวรกำ เกิดมายังไม่เคยเห็น )
- เอาใบโน้มกิ่ง มาซับเหงื่อที่ต้น ( ถ้าเป็นอย่างนั้นเราจะวิ่งคนแรกเลย )
- พูด บอก ? ( นี่ก็วิ่งเหมือนกัน ใครจะอยู่ฟัง ? )
เอาเถิด ไม่มีใครรู้หรอกว่า เวลาต้นไม้เหนื่อย ต้นไม้จะทำอย่างไร
แล้วคุณเคยเห็นต้นไม้ รากเน่า เฉาตาย และล้มไปในที่สุดมั้ย ?
นั่นอาจเป็นคำตอบ ของข้อคำถามทั้งหมด ก็เป็นได้ !!!
แต่ใครจะรู้ว่า ไม้ยืนต้น มีความคิด มีจิตใจ และมีความรู้สึก
หน้าที่ของต้นไม้ คือ
- ยืนต้น เป็นเสมือนบ้านหลังใหญ่ แหล่งพักพิงอาศัยของเหล่าสิ่งมีชีวิตตัวน้อย
- หยั่งราก เพื่อตอกย้ำความมั่นคงให้กับเหล่าผองผู้พักพิง
- ฝังลึก เพื่อตอกย้ำให้รากอยู่ได้ด้วยตัวเอง หากินอยู่ในดิน ฝังลึกให้พ้นพื้นผิวดินเพื่อปกปิดความไม่น่ามองของราก ที่
ไร้ไปด้วยสีสัน มีเพียงแขนกอันน่าเกลียดเท่านั้น
- ทานแดด ทนลม โต้ฝน เพื่อหยัดยืนเพียงเพราะต้องการแผ่ร่มเงาให้ใครได้พักผ่อน ลำต้นที่แข็งแรงมีไว้เพื่อป้องลม
และเป็นที่เอนอิงพิงกายยามเหนื่อยล้า
มีเพียงไม่กี่สิ่งที่ทำให้ต้นไม้หยัดยืนอย่างมั่นคง อยู่ยง และเนิ่นนานได้ อย่างมีสีสัน และความสุข คือ ......
รอยยิ้มของผู้พักพิง อิงอาศัย และ สายลมที่คอยพัดให้กิ่ง ก้าน ใบ ไหวลู่เอน ไปตามแรงเสมือนการหยอกเย้าของสหายรัก ที่ไม่เคยมีวันใดที่ต้นไม้จะถูกทอดทิ้งจากสายลมที่รายล้อมอยู่ตลอดเวลา
อยากเป็นไม้ยืนต้นที่คอยแต่จะให้
อยากมั่นคงเป็นที่พักพิงอิงอาศัย
อยากยืนหยัดรอคอยแค่เพียงใคร
มาพักพิงยามล้าใจไร้แรงกาย
มีร่มเงาให้เจ้าได้พักผ่อน
หลบความร้อนของตะวันที่ยังฉาย
มีลำต้นแข็งแกร่งให้พิงกาย
เอนอิงพักพิงได้ตลอดเวลา
แม้วันหนึ่งวันใดใจกล้าแกร่ง
อยากออกแรงก้าวไปในวันหน้า
ทิ้งต้นไม้ ยืนเดียวดายเหมือนก่อนมา
ต้นไม้นั้นไม่เคยว่าให้ซ้ำใจ
ยังคงเป็นต้นไม้ที่ยืนอยู่
ตรงที่เดิมที่เธอรู้ไม่ไปไหน
ยังคงฝังแก่นรากไว้ภายใน
เพื่อให้ใครต่อใครได้พึ่งพา
ยามอ่อนท้อยังรอให้มาพัก
ยามเหนื่อยหนักไร้แรงกายให้มาหา
ยามทุกข์ใจไร้สิ้นสิ่งพึ่งพา
รู้ไว้ว่าต้นไม้นี้ยังยืนรอ
................................................................................................................
ว่าจะไม่รั่วแล้วเชียว สุดท้ายก็รั่วจนได้นะเรา หุหุ
แต่เอาเถอะ ยังไง เราก็คือเราอยู่แล้ว อย่างไรก็อย่างนั้น ขำๆ เฉยๆ ชินเสียแล้ว
ก็แค่คนๆหนึ่งที่ชอบเพลงคืนจันทร์กับคืนที่ดาวเต็มฟ้า และดาวจับใจ
ก็แค่คนๆหนึ่งที่เริ่มชอบดอกราตรี ขึ้นมานิดๆ
ก็แค่คนๆหนึ่งที่เริ่มที่จะภาวนากับอะไรสักอย่างที่ยังมองไม่เห็น
ก็แค่..........นั้นเอง
ขอบคุณ สำหรับหลายอย่างที่ได้รับ
ขอโทษ สำหรับบางอย่างที่ทำไป
แหะๆ
ไม่รู้ว่าไอ้คำขอบคุณกับขอโทษนี่ จะมีใครได้ยินมั้ย ? คงต้องฝากสายลมให้ช่วยพัดไปบอก และฝากต้นไม้ให้ช่วยจารึกคำไว้ ที่ต้นก็ยังดี เอาไว้เป็นหลักฐานว่า ที่ลมบอกไปนั้น มันจริงนะ ไม่ได้โกหก
ไม่รู้สิ ยังไงซะ ก็อยากให้รู้ไว้นะว่า ไม่มีใครโดนปล่อยให้อยู่คนเดียวหรอก อย่างน้อยก็ยังมีสายลมที่คอยพัดวนเวียนอยู่รอบๆกาย คอยเพิ่มความอบอุ่น และความสบายให้ทุกเวลา มีสายลมคอยอยู่เป็นเพื่อน มีต้นไม้คอยเป็นที่พักยามอ่อนล้า วันใดเหนื่อยก็มาเอนอิงพักพิงได้เสมอ ยามใดที่อยากไปข้างหน้า ต้นไม้ก็ไม่สามารถยื้อให้อยู่ต่อได้ ก็แค่ได้แต่เฝ้ามองการก้าวไปของใครที่เคยพัก คอยเฝ้าภาวนาให้เขาเดินได้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ถึงอย่างไร ต้นไม้ก็คงอยู่ที่เดิม และรอให้คนเดิมกลับมานั่งพักได้เหมือนเดิม ยามที่อ่อนแอ.....
ลมก็คือลม ต้นไม้ก็คือต้นไม้ แต่ลมและต้นไม้จะยังคงอยู่ต่อไป ทั้งใกล้และไกลตัวเรา
แหะๆ
แหะๆ
แหะๆ
กินแป๊บซี่มั้ย ? แป๊บซี่...............ชื่นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนใจ..... หุหุ
.......................................................................................................
อันดามัน โหมดเน่าสนิท ชนิดแสนแสบยังอาย

ความคิดเห็น
เอ่อ...
พึ่งจะเข้ามาอ่านอ่านะ
เฮียเดียร์กับพี่อันเล่นอะไรกันรึ? อายุกันเท่าไรแล้วนี่
เฮ้อ เค้าจะมีพี่ปกติเหมือนคนอื่นบ้างมั้ย?อ่ะ
เกิดไรขึ้นหว่า ...........อันจังเป็นไรป่าว
แต่ว่ากลอนเพราะดีนะคะ
แต่ต้นไม้ทุกต้นมีเวลาของมันนะคะ ที่จะรออะไรสักอย่าง
ถ้าต้นไม้ต้นนั้นรุสึกว่ารออะไรสักอย่างนานมากลองมองดูต้นไม้ต้นอื่นด้วยสิคะ
หาต้นไม้ที่อยู่ข้างๆๆ เป็นเพื่อนจะได้ไม่เหงา ที่จะคอยอะไรสักอย่างเพียงลำพัง
หากต้นไม้ต้องอยู่เพียงต้นเดียว
ก็เหมือนเสี้ยวในชีวิตที่สิ้นหวัง
หากต้นไม้ต้องยืนหยัดโดยลำพัง
ก็เปรียบดังความฝันที่สิ้นไป
หากต้นไม้ต้องเจอกับพายุ
แล้วจะสู้พายุได้นั้นไซร้
หากต้นไม้ล้มลงในทันใด
แล้วใครไซร้จะมาช่วยต้นไม้ทัน
จงหันมองต้นไม้ต้นข้างๆๆ
..............................................
พี่คิดไม่ออกแล้วงะแบบว่า ลองเขียนดูเฉยๆๆ
กลอนรักพี่พอจะสู้ตายได้คะ อิอิ
ยาวมักมาก ขี้เกียจอ่าน
กลายเป็นเวทีประลองกลอนก็ดีแล้วนี่อันจัง
คนอื่นเขาจะได้ไม่ไปสนใจรอยรั่วข้างบนไง 555+
ปล.ท่านอ้อมแต่งเก่งแฮะ
ปล2.กลอนต้นไม้ที่ต่อมาก็เพราะดีนะอันจัง
ชอบบทนี้อ่ะ
แม้บางสิ่งที่ต้นไม้ไม่อาจให้
คือชีวิตและจิตใจมั่นคงที่
แต่ต้นไม้ก็ให้เจ้าคนดี
เอาความแกร่งที่ข้ามีไปแทนใจ
หุๆๆๆ ไปหล่ะไว้จะมาเยี่ยมใหม่ ชะแว็บบบบบ
ยากดึกดื่นคืนเหงาดาวเต็มฟ้า
ท้องนภาพร่างระยับประดับแสง
ประกายเพชรเกล็ดดาวพราวสีแดง
มีจันทร์แสงส่องสว่างกระจ่างนวล
รัติกาลมืดมิดสนิทนิ่ง
เพียงบางสิ่งเคลื่อนไหวได้กำสรวล
หรีดหริ่งร้องกล่อมขับสรรพทั้งมวล
เสนาะเสียงเชิญชวนจรูญใจ
สายลมพัดโชยเฉื่อยละเรื่อยผิว
ใบไม้ปลิวจากลำขั้วกิ่งก้านใหญ่
ร่อนถลาตามแรงลมและแรงไกว
หล่นลงในบนผืนหญ้าดูน่ามอง
นอนมองฟ้าดูดาราใต้เงาไม้
หมู่เมฆาหลีกแสงที่จันทร์ส่อง
ฟ้าระยับประดับดาวสกาวนอง
สุขลำพองเต็มตื้นชื่นอุรา
มีนภายามราตรีที่โอบล้อม
หมู่ดาวพร้อมดวงเดือนเป็นเพื่อนฟ้า
คอยหยอกล้อต่อแสงแข่งเวลา
ต่อเมื่อฟ้าเริ่มสางดาวจางลง
หยาดน้ำค้างหยดรินที่ใบหญ้า
ลู่ลงมาสู่ดินอันเป็นผง
ความชุ่มชื่นเพียงเสี้ยวที่หยดลง
ดินได้คงชื่นถวิลได้กลิ่นไอ
หมู่แมกไม้ใบหญ้าล้วนไหวลู่
ตามแรงล้อลมสู่ทุ่งกว้างใหญ่
ปะทะผิวโอบสัมผัสพัดผ่านใจ
ให้หวั่นไหวอ่อนเอนตามแรงลม
ในยามดึกยามนี้คล้ายกับเหงา
มีเพียงเงาแสงจันทรามาผสม
สายลมอ่อนที่สัมผัสน้ำค้างพรม
พาอารมณ์หวานไหวใจล่องลอย
เสียงกระซิบจากสายลมแผ่วริมหู
สัมผัสอุ่นจากหมู่ดาวพราวนับร้อย
น้ำค้างพรมเย็นสบายคล้ายยอดดอย
หรีดหริ่งคอยขับกล่อมเสียงสำเนียงเพลิน
ในยามดึกคืนนี้ข้าขอวอน
แสงจันทร์อ่อนทอมาทำข้าเขิน
บอกสายลมค่อยแผ่วไล้ไม่ล่วงเกิน
ดาวอย่าเมินอยู่กับข้าอย่าเพิ่งจร
ขอดนตรีจากหริ่งหรีดไว้กล่อมขับ
ให้ข้าหลับนิทราหญ้าแทนหมอน
ผ้าห่มฟ้าห่มกายายามข้านอน
สายลมอ่อนคอยเฝ้าพัดให้เย็นกาย
ขอข้าพักใต้เงาไม้ในคืนจันทร์
ขอข้าฝันถึงคนที่ฝันใฝ่
พวกเจ้าอยู่เป็นเพื่อนข้ายามเหงาใจ
คอยโอบล้อมดวงทหัยที่อ่อนแอ
...................................................................................................................
ไม่รู้ว่าอารมณ์ไหนหรอกนะ ตอนที่แต่งกลอนนี้ รู้แต่ว่าแต่งไป ใจมันหวิวๆไปตลอด
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงชอบนักกับกลอนที่เกี่ยวกับดวงจันทร์ ดารา ท้องฟ้า สายลม ยอดหญ้า หริ่งหรีด อะไรพวกนี้
อืม....ช่างฝันอะไรอย่างนี้นะเรา
ตกลงว่าอารมณ์ไหนเนี่ย ?
เอ้า...ใครแน่มาต่อ มาโต้กลอนหน่อยดิ๊.......รออยู่ๆ
อารมณ์ไหนนะ น้องเรา
ไม่อารมณ์ไหนหรอกท่านอ้อม
อันมันบ้า!!! บ๊อง!!! ปัญญาอ่อน!!! ชิร์!!!!!!!
ไหน ๆๆๆๆ
ใคร บ้า ?
ใครปัญญาอ่อน ?
ใครบ๊อง ?
อ๋อออออออออออออ......เ ฮียเดียร์นะเอง !!!
ใช่สิ !!!
ใครจะหวานเหมือนเฮียเล่า อะโด่!!!! 5555+
ขอบคุณน้องเดียร์มากเลยนะ ที่บอกพี่ว่าอันเป็นไร และก็ขอบคุณอันด้วยที่บอกพะว่าเดียร์ อยู่ในอารารืไหน 5555+ สรุป 2 คนเป้ฯเหมือนกันเลยใช่ป่าว
หุหุหุหุ
ซ้ำเติมกันเข้าไป งอนวุ้ย !!!
เอารูปดิสเพลยข้างล่างมาอวด หึๆๆ....^^
... ... ...
เก่งๆกันจริงแฮะ...อ่านแล้วเพลิน....
กลับมาแล้ว...เอาแป๊ปซี่มาฝากด้วยนะพยาบาล......หึหึ